Se connecterเพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง
เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย
“ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน
“เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน
“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระดับนั้น”
“ระดับสูงสุดมีเพียงทายาทสายตรงเท่านั้นที่อ่านได้ จะต้องสรุปและทำความเข้าใจมาส่งทุกวัน รวมถึงบันทึกว่าอ่านถึงเล่มไหน เนื้อหาถึงหน้าไหนอย่างละเอียด ระยะเวลาอ่านตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนดสำหรับแต่ละช่วงวัย”
“จะมีการประเมินความรู้ ความสามารถ และทักษะตลอดช่วงระยะเวลาในการเข้าห้องสมุดตระกูลภูทนินทร์อยู่ตลอดเวลา เกณฑ์คะแนนให้เป็นรายสัปดาห์”
“พวกคุณจะต้องผ่านด้วยเกณฑ์ร้อยละสามสิบ ถึงจะสามารถได้อ่านตำราพวกนี้และเขียนสรุปทำความเข้าใจมาส่ง คะแนนรวมกันตลอดสามเดือนต้องผ่านด้วยเกณฑ์ร้อยละห้าสิบ หากใครไม่ผ่านเกณฑ์ไหนจะถูกส่งกลับทันที”
“คุณชัชวินกับคุณจิรายุเตรียมสอบรอบใหม่ตอนอายุสิบเก้าพร้อมเพื่อนอีกสี่คน ส่วนคุณชินภัทรและคุณจินเจตเตรียมสอบรอบใหม่ตอนอายุสิบสอง”
“พวกนี้คือบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านและเขียนส่งตามสมุดรายงานที่แจกให้แต่ละท่าน ตอนนี้ถึงหน้าประตูห้องสมุดแล้ว สามารถเข้าไปเลือกอ่านได้ตามอัธยาศัยครับ”
มีนบอกพลางเดินออกจากบริเวณนั้นไป นอกจากทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ ไม่มีใครรู้ว่ากล้องวงจรปิดได้ถูกติดตั้งเอาไว้ตรวจสอบพฤติกรรมทั้งหมด รวมถึงกล้องแบบเวลากลางคืนเพื่อตรวจจับความร้อนหากใครเลือกขโมยของเวลากลางคืน
ยังไม่รวมเซ็นเซอร์สำหรับช็อตไฟฟ้ากรณีมีขโมยของสำคัญภายในทั้งหมด ซึ่งนี่คือบททดสอบว่าใครจะกลายเป็นขโมยหรือมีความขยันในการทำตามมากแค่ไหน
ณ ห้องสมุดตระกูลภูทนินทร์
สถานที่ห้องนี้ไม่ควรถูกเรียกว่าห้องสมุดประจำตระกูล แต่ควรเปลี่ยนชื่อเป็นหอสมุดประจำตระกูลมากกว่า
เพราะมีขนาดใหญ่ถึงห้าชั้นไม่รวมชั้นดาดฟ้าแถมยังมีคำอธิบายอีกด้วยว่ามีชั้นใต้ดินลงไปอีกห้าชั้น มันควรจะกลายเป็นหอสมุดมากกว่าห้องสมุดซะอีก
แทบจะเป็นประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไปแล้ว ทำไมถึงตั้งชื่อน่ารักจนคิดว่ามีขนาดพอเหมาะประมาณสองชั้นแบบทาวน์เฮ้าส์ของสำหรับคนทั่วไปอาศัยอยู่
“คุณชายเล็กครับ เหล่าตระกูลบริวารเดินทางเข้าห้องสมุดมาครับ” กันต์รายงานให้ฟังเพราะเห็นตรงทางเข้าระหว่างเตรียมอาหารว่างให้รับประทานระหว่างวันพอดี รวมถึงมีความรู้สึกว่าผู้เป็นนายจะต้องบ่นอะไรสักอย่างออกมาเร็วๆ นี้
“นี่มันคือการโยนงานมาให้ชัดๆ เลยนี่หว่า ไอ้พี่ชายบ้านี่!” นภัทรบ่นอุบด้วยความหัวเสีย เพราะรู้ว่านี่คือการตั้งใจโยนงานมาให้ช่วยสอนช่วยบอกใบ้บางอย่างให้ทำตามความต้องการอีกฝ่ายแบบไม่ยอมบอกอะไรตามเคย
“ครับท่าน เป็นอย่างที่เคยเป็นครับ” กันต์ขานรับอย่างเป็นทางการ พยายามเกร็งสีหน้าให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกไป
โชคดีที่เลขาส่วนตัวออกไปสั่งการงานส่วนอื่น ไม่งั้นอาจจะขำเจ้านายของเขาในเวลานี้ เพราะอีกฝ่ายไม่ปิดบังความรู้สึกเลยสักอย่าง เหมือนเกิดมาเพื่อกวนประสาทเจ้านาย
