Masukทั้งแปดคนมานั่งรวมกันที่ร้านหมูกระทะชื่อดังที่อยู่ข้างๆ มหาวิทยาลัย โต๊ะถูกจัดแยกออกเป็นสองชุด ซึ่งทำให้ พิชชี่ ต้องบ่นออกมาเสียงดังก่อนจะยอมไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ
“ฉันไม่อยากนั่งกินกับเธอย่ะเกล คนอะไรมากินหมูกระทะ ไม่ยอมกินหมูสามชั้น!” พิชชี่ว่าพลางกอดอกอย่างงอนๆ ทำเหมือนจำยอมต้องไปนั่งกับเดย์และข้าวฟ่างที่อีกโต๊ะหนึ่ง
โต๊ะนั้นเหมือนจะมีเสียงเฮฮามาตลอดส่วน แต่โต๊ะนี้ดูจะเงียบและมีบรรยากาศตึงเครียดกว่ามากเกลนั่งอยู่ข้างเมษาโดยมีคิรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและมีไนท์แฝดน้องของเดย์ที่บอกว่ารำคานพี่ตัวเองขอมานั่งโต๊ะนี้แทน
ดังนั้นโต๊ะของเกลจึงมีเพียงเกลนั่งอยู่ข้างเมษาโดยมีคิรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและมีหม้อไฟหมูกระทะที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่ตรงกลาง เกลกินอย่างกับคนระบายอารมณ์ แต่สิ่งที่เธอเลือกนั้นถูกเรื่องแต่คลีนๆไว้ เมษาค่อยส่งเนื้อหมูส่วนเนื้อแดงให้เธอเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่ที่เธอกินจะเป็น กุ้ง ปลา และผักมากกว่าเพื่อกันน้ำหนักที่จะขึ้นหลังกินมื้อนี้
โต๊ะข้างๆ ดูจะมีสีสันมากกว่าโต๊ะของเธอมากเพราะแค่เธอต้องสบตากวนประสาทของไอ้เด็กเลี้ยงแกะแล้วมันก็โคตรจะน่าหงุดหงิดเลย
คิรินใช้ตะเกียบของเขาคีบหมูสามชั้นชิ้นที่สวยที่สุด ชิ้นที่เกลรู้ดีว่าเธอต้องห้ามใจไม่ให้กินแล้ววางลงบนจานของเธอ
“กินสิ ชอบไม่ใช่เหรอ” คิรินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและกวนประสาท ดวงตาคมเข้มของเขายิ้มอย่างกวนตีนในสายตาเธอ
เกลจ้องมองหมูสามชั้นชิ้นนั้นที่คิรินคีบมาให้ จริงๆเธออยากกินที่สุดๆแต่เธอเมินก็หมูชิ้นนั้นของคนตรงข้ามก่อนที่จะหันไปอ้อนเมษาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
“เมษาคีบหมูเนื้อแดงให้เกลหน่อยได้ไหม”
เมษายิ้มย่างขำเธอเห็นทุกอย่างทั้งที่คิรินเอาหมูให้แค่เพื่อนตัวเล็กข้างเธอไม่รับ แล้วมาอ้อนเธอแทน เมษารีบคีบหมูเนื้อแดงชิ้นใหญ่ใส่จานให้เธออย่างไม่ลังเล
คิรินได้แต่อ่อนใจกับคนตรงหน้า เขาเท้าคางมองเกลที่ทำท่าทางขี้อ้อนเหมือนเด็กน้อย ดูแล้วโตมานอกจากเรื่องหุ่นกับเรื่องเลือกการกินแล้ว นิสัยไม่ต่างจากเดิมเลย แต่เพราะไอนิสัยที่ไม่เปลี่ยนไปของเกลนั้นแหละทำให้เขาอยากแกล้ง
"ทำไมไม่กินหมูมันล่ะ" คิรินพูดถามร่างเล็กตรงหน้า เกลกัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ปาจานหมูสามชั้นใส่หน้าเขา
คิรินมองใบหน้าที่บูดบึ้งของเกลแล้วหัวเราะเบาๆ จากนั้นเขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระซิบที่เบามากพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ไม่อ้วนไปมากกว่านี้แล้วแหละ" เกลอยากจะปรี๊ดแตกกับคำพูดของไอ้บ้าตัวนี้ แล้วยังเสียงหัวเราะนั้นอีก น้องเกลจะไม่ไหวแล้วนะ
แต่เพราะเธอขี้เกียจจะฟังคำกวนตีนของคิริน รวมถึงลึกๆก็อยากกินหมูสามชั้นด้วย เกลเลยยอมกินหมูสามชั้น ชิ้นที่คิรินคีบมาให้
แชะ!
