LOGINGear Trick #2
เมนทอล
ฝ่ามือหนาลูบไล้หน้าท้องและค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาหวังจะตะปบมาที่ก้อนเนื้อทั้งสองข้าง ฉันรู้สึกตัวเสียก่อนจึงคว้าหมับมือหนาเอาไว้และเอนเอียงไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่กลิ่นเหล้าและกลิ่นบุหรี่รดรินอยู่บนกลีบปาก มันชวนให้รู้สึกคลื่นไส้เสียจนฉันต้องเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง
“พี่คราม”
“พี่คิดถึงหนู” น้ำเสียงยานคางเอ่ยพลางพรมจูบซอกคอฉัน “คิดถึงกลิ่นหนู ปั้นหยา”
“พะ พี่ครามหยุด พี่เมา”
แลดูพี่ครามจะไม่ได้สนใจเสียงร้องห้ามของฉันเลย ยามนี้เป็นเวลาหกโมงเช้า เขากลับมาตะวันกำลังจะขึ้นแถมยังมีกลิ่นเหล้าเต็มตัว ไม่พอยังทำตัวรุ่มร่ามกับฉัน จนตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลำคอจนรู้สึกขยะแขยง ฉันเกลียด... กลิ่นเหล้าของเขาที่สุดเลย
“หยา พี่ไม่ไหวแล้ว”
“หยุดนะคะ”
เอามือดันไหล่หนาให้ออกห่าง เห็นถึงแววตาแดงก่ำและดวงตาที่ปรือจะหลับอยู่แล้ว กระทั่งพี่ครามทิ้งศีรษะลงบนตำแหน่งลำคอฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบริเวณซอกคอ ฉันถึงหายใจหายคอได้สะดวกผลักร่างหนาให้นอนหงายบนเตียงที่นอนได้สองคน ภายในห้องพักที่ไม่ได้กว้างขวาง แต่มันถูกและทำให้เราสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันได้ แถมอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยด้วย พ่นลมออกทางริมฝีปากก็ลุกขึ้นจากเตียงตรงเข้าห้องน้ำบิดผ้าขนหนูหมาดๆ เช็ดใบหน้าหล่อเหลาที่เมาจนผล็อยหลับไป
‘หนูทำข้าวต้มไว้ อย่าลืมกินนะคะ พี่ครามมีเรียนตอนบ่ายนะ หนูต้องไปช่วยป้าณีทำขนมแล้วจะไปเรียนเลย’
เขียนโน้ตทิ้งไว้แปะบนหมอน จากนั้นก็เตรียมตัวสวมชุดนักศึกษาแบบเป็นระเบียบ ผมสีดำของฉันมัดรวบเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมด้านข้าง เอาจริงฉันค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่หน้าตาไม่ได้จัดว่าสวยมากนัก ยิ่งอยู่ในมหาลัยยิ่งดูไร้ตัวตนเป็นที่สุด อันเนื่องจากแต่ละคนจะสวยแข่งกันยกเว้นฉันคนเดียวเท่านั้น
พี่ครามสนใจในตัวฉันโดยให้เหตุผลว่า ‘หนูไม่รู้ตัวเหรอ หนูน่ารักมาก ตากลมโต ริมฝีปากจิ้มลิ้มและผิวขาวซีด’ พี่ครามมักจะบอกว่าฉันน่ารักมากๆ ในสายตาของเขา สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้หรอกนะเพราะฉันค่อนข้างเป็นอากาศธาตุซะมากกว่าเป็นจุดเด่นให้ใครต่อใครมอง
“มาแล้วเหรอหยา”
“มีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ”
