LOGINGear Trick #1
เป็นแฟนวิศวะ
กลิ่นฉุนของบุหรี่ที่เพิ่งได้กลิ่นมาเมื่อเช้า มันเป็นกลิ่นเย็นๆ คล้ายกับเมนทอล หากแต่ว่ามันกลับทำให้ฉันรู้สึกมึนหัวตอนได้กลิ่น อาจเป็นเพราะต้องสูดเอาทั้งควันรถรวมไปถึงควันบุหรี่เข้ามาในปอด จึงทำให้โสตประสาทแยกกลิ่นได้ย่ำแย่ เล่นงานเสียจนหัวหมุน
ทว่า... รุ่นพี่คณะวิศวะที่เดินผ่านฉันไปเมื่อกี้ เขากลับมีกลิ่นเมนทอลกลิ่นนั้นลอยคลุ้งมาแต่ไกล จังหวะที่สายตาของเราสองคนผสานเข้าหากัน ฉันเหมือนถูกนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นดึงดูดไปอยู่ในห้วงของมิติที่ไม่สามารถแยกได้ว่าอันไหนคือความจริงและอันไหนคือความฝัน แผ่นหลังกว้างเดินห่างออกไปไกล เส้นผมสีดำสนิทยาวจนรวบมัดไว้ตรงกลางศีรษะ ความสูงที่ทำให้เขาแลดูดีในหมู่รุ่นพี่คนอื่นที่เดินผ่าน ทุกอย่างบนตัวของเขาทำให้ฉันถึงกับเผลอมองจนเดินลับตาไป
ทำไมกลิ่นของเขาถึงได้เหมือนกลิ่นบุหรี่ที่ผู้ชายคนนั้นสูบเลย ฉันไม่รู้และไม่ได้มองว่าใครสูบบุหรี่ตอนที่ฉันนั่งวินมอเตอร์ไซค์เพื่อมามหาลัย เอาจริงฉันเองก็ไม่ใช่หมาที่แยกกลิ่นเก่งขนาดนั้น ช่างเถอะ
“ลูบเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อย ทีนี้จะได้มีแฟนวิศวะกับเขาสักที” มองร่างบอบบางของเพื่อนสนิทชื่อว่า ‘มุก’ ชวนฉันมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เพราะข่าวลือแพร่สะพัด
‘ใครอยากได้แฟนวิดวะ ต้องมาลูบป้ายคณะและจะให้ได้ผลต้องจับเกียร์ด้านบนในเวลากลางคืน’
ฉันค่อนข้างไม่เชื่ออะไรพวกนี้สักเท่าไหร่ กับการที่จะต้องเงยหน้ามองไปยังเกียร์ด้านบนที่สูงจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ถ้าเกิดมีคนเชื่อจริงๆ
“หยา!”
น้ำเสียงเข้มแหบพร่าตะโกนเรียกมาแต่ไกล พอเห็นว่าร่างสูงที่สวมเสื้อช้อปสีกรมท่าวิ่งมาหาและโถมตัวกอดจนฉันเซไปด้านหลังเล็กน้อยก็พาให้ตกใจเอามือยันหน้าท้องแกร่ง
“เดี๋ยวพี่คราม ปล่อยหนูก่อน”
“พี่คิดถึงหนูที่สุดเลยรู้ไหม” กระซิบบอกข้างใบหูท่ามกลางสายตาของคนที่เดินเข้าคณะวิศวะ และไม่เว้นแม้แต่สายตาของเพื่อนจำต้องดันร่างสูงให้ถอยห่างจนเขายินยอม “หนูมาหาพี่เหรอ”
“เปล่าค่ะ หนูมาเป็นเพื่อนมุก”
“มุกมีแฟนเป็นเด็กวิดวะเหรอ”
“ไม่ใช่ มุกมาลูบป้ายคณะวิศวะต่างหาก”
“เชื่อข่าวลือพวกนั้นด้วยเหรอเนี่ย”
ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของ ‘พี่คราม’ เด็กวิศวะไฟฟ้าปี 3 เท้าเอวหัวเราะกับข่าวลือที่มุกเชื่อ เพื่อนได้ฟังแบบนั้นก็เขินพลางตีไหล่ของพี่ครามจนเขาฉีกยิ้มและบอกว่าไม่ได้จะดูถูก แค่ไม่คิดว่ามุกจะเชื่อและใช่ ผู้ชายคนนี้ก็คือแฟนของฉันเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ลูบป้ายคณะตามที่มุกชวน
ร่างหนาของผู้ชายคนหนึ่งเดินยกมือปิดปากหาวมาแต่ไกล เขาสวมเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูพลางยกมือเสยเส้นผมสีดำสนิทขึ้น ผมสีดำยาวรากไทรและไถด้านข้างขึ้นเล็กน้อย แน่นอนว่าความสูงไม่ได้ต่างจากรุ่นพี่คนนั้นที่ฉันได้กลิ่นเมทอลจากตัวเขาเลยสักนิด ฉันเหมือนกลายเป็นเด็กตัวจิ๋วเดียวเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้า
“ถอย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จะเดิน”
“ที่เดินก็มีเยอะแยะนะไอ้เจค”
“...” พี่ครามก่นถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ดูเหมือนว่ารุ่นพี่คนนี้จะไม่แยแสเขายกมือเกาท้ายทอย “ถอย”
“ไอ้เจค” รีบดึงต้นแขนของพี่ครามเอาไว้ซะก่อน และฉันก็เป็นฝ่ายหลีกทางให้เขาเดินผ่านไปราวกับตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ พี่ครามแลดูหงุดหงิดจึงด่าตามหลัง “คิดว่าเจ๋งหรือไงวะ!”
