LOGINพี่แฮซูมาส่งฉันถึงบ้านก่อนจะแยกกัน ฉันขอร้องให้เขากลับไปก่อนเพราะเรื่องทั้งหมดนี้ ฉันต้องจัดการด้วยตัวเอง มันเกิดขึ้นเพราะฉันและฉันต้องเป็นคนรับมันให้ได้
ฉันเดินเข้าไปในบ้าน เห็นพ่อนั่งอยู่ที่โซฟา มือยังถือหนังสือเล่มโปรด หัวใจเต้นแรงทุกย่างก้าว ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเขา “พ่อ…” เสียงฉันแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน “หนูมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยค่ะ” พ่อเงยหน้าขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ วางหนังสือลง “มีอะไรเหรอลูก” คำถามธรรมดา แต่กลับทำให้ฉันแทบยืนไม่อยู่ คำพูดติดค้างอยู่ที่ลำคอ น้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที “หนู…” ฉันมองหน้าพ่อได้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เข่าจะทรุดลงอย่างหมดแรง “หนูท้อง…ฮือ…” ความเงียบปกคลุม ไม่มีเสียงตำหนิ ไม่มีคำถาม มีเพียงมือทั้งสองข้างที่ยื่นมาพยุงฉันให้ลุกขึ้น และอ้อมแขนที่โอบกอดฉันไว้แน่นอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยน น้ำตาฉันไหลออกมาไม่หยุด เหมือนทุกอย่างที่แบกไว้พังทลายลงในอ้อมกอดนั้น “หนูขอโทษนะพ่อ…ฮือ…ขอโทษ…” “ไม่เป็นไรหรอกลูก” เสียงพ่อเรียบ อบอุ่น มือใหญ่ลูบหลังฉันเบา ๆ เพื่อปลอบโยน “หนูทำให้พ่อผิดหวัง…” ฉันพูดทั้งสะอื้น “หนูขอโทษจริง ๆ” พ่อค่อย ๆ ดึงฉันออก มองหน้าที่เปื้อนน้ำตาอย่างจริงจัง “พ่อยอมรับนะ ว่าพ่อผิดหวัง” หัวใจฉันหล่นวูบ “แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว” พ่อพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง “เราแก้ไขอดีตไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือเดินหน้าต่อ ไม่ใช่จมอยู่กับความรู้สึกผิด” ฉันพยักหน้าช้า ๆ “แล้วหนูคิดยังไงต่อกับชีวิตตัวเอง” “หนู…ยังไม่รู้เลยค่ะ” ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตา พ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม “แล้วพ่อของเด็กรู้เรื่องหรือยัง” “รู้แล้วค่ะ” “แล้วเขาว่ายังไง” ฉันสูดหายใจลึก “หนูไม่อยากให้เขามารับผิดชอบค่ะ…หนูไม่อยากให้เขามายุ่งกับชีวิตหนูอีก” พ่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ลูกเขยพ่อเลวขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันส่ายหน้า “ไม่เลวค่ะ…แต่ก็ไม่ใช่คนดี แล้วพ่อก็อย่าเรียกคนนั้นแบบนี้อีกนะคะ” พ่อพยักหน้าเหมือนเข้าใจทุกอย่าง “อืม…งั้นก็แล้วแต่การตัดสินใจของเรา แต่อย่าลืมนะ มีอะไรบอกพ่อได้เสมอ” น้ำตาฉันไหลออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว “ขอบคุณนะคะพ่อ…ขอบคุณที่เข้าใจหนู” ฉันก้าวเข้าไปกอดพ่อแน่นอีกครั้ง อ้อมกอดเดิม…ที่ยังคงเป็นที่ปลอดภัยของฉันเสมอ ZANE TALK ผมนอนลืมตาอยู่บนเตียงทั้งคืน