“เอาจริง หนูน่ะไม่ต้องมาช่วยป้าก็ได้ ป้าทำเองสบายมาก” ถึงป้าณีจะบอกแบบนั้นฉันก็ต้องช่วย เพราะแม้จะได้เงินจากการช่วยป้าณีตั้งร้านในตลาดแค่ไม่กี่ร้อยก็เป็นเงิน ยิ่งพี่ครามเอาเงินฉันไปสามพัน จะต้องหามาคืนให้ได้ไม่อย่างนั้นเงินที่มีมันจะลดลงเรื่อยๆ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น จึงต้องทำงานรับจ้างทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตามแต่ ยกเว้นอย่างเดียวคือ... ขายตัว นั่นเป็นสิ่งที่สุดท้ายที่ฉันจะคิดจะทำมัน
“หนูช่วยขนของนะคะ จะได้เอาไปจัดเรียงให้”
ป้าณีเป็นป้าที่รู้จักกับเจ๊นัตตี้นั่นแหละ ฉันมาช่วยป้าณีตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ได้วิชาทำขนมมาก็เยอะ หากแต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ฉันเก่งถึงขั้นทำมันเป็นทุกอย่าง แค่บางอย่างเท่านั้นนะเพราะรู้ๆ อยู่พื้นที่ห้องพักไม่ได้เหมาะกับการทำขนมเลยสักนิด อีกอย่างการมาช่วยป้าณีก็ทำให้ฉันได้กินขนมฟรีทุกวัน เช่นเช้านี้ช่วยป้าณีเสร็จท่านก็ให้ข้าวต้มมัดฉันมาและขนมกล้วยอีกสามห่อ
เพราะเมื่อคืนกลับดึกกว่าจะได้นอนก็เลยต้องตื่นเช้ามาทำรายงานที่คณะก่อนจะเข้าเรียนตอนสิบโมง ถึงบ่ายสาม พอหลังจากเลิกเรียนฉันก็ต้องไปทำงานที่ร้านอาหารปิ้งย่างในห้างด้วย เป็นงานพาร์ทไทม์จนกว่าจะถึงช่วงเข้างานมินิมาร์ทตอนทุ่มกว่าลากยาวไปถึงสี่ทุ่ม บางทีก็ต่อกะไปถึงตีสองตีสามก็มี ได้เงินฉันเอาหมดนั่นแหละ
ปรี้น!
“ว้าย...”
ไม่แน่ใจว่าตัวเองเดินเพลินไปหรือเปล่า สุดท้ายฉันสะดุ้งตกใจกับเสียงบีบแตรที่ลากยาวเมื่อรถคันหนึ่งกำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ฉันต้องตัดผ่านตรงนี้ไปถึงสองคณะถึงจะถึงคณะอักษรศาสตร์ที่ฉันเรียนอยู่ กลับมาปัจจุบัน ฉันฟุบลงบนพื้นทำให้ขนมที่หิ้วมากระจัดกระจายเต็มเกลื่อนถนนมหาลัย มองฝ่ามือของตัวเองที่เป็นรอยขูดถลอกจนเลือดซิบ
“เดินประสาอะไรวะน้อง!”
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ” ก็ไม่ได้เดินตัดหน้ารถเขาเสียหน่อย ทำไมฉันต้องขอโทษด้วยล่ะเนี่ย
“ดูดิ แม่งรถฉันเลอะน้ำคำเลยเนี่ย แม่งเพิ่งถอยมาใหม่ด้วย” เขาโวยวายพลางยกมือเสยเส้นผมสีดำขึ้นอย่างหงุดหงิด เรียกสายตาของนักศึกษาคณะวิศวกรรมมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาสวมเสื้อช้อปสีขาวและไม่แน่ใจว่าอยู่สาขาอะไรนะ “อุตส่าห์หลบไม่เหยียบน้ำคำแท้ๆ”
“พี่จะให้หนูชดใช้ยังไงดีคะ” ยังคงนั่งฟุบบนพื้นและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำคำกระเซ็นโดนรถของเขา ใบหน้าหล่อเหลาแลดูหงุดหงิดพลางถอนหายใจ
“ต้องเข้าคาร์แคร์อะดิ เสียเงินอีกกู”
“หนูขอโทษค่ะ”
“คิดว่าคำขอโทษมันชดใช้ได้งั้นเหรอวะน้อง! รถพี่เพิ่งถอยมาใหม่ๆ น้องทำเลอะขนาดนี้อะ”
“แต่หนู... ไม่มีเงินนะคะ” ตอบด้วยความสัตย์จริง จะให้เอาเงินที่มีอยู่ไปให้เขาเพื่อเข้าคาร์แคร์ ฉันหมดตัวแน่
“ถ้างั้นถอดเสื้อออกมาเช็ดรถให้พี่ดิ”
“!”