“ไปเชิญสี่คนนั้นมาสิ”
“ครับท่าน”
กันต์ทำตามคำสั่งคุณชายเล็กของบ้านอย่างเคร่งครัด เพราะท่าทีเกร็งจนไม่ขยับไปไหนของทั้งสี่คนช่างเด่นชัดเกินไป จึงเอ่ยปากชวนให้มาหาเจ้านายตนเองแทน
“เที่ยงสวัสดิ์ครับ คุณชายเล็ก”
ทั้งสี่คนเลือกทักทายอย่างเป็นทางการแทนความเรียบง่ายเหมือนว่าที่ประมุขคนต่อไป เนื่องจากนิสัยของพี่น้องค่อนข้างคนละขั้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านผู้นี้
การรักษากฎระเบียบเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ไม่ต้องมากจนเกินไป อยู่ในระดับพอดีและไม่น่ารำคาญเกินควร
“เช่นกันนะ ชัชวิน ชินภัทร จิรายุ จินเจต”
“พวกนายคงรู้สึกงงไม่น้อยที่ถูกส่งมาที่นี่ด้วยคำสั่งแบบกำกวม ไม่เป็นไรนะ เพราะฉันเองก็ถูกสั่งแบบนั้นเหมือนกัน ทุกคนถูกปฏิบัติตัวอย่างเท่าเทียมกัน”
บุตรคนเล็กของบ้านบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ดวงตาไม่ยิ้มเลยแม้แต่น้อย ราวกับอยากจะกระชากหัวพี่ชายตนเองก็มิปานแต่สะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อยู่
“ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่าประวัติศสตร์ยุคก่อนแบบอย่างง่ายมาก่อนตรงแถวหน้าประตู มันค่อนข้างง่ายในการเขียนจับใจความ”
“พวกนายจะส่งแบบสรุปขอไปที พอสังเขป รายงานแบบกระชับ รายงานแบบละเอียด เรียงความ โครงงาน จะอะไรก็ตามอย่าลืมว่าต้องส่งทุกวัน” “สิ่งที่ควรมีคือความสม่ำเสมอ มากกว่ารูปแบบการส่งว่าควรทำอะไร” “ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหน ชั้นแถวนั้นจะมีรูปแบบการเขียนเอกสารต่างๆ ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ลองอ่านมันดูก่อนวันนี้และเขียนสรุปแบบนั้นส่งไป” “เพราะไม่ว่าจะส่งอะไรไปมันเรื่องของพวกเรา พี่ชายฉันมีหน้าที่ประเมินก็ทำไป สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ตาคนนั้นก็เป็นคนกำหนดอยู่ดี” “แถมนี่น่าจะโดนติดตามบททดสอบว่าจะให้ความช่วยเหลือเหล่าตระกูลบริวารยังไงด้วยแน่ ไอ้ท่าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมทุกคนยังกับแม่แมงมุมในถ้ำเนี่ย น้องชายอย่างฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี”
เพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองและการดูแลมาอย่างยาวนาน รวมถึงอภิสิทธิในการเข้าเรียน และอะไรหลายอย่างง่ายดายกว่าตระกูลที่ทำงานบริษัทและกฎหมายส่วนกลางคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าน้องชายเพื่อนอายุเลยสิบขวบไปแล้ว อาจถูกลงโทษสถานหนักข้อหาลบหลู่ตระกูลใหญ่ในอาณาจักรแทน ถือว่ากล้าได้กล้าเสียไม่น้อยเลย “ผมขออนุญาตแทรกนะครับ ท่านนนท์” มีนเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นนาย ในเวลานี้ควรทำตามแบบฉบับพ่อบ้านมากกว่าความเป็นกันเอง หากไม่อยากถูกลูกหลงโดนด่าไปด้วยอีกคน “เชิญ” นนท์ภัทรขานรับพลางเซ็นเอกสารต่อไป ไม่ได้สนใจว่าทั้งห้าคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เนื่องจากมอบหมายงานให้พ่อบ้านไปแล้ว ควรไปฟังคำสั่งอีกคนแทน“งานแรกของพวกคุณทุกคนจะเหมือนกับของคุณชายเล็ก นั่นก็คือการอ่านประวัติศาสตร์ของตระกูลภูทนินทร์ ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงให้หมด จะมีบัตรอนุญาตให้เข้าไปอ่านถึงระ
