Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-27 21:40:25

ห้องสตูดิโอของคณะศิลปกรรมศาสตร์ดูวุ่นวายกว่าปกติ เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ คลอไปกับเสียงฝีเท้าของนางแบบที่กำลังซ้อมเดินอยู่บนเวทีชั่วคราว

เกลอยู่ในชุดนักศึกษาที่เสื้อเข้ารูปและกระโปรงสั้นตามแฟชั่น เธอผมบลอนด์อ่อน และแต่งหน้าอย่างประณีตราวกับเป็นนางแบบเสียเอง เธอนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะกรรมการอย่างมาดมั่น ข้างๆคือข้าวฟ่างผู้กำลังจดบันทึกด้วยความตั้งใจและพิชชี่ ผู้ทำหน้าที่วิจารณ์ด้วยความละเอียดถี่ถ้วน

“คนนี้ดีไซน์สวยมาก แต่แววตาดูนิ่งๆไปหน่อย เราน่ะมันต้องใช้คนที่มี จิตวิญญาณนะยะ ไม่ใช่หุ่นยนต์!” พิชชี่บ่นพลางโบกมือปฏิเสธนางแบบคนที่สิบ

“ใจเย็นๆ นะคะพิชชี่” ข้าวฟ่างพยายามปราม “เราเน้นที่รูปร่างก่อนค่ะ เพราะชุดของเรายังไม่เสร็จ”

“แต่ไม่เป็นไรค่ะ ถ้านางแบบเราหากันไม่ได้จริงๆ ก็ให้เมษานี้แหละถ่าย” เกลสรุปเพราะตอนนี้เธอยังไม่เจอใครถูกใจเลย เมษารูปร่างสูงเพียวเหมือนนางแบบ ที่เธอกำลังเครียดตอนนี้คงจะเป็น นายแบบชายมากกว่า

เมษา ในฐานะผู้ประสานงานหลัก ยืนอยู่ใกล้ประตู เธอกำลังใช้โทรศัพท์มือถือจัดการธุระอย่างเคร่งเครียด ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก พร้อมกับกลุ่มนักศึกษาชายสามคนที่ก้าวเข้ามา

เดย์ เดินนำหน้ามาด้วยรอยยิ้มกระชากใจเต็มพิกัด เขาส่งสายตาสำรวจไปยังนางแบบและสาวๆ ในห้องราวกับกำลังมาล่าแต้ม ตามมาด้วย ไนท์ แฝดน้องที่เดินตามมาอย่างเงียบๆ สายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ

และก็วินเขายังคงอยู่ในอาการงัวเงียเล็กน้อย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตเรียบๆ ดูโดดเด่นในแบบที่ไม่ต้องพยายามแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนคือคิรินที่เดินตามมาวินมาติดๆ แต่ใบหน้าหล่อเหลาและบุคลิกที่ดูเข้าถึงยากของเขา ที่มุมปากยกยิ้มน้อยๆ ก็ทำให้ห้องสตูดิโอสว่างวาบขึ้นมาทันที

พิชชี่ เกล ข้าวฟ่าง หันไปมองตามพูดมาใหม่ติด ยัยพิชชี่ถึงกับเพ้อว่า หล่อจนแม่จะเป็นลม

เมษารีบเดินไปต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง “เดย์! ขอบคุณมากที่มานะคะ! ฉันดีใจจริงๆ ที่พวกนายมาช่วย”

“สบายมากเมษา” เดย์ยักไหล่พลางส่งสายตาหยอดไปให้ “เพื่อเมษาแล้ว พวกเราพร้อมเสมอ!” เขายืดอกเล็กน้อยเพื่อโชว์หุ่นหนุ่มบริหารอินเตอร์ฯ พลางบ่นงึมงำ

“แต่เสียดายคอนเซปต์ไม่ใช่ชุดว่ายน้ำ”

คิรินที่กำลังยืนนิ่งๆ สายตาของเขาปะทะเข้ากับดวงตาหวานสีน้ำตาลอ่อนของเกลที่โต๊ะกรรมการทันที มุมปากที่ยกยิ้มเล็กน้อย ตอนนี้มันยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