“พอเถอะค่ะ”
“ใครเหรอคะพี่คราม หล่อมากแถมสูงสุดๆ”
“ไม่ต้องรู้หรอก” พี่ครามบอกปัดและหันมาฉีกยิ้มให้กับฉัน “คืนนี้หนูจะกลับห้องไหม”
“หนูจะแวะไปหาน้องหน่อยน่ะค่ะ ไม่ได้ไปหาหลายวันแล้ว ช่วงนี้ทำงานหนักทุกวัน”
“อ่า งั้น...” คิดว่าพี่ครามคงจะคิดถึงฉันไม่มากก็น้อย เราสองคนเองก็แทบจะไม่ได้เจอกัน ดังนั้นพอพี่ครามเห็นหน้าฉันจึงได้วิ่งเข้ามาสวมกอดด้วยความคิดถึง ราวกับสิ่งที่คิดมันพังไปหมดเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูพลางกระซิบไม่ให้มุกได้ยิน “พี่ยืมเงินหนูหน่อยสิ”
“คะ?” หางตากระตุกขณะสบตากับพี่ครามที่ใช้เสน่ห์จากรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลา ฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยและใช่ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ครามขอยืมเงินจากฉัน
“คือพี่ต้องทำรายงานน่ะ เงินขาดอยู่”
“เท่าไหร่คะ”
“สามพัน” ลอบกลืนน้ำลายเมื่อมองจำนวนนิ้วที่เขาชูให้ราวกับเป็นเงินที่หามาได้ง่ายๆ แปบเดียว ทั้งที่ฉันต้องตกระกำลำบากทำงานหนักเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อน้องสาวคนเดียวของฉัน “เรื่องที่หนูให้พี่ทำ หนูคงไม่ลืมใช่ไหม”
“ไม่ลืมค่ะ”
“ให้พี่ยืมก่อน เดี๋ยวพ่อกับแม่โอนให้ พี่จะรีบเอามาคืน” อยากจะถาม... โอนมาก็ไม่เห็นคืนสักที กลายเป็นว่าตอนนี้พี่ครามยืมเงินฉันไปครบสามหมื่นบาทแล้วนะ ฉันยังไม่ได้คืนสักบาทคิดแค่ว่าเขาเป็นแฟนและมีเรื่องที่จะต้องพึ่งพาเขา สำคัญพี่ครามคือผู้ชายคนเดียวที่คอยให้กำลังใจและคอยปลอบใจฉันในวันที่แสนจะยากลำบากในการใช้ชีวิต
“หนูโอนให้”
“น่ารักที่สุดแฟนพี่!” เขากอดฉันอย่างมันเขี้ยวและฉีกยิ้มกว้าง “ไม่งั้นพี่ทบไปจ่ายเงินส่วนตรงนั้นเลยดีไหม”
“ก็ได้ค่ะ”
ไม่มีทางปฏิเสธได้เลยแม้แต่นิด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของฉัน ดังนั้นถึงจะมีเงินเก็บเหลือเพียงไม่มาก ฉันก็ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา มันสำคัญต่อการใช้ชีวิตของฉันและสำคัญมากๆ กับน้องสาวคนเดียวของฉัน
คงเหลือ 11,023.56
เงินในบัญชีตอนนี้เหลือเพียงแค่หมื่นนิดๆ เมื่อโอนเงินให้พี่ครามยืมไปสามพัน ฉันก็นั่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหินอ่อนหลังจากที่กลับจากคณะวิศวะ เข้าคลาสเรียนจนล่วงเลยมาถึงเวลาเย็น ค่ำนี้มีไปทำงานที่มินิมาร์ทถึงสี่ทุ่ม พรุ่งนี้เช้ามีไปช่วยป้าณีทำขนมขายต่อเช้า น่าจะเหลือพอที่จะเก็บเอาไว้สมทบทุนเรื่องนั้น
“ไปเดินห้างกันไหมหยา”
“โทษทีนะมุก ฉันต้องไปหาเจ๊นัตตี้น่ะ”
“อ้าวเหรอ ทำไมทำงานหนักจัง”
