Se connecter“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ”
“แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ”
บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน
“ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ
“เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน”
“ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี”
“เมื่อไหร่ที่นายอายุสิบเอ็ดปี มันคงไม่มีการละเว้น”
“หวังว่าจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูด”
กลิ่นอายความตายแผ่ออกมารอบตัวของว่าที่ผู้นำตระกูลภูนินทร์ลำดับถัดไป หน้าตาจริงจัง ดุดัน ไม่มีแววตาของการหยอกเล่นเลยสักนิด
แสดงว่าก่อนหน้านี้คือภาพลักษณ์ที่แสดงให้น้องชายเห็นสินะ ความจริงนี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของชายที่ชื่อว่า นนท์ภัทร ภูทนินทร์
“เข้าใจแล้วครับ” ชินภัทรตอบรับอย่างว่าง่าย นึกขอบคุณกฎนั้นที่ช่วยให้รอดพ้นจากบทลงโทษมา
“รางวัลแรกเป็นของผู้ที่สอบผ่าน จะได้รับเงินตามคะแนนที่สอบผ่านด้วยการเติมศูนย์เข้าไปต่อท้ายอีกสามหลัก เช่นใครสอบได้640คะแนน”
“จะกลายเป็นเงิน 640,000 บาท เป็นค่าตอบแทนสำหรับผู้สอบผ่านในครั้งนี้ สำหรับผู้สอบไม่ผ่านจะได้รับเงินด้วยการเติมศูนย์เข้าไปหนึ่งหลัก”
“เช่นใครสอบได้420คะแนน จะกลายเป็นเงิน 4,200บาท สำหรับคนสอบไม่ผ่านมารับเช็คจากฉันแล้วกลับบ้านได้เลย อีกสองปีค่อยมาทดแบบทดสอบอีกครั้ง”
“จะมีการทำแบบทดสอบแบบนี้อีกสองครั้ง หากใครยังสอบไม่ผ่านอีก รอร่วมงานกันอีกทีตอนอายุยี่สิบแล้วกันนะ บางงานจำเป็นต้องอาศัยไหวพริบและทักษะจิตวิทยาด้วย”
ระหว่างการอธิบายนั้นบุตรลำดับหนึ่งตระกูลภูทนินทร์ได้เขียนเช็คเงินสดสำหรับผู้สอบไม่ผ่านไว้ครบทั้งหมดทุกคน ไม่ว่าใครจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านก็อยากให้เงินเป็นค่าเสียเวลาเหมือนกัน
ผู้สอบผ่านในวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ร่วมงานเร็วขนาดนั้น ต้องผ่านการทดสอบช่วงหกเดือนนี้ไปให้ได้ หากใครไม่ผ่านก็ต้องวนกลับมาสอบใหม่เหมือนคนอื่น
“ผมมีน เป็นพ่อบ้านส่วนตัวของคุณชายใหญ่”
“หลังจากนี้ผมจะเป็นคนอธิบายทุกอย่างแทนเอง เนื่องจากคุณชายใหญ่ต้องเซ็นเอกสารอนุมัติจำนวนมาก ไม่น่าสะดวกแล้วครับ แต่ทุกอย่างยังอยู่ในห้องทำงานแห่งนี้โปรดวางใจ”
มีนค่อนข้างมีไหวพริบมากกว่าใคร เลยได้รับเลือกให้มาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของทายาทลำดับต่อไปของตระกูล ทั้งกิริยา มารยาท รวมถึงการประเมินสถานการณ์ถือว่าเฉียบขาดมาก
“พวกคุณทั้งสี่จะต้องเข้ารับการอบรมฝึกงานชั่วคราว ตลอดหกเดือนนี้ จะต้องทำงานตามตารางที่ผมเป็นคนจัดไว้ให้ครับ มีโอกาสทำผิดพลาดได้ทั้งหมดหกครั้ง”
“งานทุกอย่างเป็นงานภายในตระกูล ยังไม่ใช่งานของบริษัท เพราะฉะนั้นความผิดพลาดจะไม่รั่วไหลออกไปยังภายนอก”
“หากทำผิดครบหกครั้งจะต้องวนกลับไปสองใหม่ในอีกสองปีข้างหน้า มีโอกาสสอบใหม่อีกสองครั้ง หลังจากนั้นถ้าสอบไม่ผ่านค่อยกลับมาร่วมงานอีกทีตอนอายุยี่สิบครับ”
“สำหรับน้องชายทั้งสองของพวกคุณมีโอกาสผิดพลาดได้ทั้งหมดสิบสองครั้ง หากมีอีกครั้งก็จะต้องวนกลับไปสอบใหม่เช่นกันครับ เกณฑ์นี้จะคงอยู่จนกว่าผู้เข้าร่วมสอบจะอายุครบสิบห้าปี จะเหลือเกณฑ์ผิดหกครั้งเช่นกัน”
“หากสงสัยตรงไหน สามารถสอบถามได้เลยครับ” มีนจัดแจงอธิบายทุกอย่างจนหมด แต่อยากให้ใครสักคนถามออกมา อาจจะไม่เข้าใจหัวข้อบางอย่างก็ได้
“ระหว่างทำการทดสอบตลอดหกเดือนนี้ เป็นการฝึกงานแบบไปกลับหรือว่าเป็นการอาศัยอยู่ที่นี่ครับ” ชัชวินถามตรงประเด็น