เกลชะงักไปเล็กน้อยใบหน้าของเธอถูกควบคุมให้ไร้อารมณ์ เธอไม่ได้ยิ้มหรือทักทายใดๆ แต่ยกแว่นกันแสงสีฟ้าที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาสวมเพื่อซ่อนแววตาที่อาจจะเผยความรู้สึกบางอย่างออกมา

เพื่อนเคยสนิทตอน ม.ปลาย ที่ชอบรุมแกล้งเธอ

“วิน! ขอบคุณมากนะที่มาช่วยงาน” เมษาเอ่ยทักวินอย่างเป็นมิตร

คิรินมองไปที่โต๊ะกรรมการที่ถูกบดบังด้วยแว่นกรอบบางของเกล เขาตอบเมษาเสียงเรียบ

“เราแค่มาดูงานเพื่อน”

เดย์หันไปกระซิบกับไนท์ “ดูมัน! ปากแข็งว่ะไอ้ไนท์! มาถึงก็ใส่เกียร์ปากแข็งทันที”

เกลถอนหายใจยาว แล้วหันไปทางกลุ่มหนุ่มบริหาร เธอจงใจเมินคิริน แล้วหันไปพูดกับวินด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ขอบใจนะวิน ที่ยอมเป็นนายแบบให้”

วินส่ายหน้า พลางหาวเบา ๆ “เราไม่ได้จะเป็น” วินตอบเสียงงัวเงีย “ไอ้คิรินมันอยากเป็น”

คำพูดของวินทำให้เกลต้อง หันไปสบตากับดวงตาคมเข้มของคิรินอีกครั้ง แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นกันแดดมีความโกรธระคนอับอาย

เดย์ ไม่รอช้าเขาเดินแทรกเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เสียดายไอ้วินมันไม่รับงานอะเมษา มันบอกว่าไม่อยากลุกจากเตียงนอน” เดย์จงใจพูดเสียงดังให้เกลได้ยิน “เป็นคิรินแทนได้มั้ย เมษา! มันอยากทำ”

“เกลบอกแล้วว่า ไม่เอา!” เกลพูดเสียงแหลมขึ้นมาทันที ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดมองไปยังร่างสูงที่จะมาเป็นนายแบบแทน

เพียะ!

พิชชี่ถึงกับตีมือลงบนแขนเกลทันที เสียงดังจนทุกคนที่นั่งใกล้ๆ หันมามอง พิชชี่ ดึงตัวเกลมาคุยพร้อมข้าว

“อีบ้า! แกจะเป็นนางแบบเองก็เรื่องของแก แต่โอกาสหน้าทองขนาดนี้แกจะปฏิเสธไม่ได้นะ!” พิชชี่โวยวายเบา ๆ แต่เกรี้ยวกราด “ถึงแม้แกจะค้านหัวชนฝา ฉันก็ไม่ยอมให้แกพลาดคนนี้!” ข้าวฟ่าง พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรุนแรง

“จริงเกลโอกาสทองขนาดนี้ ถ้าได้คิรินมาเป็นนายแบบของแก รับรองคะแนนโหวตสาธารณะพุ่งกระฉูดแน่นอน!”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ คิรินที่ยืนฟังอยู่สักพักก็ตัดสินใจเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะกรรมการ โดยไม่สนใจพิชชี่ที่ยืนขวางอยู่

“เมษา” คิรินเรียกชื่อเมษา แต่สายตาจับจ้องไปที่เกล

คิรินยิ้มหวานให้กับพิชชี่และข้าวฟ่างที่ยืนตาค้างอยู่ก่อนจะหันไปพูดกับเมษาด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“เราขอคุยกับเกลสักครู่ได้มั้ย?” คิรินเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน แต่ดวงตาคมเข้มกลับมีความเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่

เมษาพยักหน้าเล็กน้อยอย่างรู้จังหวะพิชชี่และข้าวฟ่างที่กำลังตื่นเต้นกับสถานการณ์ดราม่า ก็รีบพยักเพยิดให้เกลตามคิรินไปทันที