เสียงถ่ายรูปดังขึ้นทันทีที่ชิ้นหมูเข้าปาก เกลหันไปมองตามเสียง คิรินยกสมาร์ทโฟนให้ดู บอกว่า “จะเอาไว้ส่งให้คุณป้านะ” พร้อมยิ้มหล่อขยี้ใจ ที่ถ้ายัยพิชชี่เห็นต้องลมจับแต่สำหรับเธอแล้ว มันเป็นยิ้มของปีศาจชัดๆ
ไอ้เพื่อนเลว น้องเกลอยากจะฆ่าคน
เธอหยิบผักกาดที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมา ปาใส่ไอ้ตัวกวนประสาทนี้ ด้วยความโมโหสุดขีด แต่ผักกาดนั้นกระเด็นไปโดนไนท์ที่นั่งอยู่ข้างคิรินแทน
เมษาก็ตกใจเลยรีบเอื้อมมือไปเช็ดผักกาดที่หน้าไนท์ให้ทันทีก่อนที่จะห้ามทัพ ของคนสองคนที่เล่นกันเป็นเด็กอยู่
เมษาได้แต่แปลกใจ เพราะ คิรินนั้นใครๆ ก็บอกว่าเทพบุตร ทั้งหน้าตาและนิสัย แต่ที่เธอเจอมาคือ เกลหัวเสียมากๆ ที่อยู่กับคิริน ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะสนุกที่ได้แกล้งเพื่อนสาวตัวเล็กของเธอ
หลังจากกินหมูกระทะเสร็จ ทั้งแปดคนก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ในร้านเพื่อรอย่อยและคุยกันต่อ เสียงหัวเราะดังมาจากโต๊ะของเดย์ พิชชี่ และข้าวฟ่าง ส่วนโต๊ะของเกล เมษา คิริน และไนท์ ค่อนข้างเงียบกว่า
เกลขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับแม่ก่อน เธอเดินแยกออกไปยืนที่มุมหนึ่งใกล้ทางไปห้องน้ำ
“อยู่ไหนลูก เกล” เสียงเข้มๆ ของ อรุณี ผู้เป็นมารดาดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
“มากินหมูกระทะกับเพื่อนค่ะแม่” เกลตอบเสียงเรียบ พยายามไม่ให้เสียงดูตื่นเต้น
“อย่ากินให้มันเยอะนักลูก อ้วนไม่ไหวแล้วนะ”
“ค่ะแม่”
“ออกกำลังกายด้วยนะ แม่ต้องไปแล้วนะ รักลูกนะ”
เกลลดโทรศัพท์ลง เธอได้แต่ถอนหายใจยาวให้กับคำพูดของแม่ที่ตอกย้ำความกังวลเดิมๆ อยู่เสมอ เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เธอเพิ่งกินเข้าไปนั้น ทำให้ความรู้สึกผิดและรู้สึกแย่มาก มันรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
เกลหายไปประมาณเกือบสิบนาที โดยที่ไม่มีใครสนใจนัก ยกเว้น คิริน ที่นั่งมองนาฬิกาอย่างเบื่อหน่าย เขาคิดว่าเธอหายไปนานเกินไปแล้ว เลยตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปตามทิศทางที่เกลเดินไป
ก่อนที่เธอจะทันเดินกลับมา เกลก็เดินเข้าห้องน้ำ และตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอทำมาตั้งแต่ช่วง ม.ปลาย แล้ว
เธอล้วงคออ้วกเอาอาหารทั้งหมดที่กินเข้าไปออกจนแสบคอ ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความรู้สึกผิดและทรมาน เธออ้วกออกจนแสบคอ และได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนล้า เธอไม่ได้อยากอ้วก แต่พอเธอเริ่มคิดมากว่ากินแล้วมันจะอ้วน มันทำให้เธอท้องอืด คลื่นไส้ จนสุดท้ายเธอต้องไปอ้วกออก เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
คิริน เดินมาถึงหน้าห้องน้ำชายที่อยู่ใกล้ๆ เขาหยุดยืนรอที่หน้าห้องน้ำหญิง เพราะคาดว่าเกลคงกำลังทำธุระอยู่ แต่ความเงียบที่กินเวลานานผิดปกติทำให้เขารู้สึกแปลกๆ
