Se connecterภายในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณบวกกับเสียงจังหวะดนตรี EDM หนัก ๆ จนทำให้พื้นสั่นสะเทือน เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะและเคลิบเคลิ้มไปกับความมัวเมาของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไป
ทว่ากลับมีเพียงชายผู้เดียวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอโทรศัพท์พลางใช้นิ้วเลื่อนรีเฟรชหน้าจอซ้ำ ๆ จนเพื่อน ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะส่ายหัวเป็นพัลวัน
“โทรศัพท์มึงเป็นอะไรไอ้ผา?” มังกรเอ่ยถามพร้อมชะโงกใบหน้าเข้าไปใกล้
“ถ้าขึ้นแบบนี้คือ...โดนบล็อกใช่ปะวะ?”
ภูผาหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อน ๆ ดูเพื่อย้ำให้แน่ใจว่า...เอวาบล็อกเขารอบที่ 2
“เออ!” มังกรตอบแบบขอไปทีแล้วกระดกเครื่องดื่มสาดลงคอจนหมดแก้วก่อนจะกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ไหนมึงบอกว่าน้องเอวาปลดบล็อกมึงแล้ว”
“ก็ปลดแล้วสิวะ!”
ภูผาว่าอย่างหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนเย็นตนเป็นคนกดปลดบล็อกด้วยตัวเองแท้ ๆ แต่ยัยตัวแสบดันมาบล็อกเขาอีกรอบ คิดแล้วมันน่าโมโหจริง ๆ
“ปลดแล้วทำไมหน้าจอขาวแบบนี้ละไอ้เสืออ”
เทวาว่าหยอกล้อพลางหยักคิ้วให้ภูผาไปที ไอ้เสือคาบดาบที่เคยเรืองลือ ตอนนี้นั่งหงอยเพราะโดนหญิงบล็อกว่ะ เหอะ
“ก็น้องมึงมันแสบ! คงบล็อกกูอีกรอบ แม่ง!”
“โบ้จัดเลยหรอวะ ตามง้อสาวเป็นกิจวัตประจำวันเลยมึงอะ”
ขุนเขาเอ่ยแซวภูผาก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี...แต่เขาจะรอดูอยู่ห่าง ๆ
“โบ้อะไร กูพึ่งง้อได้วันเดียว พวกมึงก็รอซ้ำเติมกูจังนะ”
“น้องกูไม่เอามึงแล้วครับ”
“แต่กูจะเอาน้องมึงไงไอ้เท!...พวกมึงรอเลย ไม่เกินสองอาทิตย์กูง้อได้แน่!”
นิ้วมือเรียวชี้หน้าเพื่อนทั้งสามทีละคน ดวงตาฉายแววมุ่งมั่นก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับประกาศิต
ไม่รู้ว่าภูผาไปไม่เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเวลาเพียงสองสัปดาห์เอวาจะกลับมาคบกับตัวเอง แต่ที่แน่ ๆ เขาจะสู้หัวชนฝาเพราะถือคติประจำใจไว้ว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
“เหอะ! กูจะรอดู ถ้าภายในสองอาทิตย์มึงยังง้อไม่สำเร็จ กูจะเรียกมึงว่าไอ้หมา!”
มังกรละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วเค้นหัวเราะเย้ยหยันราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ภูผาพูด...ก็การง้อหญิงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ยิ่งเป็นเอวาน้องสาวไอ้เทวา...บอกเลยว่าไอ้เสือผาเจองานหยาบแล้ว
“เออ!”
“มั่นหน้าฉิบ! เผื่อใจไว้บ้างเถอะว่ะ กูขี้เกียจมานั่งปลอบมึง”
เทวาว่าพลางยกเครื่องดื่มสีทองกระดกลงคอจนหมดแก้ว ไม่ได้จะดูถูกเพื่อนหรอกหนา แต่เพราะรู้จักน้องสาวตัวเองดีว่า...หากเอวาได้ตัดแล้วต่อให้พยายามฉุดรั้งแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจได้ และเทวาเชื่อว่าการที่เอวากล้าบอกเลิกภูผานั้น แสดงว่าเธอคิดมาดีแล้ว...คิดมาดีแล้วว่าจะไม่กลับไปคบกับไอ้เพื่อนตัวดีของเขาอีกเป็นแน่
ภูผาเพียงไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระกับคำสบประมาทของเพื่อน ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาสีแดงกำมะยี
“เอ้า มึงจะไปไหน?” ขุนเขาที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วเป็นปมอย่างสงสัย พูดกันดี ๆ อยู่ ๆ ก็ลุกออกจากโต๊ะ ผีเข้ารึไงวะ
“จะไปเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องตามมานะ กูรำคาญเสียงพวกมึง!”