“ไปสิยะเกล ไปเคลียร์กันให้รู้เรื่อง!” พิชชี่กระซิบ

คิรินไม่รอช้าเขาคว้าข้อมือเรียวของเกลแล้ว ลาก เธอเดินออกมาจากโต๊ะกรรมการ ท่ามกลางสายตาสงสัยของคนในสตูดิโอ เขาเดินลัดผ่านเวทีไปด้านหลังห้อง ซึ่งเป็น โซนเก็บอุปกรณ์ ที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยฉากเก่า ๆ

เกลหงุดหงิดไม่น้อยเลย ที่โดนไอ้บ้าคินจับตัวเนี่ย

เมื่อถึงมุมอับที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จัดฉากที่พับเก็บไว้ คิรินก็ ผลักเธอเข้าไปในห้องเก็บของ ชั่วคราวที่กั้นด้วยฉากไม้อัดเก่าๆ ก่อนจะตามเข้ามาแล้วปิดประตูทางเข้าทันที

“คิริน! นี่จะทำอะไร”

แต่ก่อนที่เธอจะได้โวยวายอะไร มือหนาของคิรินก็ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมา จ่อตรงหน้าเธอพร้อมกับรูปภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นทำเอาเกลต้อง หยุดชะงัก

รูปแรกคือภาพเธอหน้าสดที่ดูโทรมกว่าที่ใครเคยเห็นส่วนอีกรูปคือภาพเธอที่กำลังกินช็อกโกแลตอย่างเอร็ดอร่อย ภาพความลับของเธอที่ถูกเก็บเอาไว้

“รูปนี้ถ้าหลุดออกไปที่เพื่อนๆ จะเป็นไงน้า” เสียงทุ้มต่ำของคิรินขู่กระซิบอย่างใกล้ชิด “หรืออันนี้ถ้าส่งไปหา คุณป้า คุณป้าจะดุมั้ยนะ”

ดวงตากลมสวยของเกลตอนนี้มันเกือบจะมีไฟลุกเผาร่างคนตรงหน้าได้ เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธและความกลัวมือเล็กของเธอพยายามกระโดดแย่งโทรศัพท์ในมือหนาของคิริน แต่ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันมากทำให้เธอ แย่งมาไม่ได้

คิรินยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหูของเธอ

“ยอมให้ฉันเป็นนายแบบซะ” คิรินขู่เน้นทุกคำ “แล้วรูปพวกนี้จะไม่มีใครได้เห็น”

คิรินได้แต่ขำ กับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหน้า มือที่ถือโทรศัพท์ยังคงอยู่สูงเหนือศีรษะของเธอ เขากับเกลรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ๆ ถึงเมื่อก่อนเขาจะแกล้งเกลบ่อย ๆ เพราะหญิงสาวตอนเด็กมันน่าแกล้งมาก ๆ ถึงโตขึ้นจะเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหมือนเดิมเขาก็ยังอยากแกล้งเสมอ

จริงๆ เขาไม่ใช่ผู้ชายอบอุ่นอะไรหรอก มีแค่เพื่อนเขาและยัยคนตรงหน้านี้แหละที่รู้ว่าเขานิสัยเป็นอย่างไรและเขาก็รู้สึกสนุกกับเกมข่มขู่ในครั้งนี้เหลือเกิน

ในตอนที่เขาคิดอะไรเพลินๆ และผ่อนคลายการป้องกันลงเล็กน้อยคนตัวเล็กก็คว้ามือที่อยู่ใกล้ที่สุดของคิรินมากัดเข้าเต็มแรง

“โอ๊ยยย! เป็นหนูหรอยัยอ้วน!”

