Masuk“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที
“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”
“สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต”
“และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”
“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”
“สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต”
“และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกันเถอะ ผมเห็นเรื่องนี้มาตลอดหลายเดือนแล้ว”
ชินภัทรอธิบายพลางนวดคิ้วไปด้วยความเคร่งเครียด การที่เจ้านายตนเองมีความสุขเป็นเรื่องดี แต่คู่หมั้นของท่านคลั่งรักมากเกินไปแถมยังตัวติดกันทุกครั้งที่มีโอกาส
ทำเอาทุกคนทำตัวไม่ถูกอยู่ตลอดเวลา ไหนใครบอกว่าเป็นอัศวินเคร่งครัดกฎ เป็นคุณชายลำดับห้าที่ไม่เคยหย่อนหยานกฎระเบียบ
ทุกอย่างพออยู่ต่อคนรักที่เป็นเจ้านายของตนเอง เหมือนจะยกให้หมากินไปหมดแล้วมากกว่า
“นายจะนินทาเจ้านายมากขนาดนั้นได้เหรอ”
“ไม่กลัวจะถูกดุเอาเหรอ”
“ไม่น่าเชื่อว่าจะพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้”
บีระพัฒน์พูดพลางพยายามกลั้นหัวเราะ ไม่คิดว่าหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ที่มีสีหน้าเรียบเฉยมาตลอดเวลา จะแสดงสีหน้าเหม็นความรักของคนอื่นเป็นกับเขาด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกครับรุ่นพี่ ผมโดนด่าบ่อยจนชินแล้ว”
“คนด่าไม่ใช่นายท่านคนที่ผมพามาหรอก คุณชายเล็กนิสัยออกจะดี”
“คนที่ด่าผมคือคนที่อุปถัมภ์ต่างหาก คุณชายใหญ่ด่าบ่อยมานาน”
“โลกใบนี้ยังมีใครด่าเก่งกว่าเจ้านายผมด้วยเหรอครับ”
ชินภัทรบ่นออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย การรักษาภาพลักษณ์คุณชายเก็บไว้ตอนอยู่ข้างนอกก็พอแล้ว ตอนนี้อยู่ในสถานที่ปกติ
บ่น รำคาญ เหนื่อยใจ อนาถใจ ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง ยังไงเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดา จะไม่มีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง คงเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่รุ่นพี่คนนี้มองตนเองคงจะคิดว่าเขาจะถือตัวล่ะมั้ง อารมณ์แบบว่าหน้าตายตลอดเวลา พูดเสียงปกติและหน้าเหมือนไม่อะไรกับโลกนี้
แต่มันจะเป็นไปได้ที่ไหน ปัญหาบ้านตัวเองยังคงวุ่นวาย บ้านเจ้านายก็วุ่นวาย ไหนจะบ้านของรุ่นพี่คนนี้อีก ใครมันจะไปนิ่งสงบเหมือนผืนน้ำตลอดเวลา
เบียร์เห็นว่าบรรยากาศของทั้งสองค่อนข้างเหมือนเพื่อนสนิทเลยไม่ได้คิดเข้าไปจัดการอะไร เพื่อนสนิทในทีนี้คือหมายถึงนายของตนเองมองคุณชายตระกูลวรวงศ์เป็นเพื่อน
อีกคนดันคิดเกินเพื่อน สายตาลึกซึ้งขนาดนั้นมีเหรอที่พวกเขาจะมองไม่ออก คนอื่นไม่เห็นมีใครพูดอะไร ตนเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดเหมือนกัน
“เบียร์ เอาของที่ฉันให้ตรวจสอบมาบอกรุ่นพี่สิ อย่ามัวแต่ยืนอยู่ข้างกำแพง เร็วหน่อย”
“ครับ น้องชิน” เบียร์หยิบกองเอกสารทั้งหลายออกมาตามคำสั่งทันที เพราะแม้ว่าจะจัดการหัวหน้าแม่บ้านกับหัวหน้าพ่อบ้านไปแล้ว แถมยังสั่งทีมแพทย์จีนในไทยมาดูแลอย่างใกล้ชิด
แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องทุกอย่างมันจะง่ายดายไปซะหมด จำเป็นต้องตรวจสอบให้มากกว่านี้
“นอกจากแม่นม หัวหน้าแม่บ้าน หัวหน้าพ่อบ้าน คนสนิทใกล้ชิดสองคนจากสามคนนี้ยังร่วมมือกันส่งข่าวออกไปภายนอกด้วย เลขาที่คอยดูแลคุณชายบีระพัฒน์เองก็ถูกซื้อตัวไปแล้ว”
“สองคนที่ยังไม่ถูกส่งทางการจะให้ทำยังไงครับ”
“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที “คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป” “สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต” “และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”&nb
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb







