Mag-log inGear Trick #2
เมนทอล
ฝ่ามือหนาลูบไล้หน้าท้องและค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาหวังจะตะปบมาที่ก้อนเนื้อทั้งสองข้าง ฉันรู้สึกตัวเสียก่อนจึงคว้าหมับมือหนาเอาไว้และเอนเอียงไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่กลิ่นเหล้าและกลิ่นบุหรี่รดรินอยู่บนกลีบปาก มันชวนให้รู้สึกคลื่นไส้เสียจนฉันต้องเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง
“พี่คราม”
“พี่คิดถึงหนู” น้ำเสียงยานคางเอ่ยพลางพรมจูบซอกคอฉัน “คิดถึงกลิ่นหนู ปั้นหยา”
“พะ พี่ครามหยุด พี่เมา”
แลดูพี่ครามจะไม่ได้สนใจเสียงร้องห้ามของฉันเลย ยามนี้เป็นเวลาหกโมงเช้า เขากลับมาตะวันกำลังจะขึ้นแถมยังมีกลิ่นเหล้าเต็มตัว ไม่พอยังทำตัวรุ่มร่ามกับฉัน จนตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลำคอจนรู้สึกขยะแขยง ฉันเกลียด... กลิ่นเหล้าของเขาที่สุดเลย
“หยา พี่ไม่ไหวแล้ว”
“หยุดนะคะ”
เอามือดันไหล่หนาให้ออกห่าง เห็นถึงแววตาแดงก่ำและดวงตาที่ปรือจะหลับอยู่แล้ว กระทั่งพี่ครามทิ้งศีรษะลงบนตำแหน่งลำคอฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบริเวณซอกคอ ฉันถึงหายใจหายคอได้สะดวกผลักร่างหนาให้นอนหงายบนเตียงที่นอนได้สองคน ภายในห้องพักที่ไม่ได้กว้างขวาง แต่มันถูกและทำให้เราสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันได้ แถมอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยด้วย พ่นลมออกทางริมฝีปากก็ลุกขึ้นจากเตียงตรงเข้าห้องน้ำบิดผ้าขนหนูหมาดๆ เช็ดใบหน้าหล่อเหลาที่เมาจนผล็อยหลับไป
‘หนูทำข้าวต้มไว้ อย่าลืมกินนะคะ พี่ครามมีเรียนตอนบ่ายนะ หนูต้องไปช่วยป้าณีทำขนมแล้วจะไปเรียนเลย’
เขียนโน้ตทิ้งไว้แปะบนหมอน จากนั้นก็เตรียมตัวสวมชุดนักศึกษาแบบเป็นระเบียบ ผมสีดำของฉันมัดรวบเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมด้านข้าง เอาจริงฉันค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่หน้าตาไม่ได้จัดว่าสวยมากนัก ยิ่งอยู่ในมหาลัยยิ่งดูไร้ตัวตนเป็นที่สุด อันเนื่องจากแต่ละคนจะสวยแข่งกันยกเว้นฉันคนเดียวเท่านั้น
พี่ครามสนใจในตัวฉันโดยให้เหตุผลว่า ‘หนูไม่รู้ตัวเหรอ หนูน่ารักมาก ตากลมโต ริมฝีปากจิ้มลิ้มและผิวขาวซีด’ พี่ครามมักจะบอกว่าฉันน่ารักมากๆ ในสายตาของเขา สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้หรอกนะเพราะฉันค่อนข้างเป็นอากาศธาตุซะมากกว่าเป็นจุดเด่นให้ใครต่อใครมอง
“มาแล้วเหรอหยา”
“มีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ”
“เอาจริง หนูน่ะไม่ต้องมาช่วยป้าก็ได้ ป้าทำเองสบายมาก” ถึงป้าณีจะบอกแบบนั้นฉันก็ต้องช่วย เพราะแม้จะได้เงินจากการช่วยป้าณีตั้งร้านในตลาดแค่ไม่กี่ร้อยก็เป็นเงิน ยิ่งพี่ครามเอาเงินฉันไปสามพัน จะต้องหามาคืนให้ได้ไม่อย่างนั้นเงินที่มีมันจะลดลงเรื่อยๆ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น จึงต้องทำงานรับจ้างทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตามแต่ ยกเว้นอย่างเดียวคือ... ขายตัว นั่นเป็นสิ่งที่สุดท้ายที่ฉันจะคิดจะทำมัน
“หนูช่วยขนของนะคะ จะได้เอาไปจัดเรียงให้”
ป้าณีเป็นป้าที่รู้จักกับเจ๊นัตตี้นั่นแหละ ฉันมาช่วยป้าณีตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ได้วิชาทำขนมมาก็เยอะ หากแต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ฉันเก่งถึงขั้นทำมันเป็นทุกอย่าง แค่บางอย่างเท่านั้นนะเพราะรู้ๆ อยู่พื้นที่ห้องพักไม่ได้เหมาะกับการทำขนมเลยสักนิด อีกอย่างการมาช่วยป้าณีก็ทำให้ฉันได้กินขนมฟรีทุกวัน เช่นเช้านี้ช่วยป้าณีเสร็จท่านก็ให้ข้าวต้มมัดฉันมาและขนมกล้วยอีกสามห่อ
เพราะเมื่อคืนกลับดึกกว่าจะได้นอนก็เลยต้องตื่นเช้ามาทำรายงานที่คณะก่อนจะเข้าเรียนตอนสิบโมง ถึงบ่ายสาม พอหลังจากเลิกเรียนฉันก็ต้องไปทำงานที่ร้านอาหารปิ้งย่างในห้างด้วย เป็นงานพาร์ทไทม์จนกว่าจะถึงช่วงเข้างานมินิมาร์ทตอนทุ่มกว่าลากยาวไปถึงสี่ทุ่ม บางทีก็ต่อกะไปถึงตีสองตีสามก็มี ได้เงินฉันเอาหมดนั่นแหละ
ปรี้น!
“ว้าย...”
ไม่แน่ใจว่าตัวเองเดินเพลินไปหรือเปล่า สุดท้ายฉันสะดุ้งตกใจกับเสียงบีบแตรที่ลากยาวเมื่อรถคันหนึ่งกำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ฉันต้องตัดผ่านตรงนี้ไปถึงสองคณะถึงจะถึงคณะอักษรศาสตร์ที่ฉันเรียนอยู่ กลับมาปัจจุบัน ฉันฟุบลงบนพื้นทำให้ขนมที่หิ้วมากระจัดกระจายเต็มเกลื่อนถนนมหาลัย มองฝ่ามือของตัวเองที่เป็นรอยขูดถลอกจนเลือดซิบ
“เดินประสาอะไรวะน้อง!”
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ” ก็ไม่ได้เดินตัดหน้ารถเขาเสียหน่อย ทำไมฉันต้องขอโทษด้วยล่ะเนี่ย
“ดูดิ แม่งรถฉันเลอะน้ำคำเลยเนี่ย แม่งเพิ่งถอยมาใหม่ด้วย” เขาโวยวายพลางยกมือเสยเส้นผมสีดำขึ้นอย่างหงุดหงิด เรียกสายตาของนักศึกษาคณะวิศวกรรมมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาสวมเสื้อช้อปสีขาวและไม่แน่ใจว่าอยู่สาขาอะไรนะ “อุตส่าห์หลบไม่เหยียบน้ำคำแท้ๆ”
“พี่จะให้หนูชดใช้ยังไงดีคะ” ยังคงนั่งฟุบบนพื้นและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำคำกระเซ็นโดนรถของเขา ใบหน้าหล่อเหลาแลดูหงุดหงิดพลางถอนหายใจ
“ต้องเข้าคาร์แคร์อะดิ เสียเงินอีกกู”
“หนูขอโทษค่ะ”
“คิดว่าคำขอโทษมันชดใช้ได้งั้นเหรอวะน้อง! รถพี่เพิ่งถอยมาใหม่ๆ น้องทำเลอะขนาดนี้อะ”
“แต่หนู... ไม่มีเงินนะคะ” ตอบด้วยความสัตย์จริง จะให้เอาเงินที่มีอยู่ไปให้เขาเพื่อเข้าคาร์แคร์ ฉันหมดตัวแน่
“ถ้างั้นถอดเสื้อออกมาเช็ดรถให้พี่ดิ”
“!”