ว่าแล้วก็เดินผ่าฝูงชนเหล่าผีเสื้อราตรีไปทันที ทิ้งให้เพื่อนทั้งสามมองหน้ากันปริบ ๆ
“โทรศัพท์มันก็ไม่เอาไป โดนกระทืบคาห้องน้ำทำไงวะนั้น ยิ่งปากหมา ๆ อยู่ด้วยช่วงนี้” มังกรว่าพร้อมชูโทรศัพท์ของภูผาขึ้น
“เดี๋ยวมันก็กลับมา” ขุนเขาว่าเสียงเรียบนิ่งอย่างไม่ใส่ใจ
--ด้านภูผา—
ชายร่างสูง 187 เซนติเมตรก้าวเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงดนตรี ดวงตาคมกวาดมองรอบ ๆ พยายามหาช่องทางที่สะดวกให้ตัวเอง ทว่าทุกพื้นที่กลับแน่นขนัดจนแทบไม่มีช่องว่างให้แทรกตัวผ่าน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพลันบ่นในใจ… กูไม่น่าเดินมาทางนี้เลย แม่ง!
แม้จะรู้สึกหงุดหงิดแค่ไหน แต่ความโดดเด่นของเขากลับดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่สรรค์สร้างมาอย่างไร้ที่ติ ผิวขาวเนียนตัดกับเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมเผยให้เห็นแผ่นอกแกร่งเล็กน้อย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับเขาอย่างไร้ที่ติ เสียงซุบซิบจากหญิงสาวหลายคนดังแว่วขึ้น บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บ้างก็แอบกระซิบกระซาบกับเพื่อนด้วยท่าทีตื่นเต้น
“โห หล่ออะไรขนาดนั้นอะ…”
“ผู้ชายอะไร…สูงชะลูด พ่อพันธุ์ที่ดีชัด ๆ!”
“ถ้าได้แฟนแบบนี้นะ กูยอมตายแทนเลยอ่ะ!”
เสียงพูดคุยแว่วเข้าหู แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย มีเพียงเป้าหมายเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้คือ หาทางออกจากตรงนี้ให้ได้เร็วที่สุด
ทว่าสายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับภาพตรงหน้าที่ทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบ เอวากำลังยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่งด้วยท่าทางสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน อีกทั้งผู้ชายคนนั้นยังโน้มตัวเข้าไปใกล้ราวกับกำลังกระซิบอะไรบางอย่าง ภูผาจะไม่หงุดหงิดเลยสักนิดหากเอวาผลักออกหรือทำอะไรสักอย่างเหมือนที่ทำกับเขาเมื่อตอนเย็น แต่เธอกลับไม่แสดงท่าทีรังเกียจ หนำซ้ำยังส่งยิ้มหวานตอบกลับไปอีก
“แม่งเอ๊ย! ทีกับกูผลักออก ๆ ทีกับคนอื่นยืนหัวเราะคิกคัก!” เขากัดฟันกร่อนพ่นพึมพำ
ไม่รอช้าเท้าทั้งสองข้างก้าวตรงไปอย่างไม่ลังเล เบียดแทรกคนไปจนถึงตัวเอวา ก่อนจะฉุดกระชากแขนเล็กเต็มแรงจนร่างบางเสียหลักเซไปซบเข้ากับแผงอกแกร่งของภูผาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ถอยให้ห่างจากแฟนกู!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความสะกดกั้นอารมณ์เอ่ยขึ้นพร้อมส่งสายตาคมกริบไปยังชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงข้าม
เอวาเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ที่เธอไม่อยากพบเจอ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ เป็นเจ้ากรรมนายเวรรึไง ไปที่ไหนก็โผล่มาให้เห็นทุกที่
“พี่ภูผา? มาทำอะไรที่นี่?”
ภูผาเหลือบมองเอวาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองชายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ขอจัดการกับไอ้นี่ก่อน เธอไม่รอดแน่เอวา
“มึงเป็นใคร?!”
ภูผาเอ่ยถามเสียงเข้มทว่าชายตรงหน้ากลับมองภูผาด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเยาะราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะเมื่อกี้ตนได้ถามเอวาแล้ว...เธอบอกว่าเธอโสด…แต่หารู้ไม่ถึงว่าถึงแม้จะโสดแต่ก็ไม่มีสิทธ์จะไปคุยกับคนอื่นหากภูผายังไม่อนุญาต
“แล้วนายเป็นใครเหรอ?”
“กูเป็นผัว! คนที่มึงคิดจะงาบ”
เขาเน้นเสียงหนักแน่น ก่อนจะใช้ร่างสูงใหญ่บดบังเอวาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ราวกับจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นของเขา แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้คิดแบบนั้นแล้วก็ตาม
“ไม่เชื่อ! เมื้อกี้เอวาบอกว่าไม่มีแฟน ไม่มีใคร...”
“ไม่มีแฟนแต่มีผัวกูนี่แหละผัว! มึงมีปัญหาอะไรไหม?”
ภูผาเดินเข้าไปใกล้ผู้ชายแปลกหน้าก่อนจะเลื่อนมือหนาจับคอปกเสื้อชายตรงหน้าพลางโน้มลงไปใกล้พูดน้ำเสียงลอดไรฟันอย่างข่มขู่
“อย่าสะเออะ จะเข้าหาใครก็หัดเช็ดด้วยว่าผัวเค้าดุไหม...อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ!”
ดวงตาคมกริบจ้องมองชายแปลกหน้าอย่างเอาเรื่องก่อนจะผละตัวถอยห่างพลางเค้นหัวเราะในลำคอ แล้วหันมาจ้องเอวาที่ยืนนิ่งเกาะแขนเพื่อนสาวราวกับเป็นที่ยึดครองขอความช่วยเหลือ เพียงแค่สายตาที่ภูผามอง เธอก็รับรู้ได้แล้วว่า...ความฉิบหายกำลังมาเยือน
“มานี่!!”
“ไม่!”
แม้จะตัวเล็กแต่แรงสะบัดของเธอทำให้หลุดพ้นจากพันธนาการแสนดินเถื่อนของภูผา เอวารีบเดินไปหลบอยู่หลังเพื่อนสาวทันที
“ถอยไป!!”
คนกำลังเดือดดาลเลือดขึ้นหน้าตะเบ็งเสียงสู้กับดนตรีอย่างเหลืออด เพื่อนเอวาที่ยืนเผชิญกับปีศาจก็ตัวแข็งทื่อ พยายามดึงเอวาออกมาให้ภูผาแต่เธอก็ขัดขืนราวกับเด็กดื้อ
“นะ...หนูถอยไม่ได้ ไอ้วา! ฉันกลัวพี่ผานะเว้ย!!”
เบล เพื่อนรักเอวาตอบกลับภูผาเสียงสั่นก่อนจะหันไปเอ็ดเอวาทันที
“แกช่วยฉันหน่อยสิ! ฉันก็กลัวเหมือนกัน” เอวาที่หลบอยู่หลังเพื่อนสาวว่าน้ำเสียงอ๋อยอย่างเกรงกลัว
ขนาดเอวาที่รู้จักภูผายิ่งกว่าใคร ๆ ยังกลัว แล้วคนอย่างเบลจะเหลืออะไร...
“เอวา!! มานี่!!”
“ไม่! พี่จะไปไหนก็ไปเลย!!”
“ได้!!”
ภูผากระแทกลมหายใจออกพร้อมใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข่มอารมณ์ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินเลี่ยงผ่านเธอออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงความสงสัยให้เอวาและเบล ทั้งสองสาวมองตามหลังภูผาเป็นตาเดียว
“อะไรของพี่ภูผาวะ...คิดจะไปก็ไปง่าย ๆ งี้เลยหรอ?” เบลหันมาถามเอวาที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“สังหรณ์ใจไม่ดีเลย อยากกลับแล้วอะ”
เอวาว่าก่อนจะหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดกจนหมดแก้ว เธอรีบยกดื่มให้หมดจนไม่ได้สังเกตเลยว่าแก้วนั้นมีตะกอนประหลาดกองอยู่ก้นแก้ว...
