LOGIN“เจ๊หมายถึงยังไงคะ”
“อย่าเชื่อใจผู้ชายให้มาก เผื่อใจเอาไว้บ้าง” เหมือนเจ๊นัตตี้จะรู้อะไรแต่ไม่ยอมบอก ถึงกระนั้นเจ๊นัตตี้ก็โบกมือไปมาราวกับบอกว่าไม่ต้องใส่ใจคำพูดของฉัน แค่ให้รู้จักคิดให้เยอะก็เพียงพอ “หล่อนน่ะโง่เรื่องนี้”
“หยามันเพิ่งจะโตปะอีเจ๊ เรื่องผู้ก็ต้องให้นางเรียนรู้เอง”
“ข้อนี้ฉันรู้นังน้อยหน่า ถึงต้องเตือนนางไง” เจ๊นัตตี้ชี้หน้าฉันที่ระบายยิ้มกับความห่วงใยของเจ๊นัตตี้ที่มีให้ “หล่อนน่ะเพิ่งจะ 19 ไปหมาดๆ เรื่องผู้คงไม่ได้เชี่ยวชาญ ฉะนั้นจะไว้ใจใครต้องมั่นใจ เก็ทนะคะ”
“ขอบคุณนะคะเจ๊” ยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊นัตตี้ก่อนจะก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือราคาถูก “ใกล้ได้เวลาหนูไปทำงาน”
“อือ”
“หนูฝากปลายฟ้าด้วยนะคะ บอกน้องว่าหนูคิดถึงมาก ไว้ว่างๆ จะมาเยี่ยมค่ะ”
“โอเค ไม่ต้องห่วงเลย หล่อนน่ะดูแลตัวเองให้ดีก็พออย่าป่วยและอย่าเจ็บ” รับคำพลางหมุนตัวเปิดประตูกระจกออกไป ไม่วายก็หันไปมองเจ๊นัตตี้ที่กำลังชี้นิ้วให้เจ๊เป๊กเย็บผ้าให้ดี
“เจ๊คะ ถ้าเจ๊มีงานที่ไหนอีก เจ๊บอกหนูด้วยนะ”
“มีงานไหนบ้างที่ฉันไม่เคยบอกหล่อน รู้หรอกย่ะว่าร้อนเงิน” ยิ้มส่งท้ายและยังไม่ได้ออกจากร้าน เสียงของเจ๊นัตตี้ก็เรียกรั้งขาของฉันเอาไว้ คราวนี้สีหน้าของเจ๊นัตตี้แลดูจริงจัง “ฉันห่วงหล่อนอยู่เรื่องเดียวนะปั้นหยา”
“อะไรเหรอคะ”
“ถ้าแฟนหล่อนมันอยากเอาหล่อน หล่อนจะต้องไม่ให้มันเอาสด”
“...” ลอบกลืนน้ำลายพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
“ถุงยาง ต้องสวมถุงเท่านั้น หล่อนเข้าใจฉันนะ”
“หนูจะเชื่อฟังเจ๊ค่ะ”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ๊นัตตี้เตือนฉันเรื่องนี้ อันที่จริงถึงต่อให้คบกับพี่ครามมาสามเดือน เราสองคนไม่ได้มีอะไรกันเลย ย้ำ ไม่ได้มีเลยจริงๆ เพราะฉันแทบจะไม่ได้ให้เขาทำเรื่องอย่างว่า จะมีก็แค่กอด หอมแก้มเท่านั้นที่ฉันให้เขาได้ พี่ครามมีบ้างที่เขาแลดูหงุดหงิดหาว่าฉันรักเขาไม่จริงบ้างอะไรบ้าง คำตอบง่ายๆ คือฉันไม่เคยรักเขา
ใช่ ฉันไม่เคยรักพี่คราม ฉันคบกับเขาเพียงเพราะเขายื่นข้อเสนอเรื่องนั้นมาให้ต่างหาก ความจริงฉันไม่เคยคิดเรื่องมีแฟนมาก่อนในชีวิต จนกระทั่งมีเขาเข้ามาและทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย มีที่พึ่งพิงในวันที่ท้อแท้ พี่ครามเป็นทุกอย่างให้กับฉัน ทว่ามันก็ไม่ใช่ความรัก ไม่รู้ว่าฉันตายด้านกับมันไปแล้วหรือเปล่า รู้เพียงอย่างเดียวว่าคบกับเขาเพราะมีเหตุผลอยู่ในนั้น ฉันจะเป็นยังไงก็ช่างขอแค่เรื่องที่ขอให้เขาช่วยมันต้องสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการจากเขามากที่สุด มากกว่าความรักจากเขาหรือมากกว่าการกระทำของเขา
21.45 น.