“ไม่มีเงินไม่ใช่ไง” ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อเขาสั่งให้ฉันถอดเสื้อเพื่อเช็ดรถของเขาอย่างงั้นเหรอ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ในรั้วมหาลัยด้วยนะ ทั้งที่เป็นคนไร้ตัวตนที่นี่ก็เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจ ทว่าดูเหมือนตอนนี้ทุกสายตาเอาแต่จ้องมองมาราวกับฉันเป็นคนผิด ใช่ ฉันอาจจะผิด นี่มันไม่ใช่บทลงโทษที่ฉันควรได้รับนี่นา “เอายังไงน้อง นี่พี่ใจดีกับน้องมากนะ”
“คือว่า...” ลอบกลืนน้ำลายลงคอ มองเขาที่ยืนกอดอกแสยะยิ้มเพื่อมองว่าฉันจะทำจริงไหม ปรากฏว่าฉันมีทางเลือกไม่มาก สองมือที่สั่นเทาเอื้อมหวังจะปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเอง ไม่สิปั้นหยา ต้องมีวิธีที่ไกล่เกลี่ยได้ดีกว่านี้ วิธีที่จะไม่ทำให้ตัวเองต้องอับอายหรืออยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยและซุบซิบ พี่ครามรู้จะต้องเสียใจแน่ที่เห็นฉันทำอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ทำเขาก็จ้องจะให้ฉันเป็นคนผิดอยู่ร่ำไป “งั้นหนูชดใช้...”
“รถเลอะขนาดนั้นเลย”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน กลิ่นเมนทอลที่คุ้นจมูกทำให้ฉันเสมองร่างสูงที่เดินออกมาจากใต้ต้นไม้ คีบบุหรี่ออกจากริมฝีปาก เอ๊ะ?... หน้าตาแบบนี้ ทรงผมแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นที่มินิมาร์ทนี่นา ฉันจำเขาได้แล้วที่จำได้ไม่ใช่แค่กลิ่นเมนทอลจากบุหรี่ที่เขาสูบ ทว่าเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่แลดูไม่แยแสอะไรบนโลกใบนี้ต่างหาก
“เอาเสื้อกูไปเช็ด”
“อะ เอ่อ ไม่ต้อง กะ กูแค่ล้อเล่นกับน้องเขาเอง” เขาคาบบุหรี่ไว้ตรงมุมปาก จากนั้นก็ถอดเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูโยนใส่หน้าผู้ชายคนนั้นจนตกลงบนพื้น
“หยิบขึ้นมา” น้ำเสียงเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาทุกอณูผิวของฉันจนขนในกายลุกชันขึ้น ไม่ต่างจากผู้ชายตรงหน้า พอถูกสั่งปุ๊บก็ย่อตัวหยิบเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูขึ้น ถึงจะไม่อยากใช้มันเช็ดด้วยมือที่สั่นเทาเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย “จบนะ”
สิ้นคำพูดร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในคณะโดยไม่สนใจอะไรเลย เขา... ช่วยฉันเหรอ? ได้แต่ครุ่นคิดในใจ ไม่สิ เขาจะมาช่วยฉันทำไมกัน แลดูเหมือนกับว่าเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเจอกับฉันที่มินิมาร์ท พอให้หลังเขาเดินจากไปจนลับตา ผู้ชายที่เอาเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเช็ดคราบน้ำคำก็โยนเสื้อลงบนพื้น
ตุ้บ