“ไม่มีเงินไม่ใช่ไง” ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อเขาสั่งให้ฉันถอดเสื้อเพื่อเช็ดรถของเขาอย่างงั้นเหรอ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ในรั้วมหาลัยด้วยนะ ทั้งที่เป็นคนไร้ตัวตนที่นี่ก็เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจ ทว่าดูเหมือนตอนนี้ทุกสายตาเอาแต่จ้องมองมาราวกับฉันเป็นคนผิด ใช่ ฉันอาจจะผิด นี่มันไม่ใช่บทลงโทษที่ฉันควรได้รับนี่นา “เอายังไงน้อง นี่พี่ใจดีกับน้องมากนะ”
“คือว่า...” ลอบกลืนน้ำลายลงคอ มองเขาที่ยืนกอดอกแสยะยิ้มเพื่อมองว่าฉันจะทำจริงไหม ปรากฏว่าฉันมีทางเลือกไม่มาก สองมือที่สั่นเทาเอื้อมหวังจะปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเอง ไม่สิปั้นหยา ต้องมีวิธีที่ไกล่เกลี่ยได้ดีกว่านี้ วิธีที่จะไม่ทำให้ตัวเองต้องอับอายหรืออยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยและซุบซิบ พี่ครามรู้จะต้องเสียใจแน่ที่เห็นฉันทำอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ทำเขาก็จ้องจะให้ฉันเป็นคนผิดอยู่ร่ำไป “งั้นหนูชดใช้...”
“รถเลอะขนาดนั้นเลย”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน กลิ่นเมนทอลที่คุ้นจมูกทำให้ฉันเสมองร่างสูงที่เดินออกมาจากใต้ต้นไม้ คีบบุหรี่ออกจากริมฝีปาก เอ๊ะ?... หน้าตาแบบนี้ ทรงผมแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นที่มินิมาร์ทนี่นา ฉันจำเขาได้แล้วที่จำได้ไม่ใช่แค่กลิ่นเมนทอลจากบุหรี่ที่เขาสูบ ทว่าเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่แลดูไม่แยแสอะไรบนโลกใบนี้ต่างหาก
“เอาเสื้อกูไปเช็ด”
“อะ เอ่อ ไม่ต้อง กะ กูแค่ล้อเล่นกับน้องเขาเอง” เขาคาบบุหรี่ไว้ตรงมุมปาก จากนั้นก็ถอดเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูโยนใส่หน้าผู้ชายคนนั้นจนตกลงบนพื้น
“หยิบขึ้นมา” น้ำเสียงเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาทุกอณูผิวของฉันจนขนในกายลุกชันขึ้น ไม่ต่างจากผู้ชายตรงหน้า พอถูกสั่งปุ๊บก็ย่อตัวหยิบเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูขึ้น ถึงจะไม่อยากใช้มันเช็ดด้วยมือที่สั่นเทาเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย “จบนะ”
สิ้นคำพูดร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในคณะโดยไม่สนใจอะไรเลย เขา... ช่วยฉันเหรอ? ได้แต่ครุ่นคิดในใจ ไม่สิ เขาจะมาช่วยฉันทำไมกัน แลดูเหมือนกับว่าเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเจอกับฉันที่มินิมาร์ท พอให้หลังเขาเดินจากไปจนลับตา ผู้ชายที่เอาเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเช็ดคราบน้ำคำก็โยนเสื้อลงบนพื้น
ตุ้บ
“แม่งเอ๋ย! ไอ้ควาย คิดว่าเจ๋งเหรอวะ ไอ้เวรตะไล” ปลายรองเท้าเหยียบลงบนเสื้อช้อปด้วยความหงุดหงิด น่าแปลกที่พอเขาคนนั้นปรากฎตัวปุ๊บ ทุกคนที่เคยมุงดูก็มลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถหรูของรุ่นพี่คนนี้ขับเข้าไปในคณะด้วยความเร็วจนลมท่อตีเข้าหน้า ฉันจึงลุกขึ้นปัดมือกระโปรงพลีทและโน้มตัวหยิบขนมลงถุงพลาสติก กำลังจะเดินไปที่คณะ
ความรู้สึกหนึ่งเรียกให้ฉันหันกลับไปมองเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมู... ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเลือกโน้มตัวลงไปหยิบมันขึ้นมา มีคราบน้ำคำเปียกชื้นหนำซ้ำมีรอยรองเท้าเหยียบอยู่หลายจุด ต่อให้เอามือปัดก็ไม่ยอมจะออก จึงพับมันเก็บลงกระเป๋าผ้าและสาวเท้ามายังหน้าคณะ