มินิมาร์ทที่ฉันทำงานอยู่นั้น จะมีแค่ฉันที่เข้ากะถึงสี่ทุ่มเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น พอใกล้เปลี่ยนกะจึงจำเป็นต้องเช็กของเพื่อส่งรายงานให้กับเจ้าของร้านตอนเลิกกะ ดังนั้นเวลานี้มินิมาร์ทจึงเงียบไม่มีคนสักเท่าไหร่ ฉันยืนเช็กของสวมชุดนักศึกษาและมีเพียงแค่ผ้ากันเปื้อนสีดำตราสัญลักษณ์ของร้านเท่านั้น ที่นี่จะมีบริการต้มบะหมี่ใส่เครื่องเคียงคิดราคาตามขนาดที่แพคเอาไว้เป็นห่อๆ แน่นอนว่าฉันต้องทำให้ลูกค้าทานและนั่งกินตรงโต๊ะตัวยาวติดริมกระจก
เสียงเซ็นเซอร์ดังขึ้นทำให้รู้ว่ามีลูกค้าเข้ามา จึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในเคาน์เตอร์เพื่อต้อนรับลูกค้า ทว่า...
สายตาที่แสนเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาแลดูเรียบนิ่ง ริมฝีปากแดงคล้ำได้รูปและผมสีดำที่มัดรวบไว้ครึ่งศีรษะ ทำให้คนๆ นี้ดูดีจนไม่กล้าเสมองไปทางอื่นเลย ฉันขมวดคิ้วเมื่อเพ่งพินิศใบหน้าของเขาให้แน่ชัด จำได้ว่าเหมือนเคยเจอที่ไหน ฉันเองก็นึกไม่ออกเอาเสียเลย กระทั่งไล่มาถึงเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูตราสัญลักษณ์รูปเกียร์พอจะเดาอะไรได้หลายอย่าง
ความสูงของเขาทำให้ฉันถึงขึ้นเงยหน้ามอง ฉันสูงเลยไหล่เขามาแค่เซ็นเดียวเท่านั้น แค่เซ็นเดียวจริงๆ เขาสูงและหุ่นดีมาก หนำซ้ำรอยสักท่อนแขนขวายังเพิ่มความรู้สึกว่าเขาดูหล่อเหลาและอันตรายยังไงบอกไม่ถูก
“Marlboro Menthol ซองหนึ่ง”
“ดะ ได้ค่ะ” เขาดึงสติฉันให้กลับไปหยิบซองบุหรี่... เมนทอลเหรอ “ทั้งหมด 150 บาทค่ะ”
“...” เขายื่นธนบัตรสีม่วงมา ยังไม่ทันได้รับดีเขาก็เดินหายไปยังล็อกบะหมี่ถ้วยและกลับมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับและเบียร์หนึ่งกระป๋อง
“ลูกค้ารอด้านนอกสักครู่นะคะ ที่นี่มีบริการต้มบะหมี่ให้ค่ะ” คนตรงหน้าไม่พูดอะไรพอรับเงินทอนเขาก็หมุนตัวเดินออกไปนั่งรอที่เก้าอี้หน้ามินิมาร์ท ฉันลอบมองเขาที่แกะซองบุหรี่และคีบมันเข้าปากจุดไฟจนเห็นควันสีเทาพวยพุ่ง ราวกับเขารู้ว่าฉันมองอยู่จึงหันมาและนั่นทำให้รีบหันกลับมาทำบะหมี่ให้เขาแทบไม่ทัน
บ้าจริงปั้นหยา ไปมองเขาแบบนั้นได้ยังไงกัน!
ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับที่ใส่เครื่องลงไปเยอะพอควร ดันมาอยู่ตรงหน้าของผู้ชายคนนี้ มือขวาคีบบุหรี่พ่นควันไปอีกทาง ส่วนมือซ้ายยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มเสมองมายังถ้วยบะหมี่ที่ต้มให้เขา มีตะเกียบและช้อนพลาสติกครบ
“ทานให้อร่อยนะคะ”
พูดจบก็หมุนตัวกลับเข้ามาในมินิมาร์ทตามเดิมเพื่อเช็กของต่อ ทว่ากลิ่นของบุหรี่เมนทอลกลิ่นนั้นยังติดจมูกฉันไม่จางหายไปเลยสักนิด กลับกันฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ผู้ชายที่หล่อเหลาและดูเย็นชาแบบนี้จะเคยผ่านตาฉันเหรอ ปกติมองผู้ชายทุกคนก็แค่ผ่านไปก็จบ
แต่กลิ่นของเมนทอล... มันติดจมูกและตราตรึงจนฉันไม่เป็นตัวเองเลยให้ตายสิ ทำไมกลิ่นบุหรี่ที่พี่ครามสูบมันถึงเหม็นและทำให้ฉันฉุนจมูกทุกครั้งที่ได้กลิ่น ทำไมพอเป็นกลิ่นเย็นๆ จากเมนทอล กลับไม่ได้ทำให้รู้ว่ามันฉุนจนไม่อยากเข้าใกล้