ภาพของอันนาและคำว่า ท้อง วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด สิ่งแรกที่ผมต้องทำคือบอกพ่อแม่ ไม่กลับบ้านมานาน พอกลับไปอีกที…ดันมีหลานให้พวกท่านซะแล้ว แม่คงไม่เท่าไหร่ แต่พ่อ…ผมเดาได้เลยว่าคงด่าผมเละไม่เหลือชิ้นดี “เฮ้อ…” ผมถอนหายใจยาว เครียดฉิบหาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมลุกไปเปิดทันที คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชาร์ล ลูกน้องคนสนิท ในมือเต็มไปด้วยเอกสารหนาเตอะ “ผมได้ประวัติของอันนามาแล้วครับ นายน้อย” “ดีมาก เข้ามาก่อน” ผมเปิดทางให้มันเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาด้วยกัน ชาร์ลเปิดแฟ้มเอกสารทีละแผ่น พร้อมอธิบายอย่างเป็นระบบ “ชื่อ ‘ลี อันนา’ ครับ อายุสิบเก้าปี ได้ทุนการศึกษา เรียนอยู่มหาวิทยาลัยวิทยา K ผลการเรียนดีมาตลอด ตั้งแต่ประถม ไม่มีพี่น้อง แม่เสียชีวิตตั้งแต่เธออายุหกขวบ ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อ เปิดร้านบะหมี่เล็ก ๆ ครับ ถ้านายน้อยอยากรู้อะไรเพิ่มเติม รายละเอียดอยู่ในเอกสารทั้งหมด” ผมหยิบแฟ้มขึ้นมา พลิกดูช้า ๆ “ขอบใจมากชาร์ล” “ไม่เป็นไรครับ ยังไงนายน้อยก็ต้องจ่ายเงินเดือนผมอยู่แล้ว” “เออ ๆ รู้แล้ว” ผมตบไหล่มันแรงพอเป็นพิธี “เดือนนี้เพิ่มให้” ชาร์ลยิ้มกว้าง รีบลุกขึ้นก้มคำนับ “ขอบคุณครับนาย งั้นผมขอตัวก่อน” “อืม ไปได้” ผมสะบัดมือเป็นเชิงไล่ ก่อนจะกลับมามองเอกสารในมืออีกครั้ง เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้รวย ไม่มีเส้น ไม่มีชื่อเสียง แต่ฉลาด เรียนเก่ง และมีอนาคต ผมเอนหลังพิงโซฟา สายตาจ้องกระดาษในมือแน่น หรือจริง ๆ แล้ว… ผมเป็นคนไปทำลายอนาคตของเธอ? คำถามนั้นหนักกว่าที่คิด และครั้งแรกที่ผมไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ ผมหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ถึงเวลาแล้วสินะ ที่ผมต้องกลับไปสารภาพความผิดกับพ่อแม่ตัวเอง คฤหาสน์โซซัน ผมก้าวเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด เสียงโซเฟียกับไอ้แซ็คทะเลาะกันดังลั่นตามปกติ ทำให้บ้านหลังนี้ไม่เคยเงียบ ทันทีที่ผมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นสายตาของพ่อ แม่ และน้องทั้งสองก็หันมามองผมเป็นตาเดียว คงเพราะผมแทบไม่เคยกลับมาที่นี่ “พ่อครับ แม่ครับ” ผมเอ่ยเสียงหนัก “ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” พ่อวางถ้วยกาแฟลงช้า ๆ “มีอะไรก็พูดมาตรงนี้แหละ บ้านนี้ก็มีแต่คนในครอบครัว” ผมสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดออกไปตรง ๆ “ผมทำผู้หญิงท้องครับ” “ฮะ!?” เสียงพ่อกับแม่ดังขึ้นพร้อมกัน โซเฟียกับแซ็คเบิกตากว้างแทบถลน “ครับ…” ผมก้มหน้าลง ยอมรับความผิดโดยไม่แก้ตัว พ่อถอนหายใจแรง มือยกขึ้นกุมขมับ ก่อนจะหันไปมองน้องทั้งสองคน“พวกแกออกไปก่อน” “ครับ/ค่ะ” ทั้งคู่ไม่พูดอะไร รีบลุกออกจากห้องทันที เหลือเพียงผมกับพ่อแม่ ผมเดินไปนั่งลงตรงข้ามอย่างสงบ พ่อเปิดฉากด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้?” “ผมพลาดเองครับพ่อ” ผมพูดตามตรง “วันนั้นผมไม่ได้ป้องกัน” แม่ขมวดคิ้วทันที “แล้วลูกทำใครท้อง มาเบลเหรอเซน?” “ไม่ใช่ครับ” สายตาของพ่อกับแม่เปลี่ยนไปทันที “อ้าว…แล้วใครล่ะ?” “เธอชื่ออันนาครับ อายุสิบเก้า” ผมเล่าเท่าที่รู้ “บ้านเปิดร้านบะหมี่” แม่ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปมองพ่อ “แปลว่าเพิ่งเข้าเรียนมหาลัย…” แล้วหันกลับมาถามผม “พ่อแม่เขารู้เรื่องหรือยัง?” “น่าจะรู้แล้วครับ” ผมตอบเสียงต่ำ “หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ได้คุยกับเธออีกเลย” แววตาแม่เต็มไปด้วยความกังวล “แล้วเราจะเอายังไงต่อ?” ผมเงยหน้าขึ้น “ผมยังไม่รู้ครับ แต่ยังไง…ผมจะเอาลูกมาอยู่กับผมให้ได้” “ยังไงพ่อก็ต้องไปคุยกับครอบครัวเขาก่อน” พ่อพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถามต่อเสียงเข้ม “เด็กอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว?” “ประมาณเดือนหนึ่งครับ” พ่อพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมานิ่ง ๆ แต่หนักหน่วง “ก็ดี จะได้แต่งงานไม่ดูน่าเกลียดนัก” ผมเงยหน้าขึ้นขวับ หัวใจเต้นแรง “ฮะ!? แต่งงาน?” ปัง! มือพ่อทุบโต๊ะเสียงดัง สายตาคมกริบจ้องมาที่ผม “ทำผู้หญิงท้องแล้วแกจะไม่แต่งกับเขารึไง?” “แต่ผมไม่ได้รักเขา!” ผมสวนกลับทันที “แล้วผมก็มีมาเบลเป็นแฟนอยู่แล้วด้วย!” “ใช่ แกมีแฟนอยู่แล้ว” พ่อพูดช้า ๆ แต่เสียงเย็นจัด “แต่แกก็ยังไปเอากับผู้หญิงคนอื่นจนเขาท้อง เป็นผู้ชายเที่ยวไปไข่เรี่ยราด แล้วไม่รับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้” น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนห้องทั้งห้องเงียบงัน “ยังไงแกก็ต้องแต่งงาน!” “แม่เห็นด้วยกับพ่อนะเซน” แม่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ไม่แข็งกร้าว “เราจะยอมรับลูก แต่ไม่ยอมรับแม่ของเด็กไม่ได้หรอก ในฐานะที่แม่เป็นผู้หญิง แม่รู้ดีว่าถ้าทำแบบนี้ ยังไงเขาก็ไม่ยอมแน่” คำพูดนั้นทำให้ผมเงียบไป เหมือนถูกตัดทางถอยทีละนิด “เธออาจจะตั้งใจท้องเพื่อจับผมก็ได้…” ผมพึมพำเสียงเบา เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าคนอื่น พ่อหันมามองผมทันที สายตานิ่งแต่เด็ดขาด “เซน ต่อให้แกจะคิดยังไง เด็กในท้องก็เป็นลูกของแก เป็นลูกผู้ชาย กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดชอบ” ผมกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “วันนี้พ่อกับแม่จะไปคุยกับครอบครัวของหนูคนนั้น” พ่อพูดเหมือนตัดสินคดีเสร็จแล้ว ก่อนจะหันมามองผมอีกครั้ง “แล้วแกก็ต้องไปด้วย” “…ครับ” ผมกัดฟัน แค่นเสียงตอบออกไปอย่างไม่เต็มใจ แต่ในใจรู้ดี ครั้งนี้ ผมหนีไม่ได้จริง ๆคุณเซนพาฉันกลับมาที่บ้าน หลังจากส่งครอบครัวเขากลับไปบ้านใหญ่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ในคฤหาสน์หลังโตมีเพียงฉันกับเขา และแม่บ้านกับบอดี้การ์ดอีกไม่กี่คนเท่านั้นทันทีที่กลับมาถึง ฉันก็ขอตัวขึ้นมานอนพัก เพราะร่างกายมันโหวงแปลก ๆ เหมือนจะหมดแรง ส่วนคุณเซนนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาปลายเตียงไม่ห่างกันนักตื้ดดดด… ตื้ดดดด…เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันรีบพยุงตัวลุก คว้าโทรศัพท์ก่อนเสียงจะรบกวนคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ชื่อบนหน้าจอทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย “พี่แฮซู”เมื่อวานเขาไม่ได้มางานแต่ง…ฉันกดรับสาย “ว่าไงคะ รุ่นพี่?”[พี่โทรมาถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง ทำไมน้ำเสียงดูเหนื่อย ๆ ล่ะ] เสียงทุ้มอ่อนโยนถามกลับมาฉันเผลอกวาดตามองคนที่นั่งทำงานอยู่ไม่ไกล เขาไม่ได้เงยหน้า แต่ฉันรู้ว่าเขาได้ยิน “รู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อยค่ะ เพิ่งนอนพักไป”[แล้วดีขึ้นไหม?]“ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่เมื่อวานทำไมพี่ไม่มางานแต่งอันนาคะ?” ทันทีที่ถามออกไป ฉันก็อยากกัดลิ้นตัวเองปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงจะอ่อนลงชัดเจน [ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้ไป…]ฉันยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองอย่างหงุดหงิด ทั้งที่รู้อยู่แล
ANNA TALKคุณเซนพาฉันมาที่โรงพยาบาลเพื่อฝากครรภ์แต่เหตุการณ์เมื่อเช้ายังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หาย จนฉันไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ กลัวว่าเผลอเมื่อไร ความทรงจำชวนหน้าแดงนั่นจะย้อนกลับมาเล่นงานอีกครั้ง“เดินเร็ว ๆ หน่อยสิ” เสียงทุ้มเรียกจากด้านหน้า ร่างสูงหยุดแล้วหันกลับมามองฉันที่เดินตามหลังห่าง ๆ ก่อนมือใหญ่จะเอื้อมมาจับแขนฉันไว้หลวม ๆ “อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้พิศวาสเธอ… ก็แค่อยากเธอเดินเร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่เสียเวลา”“ฉันรู้ค่ะ” ฉันตอบเบา ๆ พยักหน้ารับเราเดินมาหยุดหน้าห้องตรวจ ก่อนจะเข้าไปนั่งรอด้านใน บรรยากาศกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด มือเผลอบีบชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก คุณหมอหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อคมราวกับนักแสดง ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มคนไข้ในมือ แต่ทันทีที่สายตาเขาสบเข้ากับชายที่นั่งข้างฉัน แววตากลับเปลี่ยนเป็นตกตะลึง “เฮ้ย ไอ้เซน!”“ไอ้มาร์ค! หายหัวไปตั้งนานเลยนะมึง” คุณเซนยิ้มกว้างอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเดินเข้าไปตบไหล่คุณหมอเต็มแรง สีหน้าสองคนดูสนิทกันเกินกว่าคำว่าเพื่อนธรรมดา“ก็ไปเรียนต่อที่อ
