Se connecterเวลาต่อมา....
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่รู้กี่แก้วเริ่มแสดงผลชัดเจน ฉันรู้สึกมึนจนหัวหมุน และสายตาพร่ามัวไปหมด
"เอามาอีกแก้วว" ฉันเอ่ยเสียงหวานติดยานๆ พลางยื่นแก้วให้ปาล์ม เพื่อนผู้รับหน้าที่ชงเหล้าของกลุ่ม พวงแก้มฉันคงจะแดงก่ำจนพวกมันสังเกตได้
"พอละมั้งแป้ง มึงเมาแล้ว" ปาล์มมองหน้าฉันพลางเลิกคิ้ว
"เมาอะไร๊~ ยังไม่เมา อึก!" ฉันตอบกลับเสียงอ้อแอ้ สะบัดมือปฏิเสธ
"สภาพนี้คือไม่เมาหรอวะ?" ปืนพูดพลางหัวเราะ
"ไอ้ปั้นกูว่ามึงพาแป้งกลับไปดีไหมวะ เมาฉิบหายละปล่อยไว้นานๆเดี๋ยวแม่งก็เป็นเรื่อง" ปาล์มหันไปพูดกับปั้นที่นั่งเงียบอยู่อีกด้าน
"เติมให้กูอีกกก"
"มึงเมาแล้ว"
"ฮึ ยางง ยางม่ายเมา" ฉันตอบกลับเสียงยานๆ ส่ายมือไปมาเป็นพัลวัน แล้วส่งยิ้มหวานให้กับไอ้ปั้นเพื่อนรักที่ตอนนี้นั่งทำหน้ายักษ์หน้ามารมองมาทางฉัน
"ไม่เมาพ่อมึงดิหน้าแดงเป็นตูดลิงเลย"
"มึงเนี่ย อึก...ปากหมาฉิบหาย อึก!" ทีกับกูไม่เคยจะพูดจาดีๆด้วย น่าน้อยใจ!!
"ไอ้ปั้นกูว่ามึงรีบพามันกลับเหอะ เมามากแล้วเนี่ย" ปาล์มพูดขึ้น
"เออ เดี๋ยวกูพามันกลับ แล้วไอ้วิว?" ปั้นเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยพลางมองไปที่วิวที่ตอนนี้เมาแอ๋หลับไปแล้ว
"เดี๋ยวกูไปส่งมันเอง มึงดูแลเพื่อนรักมึงไปเหอะ ไปไอปืนกลับกัน"
"เออ งั้นกลับดีๆนะพวกมึง"
"เออ"
"จะกลับกันแล้วหรอออ ยังไม่หายสนุกเลยยย" ฉันแหงนหน้ามองสองหนุ่มที่ลุกเตรียมตัวกลับ พร้อมโบกมือหยอยๆ ส่งยิ้มหวานให้พวกมัน
"เออ มึงก็กลับได้ละ"
หงึกๆ ฉันพยักหน้ายิ้มให้พวกมันพร้อมกับโบกมือให้พวกมันก่อนจะก้มหน้ายกแก้วเหล้าเข้าปากต่อแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อไอ้คนตัวโตด้านข้างมันแย่งแก้วฉันไปต่อหน้าต่อหน้า
"ไอ้ปั้น เอาแก้วกูคืนมานะ!!" ฉันแหวเสียงลั่น หันไปมองไอ้คนตัวโตข้างๆ ที่ตอนนี้กำลังถือแก้วเหล้าของฉันในมืออย่างหน้าตาเฉย
"ไอ้ปั้นกูไม่เล่น กูจะดื่มต่ออ" ฉันพูดเสียงงอแง มือยื่นไปแย่งแก้วคืนจากมัน แต่มันกลับเอี้ยวตัวหลบทุกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ดื่มพ่อง! หน้าแดงอย่างกับตูดลิง ยังจะเถียงอีกว่าไม่เมา” มันสวนเสียงเข้ม จ้องหน้าฉันเหมือนฉันเป็นตัวปัญหาอันดับหนึ่งในชีวิต
"กูยังไม่เมาเหอะ มึงจะมายุ่งอะไรกับกูเนี่ยไอ้ปั้นน" ฉันเถียงกลับ ตาวาววับจ้องไอ้ตัวโตเขม็ง มันถอนหายใจยาวก่อนจะส่ายหน้าใส่อย่างเอือมระอา
"....."