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำหญิงก็แง้มออก เกล ก้าวออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอใช้มือปาดมุมปากอย่างลวกๆ
เกลเงยหน้าขึ้นมา และ ดวงตาก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มของคิริน ที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำชายอย่างจัง
สีหน้าของคิรินไม่ได้มีแววกวนประสาทเหมือนเคย แต่กลับเป็นแววตาที่ ว่างเปล่าและมองไม่เห็น ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“เป็นไร หน้าซีด” คิรินถามเสียงเรียบ ๆ น้ำเสียงนั้นไม่มีความเยาะเย้ยใดๆ เจือปน ทำให้เกลยิ่งรู้สึกทำตัวไม่ถูก
เกลสูดหายใจลึก เธอพยายามบ่ายเบี่ยงไปไม่ยอมตอบเขา เธอรู้ดีว่าต้องรีบกลับไปที่โต๊ะก่อนที่ใครจะสังเกตความผิดปกติของเธอ
ร่างบางเดินกลับไปที่กระจกห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเติมลิปสีหวาน สีสวยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการสวมหน้ากากที่สมบูรณ์แบบกลับคืนมา
แล้วเธอก็เดินกลับโต๊ะ โดยที่ไม่รอชายหนุ่ม
คิรินยืนนิ่งมองตามหลังเกลไปจนกระทั่งเธอเดินลบสายตาไปที่โต๊ะ ดวงตาของเขากลับมามีแววครุ่นคิด เขาไม่ได้กวนประสาทเธอต่อ เขาเดินตามเกลกลับไปที่โต๊ะ
หลังจากที่เกลกลับมานั่งที่โต๊ะได้ไม่นาน บรรยากาศก็เปลี่ยนไปสู่การร่ำลา ทุกคนเริ่มเตรียมตัวแยกย้ายกันกลับที่พัก
“เกล กลับพร้อมพวกฉันก่อนไหม? ให้พิชชี่ขับรถไปส่ง” เมษาถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอกเมษา” เกลตอบพร้อมรอยยิ้ม "คอนโดเกลอยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้เอง เดินไม่ไกลหรอก"
“ให้ไอ้คิรินไปส่งก็ได้นะ” เดย์ พูดแซวขึ้นมาอย่างกวนประสาท
เกลหันไปมองคิรินที่กำลังยืนกอดอกอยู่ข้างๆ “ไม่ต้อง” เกลปฏิเสธเสียงแข็ง “เราเดินได้”
เมษาส่งเสียง "อื้อ" ในลำคอ ก่อนจะหันไปจัดการเรื่องงานต่อ
“งั้นพรุ่งนี้นะคะ คิริน!” เมษาเรียก “เรามาวัดตัวกันตอน หกโมงเย็น นะคะ ให้ทุกคนเลิกเรียนกันก่อนรวมทั้งกินข้าวกันมาให้เรียบร้อยเลย”
“จริงๆ แค่คิรินมาก็พอแล้ว” ข้าวฟ่างเสริมพลางยิ้มแห้งๆ “แต่เห็นว่า วิน อยากจะมาดูด้วย พวกเราเลยนัดกันเวลานั้น”
“ครับ หกโมงเย็นเจอกันที่สตูดิโอคณะ” คิรินตอบรับเสียงเรียบ
ทุกคนโบกมืออำลาและแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง เหลือไว้เพียงเกลที่เดินออกมาจากร้านหมูกระทะอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้สนใจความเหนื่อยล้า แต่ใจจดจ่ออยู่กับการหนีสายตาที่เต็มไปด้วยความลับของคิรินให้พ้น
ระหว่างทางเดินกลับคอนโด เกลรู้สึกได้ถึงคน เหมือนเขาเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านหมูกระทะแล้ว เสียงเดินมันเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ร่างบางต้อง เดินเร็วขึ้น เพื่อจะให้รีบถึงคอนโด ความมืดสลัวของถนนข้างมหาวิทยาลัยทำให้ความรู้สึกหวาดระแวงพุ่งสูงขึ้น
ในใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความกลัว จู่ๆ...