ผมรีบจับคนตัวเล็กถอดชุดบางของเธอออก เธอส่งเสียงเล็ก ๆ กรีดร้องออกมาพร้อมดิ้นอยู่ในอ่าง “คุณหยุดนะ!!! จะทำบ้าอะไรน่ะ?”“แค่จะอาบน้ำให้เมียเอง” ผมถอดชุดของเธอออกจนเหลือแต่ชุดชั้นในลูกไม้สีดำ ผมแทบไม่เชื่อว่านี่คือรูปร่างของคนท้อง เอวยังคอดบางเหมือนเดิมแต่ดูเหมือนว่าหน้าอกหน้าใจของเธอจะใหญ่ขึ้นมากกวาเดิมอีกเธอรีบยกมือขึ้นมาปิดเนินอกที่ทะลักออกมา ผมกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว “เธอคิดว่ามือแค่นี้จะปิดหมดรึไง? ทำเหมือนของตัวเองเล็กอย่างนั้นแหละ”“ฉันไม่เล่นนะคะ” เธอทำเสียงจริงจังจนทำเอาผมเกือบชะงัก“แล้วใครว่าฉันเล่นล่ะ” ผมมองกระต่ายตัวน้อยที่นั่งขดตัวอยู่ขอบอ่าง ไม่รีรอรีบเข้าไปปลดตะขอเสื้อในของเธอออกก่อนจะพยายามดึงเสื้อในตัวจิ๋วจากตัวของเธอมาไว้ในกำมือ “ฉันเอาจริง”“เอาเสื้อในฉันคืนมานะ!” เธอโวยวายพร้อมยกมือขึ้นมาปิดทั้งสองเต้า ผมแสยะยิ้มและชูเสื้อในตัวจิ๋วขึ้นมา ก่อนจะโยนมันไปไกล ๆ คนตัวเล็กมองตามด้วยสายตาขุ่นเคือง “โทษทีนะ มันหลุดมือน่ะ”“พอใจคุณรึยัง?”“ยัง ยังไม่ถอดข้างล่างเลยนะ” ผมพูดไม่ทันจบรีบเข้าไปดึงกางเกงตัวจิ๋วของเธอออกทันที แต่เธอก็ไม่ยอมง่าย ๆ พยายามใช้เท้าถีบมาที่ตัวของผม
ฉันค่อย ๆ ก้าวออกจากห้องน้ำด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ชุดนอนสีขาวบางแนบผิวจนทำให้ฉันต้องระวังทุกย่างก้าว ก่อนจะหันไปสบตาคนตัวสูงที่เอนกายรออยู่บนเตียงคุณเซนมองฉันนิ่ง สายตาคมกริบไล่สำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นช้า ๆ แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกหนาววาบ“คุณ…ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา พยายามไม่ให้ความสั่นไหวเล็ดรอดออกมา“เธอก็รู้ดีนี่ ว่าตอนนี้ฉันอยากทำอะไรมากกว่า” น้ำเสียงนั้นเรียบ แต่กดทับจนฉันขนลุกซู่ฉันสูดลมหายใจลึก บอกตัวเองให้ตั้งสติ “ฉันทนนอนกับคนไม่อาบน้ำไม่ได้ ถ้าฉันอ้วกใส่คุณขึ้นมา อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนลุกขึ้นยืน “ก็ได้”ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้จนฉันต้องเผลอถอยหลัง เสียงกระซิบข้างหูทำให้หัวใจฉันร่วงวูบ “แต่เธอจะหาข้ออ้างไม่ได้อีกแล้วนะ…คืนนี้”เมื่อเขาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ฉันแทบทรุดลงทันที รีบขึ้นไปบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนใหญ่มาคลุมตัวแน่นทำยังไงดี… สายตาฉันเหลือบไปเห็นแก้วไวน์บนโต๊ะ แต่ความคิดนั้นถูกปัดทิ้งแทบจะทันทีไม่…ยิ่งเสี่ยง ยิ่งอันตรายงั้นก็แกล้งหลับ แกล้งหลับให้พ้นคืนนี้ไปก่อน ฉันซุกตัวใต้ผ