"มึงทำหน้างี้หมายความว่างายย"
"เมามากแล้วก็กลับไปนอนอย่าห้าว" มันพูดเสียงดุ
"มึงหาเรื่องกูหรออ?" เอียงคอถามอย่างเอาเรื่อง
"มึงอ่ะหาเรื่อง ถ้าเมามากก็กลับ มานี่"
"อ๊ะ"
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไอ้ปั้นจัดการหิ้วปีกฉันทั้งสองข้าง ลากพาฉันลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงไปที่ลานจอดรถอย่างไม่สนใจเสียงโวยวายของฉัน
"ปล่อยนะ กูยังไม่เมาา กูจะดื่มต่อ" ฉันโวยเสียงดังพยายามดิ้น แต่คนตัวโตกลับลากฉันเดินต่ออย่างไม่ใยดี
"มึงเมาแล้ว เดี๋ยวก็มาเป็นภาระกูอีกอ่ะ"
"ถ้าคิดว่ากูเป็นภาระมึงก็กลับไปเลยปะ อย่ามายุ่ง" ฉันสะบัดแขนออกจากมือมันสุดแรง ก่อนจะถอยออกมาหนึ่งก้าว ยกคางขึ้นเชิดใส่
หึ ถ้าคิดว่าเป็นภาระนักก็ไม่ต้องมาสนใจกันดิ เดี๋ยวเรียกแท็กซี่กลับเองได้!!
"อย่าดื้อได้ป้ะ กูขี้เกียจเถียงกับมึงละ"
"ก็ไม่ต้องมายุ่งกับกูดิ ชิ!" ฉันสะบัดหน้าใส่ก่อนจะนั่งลงย่อตัวกอดเข่าตัวเอง พองแก้มทำหน้าบูดใส่มันอย่างเด็กเอาแต่ใจ
"พูดไม่รู้เรื่องว่ะ"
"มึงนั่นแหละพูดไม่รู้เรื่อง" ฉันสวนกลับอย่างไม่ยอมก่อนจะนั่งย่อตัวกอดเข่าตัวเองทำแก้มป่องแหงนหน้ามองไอ้คนที่พูดเสียงดังใส่
"เฮ้ออ วุ่นวายฉิบหาย ลุกขึ้น!!" ปั้นพูดเสียงต่ำ เอามือเท้าสะเอว จ้องฉันด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
"ไม่!!"
"อย่าดื้อได้ป้ะวะ?" คนตัวสูงเท้าสะเอวเอียงคอมองหน้าฉัน
"...."
"พูดไม่รู้เรื่องหรอวะ?"
"ฮึ" ฉันยู่ปากมองหน้าคนตัวโตด้วยความไม่พอใจ
ปั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอียงคอมองฉันอย่างเหนื่อยใจ “ดื้อด้านฉิบหาย…”
พูดจบ ร่างสูงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าประชิดตัวฉันแล้วอุ้มพาดบ่าทันที
“เฮ้ย! ไอ้ปั้น! ปล่อยกูนะ!” ฉันร้องเสียงหลง ดิ้นพล่านด้วยความตกใจ แต่เขาไม่สนใจ พาฉันเดินมุ่งหน้ามายังรถหรูที่จอดอยู่
"อึก มึงทำไมรถมึงหมุนติ้วเลยวะ?" ฉันพูดขึ้นตาลอยๆ เพราะความเมา ตอนนี้สายตาพร่ามัวไปหมด
"มึงเมา"
"กูไม่มาวว"
"เถียงเก่งฉิบหาย!" ปั้นบ่นงึมงำก่อนจะยัดร่างฉันให้เข้าไปนั่งในรถ
"ห้ามลงมาไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน!" คนตัวโตหันมากับชับเสียงดุอีกครั้งก่อนจะเดินอ้อมเข้าไปนั่งฝั่งคนขับ
PUN PART
"นั่งนิ่งๆดิ๊" ผมหันหน้าไปดุไอ้คนตัวเล็กที่นั่งไม่นิ่ง เดี๋ยวขยับซ้ายทีขวาทีเอี้ยวตัวไปมองข้างทางจนหัวแทบชนกระจก
ทำตัวเหมือนเด็กฉิบหาย!!
