Se connecter“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน”
“สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร”
“ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป”
“เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี”
“แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
“ที่เหลือพวกนายไปคิดเอาเองแล้วกัน ถ้าบอกมากเกินไปคงไม่เหมาะ เพราะฉันอาจจะโดนหักคะแนนซะเอง ขอให้โชคดีล่ะ”
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ คุณชายเล็ก” ทั้งสี่พูดพลางโค้งด้วยความเคารพจากใจจริงมากกว่าตามมารยาท
หลังจากชินภัทรพบผู้สืบทอดของตระกูลสองคนที่เป็นรุ่นล่าสุดและต้องคอยทำงานร่วมกันอยู่ตลอด รู้สึกว่าอยากก่อกบฏและให้ผู้นำตระกูลคนต่อไปเป็นลูกคนเล็กมากกว่าลูกโต
เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเพิ่งได้พบเจ้านายไม่ถึงสามครั้งก็รู้สึกอยากเปลี่ยนประมุขตระกูลเร็วขนาดนี้ ถือเป็นสิ่งที่แปลกสำหรับชินภัทร เพราะปกติชอบทำตามกฎระเบียบมากกว่าการแหกคอก
“ถ้าข้าอยากเปลี่ยนผู้นำตระกูลคนใหม่ ข้าจะถูกด่าเยอะป่ะวะ ไอ้จิน” ชินภัทรถามเพื่อนสนิทด้วยความอยากรู้ เพราะตนรู้สึกว่าการทำความเคารพคุณชายใหญ่จากใจยากเกินไป
“เวร! ไม่ทันไรปากพาซวยซะแล้วไอ้นี่” จินเจตสะดุ้งตอบด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะพูดออกมาด้วย แค่คิดในใจก็ถือว่าผิดมากพอแล้ว
“ทำไมล่ะวะ ก็ท่าทาง คำพูดคำจาของคุณเขาแปลกทุกอย่างเลย แล้วไหนจะบรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังนี้อีก ไอ้ที่คุ้นเคยกับแปลกประหลาดและความบ้าคลั่งนั่นอีก ไม่เห็นสมเหตุสมผลสักอย่าง”
เขาพยายามคาดคั้นเพื่อนสนิทให้ตอบจากใจจริงมากกว่ามารยาท หรือหวาดกลัวบทลงโทษของตระกูลผู้เป็นเจ้านายในยุคปัจจุบัน แค่แสดงความคิดเห็นมันผิดขนาดนั้นเลยหรือไง นี่มันยุคไหนแล้ว
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง ก็ไปกลับพร้อมกันป่ะล่ะ”
จินเจตยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ พบเจอแค่สามครั้งจะไปรู้จักนิสัยใจคอ บรรยากาศ ภาพรวมของที่นี่ได้ซะเมื่อไหร่ ข้อมูลมันน้อยเกินกว่าจะคิดแบบนั้น
“ขอคำตอบแบบจริงใจได้ป่ะ คุณจินเจตครับ”
“กรุณาบอกความจริง ให้เด็กชายชินภัทรรู้หน่อยครับ”
“อย่าปล่อยให้ความสงสัยผ่านไป เด็กชายชินภัทรจะนอนไม่หลับครับ”
หัวข้อสนทนาเริ่มจะกว้างกว่าเดิม รวมถึงท่าทีไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ของเพื่อนสนิท ทำให้จินเจตถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
“คุณชายใหญ่แปลก ประหลาด แต่ผลงานและประสิทธิภาพเป็นของจริง ท่านเก่งสมคำร่ำลือ” จินเจตตอบจากใจจริง ไม่เสแสร้ง ยืนยันหนักแน่นและจ้องตาให้เพื่อนรับรู้ถึงความจริงใจ
รวมถึงคาดหวังให้หัวข้อสนทนานี้หยุดลงสักที ก่อนจะถูกลงโทษในรูปแบบที่ไม่รู้อนาคตตัวเอง แม้ว่ายุคสมัยจะพัฒนาไปมากแค่ไหน รากเหง้าบางอย่างยังคงถูกปลูกฝังอยู่
“เออ ต้องยอมรับว่าท่านเก่งจริง” ชินภัทรเห็นด้วยกับความคิดของอีกฝ่าย และเลิกคาดคั้นเพราะท่าทางนั่นคือตอบแบบผ่านการคิดมาแล้ว
ผัวะ ผัวะ
เสียงตบท้ายทายทั้งสองคนนั้นดังและไม่เบาจนเกินไป แต่ทำให้รู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย จนพากันหันหลังไปดูว่าใครทำ ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ว่างมากสินะ ถึงได้พากันคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้”
“ทั้งไอ้ชิน ทั้งไอ้จิน ท่าทางจะฉลาดเฉพาะสมองส่วนบน”
