LOGINฉันกัดฟันพลางมองหน้าวายุ ฉันจ้องเขาวายุเองหันมาสบตากับฉันก่อนจะพูดขึ้น
"แปลว่า เกลียด..." เออ รู้อยู่แล้วความหมายอ่ะ "เดี๋ยวๆ ความหมายมึงไม่บ้าบอไปหน่อยเหรอ" "บ้าตรงไหน เกลียดก็คือเกลียด" นี่ก็ย้ำจัง รู้อยู่แล้วล่ะแค่มองตาก็รู้ นอกจากจำไม่ได้ยังมาบอกว่าเกลียดด้วย ฉันกำมือแน่นในจังหวะที่วายุล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ฉันเห็นบนหน้าจอที่ปรากฏข้อความสั้นๆจากยัยนีน่า 'กลับเย็นหน่อยนะ ที่รัก' แหวะ ฉันคบกับเขายังไม่เคยเรียกว่าที่รักสักคำ! "หึ" ฉันส่งเสียงในลำคอพลางหันไปหยิบเครื่องสักขึ้นมาวายุเหลือบมองฉันก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่น เออ!เกลียดก็เกลียดดิวะ จำไม่ได้ก็ไม่ต้องจำมันแล้ว แต่คอยดูเถอะจะทำให้อกแตกตายทั้งเขาทั้งยัยนั่นเลย หมั้นไส้! ประมาณหนึ่งชั่วโมงฉันก็สักให้เขาเสร็จ พี่ใหญ่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันวางเครื่องสักลงพร้อมกับกระตุกยิ้มเมื่ออ่านข้อความบนแผ่นอกของเขา ควับ~ วายุหันมามองฉันเมื่อรู้ว่าสักเสร็จแล้ว ตลอดเวลาที่สักเขาไม่มองหน้าฉันเลยเอาแต่เลื่อนดูเฟสบุ๊คในโทรศัพท์อยู่แบบนั้น พรึ่บ~ เขาเบิกตากว้างทันทีเมื่อมองไปที่กระจกบานใหญ่ตรงหน้าเขา เงาในกระจกสะท้อนคำที่ฉันสักลงไปบนอกเขาจนเจ้าตัวลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันมาเล่นงานฉัน "สักบ้าอะไรของเธอวะ!" ฉันเงยหน้ามองเขาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วมองเข้าไปในกระจก "ก็สวยดี ปิดรอยเดิมสนิทเลยด้วย" ฉันยิ้มมุมปากแต่ก็ถูกวายุกระชากแขนจนเซเข้าไปหาเขา อย่าลืมสิว่าเขาเป็นคนแรงเยอะ หมับ~ "แหกตาดู ฉันให้เธอสักคำนี้เหรอ" "อ้าว ผิดเหรอ" ฉันแสร้งทำหน้าใสซื่อ วายุกัดฟันกรอด โมโหอะไรนักหนา...ฉันก็แค่สักรูปกราฟฟิกท้องฟ้าแล้วก็ลงชื่อของฉันลงไปตัวเล็กๆเอง "ลบเดี๋ยวนี้!" เขาพูดพลางสั่งฉันทางสายตา "อย่ามาตลก คิดว่าฉันเขียนด้วยดินสอแล้วลบด้วยยางลบได้หรือไง" ฉันพูดพลางบิดแขนออกจากเขาเพราะเริ่มเจ็บตรงที่เขาบีบด้วย "เฮงซวยเอ้ย!" วายุหัวเสียมาก และยิ่งเขาดูมีอาการแบบนั้นฉันก็ยิ่งเจ็บใจ เขากลัวยัยนีน่าจะเสียใจมากขนาดนั้นเลยหรือไง "ถ้าอยากจะลบมาก ก็รอให้แผลหายก่อนแล้วค่อยมาลบแล้วกัน" ฉันพูด ยอมรับเลยว่าน้อยใจแต่เขาคงไม่สนใจ "ฉันจะลบตอนนี้!" "ทำไมนักหนา วายุ นายกลัวยัยนั่นจะเห็นแล้วขาดใจตายหรือไง ถ้ากลัวมันตายมากก็ไม่ต้องถอดเสื้อให้เห็นสิ ง่ายๆ" ฉันพูด แต่วายุตอกกลับมาจนฉันสะอึก "ไม่ง่าย...