"มึง~" เสียงมันเรียกผมยานๆ แถมยังเอียงหัวมองตาแป๋วอีก
"อะไร?"
"มึงชอบผู้หญิงคนนั้นหรอ อึก ชื่ออะไรนะน้ำ~" เสียงมันอ้อแอ้ แต่ก็พยายามจะถามให้ได้
"น้ำหวาน" ผมตอบสั้นๆ พลางเลิกคิ้วถามกลับ
"อื้อๆ ใช่ๆนั่นแหละ มึงชอบหรอ?" มันถามย้ำอีกครั้ง ตากลมโตมองผมอย่างจริงจัง
ผมหลุดยิ้มขำออกมา “ทำไม? หึงกูหรอ?”
"...." คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา
"แล้วถามทำไม?"
“ก็แค่กลัวมึงจะตามมารยาผู้หญิงแบบนั้นไม่ทัน... อึก...” มันพูดติดสะอึก ก่อนจะหันกลับมาสบตาผม “สวยน่ะ สวยจริง แต่คนนี้กูไม่ให้ผ่านนะ... อึก... ไม่ชอบ! กูขอใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อนไม่ให้มึงยุ่งเกี่ยวกับยัยคนนั้น”
"แค่เพื่อนมีสิทธิ์มาสั่งกูด้วยไง?" ปั้นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยรถก่อนที่เสี้ยวใบหน้าหล่อจะหันมามองฉันแวบหนึ่ง
"สิทธิ์ของเพื่อนซี้นี่ไง"
"หึ นั่งๆดีปะ บังกระจกรถกู" เอื้อมมือไปผลักหัวมันเบาๆ
“มึ้งงง~ กูมึนหัวอ่ะ” เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหันมาทำตาแป๋วใส่ผม
"มึนหัวก็นอนให้ดีปะ นั่งดุ๊กดิ๊กอย่างกับเดี๋ยวอ้วกใส่รถกูอีก"
"อื้อๆ" มันพยักหน้าแบบว่าง่าย แล้วเอนหัวพิงเบาะ หลับตาเหมือนเด็กๆ ที่ยอมเชื่อฟัง
ผมที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็หลุดหัวเราะเบาๆ ไม่รู้จะโกรธหรือเอ็นดูดี ท่าทางเหมือนเด็กแบบนี้...
“ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...” เอื้อมมือไปขยี้ผมมันแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว จนมันครางงัวเงียออกมา
"อื้อออ" คนตัวเล็กส่งเสียงครางงัวเงีย ก่อนจะขยับพลิกตัวจนกระโปรงชุดเดรสถกขึ้นจนเกือบจะเห็นเป็ดน้อยจนผมต้องเอื้อมมือไปดึงชายกระโปรงของมันให้ลงมา
"นอนให้ดีไม่ได้หรือไงวะ"
ไม่นานนักรถก็จอดที่คอนโดของไอ้ตัวป่วน ผมหันไปมองคนขี้เมาที่นอนพิงเบาะหลับสนิท ตอนนี้มันดูเหมือนเด็กน้อยไร้พิษภัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งสร้างความวุ่นวายไว้
“คนอะไร เป็นภาระกูทุกวี่วัน” ผมบ่นเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง ช้อนตัวอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบ่า
เดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับกดชั้นสิบ ห้องของมัน
“ปั้นนน...” เสียงงัวเงียของไอ้ตัวเล็กดังขึ้น
"อะไร" ผมตอบกลับคนตัวเล็กที่ตอนนี้งัวเงียพูดออกมา
"กูอยากอ้วกอ่ะ อึก!"