เสียงทุ้มต่ำอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด คิรินแทบจะปล่อยโทรศัพท์หลุดมือด้วยความตกใจและเจ็บจี๊ด เกลโมโหเข้าไปใหญ่ ที่คิรินเรียกเธอว่า 'อ้วน'

“อ้วนแล้วมันไปหนักหัวคุณลุงหรอ! ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ!” ด่าพ่อเขาอีก ยัยบ้าเอ้ย

เกลสวนกลับอย่างรวดเร็วด้วยคำที่จงใจเรียกเขาแบบนั้นเพราะคิรินชอบหลอกคนอื่นว่าเขาเป็นเด็กเรียบร้อย เป็นสุภาพบุรุษ เขาจึงไม่เคยแสดงความกวนประสาทและเจ้าเล่ห์ให้คนนอกเห็นเลย

เธอจึงชอบเรียกเขาว่า 'เด็กเลี้ยงแกะ' ที่ชอบสร้างภาพลักษณ์

คิรินสบถเบา ๆ มือหนาลูบ บริเวณข้อมือที่ยังคงมี รอยฟัน แดงเป็นรอยอย่างนึกแค้น แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบโต้คำพูดนั้นกลับไปอย่างสาสม

เกลก็วิ่งออกไปแล้ว

หญิงสาววิ่งพรวดพราดออกจากมุมเก็บของ ไปยังประตูทางออกของสตูดิโอ ทิ้งให้คิรินยืนอยู่คนเดียวพร้อมกับความเจ็บที่มือ และความพึงพอใจ ๆ ที่ได้เห็นปฏิกิริยาที่ดุเดือดของเธอ

เกลวิ่งพรวดพราดออกจากมุมเก็บของ ตรงไปยังประตูทางออกของสตูดิโอ ทิ้งให้ความงุนงงเคลือบคลุมใบหน้าของเพื่อนๆ ที่โต๊ะกรรมการและกลุ่มหนุ่มบริหารอินเตอร์

คิรินเดินตามเกลออกมาอย่างไม่รีบร้อน เขาสวมรอยยิ้มเย็นๆ ที่ทำให้ทุกคนมั่นใจว่าการเจรจาลับๆ ประสบความสำเร็จแล้ว เขาหยุดอยู่กลางห้องโดยไม่ได้สนใจเกลที่กำลังเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป

“ไม่ต้องห่วงนะครับเมษา” คิรินพูดเสียงเรียบ “เกลตกลงให้ฉันเป็นนายแบบแล้ว”

ทุกคนในห้องแสดงความดีใจออกมาทันที ยกเว้นเกลที่เดินออกไปแล้ว

“แต่ฉันมีข้อแม้” คิรินกล่าวต่อ

“คิรินอย่างได้อะไรคะ” พิชชี่ก็รีบเสนอตัวทันที เขาทรุดตัวลงข้างคิรินอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็นประกายวาววับ

“จะแก้วแหวนเงินทอง หรือตัวพิชชี่ พิชชี่พร้อมให้หมดเลยค่ะ! พร้อมเป็นนางแบบคู่ด้วยนะคะ!”

“แรดให้เป็นเวลาหน่อยค่ะ เพื่อนพิชชี่” ข้าวฟ่าง รีบสวนกลับออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

ก่อนที่สงครามของทั้งสองจะเกิดขึ้นเมษาก็รีบเข้ามาห้ามก่อน เธอมองคิรินด้วยสายตาที่สงสัยในความไม่สมเหตุสมผล

“คิรินอย่าเล่นกับใจเพื่อนฉันสิคะ” เมษาพูดอย่างขำๆ “คิรินต้องการอะไรจริงๆ บอกมาเลยดีกว่า” เดย์ หัวเราะอย่างถูกใจในสถานการณ์ที่เพื่อนกำลังยื่นข้อเสนอต่อรอง

“คงไม่ได้อยากได้สาวคนไหนหรอกใช่มั้ย คิริน” เดย์แซว “เพราะที่นี่ก็มีสาวสวยเยอะแยะอยู่แล้วนี่โดยพิชชี่นะครับ”

คิรินยิ้มมุมปากเผยให้เห็นรอยฟันที่ยังคงทิ้งร่องรอยความแค้นเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้บนข้อมือของเขาเอง

“เปล่าหรอก” คิรินตอบ “ฉันแค่รู้สึกว่าคอนเซปต์มันต้องมีความขัดแย้งที่สมบูรณ์แบบ”

เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะมองไปยังทิศทางที่เกลเดินออกไป

“ขอแค่ให้เกลเป็นนางแบบคู่ฉันได้มั้ย” ทุกคนนิ่งเงียบ แต่กลับทุกคนในกลุ่มเพื่อนของเกลตอบตกลงทันที

พิชชี่ “ตอบตกลงไปเลยย่ะ อีเกลเป็นดีไซเนอร์ จะได้ใส่ชุดตัวเองเดินคู่เดือนมหา’ลัยด้วย”

ข้าวฟ่าง “ดีเลยค่ะเกลหุ่นดี แถมโครงหน้าสวยมาก รับรองว่าปัง”

เมษา“โอเค ตกลงค่ะ งั้นพรุ่งนี้พวกนายเข้ามาวัดตัวนะคะ”

คิรินยิ้มอย่างพึงพอใจในชัยชนะอันรวดเร็ว ขณะที่เสียงโวยวายของเกลก็ดังลอยมาตามลมจากด้านนอกสตูดิโอ

เกลยืนกอดอกอยู่ข้างรถของเมษาที่ลานจอดรถคณะ ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถันบัดนี้บูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้หงุดหงิดแค่เรื่องที่ถูกคิรินขู่ แต่ยังหงุดหงิดที่เพื่อนทั้งสามคนพร้อมใจกัน "ขาย" เธอให้ไปเป็นนางแบบคู่กับคนน่ารำคาญที่สุดในโลกอีกด้วย

“เมษา ทำไมไม่เข้าข้างเกลเลย” เกลงอแง เสียงเล็กๆ ออดอ้อนอย่างน่าสงสาร นอกจากเวลาทำงานแล้ว เธอมักจะเป็นคนขี้อ้อน เพราะติดนิสัยจากการเป็นน้องสาวคนสุดท้อง

เมษายิ้มหวานให้อย่างเอ็นดู เมษาเอ็นดูเกลมากเพราะเธอมีน้องแต่ทั้งคู่ไม่สนิทกันเลย และเกลมักจะชอบทำท่าทางอ้อนอีก

“เอาหน่า เกลขา” เมษาพูดอย่างใจเย็น “นี่คือโอกาสทองที่จะทำให้งานของเราปังที่สุดเลยนะ”

“แต่เกลไม่อยากร่วมงานกับไอ้เด็กเลี้ยงแกะ หมายถึงไอบ้าคิริน” เกลประท้วง

“เด็กเลี้ยงแกะ?” พิชชี่ ที่เดินตามมากับข้าวฟ่างเลิกคิ้วสูง “ทำไมแกถึงเรียก เดือนมหา’ลัย ว่าเด็กเลี้ยงแกะยะ คิรินออกจะสุภาพบุรุษขนาดนั้น”

“นั่นสิคะ” ข้าวฟ่างพยักหน้า “เขาก็ดูคนดีมากเลยนะคะ แถมยังหล่อมากด้วย”

“ว่าแต่แกไปรู้จักคิรินตั้งแต่ตอนไหนยะ”พิชชี่ถามอย่างสงสย

“เพื่อนตั้งแต่เด็ก” เกลตอบแค่นั้น เกลถอนหายใจยาวกับความ 'สร้างภาพ' ของคิริน ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งเธอก็ยื่นคำขาดว่า ห้ามมาทำเป็นรู้จักกันกับคิรินไว้ เพราะเธอรำคานเวลาโดนสาวๆของคิรินตามวุ่นวาย

เมษาเห็นว่าบรรยากาศไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“เอาล่ะๆ หิวแล้ว เราไปกินหมูกระทะต่อ เย็นนี้เพื่อฉลองที่เราได้นายแบบตัวท็อปมาช่วยงานดีไหมคะ”

ใบหน้าบึ้งตึงของเกลคลายลงเล็กน้อย เกลรู้ว่าเธอจะต้องคุมอาหารอยู่เสมอ แต่ก็จะมี 'ชีทเดย์' หรือถ้าจำเป็นต้องไปกินกับเพื่อน เธอก็พร้อมจะไปเสมอ เพราะความสุขกับการกินนั้นมันเป็นที่หนึ่งเสมอสำรับเธอ

