เข้าสู่ระบบ“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน
“ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา
“พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง
“เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ”
กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน
“พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ทำงานที่ฉันสั่งครบหรือยัง อย่าดีแต่ปาก” บุตรลำดับหนึ่งตระกูลภูทนินทร์เลิกต่อปากต่อคำแต่หันมาเล่นงานเรื่องงานแทน
“... / ...” ทั้งสามคนพากันเงียบทันที เนื่องจากมีงานจำนวนมากที่ต้องจัดการรออยู่ หน้าที่ของพวกเขาในวันนี้ไม่มีในห้องนี้ด้วยซ้ำ เพราะถูกยกให้คนในคฤหาสน์ทำมากกว่า
“ไสหัวไปทำงานของตัวเองซะ อย่ามาพ่นแต่คำด่าอย่างเดียว ไม่เกิดประโยชน์อะไร”
“ครับ ท่าน / ค่ะ ท่าน”
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอาจจะทำให้ชัชวิน จิรายุ คุณากร เจตฎา ชินภัทร จินเจต คิณภัทร วิจิตรกร งุนงงเป็นอย่างมาก เพราะว่าพวกเราสามารถต่อปากต่อคำกับเจ้านายได้ขนาดนี้เลยเหรอ ช่างเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อเกินไป
“ผมขอแนะนำให้พวกคุณทั้งปากคนเก็บปากที่อ้าอยู่ให้หมด แล้วทำใจกับเหตุการณ์พวกนี้เถอะครับ ตราบใดที่ยังทำงานอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลภูทนินทร์”
“น่าจะต้องเห็นบ่อยกว่าที่คิดเพราะพี่นนท์เป็นผู้สืบทอด”
นภัทรบอกพลางอ่านหนังสือแบบไม่ได้สนใจเรื่องราวเหล่านี้เท่าไหร่ ราวกับมันเป็นชีวิตประจำวันของทุกคนในคฤหาสน์ไปมากกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่
“ฉันบอกผลสอบเฉพาะคนที่ผ่านเท่านั้น ไม่พูดชื่อใครคนนั้นตกแค่นั้นแหละ”
“ชัชวิน ชินภัทร จิรายุ จินเจต คนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อต่อไปนี้คือสอบตกทั้งหมด เอาสำเนาคะแนนไปตรวจดูกันเองแล้วกันว่าผิดกี่ข้อ เกณฑ์สอบผ่านคือเกินร้อยละหกสิบของจำนวนข้อสอบทั้งหมด”
คำตอบของว่าที่ประมุขตระกูลคนต่อไปสร้างความสับสนให้กับทุกคนภายในห้องเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีชื่อของทายาทลำดับสองของบ้านรวมอยู่ในรายชื่อคนผ่าน เป็นไปได้ยังไง
“ได้ยินเสียงคิดจนมาถึงนี้แล้วเว้ยเฮ้ย รู้แล้วหน่า”
“น้องชายของฉันทั้งคน ไม่ผ่านก็บ้าแล้วป่ะ”
“นภัทรสอบผ่านด้วยคะแนนเต็มต่างหาก เจ้าพวกบ้า”
นนท์ภัทรอธิบายด้วยสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างมาก พลางนั่งไขว้ห้างสบายอารมณ์ เพราะตั้งใจอวดน้องจนใครต่อใครก็ดูออก รวมถึงการปั่นหัวให้คนอื่นสับสนนั้นถือเป็นงานอดิเรก
ทำท่าอวดดีใส่คนไปมากพอสมควร ความจริงคืออ่านไม่ทันเท่านั้นเอง กระดาษดันอยู่ทีหลังสุดเฉยๆ
ด้วยความที่เขาสติไม่ดีเป็นทุนเดิม พูดความจริงออกไปไม่น่าจะมีคนเชื่อเท่าไหร่ สู้ทำตัวอวดดี และกวนประสาทแบบเดิมมันน่าจะเข้าท่ากว่า
“ผมไปแล้วนะครับ ต้องไปตั้งใจอ่านเอกสารพวกนี้ตามคำสั่งให้หมด ไม่งั้นคงจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย” นภัทรบอกพลางเดินก้าวขายาวกว่าปกติเล็กน้อยออกจากห้องทำงานไป
“เชิญครับคุณน้องชาย ถ้ามีงานอะไรให้ทำแล้วจะเรียกใช้บริการ” นนท์ภัทรขานรับพลางทำท่าราวกับพ่อบ้านส่วนตัวก็มิปาน ช่างเป็นการกวนประสาทรูปแบบใหม่หรือเปล่า
“ขอถามได้ไหมครับว่าหลังจากทำแบบทดสอบแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราต่อไป” ชินภัทรถามด้วยความสงสัย
ถึงจะรู้สึกเกรงกลัวอำนาจบารมีของอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ตอนนี้นอกจากใจความการทดสอบความรู้ มันน่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากกว่านั้น