ฉิบหายแล้ว! ผมใจเสีย รีบเงยหน้ามองจอลิฟต์ที่เพิ่งถึงชั้นหก
"ทนก่อนอย่าเพิ่งอ้วก จะถึงห้องแล้วเนี่ย"
"อึก ไม่ไหวอ่ะมึง"
"มึงแม่งง ภาระกูฉิบหายอย่าเพิ่งอ้วก"
"มึงง กูไม่ไหว อ๊ะ...แหวะ!!!"
เชี่ย!!
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้ามไอ้แป้งก็อ้วกใส่เสื้อผมเต็มไปหมด เวร
ตึ้ง!
เวรกรรม!!
เสียงลิฟต์ถูกเปิดออก ทำให้ผมถอนหายใจและกลอกตาไปมา มาเปิดเหี้ยไรตอนนี้ไม่ทันแล้ว เลอะเสื้อกูเต็มเลยแม่ง!
ผมอุ้มร่างเล็กเดินออกจากลิฟต์ก่อนจะใช้คีย์การ์ดเปิดประตูแล้วอุ้มร่างเล็กมาวางไว้บนเตียงงอย่างเบามือ
"อี๋ แหวะ!" ผมอุทานออกมาพร้อมกับก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองที่เปื้อนไปด้วยอ้วกของไอ้แป้ง
"มึงเนี่ยน้าา"
มองหน้าคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้ม ผมจะส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำถอดเสื้อตัวเองออกแล้วล้างเนื้อล้างตัว จากนั้นก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กกับกะละมังใส่น้ำแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ แล้วเช็ดตัวให้ไอ้คนขี้เมา
"นี่กูเป็นเพื่อนหรือผัวมึงกันแน่เอาดีๆ ดูแลดียิ่งกว่าเมียอีก"
พูดกับตัวเอง มือหนาเลื่อนเช็ดกรอบหน้าของคนตัวเล็กอย่างเบามือ
ไม่เข้าใจว่าเป็นเพื่อนกันแท้ๆ แต่ทำไมเขาต้องมาดูแลมันขนาดนี้ด้วย เกินหน้าที่เพื่อนละหนึ่ง!
"มึงเนี่ยน้าา เป็นภาระกูทั้งตอนตื่น ตอนหลับจริงๆ ไอ้ลูกหมา" ผมพูดพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกไอ้ตัวเล็กเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"อื้อออ" จู่ๆไอ้ตัวป่วนก็ลืมตาขึ้นมามองหน้าผมตาแป๋ว
"เป็นอะไร?"
"ไม่รู้อ่าา มันหนักๆหัว" คนตัวเล็กพูดเสียงอ้อนๆ
"มึนหัวก็นอนหลับไป"
"หื้ออ ไม่เอามึงขึ้นมานอนกับกู"
"นี่มึงกำลังอ่อย?"
"ไม่ได้อ่อย"
"ชวนผู้ชายขึ้นไปนอนเตียงเดียวกันเนี่ยนะไม่เรียกอ่อย"
"ก็มึงเป็นเพื่อนกู เพื่อนกันนอนด้วยกันไม่เห็นแปลก"
"แต่กูเป็นผู้ชาย" อีกอย่างมันก็นอนใส่ชุดล่อแหลมขนาดนี้คิดว่าผมคุมอารมณ์ตัวเองไหวหรือไง?
"ไม่เป็นไรกูไม่ถือ"
พรึ่บบ!!