“ส่วนอื่นถึงตัดสินใจได้ไม่เฉียบคมแบบนี้”
ชัชวินบ่นน้องชายตนเองและน้องชายเพื่อนทันที ตอนแรกได้ยินเสียงบ่นไม่ดังมากเลยไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน จนกระทั่งจับใจความได้จึงเลือกตบแบบไม่ลังเลยเลยสักนิด
“โอ๊ย! มันเจ็บนะพี่ชัช ไม่กลัวว่าน้องชายจะโง่ลงหรือไงเล่า” ชินภัทรบ่นอุบพลางลูบหัวตนเอง ถึงจะรู้ว่าน้ำหนักมือไม่ได้แรงขนาดนั้นแต่อดบ่นด้วยความน้อยใจไม่ได้
“อย่าตอแหลจ้า”
“กูไม่เชื่อมึงหรอก”
“ไปหลอกคนอื่นไป ไอ้สันขวาน”
“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน” “สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร” “ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป” “เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี” “แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
เพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย “ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน “เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระ
“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ” “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ” “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ” มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด เข
“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ” “แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ” บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน “ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ “เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน” “ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี” 
“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน “ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา “พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง “เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ” กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน “พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ท
เป็นครั้งแรกที่นนท์ภัทรอธิบายอย่างละเอียดต่อหน้าผู้คน เพราะกลัวว่ามันสมองของคนทั่วไปจะไม่เข้าใจในสิ่งที่บอก จึงตัดสินใจพูดก่อนออกจากห้องไปซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งต่องานมานั้นกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้พอดิบพอดี ถือว่าเป็นความตรงเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ความสามารถของบุตรตระกูลนี้มันจะเหนือมนุษย์เกินไปหรือเปล่า“เสียงคิดในใจดังมาถึงตรงนี้เลยครับ ถ้าคิดอะไรอยู่ก็ช่วยเงียบหน่อยเถอะ”“ไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องมาทำแบบทดสอบที่พี่ชายของผมเป็นคนคิดค้นไว้ไม่ใช่เหรอ มาทำตามจุดประสงค์ของเจ้าตัวกันเถอะ”“ไม่ต้องกดดันจนเกินไป ตอบตามที่รู้ก็เพียงพอแล้วครับ”“ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่นนท์คิดเถอะ ยังไงผมก็เป็นแค่ผู้คุมสอบเท่านั้นเอง”“แถมยังต้องทำข้อสอบเหมือนพวกคุณอีก”นภัทรอธิบายเสร็จสรรพ ก็ตั้งเวลาแล้วเริ่มทำข้อสอบที่ได้รับมาเหมือนกัน ไม่ได้สนใจใครอีกต่อไป สร้างความงุนงงให้กับเหล่าทายาทตระกูลผู้จงรักภักดีทั้งแปดคนเป็นอย่างมากแต่หายสงสัยได้ไม่นานก็พบคนสนิทของบุตรลำดับสองเข้ามาตรวจตร


![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