เพื่อนสาวที่สนิทด้วยตอนเข้ามาเรียนแรกๆ ช่วงรับน้อง ฉันเป็นเด็กทุนได้เข้าเรียนมหาลัยเอกชนจนถึงจบป.ตรี มีหอพักให้ฟรีแต่ฉันเลือกออกมาอยู่หอพักข้างนอกกับพี่ครามได้ประมาณสองเดือนแล้ว เขาเป็นฝ่ายมาจีบฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันตอนฉันเผลอสะดุดล้มที่ลานเกียร์คณะวิศวะ ตอนไปทำกิจกรรมที่นั้น ตอนนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจะตกลงคบกับเขา แต่พี่ครามเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือล้นมาก คำพูดของเขามันหวานและปลอบใจฉันทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้
เขาเป็นเหมือนแสงให้กับฉันเลยนะ เป็นทุกอย่างให้จริงๆ ฉะนั้นไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร ฉันจึงอยากให้เขาและไม่เว้นแม้แต่เรื่องของเงินทองเองก็ตามที พี่ครามรู้ความเป็นไปในชีวิตของฉันทุกอย่าง เช่นเรื่องนั้นเองก็ด้วยที่เขาอาสาจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นโดยไม่ต้องให้ฉันลำบากอยู่ฝ่ายเดียว แค่เขาช่วยเหลือตรงส่วนนั้นมันก็มากเกินพอแล้วจริงๆ
“มีเรื่องจำเป็นน่ะ โทษทีนะมุก” ตอบเพื่อนพลางเก็บมือถือรุ่นที่ไม่ได้แพงหรือหรูหราเหมือนที่คนอื่นเขาใช้ ขอแค่เป็นมือถือที่ทำให้ฉันโทรเข้าโทรออกและมีแอพฯ ธนาคารก็เพียงพอ “ฉันต้องไปแล้ว”
“เดี๋ยวสิหยา หยา!”
โบกมือให้กับเพื่อนและหยิบกระเป๋าผ้าใบเก่าสะพายข้าง สองเท้าก้าวฉับออกจากคณะเพื่อกลับไปหาน้องสาว อย่างน้อยเงินน่ะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ชีวิตของน้องสาวฉันจนตายมันก็หามาแทนไม่ได้ ดังนั้นต่อให้ต้องลำบากปากกัดตีนถีบแค่ไหน ฉันจะต้องทำให้น้องสาวเพียงคนเดียวของฉันพบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม
งานจะหนัก งานจะเบาหรืองานจะทำให้ฉันเหนื่อยแทบลากเลือดก็ยิ่งดี จะทำมันโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว ก็เพราะเราสองคนมีกันแค่สองคนพี่น้องนี่นา
ร้าน NUTTY Beauty
มือซ้ายหิ้วถุงพลาสติกที่มีของกินหลากหลายอย่างมาหยุดที่หน้าตึกแถวแห่งหนึ่ง ฉันเงยหน้ามองป้ายร้านและประตูกระจกที่มีหุ่นผู้หญิงโชว์ชุดที่ตัดเย็บอย่างสวยงามสำหรับใส่ไปแสดงงานเวทีต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ก็ยังรับแต่งหน้าให้กับเซเลปดังหลายคน ฝีมือของเธอไม่ธรรมดาจนโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเปิดประตูเข้าไปเสียงกระดิ่งที่ผูกติดกับประตูดังขึ้น เรียกสายตาของสามสาวที่กำลังนั่งเย็บชุดกันอยู่ให้หันมาทางฉัน
“มาซะดึกเลยนะหยา”
“พอดีหนูแวะไปเยาวราชมาน่ะค่ะ” ตอบหนึ่งในสามสาวที่ฉีกยิ้มให้และหันหน้าไปเย็บผ้ากันต่อ สามสาวที่ว่าเธอเป็นสาวประเภทสองที่สวยและใจดีกับฉันมากๆ “เจ๊เป๊กคะ เจ๊นัตตี้ล่ะคะ”
“นู้นไง ไปตอแหลที่ร้านส้มตำซะนาน คนรอกินมันหิวนะอีเจ๊!”
