LOGINเช้าวันต่อมา
มหาวิทยาลัยอาร์เธอร์
วาริส Talk
“อ่าว! พี่นพี สวัสดีค่ะ กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย วาริสไม่เห็นจะบอกไลลาเลย” เสียงของไลลาเอ่ยขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาหาฉันแล้วเจอเข้ากับพี่นพีพอดี วันนี้พี่นพีอาสามาส่งฉันที่มหา’ลัย ฉันที่ปฏิเสธไม่ได้ก็เลยต้องจำยอมไป
ไลลาเองก็รู้จักพี่นพี เอาเป็นว่าสาขาฉันรู้จักพี่เขากันทั้งนั้น เพราะสมัยที่พี่นพีเรียนอยู่ที่นี่พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้องดีมาก หลายคนเลยชอบพี่นพีกัน
“พี่มาไทยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว น้องวาเองก็เพิ่งจะเจอพี่เมื่อวานเอง ว่าไงเราสวยขึ้นนะ” พี่นพีพูดชมไลลาขึ้นมาพร้อมกับใช้สายตาสำรวจไลลาอย่างสุภาพ ไลลาน่ะสวยขึ้นทุกวัน เธอดูแลตัวเองดีมาก ขนาดฉันที่เห็นเธอทุกวันก็ยังคิดเหมือนพี่นพีเลยว่าไลลาสวยขึ้น
“ดูพูดเข้า พี่นพีชมไลลาแบบนี้ไม่กลัวโดนคนข้าง ๆ หึงเหรอคะ” ฉันได้แต่ส่ายหัวให้กับไลลา เพราะเธอกำลังพูดถึงฉันอยู่
“พี่ก็อยากให้น้องวาหึงพี่อยู่พอดีเลย” พี่นพีพูดในขณะที่หันหน้ามามองฉันยิ้ม ๆ แล้วนำมือขึ้นมาวางทาบไว้บนหัวของฉันไปด้วย
“เกรงใจคนโสดอย่างไลลาบ้างสิ” ไลลาพูดขึ้นด้วยเสียงงอนแล้วยืนกอดอกมองพวกเราสองคน ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มให้พี่นพีแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับพี่เขาไป
“งั้นน้องวาเข้าเรียนก่อนนะคะ ได้เวลาพอดีเลย” ฉันรีบพูดขึ้น เมื่อยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาที่บอกเวลาอีกเพียงห้านาทีก็ต้องเข้าเรียนแล้ว
“ตั้งใจเรียนล่ะทั้งสองคน เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะครับน้องวา” ฉันพยักหน้ายิ้มเข้าใจตอบพี่เขาไป แล้วจัดการจูงแขนไลลาให้เดินตามมา โดยยังมีสายตาของพี่นพีที่ยังคงมองเราสองคนอยู่
“หวานกันเหมือนเดิมเลยนะแกกับพี่นพีเนี่ย” ไลลาพูดขึ้นในขณะที่โดนฉันจูงแขนเดินไปตามทางเพื่อไปยังห้องเรียน
“หยุดแกล้งฉันได้แล้วไลลา” ไลลารู้ดีว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่นพีมากไปกว่าคำว่าพี่น้อง เพราะฉันมักจะไปขอคำแนะนำจากเธอเสมอว่าควรทำตัวยังไงให้รู้สึกกับพี่นพีดี
ก็นั่นแหละ หลังจากนั้นไลลาก็เอาแต่แกล้งฉันเรื่องนี้มาตลอดเลย ให้ตายสิ
“เมื่อไหร่จะแต่งงานกันน้า” ไลลาพูดขึ้นด้วยเสียงร่าเริงที่ได้แกล้งฉัน
“ไลลา” ฉันหยุดเดิน แล้วหมุนตัวหันกลับไปมองไลลาด้วยใบหน้าที่จริงจังและไม่เล่น
“โอเค ๆ ดูทำหน้าเข้า ยังกับเด็กโดนแย่งของกิน” ไลลาเดินเข้ามาหยิกแก้มฉันอย่างหมั่นเขี้ยว จากนั้นเธอก็เดินเข้าห้องไป ตามด้วยฉันที่เดินตามเธอไปติด ๆ พร้อมกับนำมือขึ้นไปลูบแก้มของตัวเองที่โดนไลลาหยิกไปเมื่อกี้
“อ่าวแบล็ค นี่ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกละวะ” ยังไม่ทันเดินไปถึงโต๊ะนั่งของตัวเองไลลาก็เอ่ยทักแบล็คเพื่อนร่วมห้องขึ้น ไลลาเธอสนิทกับผู้ชายในห้องเยอะมาก และเธอก็มักจะพูดคุยเป็นกันเองได้อย่างง่ายดาย ซึ่งต่างจากฉันมากเลย ขนาดผู้หญิงด้วยกันเองฉันยังเกร็ง ๆ เลย
“ก็แค่... ออกกำลังกายนิดหน่อย” แบล็ควางมือถือที่เล่นอยู่ในตอนแรกไว้บนโต๊ะก่อนจะยันตัวพิงเข้ากับเก้าอี้ที่นั่งอยู่ พลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วเอาไปรองไว้ที่ท้ายทอยด้วยท่าทางบิดขี้เกียจ เขาตอบไลลาด้วยประโยคแรกแล้วหยุดลงสักแป๊บ จากนั้นก็มองมาที่ฉัน ไม่นานก็พูดประโยคหลังออกมา
ฉันที่รู้ดีว่าเขาไปได้แผลพวกนี้มาจากไหนก็หลบสายตาไป เพราะกลัวว่าเขาจะเกิดคุ้นหน้าคุ้นตาขึ้นมา ไม่งั้นมีซวย
