Masukครืด~
"พี่ใหญ่..." ฉันเปิดประตูของร้านสักลายแห่งหนึ่งเข้ามา ฉันเคยมาที่นี่แต่นั่นมันนานมาแล้ว และตั้งแต่ฉันกลับมาที่ไทยก็ยังไม่เคยมาเลยจนกระทั่งวันนี้ ฉันมาหาเจ้าของร้านที่คุ้นเคยกันดีเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ที่สนิทของวายุและพี่คราม เมื่อก่อนตอนที่เราคบกันวายุพาฉันมาที่นี่บ่อยมาก แต่ฉันก็ต้องชะงักเท้าไว้ที่หน้าประตู เสียงของฉันหายไปเมื่อมองเห็นภาพด้านหน้า พี่ใหญ่อยู่ที่ร้านและเหมือนกำลังจะสักลายให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าคนนั้น...วายุ วายุนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า เขาสบตากับฉันในจังหวะเดียวกัน ฉันไม่ได้เจอหน้าเขาเลยตั้งแต่วันที่เขาเข้าโรงพยาบาลได้แต่คอยรับรู้อาการของเขาผ่านจากพี่ครามเท่านั้น สาเหตุที่ฉันหายไปจากเขาเพราะฉันยังไม่อยากทำให้เขาเจ็บตัวอีก และที่ฉันหายไปฉันไม่ได้ยอมแพ้ ฉันจะกลับไปทวงเขาคืนแน่ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาเจอเขาที่นี่แต่วันนี้มันบังเอิญไป "เดี๋ยวนะ..." พี่ใหญ่เป็นคนพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ เขาผลุดลุกขึ้นยืนพลางเดินเข้ามาหาฉันแล้วมองแบบครุ่นคิด "สวัสดีค่ะพี่..." ฉันทักทายเขานิดหน่อย พี่ใหญ่อ้าปากกว้างเหมือนพอจะนึกออกพลางเคาะมือกับขมับ "คุ้นๆนะ...ฟ้า ปลายฟ้าใช่มั้ย" ในที่สุดเขาก็นึกออก ฉันพยักหน้าเบาๆ พี่ใหญ่ยิ้มกว้างพลางมองฉันสลับกับวายุที่นั่งจ้องหน้าฉันเงียบๆ "หายไปไหนมาน่ะคนสวย ไม่เจอกันตั้งหลายปี พี่เกือบจำไม่ได้แหนะ" "พี่แค่เกือบ แต่บางคน...จำไม่ได้แล้วค่ะ" ฉันเหลือบมองวายุที่นั่งเงียบมาก พอฉันพูดแบบนี้ใส่เขาก็ลุกขึ้นยืนพลางหยิบเสื้อที่พาดอยู่กับราวไม้ขึ้นมา ส่วนพี่ใหญ่ที่ดูจะเหวอไปก็รีบหันไปหาวายุ "เห้ย จะกลับแล้วเหรอไอ้ยุ ไม่สักทับแล้วดิ" พี่ใหญ่ถามวายุเมื่อเขาสวมเสื้อ วายุชะงักมือที่กำลังจะติดกระดุมเสื้อก่อนจะพูดขึ้นอีก "ไว้คราวหลัง" ฉันมองเขาที่ติดกระดุมเสื้อทีละเม็ดจนพี่ใหญ่เข้ามากระซิบ "ไม่รู้ยังไงนะ แต่ไอ้ยุมันมาให้พี่สักทับบนอกมัน..." ตึก~ พี่ใหญ่พูดยังไม่ทันจบหรอก เมื่อได้ยินแล้วพอจะจับใจความได้ฉันก็ตรงเข้าไปหาวายุพลางหยุดมือของเขาที่กำลังติดกระดุมไว้ พรึ่บ~ ฉันดึงเสื้อเขาให้เปิดออกพอจะให้เห็นแผ่นอกเขาเพราะยังติดกระดุมไม่หมด จ้องมองรอยสักภาษาอังกฤษเป็นประโยคหนึ่งซึ่งเขาเคยสักไว้เพื่อฉันเขาเคยบอกว่าเขาเป็นของฉัน... "จะสักทับทำไม!" ฉันเงยหน้ามองเขา