เพราะพวกฉันนอนด้วยกันทุกวัน ไม่มีทางที่นีน่าจะไม่เห็น" ร้องไห้ตอนนี้ได้มั้ย... "งั้นก็ปล่อยให้มันตายนั่นแหละ!" ฉันพูดพลางผลักอกเขา รู้ว่ามือไปโดนแผลที่เพิ่งสักเสร็จใหม่ๆและเลือดยังซิบอยู่เพราะวายุหน้าเหยไปเลยแต่ตอนนี้ฉันไม่อยากให้เขาเห็นสีหน้าอ่อนแอของฉัน การที่ทำให้เขาจำได้ว่ายากแล้วแต่แค่ทำให้เขามองฉันในแง่ดียากกว่ามาก "เธอจะร้ายไปถึงไหนวะ" ตอนนี้ในสายตาเขาฉันก็ดูร้ายไปหมดแล้ว เป็นนางมารร้ายเลยสินะ "พอใจจะร้าย" ฉันพูดโดยที่ไม่หันไปมองหน้าเขา จากนั้นก็สาวเท้าเดินไปที่มุมร้านที่มีอัลบัมรูปถ่ายแปะอยู่มากมาย ฉันเห็นอัลบัมรูปของฉันกับวายุแปะอยู่มันยังอยู่ตรงที่เดิมที่เพิ่งเติมมาคืออัลบัมรูปถ่ายของลูกค้าคนอื่นๆ แคว่ก~ ฉันกระชากมันลงมาจากผนังพร้อมทั้งดึงเอารูปออกมาทั้งหมด ขาดบ้างไม่ขาดบ้างพลางขยำมันไว้ในมือก่อนจะเดินกลับไปหาวายุแล้วฟาดมือที่ยังกำรูปอยู่ใส่หน้าเขา เพี้ย~ ฟึ่บ~ รูปถ่ายทั้งหมดปลิวกระจายอยู่รอบตัวเขา หน้าของวายุหันไปตามแรงฟาดของฉัน ฉันผลักเขาอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้น "ถึงฉันจะร้ายแต่ฉันว่านายแม่งร้ายกว่า ใจร้าย โครตใจร้ายเลยวายุ!" ฉันหลุบตาลงมองรูปถ่ายที่ปลิวและร่วงลงบนพื้นแทบเท้าของเราสองคน "รูปพวกนี้แม่งไร้ความหมาย ไม่อยากจำไม่ต้องจำ คิดว่าฉันตายไปเลย" ฉันพูดจบวายุก็หลุบตาลงมองรูปพวกนั้น ฉันมองเขาพร้อมกับน้ำตาหยดหนึ่งที่ไหลออกมาก่อนจะปาดมันทิ้ง "คิดไปคิดมา ถ้าฉันเป็นแบบนายได้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องจดจำอะไรคนเดียว" "..." วายุยังคงหลุบตามองรูปพวกนั้นไม่ละสายตา มือของเขากำแน่นและฉันก็พูดต่อ "เคยบอกว่าอะไรนะ ให้ฉันไปโดดให้รถชนเพื่อชดใช้ให้นายใช่มั้ย" "..." "ได้...เดี๋ยวทำให้ดู" พูดจบฉันก็วิ่งออกจากร้านของพี่ใหญ่ทันที ร้านของพี่ใหญ่อยู่ตรงริมถนนพอดี และวายุคงจำไม่ได้เช่นกันว่าฉันใจกล้ามากพอที่จะทำมัน ตึก ตึก ตึก~ ฉันวิ่งออกมาจากร้านและมาหยุดยืนอยู่ริมถนนในจังหวะนั้นฉันเห็นรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งกำลังขับมาด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง ฉันหลับตาลงก่อนจะ... ปิ้นนน~ "เห้ย!" ฟลุ่บ~ ฉันได้ยินเสียงแตรรถที่บีบเสียงดังลั่นแล้วก็เสียงร้องอุทานของคนขับพร้อมกับเสียงของเครื่องรถมอเตอร์ไซด์ดังเข้ามาใกล้มาก ฉันรับรู้ได้ว่าตัวเองถูกเฉี่ยวแต่ในจังหวะเดียวกันก็เหมือนมีแรงกระชากจากทางด้านหลังทำให้ตัวของฉันหมุนกลับไปทางด้านหลัง ตุ้บ~ ร่างของฉันล้มลงบนพื้นพร้อมกับใครอีกคนที่เข้ามากระชากฉันไว้ได้ทัน พอลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นวายุเองที่หงายหลังล้มอยู่บนพื้นเหมือนกับฉันและตัวฉันก็กึ่งนั่งกึ่งนอนทับอยู่บนตัวเขา "อยากตายมากหรือไงวะ!"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