“โอ๊ย แค่ไปเม้าท์ไม่นานเอง พวกหล่อนน่ะใจร้อน”
หันกลับไปมองร่างสูงหุ่นดีส่วนสูง 183 ซม. วัย 32 ปี มีหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเพราะผ่านการศัลยกรรมมาเรียบร้อย ใบหน้าสวยแลดูหงุดหงิดเดินสวนฉันเอาถุงส้มตำวางให้กับคนสนิทอย่างเจ๊เป๊กและพองเพื่อน เจ๊นัตตี้หันมามองฉันพลางกอดอกและไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“หล่อนก็อีกคนนะ หัดกินให้มันเยอะๆ เหมือนอีเป๊กกี้หน่อย ผอมมาก”
“หนูไม่ค่อยหิวน่ะค่ะเจ๊”
“ย่ะ ฉันเชื่อ” ถึงจะดูปากร้ายแต่เจ๊นัตตี้ใจดีกับฉันมากจนหาที่สุดไม่ได้จริงๆ
“หนูไปเยาวราชมาค่ะซื้อของมาฝากเจ๊กับปลายฟ้าด้วย น้องเป็นยังไงบ้างคะ”
“หลับไปแล้วล่ะ” เจ๊นัตตี้รับถุงอาหารไปดูพลางถอนหายใจและดันถุงขนมปังที่ฉันซื้อมาให้ “หล่อนเอาไปกินที่ห้อง ไม่ต้องห่วงนังฟ้า ฉันดูแลมันอย่างดี”
“หนูเกรงใจเจ๊มากเลยนะคะ ทุกอย่างเลย”
“นี่ ทำไมเพิ่งมาเกรงใจ ฉันดูแลหล่อนกับนังฟ้ามาตั้งแต่ 10 ขวบ ตอนนี้โตจนหาเงินได้แล้ว อย่ามาเศร้า” ผลักศีรษะฉันจนยิ้มออกมาเมื่อมองเจ๊นัตตี้ที่เดินไปนั่งตวัดขาไขว่ห้าง “หล่อนอยู่กับแฟน เป็นไงบ้าง”
“ดีค่ะ พี่เขากำลังหาทางช่วยหนูอยู่เรื่องปลายฟ้า”
“เฮ้อ หล่อนน่ะมองคนให้มันลึกๆ หน่อยนะปั้นหยา ไม่อย่างนั้นหล่อนเองนั่นแหละที่จะเสียใจ”
[50%]
*---------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา
“อ่า ค่ะๆ” หม้ออยู่ด้านบน โอเคเจอแล้วเป็นแบบหม้อต้มบะหมี่ที่กินได้เลยกับบะหมี่ที่ในลิ้นชักเต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติ แต่เดี๋ยวนะ... ห้องพี่เกียร์ก็มีซองบะหมี่เยอะ ทำไมถึงได้ไปเสียเงินกินที่มินิมาร์ทด้วย สงสัยอะไรล่ะปั้นหยา ลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่เกียร์ขี้เกียจสุดๆ ขนาดเจ็บข้อมือยังไม่ยอมจะทายาเลย “กี่ห
Gear Trick #9ไหงเรื่องกลายเป็นแบบนี้ไปได้คำว่า ‘หรือจะให้อุ้ม’ ฉุดรั้งฉันให้พยุงตัวยืนเต็มความสูง กอดเสื้อช้อปของพี่เกียร์เอาไว้แน่น สบตากับพี่โฬมและมาหยุดที่คนตัวสูง เขาไม่พูดอะไรกลับเดินนำฉันออกจากห้องวีไอพีไปหน้าตาเฉย“ตามมันไปครับ”“หนูต้องทำงานนะคะ”“ไม่เป็นไรหรอกครับ เชื่อพี่ คุณดลไม่ว่าอะไ
มันต่างกัน... ใช่ ต่างกันยังไงน่ะเหรอ ก็เพราะเขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ควงแขนเขาอยู่ เธอสวมชุดนักศึกษาที่เซ็กซี่และดูจากท่าทางคือเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน ด้วยสีผมที่เหมาะกับเธอคือสีน้ำเงินเข้ม เธอกำลังคุยอะไรกับเขาอย่างออกรส ยกเว้นก็แต่เขาที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงแลดูไม่ใส่ใจด้วยซ้ำว่าหล่อน
Gear Trick #7หรือจะตาฝาดเขาจ้องหน้าฉันนิ่ง พลางนั่งตวัดขาไขว่ห้างและเอนหลังพิงด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ พี่โฬมถือที่คีบอยู่หันมามองฉันด้วยสีหน้ามึนงง “น้องปั้นหยาต้องทำงาน ไม่ได้มีหน้าที่ย่างของให้มึงแดก”“ไม่สน” ยักไหล่ไหวจนฉันทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับพี่สุได้ยินคำพูดของพี่เกียร์ จึงพยักหน้าใ