“ออกกำลังกาย? ตลก! ถ้าไปโดนหมาฟัดมายังดูน่าเชื่อกว่าเยอะ” ไลลาเดินไปนั่งลงบนโต๊ะของแบล็ค แล้วจัดการกอดอกยื่นหน้าเข้าไปมองดูรอยแผลที่อยู่บนใบหน้าของแบล็ค ส่วนฉันก็เลือกที่จะยืนเงียบ ๆ ฟังสองคนพูดคุยกัน
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามจากเพื่อนมึงดูสิไลลา” แบล็คพูดจบใจฉันก็กระตุกสั่นระรัวไปด้วยความตกใจ ไลลาเองก็หันมามองฉันด้วยหน้าตาที่ไม่เข้าใจ
“หมายความว่าไงวะ วาริสไปเกี่ยวอะไรด้วย” ไลลาพูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่ต้องการคำตอบ ส่วนแบล็คฉันแอบเห็นแว็บหนึ่งว่าเขากระตุกยิ้มมุมปาก
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง
“นี่คุณ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าเสียงดังเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เขามาผลักฉัน“…” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเริ่มจัดการกับสิ่งที่ใช้ปกปิดบนใบหน้าจนออกหมด“บะ...แบล็ค!” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมา แถมยังมาในวันที่ฉัน...กำลังจะหมั้นหมายด้วยอีก“ปะ” แบล็คเดินเข้ามาจับที่ข้อมือของฉัน แล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเริ่มเดินตามเขาไปตรงหน้าต่างของห้อง“เดี๋ยว! คิดจะทำอะไร” ฉันยื้อตัวเองเอาไว้ และเริ่มบิดข้อมือเพื่อหนีจากการจับกุมของเขา“จะพาหนี” เขาพูดเสียงนิ่ง“หนี?” ฉันทวนคำพูดของเขาอีกรอบ“ไม่ให้หมั้น” แบล็คพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดที่ชวนให้ฉันรู้สึกใจเต้นเป็นอย่างมาก“มีสิทธิ์อะไรที่จะมาห้าม” ฉันพูดเสียงแข็ง แม้ในใจของฉันมันจะกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ฉันควรแสดงออกมาคือการเข้มแข็งและอย่าไปหลงคารมณ์ของเขาอีก“ไม่มีเวลาแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้ตัว” แบล็คเริ่มพูดอะไรที่ไม่เข้าใจเมื่อเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง“อะไร ใครรู้ตัว?” ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่สักนิด“หนีไปกับผม อย่าหมั้นกับมัน” แบล็คเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้ง และเหมือนเดิมคือการ
“เราหมายความว่ายังไง” ฉันล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมา ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้ส่งรูปนี้มาให้กับฉันแล้วจัดการวางมือถือลงบนโต๊ะเช่นกัน ก่อนจะใช้นิ้วดันให้มันเลื่อนไปตรงหน้าพี่เขา“…” พี่นพีได้แต่มองและเงียบไปเลย“ถือว่าเจ๊ากันไปแทนนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาลงเก็บที่เดิม“คือ...พี่”“น้องวาอยากยกเลิกงานหมั้นค่ะ ส่วนเรื่องหนี้น้องวาสัญญาว่าจะหามาคืนให้กับพี่นพีให้ครบทุกบาททุกสตางค์” ฉันตัดสินใจพูดออกไปหลังจากที่นั่งคิดมาในรถนานพอสมควรแล้ว“ไม่ได้นะ! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!” พี่นพีใช้กำปั้นทุบลงโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง“ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องวา แล้วน้องวาเองก็ไม่ได้รักพี่นพีเราจะฝืนแต่งฝืนหมั้นกันไปทำไมคะ” ฉันพูดตามความจริงออกมา“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ! ว่าน้องวาอยากจะกลับไปหามันใช่ไหม!” พี่นพีลุกขึ้นแล้วมาฉุดกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง ทุกการกระทำไม่มีใครเห็น นอกจากเราสองคนที่เห็นกันเองในห้อง“วาเจ็บนะคะ!” ฉันกระแทกเสียงพูดออกไปพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากการจับกุมของพี่เขา“อย่าลืมสิ ที่ทุกวันนี้ตระกูลของน้องวายังอยู่มันเพราะเงินใคร! อีกอย่