“อาศัยอยู่ที่นี่ครับ”
“ระหว่างนี้อาหารการกิน เสื้อผ้า ทุกอย่างเป็นใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายครับ” จิรายุเป็นฝ่ายถามบ้าง
“ตระกูลภูนินทร์เป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่าง”
“เวลาพักเที่ยงกับเลิกงานเหมือนกันครับ หรือแตกต่างกันตามอายุ” ชินภัทรเริ่มถาม
“เป็นคำถามที่ดีครับ คุณชินภัทร ขอตอบว่าแตกต่างกันแน่นอนเพราะคุณยังเด็กเกินกว่าจะต้องอดทนนอนดึกแบบพวกเรา นอนภายในสี่ทุ่มและเริ่มตื่นแปดโมงเช้า”
“ส่วนของทางฝั่งพี่ชายคุณจะเป็นนอนภายในเที่ยงคืนและเริ่มตื่นแปดโมงเช้าเหมือนกัน”
มีนตัดสินใจตอบอย่างละเอียดเพราะพวกเขายังเด็กเกินกว่าจะต้องอดนอนโดยไม่จำเป็น
“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน” “สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร” “ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป” “เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี” “แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
เพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย “ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน “เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระ
“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ” “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ” “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ” มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด เข
“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ” “แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ” บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน “ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ “เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน” “ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี” 
“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน “ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา “พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง “เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ” กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน “พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ท
เป็นครั้งแรกที่นนท์ภัทรอธิบายอย่างละเอียดต่อหน้าผู้คน เพราะกลัวว่ามันสมองของคนทั่วไปจะไม่เข้าใจในสิ่งที่บอก จึงตัดสินใจพูดก่อนออกจากห้องไปซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งต่องานมานั้นกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้พอดิบพอดี ถือว่าเป็นความตรงเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ความสามารถของบุตรตระกูลนี้มันจะเหนือมนุษย์เกินไปหรือเปล่า“เสียงคิดในใจดังมาถึงตรงนี้เลยครับ ถ้าคิดอะไรอยู่ก็ช่วยเงียบหน่อยเถอะ”“ไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องมาทำแบบทดสอบที่พี่ชายของผมเป็นคนคิดค้นไว้ไม่ใช่เหรอ มาทำตามจุดประสงค์ของเจ้าตัวกันเถอะ”“ไม่ต้องกดดันจนเกินไป ตอบตามที่รู้ก็เพียงพอแล้วครับ”“ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่นนท์คิดเถอะ ยังไงผมก็เป็นแค่ผู้คุมสอบเท่านั้นเอง”“แถมยังต้องทำข้อสอบเหมือนพวกคุณอีก”นภัทรอธิบายเสร็จสรรพ ก็ตั้งเวลาแล้วเริ่มทำข้อสอบที่ได้รับมาเหมือนกัน ไม่ได้สนใจใครอีกต่อไป สร้างความงุนงงให้กับเหล่าทายาทตระกูลผู้จงรักภักดีทั้งแปดคนเป็นอย่างมากแต่หายสงสัยได้ไม่นานก็พบคนสนิทของบุตรลำดับสองเข้ามาตรวจตร