เขาทุ่มเทแค่ไหนในการสักด้วยตัวเอง เขาตั้งใจทำมันมาก เขาให้ฉันดูรอยสักในวันเกิดของฉัน ความหมายในประโยคก็หมายถึงฉัน ทำไมจำไม่ได้ ทำไมจะลบมัน... "ทำไม..." วายุพ่นลมหายใจออกมาเขาสะบัดมือฉันทิ้งก่อนจะติดกระดุมปกปิดมันแต่ฉันก็กระชากเสื้อเขาจนกระดุมขาดกระเด็นไป ปึ้ก~ "ไหนว่าเป็นของฉันไง อยากจะลืมให้หมดเลยเหรอ อยากจะลบอะไรเกี่ยวกับฉันให้หมดเลยเหรอ" ฉันถามเขาทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจเพราะถ้าเขาอยากจะจำฉันให้ได้เขาจะสักทับมันทำไม "ตอบสิวะ ตอบ!" ฉันกระชากอกเสื้อเขาพลางเขย่าตัวเขาอย่างเหลืออด เขาไม่เคยรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเจ็บปวดมากแค่ไหน ฉันจำได้ทุกอย่าง ฉันรับรู้ทุกอย่าง ในขณะที่อีกคนก็...ลืมทุกอย่าง! "เออ ไอ้รอยสักเวรนี่เกี่ยวกับเธอใช่มั้ย ดี ฉันจะลบแม่งให้หมด" วายุเสียงดังใส่ฉันจนพี่ใหญ่ที่เห็นท่าไม่ดีเข้ามาห้ามเขาดึงมือฉันออกจากออกเสื้อวายุ "เห้ย อะไรกันวะ ทะเลาะอะไรกันค่อยพูดค่อยจากันดิ" "พี่ใหญ่" วายุหันไปเรียกพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ปล่อยมือออกจากข้อมือฉันทันทีพลางถามเขา "อะ อะไร กูไม่ได้แตะอั๋งฟ้านะ" "จะสักรูปอะไรทับก็ได้...รูปตีนก็ได้" พูดจบเขาก็กระชากเสื้อออกจากตัวอีกครั้งพลางทิ้งตัวลงนั่งแบบเดิมโดยไม่มองหน้าฉันอีก พี่ใหญ่หน้าเหวอไปอีกรอบเมื่อได้ยินว่าเขาสั่งให้สักรูปอะไรทับคำนั้น ฉันหลุบตามองเขาด้วยอารมณ์โมโห ได้...อยากสักทับมากใช่มั้ย "เดี๋ยวฟ้าสักให้เอง" "อะไรนะฟ้า" พี่ใหญ่ตาเหลือกมากกว่าเก่าพลางมองฉันอย่างไม่เชื่อ พี่ใหญ่รู้ว่าฉันก็สักเป็นเพราะวายุเคยสอนฉันเหมือนกัน "..." วายุเงยหน้ามองฉันอย่างไม่พอใจ แล้วไง ฉันเชิดหน้าใส่เขาบ้าง "รอยสักนั่นฟ้าเป็นเจ้าของ ถ้าจะสักทับ ฟ้าจะสักเอง" "เหอะ" ฉันได้ยินเสียงแค่นหัวเราะของวายุแต่ฉันจะไม่ใส่ใจ "ถ้าไม่ให้ฟ้าสัก อย่าหวังว่าฟ้าจะยอม" ฉันพูดจนพี่ใหญ่กุมขมับ เขามองฉันสลับกับวายุแล้วเริ่มขยี้หัวตัวเอง "เอาไงมึง ไอ้ยุ" พี่ใหญ่หันไปถามความเห็นวายุ เขาเงียบไปสักพักก็ตอบกลับมา "แล้วแต่...ใครจะสักก็ได้ ขอแค่ลบคำปัญญาอ่อนนั่นไปก็พอ" ปัญญาอ่อนเหรอ เขาเป็นคนสักเองนะได้ข่าว! ฟลุ่บ~ ฉันทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขาพลางช้อนตามอง "ถ้าเธอสัก รูปตีนไม่เอา" "..." "เอาคำว่า'Hate'ตัวใหญ่ๆพอ!" เกลียดเหรอ เหอะ!ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