“เจ็บมากไหมหยา”
“ไม่เลย แผลเล็กน้อยมาก” มองมุกที่กำลังทำแผลบนฝ่ามือซ้ายให้พร้อมพันแผลให้เรียบร้อย
“ใจร้ายมากเลยนะ ที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ”
“ช่างเถอะ มันผ่านมาแล้ว” บอกเพื่อนเสมองเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูในกระเป๋า สงสัยต้องเอากลับไปซักเพื่อคืนเขาคนนั้นแล้วล่ะ ถึงเขาจะมาช่วยหรือไม่ก็ตามแต่ เสียดายแทนที่มันจะต้องถูกทิ้งไว้บนท้องถนนให้รถคันอื่นเหยียบซ้ำ
[50%]
*-------------------------------------------------*
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”“...”“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”“ค่ะ”“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด“ไอ้เก
“แม่ง!”“มึงไม่เห็นหรือไง”“เห็น”“จะให้ปล่อย” ไม่รู้ว่าบทสนทนาเป็นไปในรูปแบบไหน ทว่าพอฉันเดินกลับมาที่เดิมพี่โฬมก็ฉีกยิ้มกว้างลุกขึ้นรับถาดจากมือฉันไป ทั้งที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะทะเลาะกับพี่เกียร์อยู่เลย“โห น่ากินมากเลยครับ ซื้อมาเยอะขนาดนี้แทนที่จะชวนกูสักคำ ไม่มี”“ไม่ได้อยากกินกับมึง” เค้นเสียงแข็งใส่พี่โฬม จากนั้นฉันก็นั่งประจำที่เช็ดมือเรียบร้อยก็เตรียมแกะกุ้งให้กับพี่เกียร์ เมื่อได้ฉันก็วางบนจานให้เขาก่อนสองตัว “ไม่ต้องแกะ”“เอ๋? หนูจะแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคไงคะ”“ให้มันแกะเอง”“ขี้หวง” พี่โฬมเบ้ปากใส่พี่เกียร์ ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแหะ เป็นเพราะพี่โฬมกับพี่เจคมาหรือเปล่า“หนูขอแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคนะคะ ไหนๆ มือก็เลอะแล้ว” ขอคนตรงหน้าที่คีบเนื้อวัวจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จ่ายเงินกูมาด้วย”“น้องปั้นหยาก็กิน มึงไม่คิดบ้างอะ กับเพื่อนนี่เอาทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกันนะ” ดูเหมือนคนข้างกายฉันจะโวยวายเสียยกใหญ่ “ใช่สิ กูมันไม่สำคัญกับมึงแล้วไง มีน้องปั้นหยาอยู่ด้วยทั้งคน เหอะ”“เป็นตัวเมีย” สนามรบในหม้อสุกี้ยังไม่จบไม่สิ้นสินะ ดูเหมือนจะมีแค่พี่เกียร์กับพี่โฬมที่จ้องหน้า
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพคเนื้อวัวให้พี่เกียร์ เขาพยักหน้ารับ ไหงกลายเป็นว่าพี่เกียร์เข็นรถเดินตามฉันไปทุกซอกทุกมุม“พี่เกียร์จ่ายนะคะ หนูจ่ายไม่ไหวแน่”“ลืมเอาเงินมา”“พี่เกียร์ พูดจริงเหรอคะ” ฉันถึงห่อเหี่ยวทันทีที่หยิบกุ้งสดขึ้นมา พอเห็นมุมปากยกขึ้นก็หรี่ตามอง “แกล้งหนูอีกแล้ว ทำไมชอบแกล้งหนูจัง”“อยากน่าแกล้ง” จะบอกว่าตัวฉันเองทำให้เขาอยากแกล้งมากขึ้นว่างั้นสิ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวให้น่าแกล้งสักหน่อย พี่เกียร์ชอบใส่ร้ายกันตลอดนั่นแหละ“หนูขนไปเผื่อตุนไว้ให้พี่เกียร์ต้มใส่บะหมี่กินเองนะคะ”“ขนไปก็เท่านั้น” เขาบ่นพลางกวาดตามองไปทั่วโซนอาหารทะเล “ทำไม่เป็น”“หัดทำสิคะ หนูสอน”“ขี้เกียจ” เกลียดคำว่าขี้เกียจของเขาซะจริง ฉันเลือกของได้ครบตามที่ต้องการใช้เวลาไม่นานรถเข็นก็มีของสดเพียบ จากนั้นก็เดินนำพี่เกียร์ไปยังล็อกน้ำจิ้ม