“สมแล้วนะเจ้าหนูน้อย นายทำคะแนนได้มากที่สุด คงพอจะจับจุดสังเกตได้แล้วสินะ” นนท์ภัทรเลือกตอบคำถามด้วยคำถามกลับไปแทน
“รบกวนบอกเงื่อนไขให้ละเอียด ทั้งรางวัลและบทลงโทษด้วยเถอะครับ พวกเราทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลจากตระกูลของคุณชายมาตลอดสามพันปี หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ไม่มีความจำเป็นต้องทำให้พวกเรากลัวโดนไม่จำเป็นหรอกครับ”
ชินภัทรตอบโต้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แม้ในใจจะหวาดหวั่นมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่เลือกสู้เลยสักครั้ง ก็คงถูกไล่ต้อนแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่ว่าต่อไปจะเอาฐานะตนเองไปข่มคนอื่นหรือยังไง เมื่อสองสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งเป็นเพียงบ้านนักการเมืองทั่วไปเท่านั้นแหละ เป็นคนฝั่งภาครัฐแล้วคิดจะพูดจากกับฝั่งเอกชนยังไงก็ได้งั้นเหรอ “มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไม่มีความเกรงใจกันบ้างหรือไง ยังไงฉันก็อายุมากกว่านายตั้งสองปีนะ ทำตัวยังกับไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา” บีระพัฒน์โวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็อายุน้อยกว่า กล้าพูดแบบนี้กับตนได้ยังไง ไม่มีใครความเกรงใจกันเลยสักนิด ดูจากบัตรนักเรียนที่ใช้สมัครสอบก็รู้ว่ามาจากสถาบันเดียวกัน จะไม่ไว้หน้ากันบ้าง ทำไมพูดแบบนี้ต่อหน้าบอดี้การ์ด “ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” 
ชินภัทรรีบปฏิเสธด้วยความตกใจ ทำไมคนที่ดูอายุมากกว่าถึงได้พูดแบบนั้นออกมา มันไม่ใช่ว่าคนเราต้องมีความระมัดระวังในตัวเองหรอกเหรอ ที่บ้านต้องสอนใหม่แล้วนะ จะพาใครเข้าบ้านแบบนี้มันจะแปลกเกินไปแล้ว ถึงปกติจะเจอคนตระกูลอุดรภาคกับตระกูลภูทนินทร์มาตลอดชีวิต และเพื่อนสนิทอีกสองสามคน แต่การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน “คุณเป็นบุตรลำดับสามของตระกูลอุดรภาค แถมยังเป็นถึงคุณชายที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจและแวดวงการเมืองอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าเสียเมื่อไหร่” “แถมข่าวลือล่าสุดที่ว่าคุณต่อสู้บนลานประลองจนสามารถเอาชนะบอดี้การ์ดได้นับสิบชีวิต เพราะอยากเอาชนะเดิมพันกับพวกอาวุโสนั่นน่าประทับใจไม่น้อย” “คุณถูกเลี้ยงดูอย่างมา
“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือสาคุณ” บีระพัฒน์ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก ยังไงซะตอนนี้เป็นเวลาสอบเลื่อนขั้นการมีคนมาจ้องมองบ้างก็ไม่ได้แปลกอะไร ท่าทางของอีกฝ่ายแม้จะสุภาพแต่ยังดูแข็งกระด้างอยู่หลายส่วน คงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนแน่นอน แถมยังไม่น่าจะค่อยได้ออกงานสังคมบ่อยด้วย ไม่งั้นคงไม่มีท่าทีลนลานขนาดนี้ น่าเอ็นดูไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่ชินภัทรไม่รู้เลยว่าภายใต้คำพูดและท่าทางเหล่านี้ กำลังได้รับความเอ็นดูจากอีกฝ่ายมากโข ชินภัทรถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบซวยเพียงเพราะมัวแต่ใช้ความคิดมากเกินไป ต่อไปเวลาอยู่ข้างนอกต้องระมัดระวัง ปกติอยู่แต่ในคฤหาสน์กับภูเขาบนสนามฝึก เลยทำตัวตามสบายมากเกินไป เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้มาสนใจกับการสอบจำลองให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงค่อยรอดูกันทีหลัง หวังว่าเพื่อนสนิทข