ที่ภูผายอมเดินฝ่าผู้คนออกมาไม่ได้หมายความว่าเขายอมแพ้ แต่เพราะจะเดินไปเอาโทรศัพท์กับกุญแจรถที่โต๊ะ พยศดีนักเดี๋ยวกูอุ้มขึ้นรถแม่ง!
“เอาโทรศัพท์กับกุญแจรถกูมา!!”
ทันทีที่ถึงโต๊ะภูผาก็ออกคำสั่งเพื่อนด้วยความหงุดหงิด คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมบ่งบอกได้ชัดเจนว่าตอนนี้ภูผาไม่มีอารมณ์จะมาหยอกเล่น
“ไปโดนตัวไหนมาวะ มึงโกรธใครมาไอ้ผา?” ขุนเขาเอ่ยถามเสียงเรียบก่อนจะยื่นโทรศัพท์และกุญแจรถให้ภูผาอย่างว่าง่าย
“ไอ้เท!!” ภูผาไม่ได้ตอบขุนเขาแต่กลับหันไปตะคอกใส่เทวาที่กำลังกระดกเครื่องดื่มลงคอ “เอวามาเที่ยวผับมึงรู้ไหม?!”
“ห้ะ!?”
เทวาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากเอวาจะมาเที่ยวมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอแต่ถ้าถามว่าเทวารู้ไหม...ตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่า ไม่รู้
“กูเริ่มสงสัยละว่าที่น้องมึงบอกเลิกกูเพราะแม่งมีคนใหม่!!”
“เฮ้ย ๆๆ ใจเย็นก่อน มึงจะมาหาว่าน้องกูมีกิ๊กไม่ได้นะเว้ย”
“ก็น้องมึงยืนคุยกับไอ้เหี้ยไหนก็ไม่รู้ กูชวนกลับแม่งก็ไม่กลับ!! ดื้อฉิบหาย!!”
“...เอ้า!”
“ดื้อดีนักเดี๋ยวรู้เลย...เป็นคนดี ๆ แม่งไม่ชอบ เดี๋ยวกูจะเหี้ยให้สุดตีนเลย ไอ้สัส!!”
ว่าอย่างมีน้ำโหก่อนจะเดินออกไปไม่สนใจสายตาเพื่อน ๆ เลยสักนิด
“เห้ย! แล้วมึงจะไปไหน?” เทวาที่ยังพูดไม่จบตะโกนตามหลังภูผา
“ไอ้จัดการเด็กดื้อ!!”
“เชี่ย!! เบา ๆ นะเว้ยย! นั้นน้องกู”
“กูไม่ฆ่าให้ตายคามือ...แต่ถ้าตายคา.Kวยกูไม่รับปาก!!”