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหนู” เหมือนถูกสายตาคมจ้องมองมาแทบจะฉีกร่างฉันให้กระจุยกระจาย“มันทำสินะ”“เมื่อวานเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะค่ะ เขาเมาก็เลย...” พี่เกียร์หรี่สายตามองฉันพลางกัดฟันกรอด “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มันเป็นครั้งแรกด้วย”“อยากให้มีรอบสอง”“ไม่ใช่นะคะ” มันไม่มีรอบสองแน่ ถ้าหากเรื่องปลายฟ้าจบลง ฉันกับพี่ครามก็จบเช่นเดียวกัน “มันพูดยากน่ะค่ะที่จะต้องพูดออกไป”ว่าฉันกับพี่ครามเราคบกัน มันมีเหตุผลของฉันอยู่ในนั้นประมาณ 95% อีก 5% คือเขาเป็นที่พึ่งให้ในตอนแรกๆ พอเมื่อวานแผงฤทธิ์ก็เลยคิดใหม่ทั้งหมด เอาเป็นว่า 100% ที่คบกับเขาเพราะผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆพอเห็นสีหน้าพี่เกียร์นิ่งจนเหมือนหุ่น ฉันก็พยายามทำให้บรรยากาศสำหรับเรามันดีขึ้น “ไว้หนูพร้อมหนูจะบอก”“...”“ถึงตอนนั้นพี่เกียร์จะรอฟังหนูไหม” ไม่ได้อยากจะขอร้อง เห
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงปล่อยสยายเหน็บข้างใบหูฉันนั่งตวัดขาไขว่ห้างที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก้มหน้าอ่านในหนังสือในมือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฮีลใจ ใช่ มันไม่ได้ฮีลใจได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ข้าง บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นกับจานเค้กที่ถูกตักกินไปแค่คำเดียวผละใบหน้าจากหน้าหนังสือหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม ฉับพลันก็มีร่างสูงสวมกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างฉัน ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมัดผมรวบเป็นมวย ด้านหน้าปล่อยเส้นผมลงมาและด้านบนมีแว่นกันแดดสีดำเหน็บบนศีรษะ รู้อะไรไหม... แค่เห็นหน้าเขา เรื่องเมื่อคืนก็ตีวุ่นเข้ามาอีกครั้ง“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาได้ยังไงคะ รู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่”“ผ่านมา” ชี้นิ้วไปยังรถจากัวร์ที่จอดอยู่ริม
คำหยาบคายถูกขุดขึ้นมา คนๆ นี้ไม่ใช่คนที่บอกรักฉันมาตลอด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พลังบวกให้กับฉันและไม่ใช่แม้แต่คนที่เคยใช้คำหวานเพื่อปลอบใจ เป็นที่พึ่งเดียวให้กับฉัน ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายฉัน หากยังคงดื้อดึงและยืนยันที่จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่เกียร์ ใช่ เขาไม่ได้คิด พี่เกียร์ไม่ผิดทำไมฉันจะต้องทำตามพี่ครามด้วย“ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ”“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับกูเหรอปั้นหยา!”ตุ้บร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปนอนฟุบลงบนเตียง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่งดี พี่ครามก็ตามมาขึ้นคร่อมจนฉันเบิกตากว้างพลางส่ายหน้าไปมา เขาตรึงข้อมือฉันไว้เหนือหัว ฉับพลันก็โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอจนฉันรู้สึกขยะแขยงเจียนบ้า“ฮึก ปล่อยหนูนะ”“ถ้ายังไม่รับปากกูว่าจะเลิกยุ่งกับมัน เตรียมตัวตายคาเตียงได้เลย” ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ครามเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะนี่... คือธาตุแท้ของผู้ชายที่ตีหน้าแสนดีกับฉัน พอกลายร่างก็เปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จัก “บอกมาว่าจะเลิกยุ่งกับมัน!”“มะ ไม่ หนูไม่เลิก”“ได้ งั้นมึงก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้แม่งสุขสบายกับมันแน่” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้พลางบีบปลายคางฉันจนเจ็บแ