“อย่าเพ้อเจ้อได้ไหม เอาความจริงคือมีอะไรถึงรีบวิ่งมาแบบนี้ อย่าพูดไปเรื่อย รู้ว่าเป็นคนไทยแต่ขอสาระ ที่ไม่ใช่ไร้สาระและสาระแน” ชินภัทรยังไม่ยอมแพ้พยายามถามให้ได้ เพราะถึงจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องมาบ่อยแค่ไหน แต่ท่าทางของมันดูแปลกไปจากปกติ มันต้องมีเรื่องอะไร บทสนทนาระหว่างเดินนั้นค่อนข้างไร้สาระตลอดเวลา จนกระทั่งเสียงปิดประตูรถปิดลง จินเจตกลับมาทำสีหน้าจริงจังทันทีเหมือนสวิตซ์ไฟซะงั้น อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนั้น แกร๊ก! “มีเรื่องจะพูดด้วย” จินเจตบอกด้วยสีหน้าจริงจังแทบสีหน้าทะเล้นแบบเมื่อสักครู่ “ไอ้เวรนี่! ตกใจหมด มึงไม่ใช่สวิตซ์ไฟนะไอ้ส้นตีนนี่ ปรับอารมณ์เร็วไปป่ะ ถ้าเป็นโรคหัวใจกูตายห่าไปแล้วไหม” ชิน
เขารับเอกสารตารางฝึกของทั้งสองคนมาดูก็คิดคำนวณไปด้วยว่าสำหรับคนปกติทั่วไปจะสามารถทำได้แค่ไหน เพราะมีตารางเทียบจากคุณชายใหญ่ให้มาด้วย ความสามารถของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นขีดจำกัดควรเต็มที่เฉพาะคน ไม่ควรเอามาตรฐานของคนใดคนหนึ่งมาทำให้ทุกคนต้องทำตามให้ได้เหมือนบางโปรแกรมฝึกจะหย่อนยานลงไปหน่อย เกิดปัญหาที่อะไรหรือเปล่านะ “ทำไมการวิ่งกับการว่ายน้ำของพี่ทั้งสองคนลดลงครับ ทั้งที่ชุดเอกสารบอกว่าสามารถทำได้มากกว่านี้ ก่อนหน้านี้เกิดปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ รบกวนบอกกันตามตรง” “ผมมีแผนจะเข้าสอบเลื่อนระดับในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตอนนี้จะเหลือเวลาอีกสิบสามวันเท่านั้น สำหรับเตรียมตัว เพราะมันจะมีรอบสอบเทียบก่อนสามรอบ ถึงจะได้สอบเลื่อนระดับชั้นจริงๆ” “ผมเองก็ต้องไปให้ทันทั้งสามรอบสำหรับการสอ
“ทำได้ดีมากครับ พี่บอล มีความตั้งใจในการเอาชนะผมเต็มร้อย ไปเตรียมเกลือแร่กับผ้าเย็นมาให้ครบเถอะครับ” “รับทราบครับ น้องชิน” ระหว่างเพื่อนสนิทสามคนกำลังกายบริหารก่อนประลองต่างพากันหันดูด้วยความสนใจเป็นทุนเดิม เพราะมีความอยากรู้อยากเห็นมาตลอด ว่าหากได้รับการฝึกจากที่นี่ มีความแตกต่างจากตระกูลของตนเองมากแค่ไหน พอมาเห็นพละกำลังผิดมนุษย์นั้นของเพื่อนอย่างชินภัทร ทำให้รับรู้ว่าว่าที่ประมุขตระกูลภูทนินทร์ได้ชุบเลี้ยงอสูรกายขึ้นมาใหม่อีกคนแล้ว นั่นมันใช่แรงของเด็กวัยรุ่นช่วงมัธยมปลายแน่นะ ทำไมมันแข็งแกร่งขนาดนั้น ตลอดสี่ปีที่แวะมาเที่ยวเล่นที่บ้านไม่เคยเผยให้เห็นเลยสักนิด ไอ้หมอนี่มันเสือซุ่มชัดๆ เลยนี่หว
มีครั้งหนึ่งเธอหยอกล้อน้องชายเล่นด้วยการแย่งขนมไปกินสามคำแถมยังยิ้มสะใจที่แย่งมากินด้วยน้ำเสียงร่าเริง ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะซื้อขนมมาคืนให้มากกว่าเดิมสามเท่า ไม่คาดคิดว่าจะถูกโกรธจนไม่พูดด้วยครึ่งปี ไม่มีคำด่าทอหรือคำพูดใด
จากนิสัยอันแปลกประหลาดของเจ้านายแล้วล่ะก็...อีกไม่นานเกินรอน่าจะมีบทลงโทษมากกว่านี้ หากสืบเรื่องภายในได้หรือมีทายาทตระกูลมาฟ้องร้องแบบพวกเขา “ฮ่าๆๆ นี่ฉันแกล้งน้องแรงเกินไปหรือเปล่านะ”&
“ไม่มีคำว่าชายหรือหญิง มีเพียงทายาทตระกูลอุดรภาคเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิได้รับเงินและสวัสดิการเท่ากัน ไม่ควรมีใครได้มากกว่า แถมยังไม่มีการลงมติผู้สืบทอดโดยตรงด้วยซ้ำ” นายหญิงตระกูลอุดรภาคตะคอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แม้ว่าจะ
“ลำดับสุดท้ายเป็นผลคะแนนของคุณชินภัทร ผลสอบภาคทฤษฎีคะแนนเจ็ดสิบกว่าคะแนนถึงแปดสิบกว่าคะแนนทุกวิชา ผลสอบภาคปฏิบัติได้ต่ำกว่าสิบคะแนนทุกรายวิชา” “เพราะฉะนั้นเกณฑ์ของคุณชินภัทรจะพิเศษกว่าท่านอื่น นั่นก็คือตารางเรียนจะถูกปรับไป