ภายใต้สายน้ำเย็น ๆ จากชาวเวอร์มีร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวแนบชิด เปลือยเปล่าปราศจากสิ่งกีดขวาง ริมฝีปากร้อนบดเบียดเข้าหากันอย่าเร่าร้อน ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนอ่อนนุ่มราวกับต้องการจารึกทุกสัมผัสไว้ให้ลึกที่สุด เรียวแขนเล็กเลื่อนขึ้นโอบลำคอแกร่งพลางรั้งให้เข้าแนบชิดมากยิ่งขึ้นเสียงลมหายใจหนักหน่วงผสานกับเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง เอวาไม่อาจปฏิเสธทุกสัมผัสที่ภูผามอบให้ได้ เธอเพียงหลับตาพริ้มปล่อยให้ความรู้สึกนำพาไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสในจังหวะที่ภูผาเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซร้อย่างซุกซน ลมหายใจร้อนเป่ารดซอกคอระหง ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวกำลังดูดเม้มไปตามผิวเนียน ทิ้งรอยตราประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้บนกายเธออย่างชัดเจน“อือ พี่ผา...วาไม่ไหวแล้ว”เพราะความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ทำให้คนที่ถูกยาปลุกเซ็กซ์บิดเร้าแทบทนไม่ไหว เสียงครางแผ่วเบาที่หลุดออกมายิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มภูผาตวัดสายตามองก่อนจะเอื้อมมือไปปิดน้ำ ปล่อยให้ไออุ่นจากร่างทั้งสองแผ่ซ่านเข้าหากัน จากนั้นจับเรียวขาเธอยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวแกร่ง พลางเลื่อนปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามร่องนุ่มอย่างเบามือ ทว่าสัมผั
ตุ๊บ!ร่างอรชรถูกโยนลงบนเตียงหนาสีน้ำเงินอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงกระเป๋าหนังของหญิงสาวกระแทกพื้นจากแรงเหวี่ยงของคนที่เต็มไปด้วยโทสะภูผายืนเท้าเอวมองเอวาด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ“บอกเลิกพี่ไม่กี่วันเธอก็ไปคุยกับผู้ชายอื่นแล้วหรอวะวา!!”เขาตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งขืนอย่างมีโทสะ สิ่งเดียวที่ติดอยู่ในใจภูผาตลอดคือ...เอวาทำท่าทีสนิทสนมกับผู้ชายทุกคนยกเว้นเขาแค่คนเดียว หากเมื่อกี้ภูผาไม่เข้าไปฉุดแล้วอุ้มเธอออกจากผับ คงได้เห็นมวยคู่เอกแน่นอน ไม่ใช่มวยระหว่างภูผาและเอวาหรอก แต่เป็นภูผากับผู้ชายแปลกหน้าที่เอวายืนคุยด้วยต่างหาก“วาร้อน”แม้จะโดนดุแต่เธอกลับทำเป็นหูทวนลมเพราะความรู้สึกข้างในมันร้อนวูบวาบจนอยากจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทุกชิ้น“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเอวา!! เธอมีคนอื่นใช่ไหม!!”คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวภูผาซ้ำ ๆ เพราะเอวาเปลี่ยนไป อยู่ ๆ ก็มาบอกเลิก ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ใจอ่อน อดคิดไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังตั้งใจสวมเขาให้อยู่“พี่ภูผา! วาเจ็บ!!”ภูผาเข้ามาบีบแขนเล็กแน่นเมื่อถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ เอาแต่มองซ้ายมองขวาทำ
ภายในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณบวกกับเสียงจังหวะดนตรี EDM หนัก ๆ จนทำให้พื้นสั่นสะเทือน เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะและเคลิบเคลิ้มไปกับความมัวเมาของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปทว่ากลับมีเพียงชายผู้เดียวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอโทรศัพท์พลางใช้นิ้วเลื่อนรีเฟรชหน้าจอซ้ำ ๆ จนเพื่อน ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะส่ายหัวเป็นพัลวัน“โทรศัพท์มึงเป็นอะไรไอ้ผา?” มังกรเอ่ยถามพร้อมชะโงกใบหน้าเข้าไปใกล้“ถ้าขึ้นแบบนี้คือ...โดนบล็อกใช่ปะวะ?”ภูผาหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อน ๆ ดูเพื่อย้ำให้แน่ใจว่า...เอวาบล็อกเขารอบที่ 2“เออ!” มังกรตอบแบบขอไปทีแล้วกระดกเครื่องดื่มสาดลงคอจนหมดแก้วก่อนจะกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ไหนมึงบอกว่าน้องเอวาปลดบล็อกมึงแล้ว”“ก็ปลดแล้วสิวะ!”ภูผาว่าอย่างหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนเย็นตนเป็นคนกดปลดบล็อกด้วยตัวเองแท้ ๆ แต่ยัยตัวแสบดันมาบล็อกเขาอีกรอบ คิดแล้วมันน่าโมโหจริง ๆ“ปลดแล้วทำไมหน้าจอขาวแบบนี้ละไอ้เสืออ”