“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ” “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท” “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ” “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ” มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด เข
“ห้าวหาญไม่เบา ฉันชอบเด็กไฟแรงนะ” “แต่ไม่จำเป็นต้องปากดีทุกรอบหรอก ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ถ้านายรีบขนาดนั้นทำไมไม่เดินออกจากประตูห้องนี้ไปเลยล่ะ” บรรยากาศแตกต่างจากตอนที่น้องชายของท่านอยู่เป็นอย่างมาก ความสบาย ตลก รื่นเริงได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความยำเกรง ดิบเถื่อน ตรงไปตรงมาของทายาทสูงศักดิ์ของดินแดน “ขออภัยครับ คุณชายใหญ่ ผมแค่ร้อนใจเพราะเห็นยังไม่ได้อธิบายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน” ชินภัทรขอโทษทันทีพลางโค้งทำความเคารพ “เห็นว่านายยังเด็ก ฉันจะปล่อยไปแล้วกัน” “ตามกฎของตระกูลกล่าวไว้ว่าห้ามลงโทษ ดุด่า หรือทำอะไรเกินกว่าเหตุสำหรับคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบปี” 
“จริงครับคุณเอวา ผมยังคิดว่าท่านเป็นอัจฉริยะจอมอำมหิตซะอีก เพราะเอาแต่ดุด่าและสั่งสอนมากกว่าจะอธิบาย” เบียร์เอ่ยปากชมพลางปรบมือเหมือนกับเลขาไปอีกคน “ใช่ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายใหญ่จะมีช่วงเวลาปกติกับเขาด้วย ช่างเป็นบุญตาของผมจริงๆ” มีนเห็นด้วยกับเลขาและเลขาส่วนตัว เพราะปกติเห็นแต่อาละวาดเสียจนชินตา “พวกนายเห็นฉันเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย” นนท์ภัทรถามด้วยแววตาหาเรื่อง “เป็นอันธพาลไงล่ะครับ / เป็นอันธพาลไงคะ” กลุ่มคนสนิทของนนท์ภัทรตอบด้วยรอยยิ้มแบบมารยาท แต่วาจานั่นเชือดเฉือนเจ้านายทุกคำ แถมยังไม่มีใครหวาดกลัวกับท่าทีนั้นเลยสักคน “พวกแกนี่มันตัวป่วนชัด ปวดประสาทเหลือทน ท
เป็นครั้งแรกที่นนท์ภัทรอธิบายอย่างละเอียดต่อหน้าผู้คน เพราะกลัวว่ามันสมองของคนทั่วไปจะไม่เข้าใจในสิ่งที่บอก จึงตัดสินใจพูดก่อนออกจากห้องไปซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งต่องานมานั้นกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้พอดิบพอดี ถือว่าเป็นความตรงเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ความสามารถของบุตรตระกูลนี้มันจะเหนือมนุษย์เกินไปหรือเปล่า“เสียงคิดในใจดังมาถึงตรงนี้เลยครับ ถ้าคิดอะไรอยู่ก็ช่วยเงียบหน่อยเถอะ”“ไม่ใช่ว่าวันนี้ต้องมาทำแบบทดสอบที่พี่ชายของผมเป็นคนคิดค้นไว้ไม่ใช่เหรอ มาทำตามจุดประสงค์ของเจ้าตัวกันเถอะ”“ไม่ต้องกดดันจนเกินไป ตอบตามที่รู้ก็เพียงพอแล้วครับ”“ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่นนท์คิดเถอะ ยังไงผมก็เป็นแค่ผู้คุมสอบเท่านั้นเอง”“แถมยังต้องทำข้อสอบเหมือนพวกคุณอีก”นภัทรอธิบายเสร็จสรรพ ก็ตั้งเวลาแล้วเริ่มทำข้อสอบที่ได้รับมาเหมือนกัน ไม่ได้สนใจใครอีกต่อไป สร้างความงุนงงให้กับเหล่าทายาทตระกูลผู้จงรักภักดีทั้งแปดคนเป็นอย่างมากแต่หายสงสัยได้ไม่นานก็พบคนสนิทของบุตรลำดับสองเข้ามาตรวจตร