“ฉันเลี้ยงเองค่ะ” เมษาพูดอย่างใจกว้าง

“ไปค่ะ ไปกินหมูกระทะ” พิชชี่ตอบรับเสียงดังอย่างตื่นเต้น

“เราขอไปด้วยได้ไหม” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง คิริน เดินเข้ามาพร้อมเดย์และไนท์ ที่ยิ้มกวนประสาทวินเดินตามมาอย่างงัวเงีย

“หมูกระทะเหรอเมษา? ฟังดูน่าสนใจนะครับ” เดย์ เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์

“คงไม่น่าสนใจเท่า ช็อกโกแลตหรอกมั้งเกล” คิริน พูดเสียงเบา แต่เน้นคำสุดท้ายอย่างจงใจ พร้อมยกมือที่โดนกัดขึ้นมาเกาทีนึง

ใบหน้าสวยตวัดมองคิรินตาเขียว แค่เห็นหน้าเขาเธอโกรธทันที คิรินกำลังกวนตีนเธออยู่ชัดๆ

“นายตามมาทำไมอีก” เกลถามเสียงแข็ง พยายามควบคุมโทนเสียงไม่ให้เพื่อนสังเกตเห็น

“ก็ไปกินหมูกระทะไงครับ” คิรินยิ้มหวานราวกับเทพบุตร “พวกเราอยากแสดงความยินดีกับนางแบบคนใหม่ด้วยครับ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 15

    “หัวเราะอะไรหนักหนา ยัยอ้วน!” คิรินแกล้งทำเสียงดุ เกลรีบหยุดหัวเราะ แล้วทำท่าจะถอยหนี แต่ไม่ทันแล้ว คิรินคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มร่างเล็กของเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว ทำให้เกลต้องรีบใช้มือโอบรอบคอเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ“เฮ้ย! ทำอะไรของนาย!” เกลตกใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงแบบฉับพลันคิรินชั่งน้ำหนักของเกลอย่างสบาย ๆ ในวงแขน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เกลใจเต้นไม่เป็นส่ำ“ก็ไม่อ้วนเท่าไหร่นะ” คิรินยิ้มกวน ๆ “ตัวแค่นี้” เกลพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนที่เปียกน้ำของเขา“ปล่อยนะไอ้บ้า! เกลใส่ชุดถ่ายรูปอยู่นะ!”“ไม่ปล่อย!” คิรินทำเสียงดื้อ ก่อนที่เขาจะพาเกลเดินไปที่ขอบสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดด!” เกลร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรคิรินกระโดดลงน้ำต่อทันที โดยที่ยังอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ร่างของทั้งคู่ตกลงไปในน้ำพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ตูม! ตามมาเป็นครั้งที่สาม น้ำกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนเพื่อน ๆ ที่เหลือหัวเราะลั่น ส่วนเกลเมื่อโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เธอก็รีบพ่นน้ำออกจากปาก แล้วตีไหล่ของคิรินอย่างแรงด้วยความโมโหที่ปนความ

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 14

    นี่มันน่าจับมาตีแทนคุณป้าอรุณีจริง ๆ เลย สั้นจนเห็นตูดละนั้น! ถ้าไม่ติดว่าผ้ามันพลิ้ว ๆ แล้วมีกางเกงซับในนะ...คิรินวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเกลที่กำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจก“ชุดนี้สวยนะ” คิรินพูดเสียงทุ้ม เขายืนประชิดด้านหลังเกลจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา“แน่นอน” เกลตอบอย่างภูมิใจ คิรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปากของเขาอยู่ข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว“แต่เกลมันโป๊ไป”เกลหันขวับมามองเขาอย่างกวนๆ “โป๊อะไรละ ยาวเป็นคืบ”คิรินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาละเบื่อไอนิสัยดื้อตาใสของยัยอ้วนจริงๆเขาใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่เอวบางของเกล ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ขอบกระโปรงสั้นกุดของเธอ การสัมผัสที่ดูรุกล้ำและคุกคามทำให้เกลตัวแข็งทื่อทันที“มันถอดง่ายไงล่ะ” คิรินพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเกลอย่างดุดัน “ผู้ชายมันไม่ได้คิดดีแบบที่เธอคิดหรอกนะเกล”เขาหยุดมือไว้ที่ขอบกระโปรงนั้น ก่อนจะเลื่อนมันขึ้นไปสัมผัสที่ต้นขาของเธอเบา ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของชุดที่ง่ายต่อการเข้าถึง“ขนาดฉันที่อยู่กับเกลแบบ