ปรี๊ดดด!
เสียงแตรรถที่ดังสนั่น พร้อมกับ แสงไฟจากหน้ารถ ที่สาดเข้ามาอย่างจัง ทำให้เธอต้อง หรี่ตาลงมอง
รถคันนั้นคือ รถออดี้ สีดำคันหรู มันมาจอดเทียบอยู่ข้างๆ เธออย่างเงียบเชียบ กระจกด้านคนขับถูกเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมเข้มที่กำลังมองมา
เป็นคิริน
เกลรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที จากใจที่เต้นระรัวหวาดกลัวเมื่อเธอรู้สึกดีใจที่ได้เจอเขา ความกลัวจากคนที่เดินตามเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งใจที่คนที่มาคุกคามเธอคือ ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ คนเดิม
คิรินยิ้มมุมปาก เขาเท้าแขนกับขอบประตูรถ
“เดินคนเดียวอันตรายนะครับ ยัยอ้วน” คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความกวนประสาท แต่ก็ไม่มีความอบอุ่นเช่นกัน ร่างบางนั่งนิ่งไม่พูดอะไร ตลอดทาง รถออดี้สีดำ คันหรูแล่นไปอย่างเงียบเชียบ เกลมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสงบสติอารมณ์ที่ปั่นป่วนจากการถูกข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมคิรินถึงรู้จักคอนโดเกลได้ เพราะบางครั้ง แม่ก็ชอบฝากของกับคิรินเอามาให้เธอเป็นบางครั้ง นี่คือเหตุผลที่คิรินยังคงอยู่ในวงโคจรชีวิตของเธอแม้จะพยายามหลีกหนีมาตลอด
เมื่อรถจอดสนิทหน้าทางเข้าอาคารคอนโดมิเนียม ร่างบางรีบก้าวขาลงจากรถทันที โดยไม่พูดอะไรกับชายหนุ่มเลย เธอกระแทกประตูเบา ๆ แล้วรีบเดินเข้าอาคารไปอย่างรวดเร็ว เธอยังโมโหไม่หาย ที่เขาแกล้งถ่ายรูปจะไปฟ้องแม่เธออีกแล้ว และยังโกรธที่ตัวเองเผลอกินหมูสามชั้นเข้าไปเพราะคำพูดกวนประสาทของเขา
คิรินลดกระจกลง แล้วมองตามหลังเกลไปจนเธอหายเข้าไปในอาคาร ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะจางหายไปเหลือเพียงสีหน้าครุ่นคิดแทน
วันต่อมาหลังเลิกเรียนตามที่เมษานัดไว้ เวลาหกโมงเย็น
เกลนั่งอยู่ในห้องสตูดิโอของคณะที่เตรียมไว้สำหรับการวัดตัว วันนี้คิรินมาพร้อมกับเดย์แค่คนเดียว โดยมีเมษาและข้าวฟ่างอยู่ด้วยเพื่อเตรียมอุปกรณ์
ร่างสูงของคิริน เดินเข้ามาในห้องอย่างสง่างาม ในขณะที่ เกลกำลังนั่งกินแรปสลัดอกไก่ อย่างหงุดหงิด มันคืออาหารที่รสชาติไม่อร่อยเอาเสียเลย แต่เธอต้องกินเพื่อควบคุมน้ำหนักตามวินัยที่ตั้งไว้
ยัยข้าวฟ่าง ที่นั่งอยู่ไม่ไกล ดันเอาข้าวเหนียวไก่ทอด มานั่งกินยั่วเธอ! เสียงเคี้ยวกรุบกรอบและกลิ่นหอมของไก่ทอดทำให้แรปสลัดในมือเธอราวกับกระดาษ
เกลกำลังเคี้ยวอาหารในปากอย่างมาดร้าย จู่ๆ เธอตกใจเพราะมีมือของใครบางคนมาจับที่แก้มที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่ แรงสัมผัสเบาๆ แต่เธอรู้สึกถึงความรุ่มร่ามของมันทันที
“เป็นกระรอกรึไง แก้มป่องขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำติดจะแกล้งดังขึ้นข้างหู
เธอตวัดสายตามองเขาอย่างจะฆ่ากันให้ได้ เมื่อวานก็ว่าเธอเป็นหนู วันนี้บอกเป็นกระรอกอีก! ถึงมันจะน่ารักทั้งคู่แต่พอออกมาจากปากอีตานั้นมันกลับหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“ปล่อยนะ!” เกลพูดเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดหน้าหนี
คิรินหัวเราะในลำคออย่างพอใจ แล้วดึงมือออก
“โอ๋ๆ โกรธเหรอครับ ยัยอ้วน” คิรินแกล้งใช้คำเรียกเดิมที่เคยใช้เมื่อวาน