ว่าจบไอ้คนตัวเล็กมันก็กระชากแขนผมอย่างแรงจนผมล้มไปนอนอยู่ข้างๆมัน จะขยับหนีก็หนีไม่ได้เพราะไอ้แป้งมันดันกอดผมไว้แน่นแถมเอาหน้าซุกที่ซอกรักแร้ของผม
"ไอ้แป้ง ปล่อยก่อน!" ผมเอ่ยเสียงดุ พยายามขยับตัวหนีจากอ้อมกอดของมัน แต่คนตัวเล็กกลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จนผมได้แต่กัดฟันกรอด
"มึงนอนนิ่งๆ!" เสียงมันงัวเงีย
"ผู้หญิงคนนั้นน่ารักตรงสเปคมึงเลยใช่ไหม" จู่ๆ ไอ้คนตัวเล็กก็งัวเงียละเมอพูดออกมาเสียงเบา ซึ่งผมก็ได้ยินไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่
"อะไร?"
"อึก เขาน่ารัก เขาสวยขนาดนั้นสเปคมึงเลยหนิ"
"...."
"ที่มึงบอกว่าเปิดใจคบใคร มึงจะลองคบกับคนนี้หรอ"
ผมฟังไอ้คนเมาพูดอยู่เงียบๆ น้ำเสียงอู้อี้ของมันทำผมขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง
"ฮึก มึงอย่าเปิดใจให้ใครก่อนได้ไหม" คำพูดของแป้งหอมทำผมนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
"เพราะอะไร?"
"เพราะ กูกลัวว่ามึงจะสนใจกูน้อยลง กูกลัวว่า...ว่ามึงจะไม่สนใจกูอีกแล้ว"
เห็นแก่ตัว ตัวเองมีแฟนได้แต่กะจะไม่ให้กูคบใครเลยว่างั้น?
"มึงแค่กลัวว่ากูจะสนใจมึงน้อยลงหรือกลัวไม่มีคนคอยรองมือรองตีนให้มึงใช้งานกันแน่?" ผมแกล้งแหย่ไอ้คนตัวเล็ก
"ขอโทษ...."
"หื้อ?"
"ขอโทษที่กูเป็นภาระให้มึง ขอโทษที่ทำให้มึงเหนื่อยใจเพราะกู"
ผมนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของคนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของผมแถมกระชับอ้อมกอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าผมจะหนีไปไหน
"หึ ต่อให้มึงจะทำตัวเป็นภาระกูไปอีกกี่สิบปี กูก็ไม่เคยคิดจะทิ้งมึงไปไหนหรอก"
"มึงเนี่ยนะ พอกูจะตัดใจจากมึง มึงก็ชอบทำตัวอ่อยกูทุกที" ไหนจะไอ้คำพูดเมื่อกี้นั่นอีก นี่ถ้าไม่มีประโยคต่อท้ายผมนึกว่ามันหวงผมแล้วนะเนี่ย
ผมจ้องมองใบหน้าเล็กที่ตอนนี้ยังคงหลับตา ขนตายาวที่งอนเป็นแพ สันจมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่มโคตรจะน่าดึงดูดเลย แต่ก็ทำได้แค่ห้ามใจตัวเองเอาไว้ ท่องไว้ว่ามัน มีแฟนแล้วๆ ต่อให้ผมจะชอบมันหรือรักมันแค่ไหนแต่ก็ไม่ควรทำอะไรที่มันเกินหน้าเกินตา
อีกอย่างคือ มึงน่ะควรจะหวงตัวด้วยไหม มานอนกอดกูแบบนี้ถ้าไอ้พี่เจมส์แฟนมึงรู้เขาหัวกูไม่แตกหรือไง!!
แต่ทว่าความน่ารักของมันทำผมควบคุมตัวเองไม่ไหว
จุ๊บ!!
ริมฝีปากหนาประทับลงบนหน้าผากมนของแป้งหอมเบาๆ โดยที่คนตัวเล็กไม่ได้รู้สึกอะไรนอนหลับไปสนิทแล้ว
ถ้าวันหนึ่งมึงเลิกกับไอ้พี่เจมส์ไป มึงช่วยมองกูเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งได้ไหมวะ อย่ามองกูเป็นแค่เพื่อนได้หรือป่าว...?
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