“เอาอะไร” ดูเหมือนเขาจะกลับเข้ามาอีกรอบ ฉันที่กำลังนั่งยองมองว่าเขาจะเลือกอะไร จึงเห็นว่ามือซ้ายกำลังเอาสมาร์ทโฟนราคาแพงสุดหรูแนบใบหูเพื่อคุยปลายสาย เสมองไปยังหน้าเคาน์เตอร์เมื่อเห็นว่าเขากำลังเลือกอะไรบางอย่าง “ผิวเรียบ 60 มม. ไม่มี”
เลือกถุงยางเหรอ? ฉันเลิกคิ้วขึ้นและเดินกลับไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อรอคิดเงิน เขาถอนหายใจราวกับหงุดหงิดเล็กน้อย กระทั่งเงยหน้ามามองสบตากัน
“มึงไปหาซื้อเอง แค่นี้” ราวกับไม่สบอารมณ์อย่างมาก เขาจึงยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกง “เอาบะหมี่เมื่อกี้”
“บะหมี่เหรอคะ” ถามย้ำว่าเขาจะกินมันอีกเหรอ ถ้วยบะหมี่ที่เขาหยิบนั่นมันไซส์ M เชียวนะ ขนาดฉันกินคนเดียวยังไม่หมดเลย เขายังจะกินต่อได้อีกเหรอเนี่ย กระเพาะควายชัดๆ
“ต้มให้หน่อย” พูดจบก็หยิบธนบัตรสีแดงวางให้และเดินกลับไปนั่งรอข้างนอก เอิ่ม ทำงานมาก็นานไม่เคยเจอลูกค้าแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย ให้ตายสิปั้นหยา!
รอบนี้ฉันใส่ผักและหมูสับให้แบบจัดเต็มเลยล่ะ วางถ้วยบะหมี่ให้กับเขาที่พ่นควันบุหรี่เป็นว่าเล่น ก่อนจะเสมองขวดน้ำเปล่าในมือวางลงให้กับเขาพร้อมเงินทอนที่เหลือสามสิบบาท น้ำเปล่าแค่ขวดละไม่กี่บาทเองฉันก็เลยให้เขานั่นแหละ
“น้ำ หนูให้ค่ะ” ฉันตอบเขาพลางหมุนตัวจะกลับเข้ามาเช็กของเพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนกะ
“เดี๋ยว” หันกลับไปมองเขาที่หยิบตะเกียบคนถ้วย จากนั้นเงินทอนก็ถูกดันมาตรงหน้า “เอาไป”
“ให้หนูเหรอคะ” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง เขาไม่พูดเอาแต่คีบเส้นบะหมี่เข้าปาก ถึงจะร้อนเขาก็แทบจะไม่เป่ามันเลยด้วยซ้ำ กลัวปากจะพองชะมัด พอเห็นเงินทิปเล็กๆ น้อยๆ ฉันก็ยิ้มจนแก้มแทบแตก พลางยกมือไหว้เขา “ขอบคุณค่ะ”
ถึงจะเป็นเงินไม่มาก แต่อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา... แค่นี้ก็ทำให้ฉันมีเงินเก็บเพิ่มแล้ว
*-------------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงป
“เงินค่าจ้างย่ะ ขอบใจนะที่ตั้งในช่วยฉันจริงๆ ไม่ได้ไปแหกปากร้องเชียร์ติดขอบสนาม”“ก็หนูตั้งใจทำงานจริงนี่คะเจ๊ ตอนนั้นหนูแค่ตื่นเต้นเอง” ยกมือขอบคุณเจ๊นัตตี้ที่โอนเงินให้ฉันจำนวนสามพันบาท รอบนี้คือไปแต่งหน้าให้พวกพี่ๆ เรซควีนคนสวยเช่นเดิม แต่ก็ไม่ได้อยู่นานหรอกนะเพราะเจ๊นัตตี้มีนัดกับลูกค้าคนดังที่
สลัดความคิดทั้งหมดฉันก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง ซักเสื้อช้อปให้พี่เกียร์และเข้ามาอาบน้ำชำระร่างกาย ลอกพลาสเตอร์ยาออกจากหน้าผาก และใช้อันที่มีติดมันใหม่ ขณะที่ยืนมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก ฉันก็ลองดึงหนังยางรัดผมออกและปล่อยผมสีดำสยาย ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ชินที่ตัวเองจะต้องปล่อยผมดังนั้นจ
Gear Trick #10ความสงสัยได้แต่นั่งทำหน้าบูดบึ้งใส่ร่างสูงที่เข้าห้องนอนส่วนตัวไป แล้วเข้าไปในห้องตัวเองแบบนั้นฉันจะเข้าไปเอาได้ยังไงกันล่ะ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวฉันจึงทำได้เพียงนั่งกอดอกมองไปรอบๆ ห้องของพี่เกียร์ จะว่าไปห้องของเขามันกว้างมากเลยนะ แถมโซฟาที่นั่งก็นุ่มนิ่มกว่าเตียงที่ฉันนอนที่ห้องอีก