“แม่งเอ๋ย! ไอ้ควาย คิดว่าเจ๋งเหรอวะ ไอ้เวรตะไล” ปลายรองเท้าเหยียบลงบนเสื้อช้อปด้วยความหงุดหงิด น่าแปลกที่พอเขาคนนั้นปรากฎตัวปุ๊บ ทุกคนที่เคยมุงดูก็มลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถหรูของรุ่นพี่คนนี้ขับเข้าไปในคณะด้วยความเร็วจนลมท่อตีเข้าหน้า ฉันจึงลุกขึ้นปัดมือกระโปรงพลีทและโน้มตัวหยิบขนมลงถุงพลาสติก กำลังจะเดินไปที่คณะ
ความรู้สึกหนึ่งเรียกให้ฉันหันกลับไปมองเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมู... ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเลือกโน้มตัวลงไปหยิบมันขึ้นมา มีคราบน้ำคำเปียกชื้นหนำซ้ำมีรอยรองเท้าเหยียบอยู่หลายจุด ต่อให้เอามือปัดก็ไม่ยอมจะออก จึงพับมันเก็บลงกระเป๋าผ้าและสาวเท้ามายังหน้าคณะ
“เจ็บมากไหมหยา”
“ไม่เลย แผลเล็กน้อยมาก” มองมุกที่กำลังทำแผลบนฝ่ามือซ้ายให้พร้อมพันแผลให้เรียบร้อย
“ใจร้ายมากเลยนะ ที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ”
“ช่างเถอะ มันผ่านมาแล้ว” บอกเพื่อนเสมองเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูในกระเป๋า สงสัยต้องเอากลับไปซักเพื่อคืนเขาคนนั้นแล้วล่ะ ถึงเขาจะมาช่วยหรือไม่ก็ตามแต่ เสียดายแทนที่มันจะต้องถูกทิ้งไว้บนท้องถนนให้รถคันอื่นเหยียบซ้ำ
[50%]
*-------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา
Gear Trick #11อยากได้: GEAR TALK :“เหี้ยเกียร์!”เสียงแหกปากตะโกนลั่นแบบนี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากไอ้โฬม ผมหันไปมองมันหลังจากเลิกคลาสเรียนตอนเย็น มันก็รีบวิ่งมากอดคอผมพลางยื่นมือถือสุดหรูมาให้ดู“ทำเหี้ยอะไรไว้”“...” ผมไม่ตอบกลับเสมองหน้าจอมือถือ เป็นรูปที่ผมโน้มใบหน้าเข้าใกล้ปั้นหยา เด็กสาวที่สู
สลัดความคิดทั้งหมดฉันก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง ซักเสื้อช้อปให้พี่เกียร์และเข้ามาอาบน้ำชำระร่างกาย ลอกพลาสเตอร์ยาออกจากหน้าผาก และใช้อันที่มีติดมันใหม่ ขณะที่ยืนมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก ฉันก็ลองดึงหนังยางรัดผมออกและปล่อยผมสีดำสยาย ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ชินที่ตัวเองจะต้องปล่อยผมดังนั้นจ
Gear Trick #10ความสงสัยได้แต่นั่งทำหน้าบูดบึ้งใส่ร่างสูงที่เข้าห้องนอนส่วนตัวไป แล้วเข้าไปในห้องตัวเองแบบนั้นฉันจะเข้าไปเอาได้ยังไงกันล่ะ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวฉันจึงทำได้เพียงนั่งกอดอกมองไปรอบๆ ห้องของพี่เกียร์ จะว่าไปห้องของเขามันกว้างมากเลยนะ แถมโซฟาที่นั่งก็นุ่มนิ่มกว่าเตียงที่ฉันนอนที่ห้องอีก
“อ่า ค่ะๆ” หม้ออยู่ด้านบน โอเคเจอแล้วเป็นแบบหม้อต้มบะหมี่ที่กินได้เลยกับบะหมี่ที่ในลิ้นชักเต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติ แต่เดี๋ยวนะ... ห้องพี่เกียร์ก็มีซองบะหมี่เยอะ ทำไมถึงได้ไปเสียเงินกินที่มินิมาร์ทด้วย สงสัยอะไรล่ะปั้นหยา ลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่เกียร์ขี้เกียจสุดๆ ขนาดเจ็บข้อมือยังไม่ยอมจะทายาเลย “กี่ห