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 13

    คิรินปล่อยให้เดย์จัดการเรื่องข้างนอกร้าน ก่อนที่เขาจะพุ่งกลับเข้ามาในร้าน ‘มินิมา’ อีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและร่องรอยของการต่อสู้เล็กน้อยเขาตรงไปที่โต๊ะของเกลทันที เกลที่กำลังเต้นอยู่กับพิชชี่ ด้วยท่าทางยั่วยวน ก็ต้องชะงักเมื่อ โดนกระชากแขนอย่างแรงเสียงหวานร้องครางออกมานิดหน่อย ด้วยความเจ็บที่ข้อมือ เธอถูกแรงกระชากจนตัวของเธอ ปลิวไปชนกับร่างสูง แผ่นอกของเธอกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อแข็ง ๆ ของคิรินอย่างจัง“เป็นบ้าอะไรเนี่ย คิริน!” เกลบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เธอพยายามจะดึงมือกลับคิรินไม่รอช้า เขาหันไปบอกลาเพื่อน ๆ ของเกลอย่างรีบร้อย โดยใช้ท่าทางที่สุภาพแต่เด็ดขาด“ขอโทษนะเมษา ข้าวฟ่าง ฉันขอพาเกลกลับก่อนนะ”ก่อนที่เมษาจะทันได้ตอบ คิรินก็ ดึงร่างบางให้เดินตามเขาไป เกลอารมณ์เสียมากแต่เพราะตัวเธอเล็กกว่ามากเลยสู้แรงไม่ไหว ต้องจำยอมเดินตามเขาออกมาจากร้านเหล้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายคิรินไม่พูดอะไรกับเธอ ตลอดทางที่ขับรถ รถออดี้คันหรูก็พุ่งไปสู่จุดหมายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“จะพาเกลไปไหน เกลถามเสียงดังด้วยความหวาดระแวงและหงุดหงิด แต่คิรินก็ยังคงนิ่งเงียบรถมาจอดเทียบหน้าอาคา

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 12

    มีนา? คิรินปิดเปลือกตาลงอย่างหงุดหงิด มีนา แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อหลายเดือนก่อน กำลังอยู่ในร้านเดียวกับเกล!“มึงอยู่ที่ ‘มินิมา’ ใช่ไหม!” คิรินถามย้ำจนสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งที่ชัดเจน“เออ! แต่กูไม่รู้แล้วนะว่ายัยอ้วนไปอยู่ไหนแล้ว!” คิรินตัดสายทิ้งทันที เขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าแจ็คเก็ตและกุญแจรถ“พี่สอง! ผมไปก่อนนะ งานเสร็จแล้ว!”ก่อนที่พี่รหัสจะอ้าปากโวยวาย คิรินก็รีบพุ่งออกจากห้องไปทันที เขาควบรถออดี้ สีดำ ออกจากตึกคณะอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เดย์บอกทันทีร้าน ‘มินิมา’ เต็มไปด้วยเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เร้าใจและแสงไฟนีออนสลัว ๆ โต๊ะของแก๊ง แรดเรียกพี่กระทิงเรียกน้อง โดดเด่นอยู่กลางร้านเมษา ที่ปกติจะดูเป็นสาวเข้มงวดและเคร่งเครียดกับการเป็นประธานรุ่น วันนี้กลายเป็น สาวเซ็กซี่ เต็มตัว ร่างบางสูงโปร่งของเธอสวมชุดราตรีสั้นสีแดงสดผ่าข้างเล็กน้อย เรียกสายตาของคนรอบข้างได้ไม่ยากเลยส่วน ข้าวฟ่าง ที่ปกติจะเรียบร้อยและแต่งตัวติสต์ ๆ วันนี้ผมที่ชอบม้วนเป็นมวยและต้องมีดินสอปักทุกครั้ง ได้ ปล่อยปลายสยายลงมาเกือบถึงบั้นเอว ร่างเล็กใส่สายเดี่ยวสีขาว กระโปรงขาวถึงข

