Se connecter“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด
“อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท”
“ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ”
“สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท”
“ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ”
“มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ”
มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด
เขาต้องการให้ทั้งสี่คนเข้าใจทั้งหมดทุกอย่างภายในวันเดียว จะได้ไม่มีอะไรติดค้างภายในใจแม้แต่อย่างเดียว
“จำนวนเงินเยอะจนน่าสงสัยมากเลยว่าถ้าทำไม่ได้จะเป็นยังไง” ชินภัทรเป็นคนแรกที่เริ่มตั้งข้อสงสัยอย่างไม่ปิดบัง
เพราะรู้ดีว่าราชอาณาจักรในปัจจุบันอัตราค่าแรงงานรายวันละตกวันละ500บาทเท่านั้น หมายความว่าต่อเดือนจะมีเงินขั้นต่ำอยู่ที่15,000บาท
อัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานสำนักงานขั้นต่ำในปัจจุบันคือ19,000บาทต่อเดือน สำหรับการจ้างเด็กจบใหม่
ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงฝึกงานของเขาก็ดี หรือจะเป็นของพวกพี่ชายก็ดี จำนวนเงินยังมากกว่าการจ้างเด็กจบใหม่เสียอีก ช่างมีลับลมคมในชอบกล
“เป็นคำถามที่ดีนะเจ้าหนูน้อย นั่นเป็นอัตราค่าแรงที่กฎหมายเป็นคนกำหนดถูกไหม ฉันไม่ใช่คนจากภาครัฐแต่เป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลผู้ทรงอิทธิพลในอาณาจักรต่างหาก”
“การให้อัตราฝึกงานและเงินเดือนของฉันมันไปเกี่ยวอะไรกับพวกนั้น ให้เงินเยอะมันผิดตรงไหนไม่ทราบ”
“มีกฎข้อไหนเขียนไว้บ้างล่ะว่าห้ามให้เงินเยอะ มันก็ไม่มีสักหน่อย เกณฑ์ขั้นต่ำคือห้ามให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ฉันจะให้สูงกว่านั้นมันเรื่องของฉัน”
“ค่าแรงของพวกนายฉันให้เท่ากับเหล่าเด็กน้อยที่อยากช่วยพ่อแม่ในคฤหาสน์หลังนี้ทำงาน จึงรับเข้าระบบให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวจะได้มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลต่างหาก”
“ส่วนค่าแรงของพวกพี่ชายนายคือค่าแรงขั้นต่ำสำหรับการเริ่มฝึกงานที่นี่ ถ้าฝึกจนครบหกเดือนก็จะเริ่มเงินให้อีก เพื่อให้มันเท่ากับอัตราเริ่มต้นของพนักงานประจำภายในตระกูล”
“อยากรู้มากกว่านี้ไปถามพ่อฉันเอาล่ะกัน เจ้าหนูน้อย เพราะฉันก็ไม่ได้สนใจเหตุผลเท่าไหร่ แค่ทำตามกฎระเบียบที่พวกตาแก่วางรากฐานให้เท่านั้น”
นนท์ภัทรตั้งใจอธิบายให้เด็กคนนี้ฟังอย่างละเอียด เพราะดูจากท่าทางและนิสัยแล้ว หากไม่พูดจนหมดคงไม่ยอมรามือง่ายๆ สักเท่าไหร่
แต่จะไปรู้ไหมว่าทำไมต้องให้เท่านี้ ก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเอง อยากรู้มากกว่านั้นไปถามเอาเองแล้วกัน สำหรับเขาแล้วงานล้นมือเกินกว่าจะอยากรู้เหตุผลพวกนั้น
คำตอบของว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปทำเอาทั้งสี่คนถึงกับอึ้งและมีแนวคิดแตกต่างกันออกไป
สำหรับชินภัทร ถือเป็นคำตอบละเอียด ชัดเจน ตรงไปตรงมา กลับทำให้ชวนสงสัยกว่าเดิม แถมผู้เป็นเจ้านายยังดูไม่ได้สนใจกฎเกณฑ์พวกนี้สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกกดขี่แรงงานเพราะเป็นเด็กก็ถือว่าดี
สำหรับจินเจต รู้สึกว่าเพื่อนสนิทช่างมีความกล้าหาญเหลือเกินในการถามออกไปแบบนั้น แถมยังปากดีจนเกินบรรยาย ทำเอาเสียวสันหลังวาบไม่รู้กี่ครั้ง เพราะคะแนนสอบผ่านของตนเองเรียกว่าข้ามเส้นยาแดงพอดิบพอดี