“เอาโทรศัพท์มา”ทันทีที่รถจอดภูผาก็แบมือขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่บึ้งตึงตลอดทาง เอวาเหลือบมองพลางชักสีหน้าใส่ภูผาอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่”ว่าแล้วก็จับโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าจะลงจากรถพรึ่บ!เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็งแทนที่ภูผาจะกลัวแต่เขากลับจับร่างเล็กล็อกแข้งล็อกขาแล้วแย่งโทรศัพท์เธอมาอย่างหน้าไม่อาย เอวาที่สู้ไม่ได้ทำได้แต่ขึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ“พี่ภูผา!”“ว่าไงครับน้องเอวาของพี่...หึ!”ภูผาหันไปตอบเอวาด้วยสีหน้ายั่วยวนกวนประสาทก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า หากจะให้เอาจริงเอวาสู้ภูผาไม่ได้หรอก ที่ผ่านมาก็แค่ยอมตามใจเด็กเท่านั้น...เมื่อได้โทรศัพท์อย่างที่ใจต้องการ ภูผาก็รีบเลื่อนกดปลดบล็อกตัวเองทุกช่องทาง ก็ในเมื่อบอกดี ๆ แล้วไม่ยอม กูปลดบล็อกเองแม่ง!“ปลดบล็อกแล้ว ก็รับสายพี่ด้วย เข้าใจไหม?”ว่าเสียงเข้มพร้อมจ้องเขม็งเอวาอย่างจริงจังก่อนจะยื่นโท
“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์จนแบตจะหมดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ถึงคอนโดสักที ทั้ง ๆ ที่ปกติขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง นี่ปาไปเกือบสี่สิบห้านาทีแล้วยังไม่มีวี่แววเลยสักนิด“รถมันติด ไม่เห็นรึไง”ใบหน้าหล่อพยักพเยิดให้หญิงสาวมองไปข้างหน้าที่มีการจราจรติดขัด รถนับร้อยคันจอดเรียงกันเต็มทุกเลน เอวาเหลือบมองภูผาแล้วถอนหายใจออกเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจ“แล้วพี่จะมาทางนี้ทำไมละ! ก็รู้อยู่ว่าทางนี้รถมันติด”“ใครรู้...พี่ไม่รู้” ภูผาไหวไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ถ้าภูผาไม่รู้ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว...เขาน่ะชำนาญเรื่องเส้นทางยิ่งกว่าสิ่งไหน รู้ทุกซอกทุกมุมราวกับเป็นคนทำผังเมืองสะด้วยซ้ำ และที่เลือกมาเส้นทางนี้นั้นเพราะเขามีแผนในใจ...อยากอยู่กับเอวานาน ๆ ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันแต่แค่ได้กลิ่นกายหอม ๆ จากเธอภูผาก็พอใจแล้ว“คนนิสัยไม่ดี” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะหันหน้ามองข้างทาง “ว้าย! พี่ภูผา!!”เสียงเล็กแผดดังลั่นเมื่ออยู่ ๆ มือหนาก็เลื่อนมาเปิดกระโปรง
ภายในรถหรูตกแต่งเบาะด้วยสีเทาเข้มเงาวับ หญิงสาวนั่งกอดอกแนบชิดกับประตู พลางหันหน้าออกไปด้านนอกอย่างไม่สนใจคนที่นั่งข้าง ๆ ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางเป็นระยะ อยากจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นชวนทะเลาะเสียมากกว่า“ปลดบล็อกพี่ด้วยนะ” นี่ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคออกคำสั่ง เพราะไม่ว่าอย่างไร วันนี้ภูผาจะทำให้เธอปลดบล็อกเขาให้ได้“ไม่ปลด!”เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิด ภูผาถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ราวกับคนจนปัญญา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเอวาจะดื้อและง้อยากขนาดนี้ ปกติขอโทษแปบ ๆ ก็หายโกรธ ทว่าครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม เธอใจแข็ง ใจกล้า ทิ้งคราบเด็กน้อยเอวาของเขาไปโดยสิ้นเชิงในขณะที่ติดไฟแดงมือหนาก็เลื่อนมาจับเส้นผมยาวสลวยของเอวาด้วยความแปลกใจ“ย้อมสีผมใหม่หรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตหรือยังไงแต่เขาจำได้ว่าเอวาสีผมเข้มกว่านี้“เหอะ!”ดวงตากลมสวยเหลือบมองชายหนุ่มด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมปัดมือหนาออกก่อนจะขยับตัวไปแนบชิดประตูจนแทบจะสิงเ