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 11

    คิรินเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้เกลยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับความสับสน ความโกรธ และความอับอายที่ปนเปกันอยู่ เกลหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างรีบร้อน โดยพยายามไม่มองไปที่ประตูห้องน้ำครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคิรินและเกลก็รีบออกจากคอนโดมาขึ้นรถออดี้สีดำคันหรู เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกลนั่งเงียบ ๆ ที่เบาะข้างคนขับ เธอพยายามจดจ่ออยู่กับวิวข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับคิริน แต่ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงทันทีเสียงไลน์กลุ่มแรดเรียกพี่ กระทิงเรียกน้อง กรีดร้องไม่หยุดเกลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว กลุ่มแชทของเพื่อน ๆ เต็มไปด้วยข้อความและอิโมจิกรีดร้องนับไม่ถ้วนMISSPichy: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! @Glae แกทำอะไร!!! **แม่ดาราออกมาแถลงสื่อค่ะคนออะไรเป็นข้าว: [ภาพที่คิรินลงถูกแคปลงกลุ่มไลน์] เกล! นี่มันรูปอะไร! แกกับคิรินคือ คือผีผลักกันจริง ๆ เหรอคะ!!!Maysa: อุ๊ย!!!MISSPichy: บอกมาว่านี้แค่ซ้อมเดินแบบด้วยกัน ทำไมถึงนอนซบกันเบอร์นี้! OMG! แกหลงเสน่ห์เจ้าชายแห่งมอ ไปแล้วใช่ไหม!เกลหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองคิรินที่กำลังขับรถอย่างสบายอารมณ์“บ้าจริง คินลงรูปบ้าอะไรเนี่ย ผู้ชา

  • Friend Are Just...Lovely ก็เพื่อนมันน่า...รัก   บทที่ 10

    หลังจากการไลฟ์สดสั้น ๆ สิ้นสุดลง เกลก็ถอดเครื่องสำอางออกอย่างรวดเร็ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าไหมซาตินสีดำที่ให้สัมผัสเย็นสบาย แล้วเดินออกมาจากห้องนอนเธอเห็น คิรินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมแค่กางเกงวอร์มตัวเดียว เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและรอยกล้ามเนื้อที่คมชัดดูก็รู้ว่าเขาออกกำลังกายอย่างหนัก“นายมานั่งตรงนี้ทำไม!” เกลโวยทันที คิรินเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นเกมอยู่“อ้าว ก็โซฟามันสบายที่สุด จะให้ไปนั่งโซฟาเล็ก ๆ ตรงนั้นทำไม”“แต่มันคือโซฟาของเกลนะ เกลต้องใช้นอนดูหนัง!” เกลเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟา “เกลต้องใช้พื้นที่ในการเยียวยาตัวเองจากโรคจิตที่อยู่แถวนี้”“งั้นนั่งนี้ปะ” คิรินลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คิรินยิ้มกวน ๆ มือหนาก็ตบตักตัวเองสองสามที “ฉันก็ต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเพื่อดูแลเธอเหมือนกะนนั่นแหละ ยัยอ้วน”เกลไม่อยากสนใจคนแถวนี้ ไม่รู้คนด้านนอกหรือด้านในไหนโรคจิตกว่ากัน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ตั้งใจจะเบียดให้คิรินขยับออกไป แต่แทนที่จะขยับ คิรินกลับทิ้งน้ำหนักลงมาเล็กน้อย ทำให้เกลถูกบีบให้ติดอยู่กับพนักพิงโซฟา พวกเขาอยู่ในระยะประช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status