สำหรับชัชวิน เขาไม่ได้มีความกล้าแบบน้องชาย เพราะว่าตนเองอายุเลยวัยที่เรียกว่าเด็กน้อยช่างถาม จนทำให้ไม่ถูกลงโทษเพราะละเมิดกฎในการต่อล้อต่อเถียงผู้เป็นนาย ยุคนี้สามารถหางานทำได้ตั้งแต่อายุสิบห้าด้วยซ้ำ
กฎหมายอายุอื่นยังถือว่าอยู่ดีมาตลอดพันปีที่ผ่านมา นั่นก็คือสิบแปดเป็นผู้เยาว์ ยี่สิบเป็นผู้ใหญ่ แค่ยืดหยุ่นกฎหมายหางานทำเท่านั้น
สำหรับจิรายุ เขารู้สึกว่าการถามของน้องชายเพื่อนช่างเสี่ยงชีวิตเหลือเกิน เนื่องจากพวกเราเลือกจงรักภักดีกับตระกูลภูทนินทร์ กฎหมายส่วนกลางจากภาครัฐจึงไม่สามารถคุ้มครองพวกเราได้
จะกลายเป็นถูกตัดสินจากกฎของตระกูลแทน
“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน” “สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร” “ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป” “เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี” “แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
เพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย “ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน “เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระ
“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ” “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ” “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ” มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด เข
“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ” “แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ” บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน “ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ “เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน” “ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี” 
“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน “ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา “พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง “เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ” กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน “พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ท
เป็นครั้งแรกที่นนท์ภัทรอธิบายอย่างละเอียดต่อหน้าผู้คน เพราะกลัวว่ามันสมองของคนทั่วไปจะไม่เข้าใจในสิ่งที่บอก จึงตัดสินใจพูดก่อนออกจากห้องไปซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งต่องานมานั้นกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้พอดิบพอดี ถือว่าเป็นความตรงเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ความสามารถของบุตรตระกูลนี้มันจะเหนือมนุษย์เกินไปหรือเปล่า“เสียงคิดในใจดังมาถึงตรงนี้เลยครับ ถ้าคิดอะไรอยู่ก็ช่วยเงียบหน่อยเถอะ”“ไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องมาทำแบบทดสอบที่พี่ชายของผมเป็นคนคิดค้นไว้ไม่ใช่เหรอ มาทำตามจุดประสงค์ของเจ้าตัวกันเถอะ”“ไม่ต้องกดดันจนเกินไป ตอบตามที่รู้ก็เพียงพอแล้วครับ”“ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่นนท์คิดเถอะ ยังไงผมก็เป็นแค่ผู้คุมสอบเท่านั้นเอง”“แถมยังต้องทำข้อสอบเหมือนพวกคุณอีก”นภัทรอธิบายเสร็จสรรพ ก็ตั้งเวลาแล้วเริ่มทำข้อสอบที่ได้รับมาเหมือนกัน ไม่ได้สนใจใครอีกต่อไป สร้างความงุนงงให้กับเหล่าทายาทตระกูลผู้จงรักภักดีทั้งแปดคนเป็นอย่างมากแต่หายสงสัยได้ไม่นานก็พบคนสนิทของบุตรลำดับสองเข้ามาตรวจตร