เดย์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ คิรินรีบเบนสายตาไปทางอื่น เขาทำเหมือนกำลังสนใจรายละเอียดของหุ่นตัดเสื้ออย่างมาก เขาจึงปล่อยให้คิรินทำตามใจชอบ
“เอาล่ะ! วัดตัวกันเถอะ สุดหล่อ” เมษาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเรียกคิรินให้เข้ารูปเข้ารอย เพื่อหยุดการปะทะก่อนที่สตูดิโอจะพัง
คิรินพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงหน้าหุ่นตัดเสื้อตามที่เมษากำหนด แต่ก่อนจะเริ่มงาน...
“ไหนดูซิ ไก่ทอด น่าสนใจกว่า แรปสลัด ขนาดไหน” คิรินแกล้งหันไปหยิบไก่ทอดจากกล่องของข้าวฟ่างมางับไปหนึ่งคำอย่างไม่เกรงใจ
เกลมองภาพนั้นอย่างขุ่นเคือง นั่นหมายความว่าเขากำลังทำให้เธอต้องทรมานกับอาหารอร่อย ๆ รอบตัวต่อไปอีกแล้ว!
เมษาเรียกคิรินให้ยืนตรงหน้าหุ่นตัดเสื้อพร้อมสายวัดในมือ ตอนแรกเมษาจะวัดให้ เอง แต่ทันใดนั้น เดย์ก้มลงกระซิบที่ข้างหูเมษา ประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้ใบหน้าของเมษาเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
“หัวเราะอะไรหนักหนา ยัยอ้วน!” คิรินแกล้งทำเสียงดุ เกลรีบหยุดหัวเราะ แล้วทำท่าจะถอยหนี แต่ไม่ทันแล้ว คิรินคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มร่างเล็กของเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว ทำให้เกลต้องรีบใช้มือโอบรอบคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!” เกลตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงแบบฉับพลันคิรินชั่งน้ำหนักของเกลอย่างสบาย ๆ ในวงแขน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เกลใจเต้นไม่เป็นส่ำ“ก็ไม่อ้วนเท่าไหร่นะ” คิรินยิ้มกวน ๆ “ตัวแค่นี้” เกลพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนที่เปียกน้ำของเขา“ปล่อยนะไอ้บ้า! เกลใส่ชุดถ่ายรูปอยู่นะ!”“ไม่ปล่อย!” คิรินทำเสียงดื้อ ก่อนที่เขาจะพาเกลเดินไปที่ขอบสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดด!” เกลร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรคิรินกระโดดลงน้ำต่อทันที โดยที่ยังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ตกลงไปในน้ำพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ตูม! ตามมาเป็นครั้งที่สาม น้ำกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนเพื่อน ๆ ที่เหลือหัวเราะลั่น ส่วนเกลเมื่อโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เธอก็รีบพ่นน้ำออกจากปาก แล้วตีไหล่ของคิรินอย่างแรงด้วยความโมโหที่ปนความ
นี่มันน่าจับมาตีแทนคุณป้าอรุณีจริง ๆ เลย สั้นจนเห็นตูดละนั้น! ถ้าไม่ติดว่าผ้ามันพลิ้ว ๆ แล้วมีกางเกงซับในนะ...คิรินวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเกลที่กำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจก“ชุดนี้สวยนะ” คิรินพูดเสียงทุ้ม เขายืนประชิดด้านหลังเกลจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา“แน่นอน” เกลตอบอย่างภูมิใจ คิรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปากของเขาอยู่ข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว“แต่เกลมันโป๊ไป”เกลหันขวับมามองเขาอย่างกวนๆ “โป๊อะไรละ ยาวเป็นคืบ”คิรินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาละเบื่อไอนิสัยดื้อตาใสของยัยอ้วนจริงๆเขาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่เอวบางของเกล ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ขอบกระโปรงสั้นกุดของเธอ การสัมผัสที่ดูรุกล้ำและคุกคามทำให้เกลตัวแข็งทื่อทันที“มันถอดง่ายไงล่ะ” คิรินพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเกลอย่างดุดัน “ผู้ชายมันไม่ได้คิดดีแบบที่เธอคิดหรอกนะเกล”เขาหยุดมือไว้ที่ขอบกระโปรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นไปสัมผัสที่ต้นขาของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของชุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง“ขนาดฉันที่อยู่กับเกลแบบ
คิรินปล่อยให้เดย์จัดการเรื่องข้างนอกร้าน ก่อนที่เขาจะพุ่งกลับเข้ามาในร้าน ‘มินิมา’ อีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและร่องรอยของการต่อสู้เล็กน้อยเขาตรงไปที่โต๊ะของเกลทันที เกลที่กำลังเต้นอยู่กับพิชชี่ ด้วยท่าทางยั่วยวน ก็ต้องชะงักเมื่อ โดนกระชากแขนอย่างแรงเสียงหวานร้องครางออกมานิดหน่อย ด้วยความเจ็บที่ข้อมือ เธอถูกแรงกระชากจนตัวของเธอ ปลิวไปชนกับร่างสูง แผ่นอกของเธอกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อแข็ง ๆ ของคิรินอย่างจัง“เป็นบ้าอะไรเนี่ย คิริน!” เกลบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เธอพยายามจะดึงมือกลับคิรินไม่รอช้า เขาหันไปบอกลาเพื่อน ๆ ของเกลอย่างรีบร้อย โดยใช้ท่าทางที่สุภาพแต่เด็ดขาด“ขอโทษนะเมษา ข้าวฟ่าง ฉันขอพาเกลกลับก่อนนะ”ก่อนที่เมษาจะทันได้ตอบ คิรินก็ ดึงร่างบางให้เดินตามเขาไป เกลอารมณ์เสียมากแต่เพราะตัวเธอเล็กกว่ามากเลยสู้แรงไม่ไหว ต้องจำยอมเดินตามเขาออกมาจากร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายคิรินไม่พูดอะไรกับเธอ ตลอดทางที่ขับรถ รถออดี้คันหรูก็พุ่งไปสู่จุดหมายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“จะพาเกลไปไหน เกลถามเสียงดังด้วยความหวาดระแวงและหงุดหงิด แต่คิรินก็ยังคงนิ่งเงียบรถมาจอดเทียบหน้าอาคา
มีนา? คิรินปิดเปลือกตาลงอย่างหงุดหงิด มีนา แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน กำลังอยู่ในร้านเดียวกับเกล!“มึงอยู่ที่ ‘มินิมา’ ใช่ไหม!” คิรินถามย้ำจนสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งที่ชัดเจน“เออ! แต่กูไม่รู้แล้วนะว่ายัยอ้วนไปอยู่ไหนแล้ว!” คิรินตัดสายทิ้งทันที เขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าแจ็คเก็ตและกุญแจรถ“พี่สอง! ผมไปก่อนนะ งานเสร็จแล้ว!”ก่อนที่พี่รหัสจะอ้าปากโวยวาย คิรินก็รีบพุ่งออกจากห้องไปทันที เขาควบรถออดี้ สีดำ ออกจากตึกคณะอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เดย์บอกทันทีร้าน ‘มินิมา’ เต็มไปด้วยเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เร้าใจและแสงไฟนีออนสลัว ๆ โต๊ะของแก๊ง แรดเรียกพี่กระทิงเรียกน้อง โดดเด่นอยู่กลางร้านเมษา ที่ปกติจะดูเป็นสาวเข้มงวดและเคร่งเครียดกับการเป็นประธานรุ่น วันนี้กลายเป็น สาวเซ็กซี่ เต็มตัว ร่างบางสูงโปร่งของเธอสวมชุดราตรีสั้นสีแดงสดผ่าข้างเล็กน้อย เรียกสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยากเลยส่วน ข้าวฟ่าง ที่ปกติจะเรียบร้อยและแต่งตัวติสต์ ๆ วันนี้ผมที่ชอบม้วนเป็นมวยและต้องมีดินสอปักทุกครั้ง ได้ ปล่อยปลายสยายลงมาเกือบถึงบั้นเอว ร่างเล็กใส่สายเดี่ยวสีขาว กระโปรงขาวถึงข
คิรินเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้เกลยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับความสับสน ความโกรธ และความอับอายที่ปนเปกันอยู่ เกลหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างรีบร้อน โดยพยายามไม่มองไปที่ประตูห้องน้ำครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคิรินและเกลก็รีบออกจากคอนโดมาขึ้นรถออดี้สีดำคันหรู เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกลนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะข้างคนขับ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับวิวข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับคิริน แต่ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงทันทีเสียงไลน์กลุ่มแรดเรียกพี่ กระทิงเรียกน้อง กรีดร้องไม่หยุดเกลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว กลุ่มแชทของเพื่อน ๆ เต็มไปด้วยข้อความและอิโมจิกรีดร้องนับไม่ถ้วนMISSPichy: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! @Glae แกทำอะไร!!! **แม่ดาราออกมาแถลงสื่อค่ะคนออะไรเป็นข้าว: [ภาพที่คิรินลงถูกแคปลงกลุ่มไลน์] เกล! นี่มันรูปอะไร! แกกับคิรินคือ คือผีผลักกันจริง ๆ เหรอคะ!!!Maysa: อุ๊ย!!!MISSPichy: บอกมาว่านี้แค่ซ้อมเดินแบบด้วยกัน ทำไมถึงนอนซบกันเบอร์นี้! OMG! แกหลงเสน่ห์เจ้าชายแห่งมอ ไปแล้วใช่ไหม!เกลหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองคิรินที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์“บ้าจริง คินลงรูปบ้าอะไรเนี่ย ผู้ชา
หลังจากการไลฟ์สดสั้น ๆ สิ้นสุดลง เกลก็ถอดเครื่องสำอางออกอย่างรวดเร็ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมซาตินสีดำที่ให้สัมผัสเย็นสบาย แล้วเดินออกมาจากห้องนอนเธอเห็น คิรินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมแค่กางเกงวอร์มตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและรอยกล้ามเนื้อที่คมชัดดูก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างหนัก“นายมานั่งตรงนี้ทำไม!” เกลโวยทันที คิรินเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่“อ้าว ก็โซฟามันสบายที่สุด จะให้ไปนั่งโซฟาเล็ก ๆ ตรงนั้นทำไม”“แต่มันคือโซฟาของเกลนะ เกลต้องใช้นอนดูหนัง!” เกลเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟา “เกลต้องใช้พื้นที่ในการเยียวยาตัวเองจากโรคจิตที่อยู่แถวนี้”“งั้นนั่งนี้ปะ” คิรินลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คิรินยิ้มกวน ๆ มือหนาก็ตบตักตัวเองสองสามที “ฉันก็ต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเพื่อดูแลเธอเหมือนกะนนั่นแหละ ยัยอ้วน”เกลไม่อยากสนใจคนแถวนี้ ไม่รู้คนด้านนอกหรือด้านในไหนโรคจิตกว่ากัน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งใจจะเบียดให้คิรินขยับออกไป แต่แทนที่จะขยับ คิรินกลับทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อย ทำให้เกลถูกบีบให้ติดอยู่กับพนักพิงโซฟา พวกเขาอยู่ในระยะประช