SOFIA TALKพรุ่งนี้ก็ถึงวันแต่งงานของเซนแล้ว งานใหญ่ขนาดนี้ ฉันไม่มีทางพลาดเด็ดขาด ฉันเดินตรวจตรารอบงานที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ทีมงานวิ่งกันวุ่นวายเต็มพื้นที่ เสียงสั่งงาน เสียงจัดดอกไม้ เสียงขนของดังระงมไปหมดแต่ปัญหาของงานนี้ ไม่ใช่เรื่องสถานที่ ไม่ใช่เรื่องพิธี และไม่ใช่เรื่องแขกอุปสรรคที่แท้จริง…คือ มาเบลฉันได้ยินข่าวมาว่าไม่กี่วันก่อน เธอบุกไปอาละวาดด่าอันนาถึงมหาวิทยาลัย ถ้าผู้หญิงคนนั้นโผล่มาในวันแต่งงาน บอกเลยว่างานนี้ ‘ไม่สวย’ แน่ แต่ฉันวางแผนเอาไว้แล้วก่อนที่สายเกินไป“คุณโซเฟียคะ คุณแซคมาแล้วค่ะ” ทีมงานคนหนึ่งวิ่งมาบอก“ขอบคุณค่ะ” ฉันพยักหน้า “ช่วยเติมดอกไม้ตรงมุมนี้ให้อีกนิดนะคะ”ฉันเดินไปหาน้องชายตัวแสบที่ยืนรออยู่ “เป็นไง เรื่องที่พี่ให้ช่วย สำเร็จไหม?”แซคยิ้มกวน ๆ ทันที “สำเร็จสิ ระดับผมแล้ว” เขาก้มเสียงลงเล็กน้อย“เพื่อนผมจัดการเรียบร้อยแล้ว สายรายงานบอกว่าเมื่อเช้า…พี่มาเบลบินไปอเมริกาแล้ว”ฉันเผลอกำมือแน่นด้วยความสะใจ “กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็กลับมาไม่ทันงานแต่งพี่เซนแน่นอนครับ”แผนได้ผลสมบูรณ์แบบ ฉันให้แซคปล่อยข่าวไปถึงหูมาเบลว่า เซนกับอันนาหนีไป
ZANE TALKผมขับรถกลับคอนโดด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดจนแทบระเบิด อีกแค่สองอาทิตย์ ผมก็ต้องแต่งงานกับอันนาแล้ว แล้วผมจะบอกมาเบลยังไงดี เธอเป็นแฟนของผม แต่ผมกลับทำผู้หญิงคนอื่นท้องโคตรเครียด!ผมรูดคีย์การ์ดเปิดประตู ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องที่ไฟและแอร์ถูกเปิดทิ้งไว้ หัวใจผมกระตุกวูบ ใครมา?“เซนไปไหนมาเหรอคะ?” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ผมหันขวับไปมองทันที“เบล!”“ก็เบลน่ะสิคะ” เธอยิ้มบางๆ แต่แววตากลับจับจ้องผมไม่วาง “เห็นเบลแล้วทำไมต้องตกใจขนาดนั้น เซนมีอะไรรึเปล่า?”ผมกลืนน้ำลาย ฝืนตั้งสติ “คือ…ผมมีเรื่องจะบอกเบล”“เรื่องอะไรคะ?” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัยผมสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพูดออกไปด้วยเสียงแผ่ว “ผม…ต้องแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง”“เซนว่าไงนะคะ!?” เธออุทาน ดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง“ผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน…” ผมก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด “เพราะผมทำเธอท้อง”“ทำไมเซนทำกับเบลแบบนี้!” เสียงของมาเบลสั่นเครือ มือเล็กทุบลงบนอกผมไม่ยั้ง ก่อนที่เธอจะปล่อยโฮออกมา “ฮือ…ทำแบบนี้ได้ยังไง!”“ผมขอโทษ…”“ขอโทษแล้วมันช่วยอะไรได้อ่ะ!?” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนไปด้







