เข้าสู่ระบบ“เอาโทรศัพท์มา”
ทันทีที่รถจอดภูผาก็แบมือขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่บึ้งตึงตลอดทาง เอวาเหลือบมองพลางชักสีหน้าใส่ภูผาอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่”
ว่าแล้วก็จับโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าจะลงจากรถ
พรึ่บ!
เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็งแทนที่ภูผาจะกลัวแต่เขากลับจับร่างเล็กล็อกแข้งล็อกขาแล้วแย่งโทรศัพท์เธอมาอย่างหน้าไม่อาย เอวาที่สู้ไม่ได้ทำได้แต่ขึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ
“พี่ภูผา!”
“ว่าไงครับน้องเอวาของพี่...หึ!”
ภูผาหันไปตอบเอวาด้วยสีหน้ายั่วยวนกวนประสาทก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า หากจะให้เอาจริงเอวาสู้ภูผาไม่ได้หรอก ที่ผ่านมาก็แค่ยอมตามใจเด็กเท่านั้น...
เมื่อได้โทรศัพท์อย่างที่ใจต้องการ ภูผาก็รีบเลื่อนกดปลดบล็อกตัวเองทุกช่องทาง ก็ในเมื่อบอกดี ๆ แล้วไม่ยอม กูปลดบล็อกเองแม่ง!
“ปลดบล็อกแล้ว ก็รับสายพี่ด้วย เข้าใจไหม?”
ว่าเสียงเข้มพร้อมจ้องเขม็งเอวาอย่างจริงจังก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ
“ไม่รับ”
ภูผาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเอวาจะเป็นคนดื้อขนาดนี้ บอกอะไร สั่งอะไร ก็ปฏิเสธตลอด...ขนาดบอกรักแม่งยังหักหน้ากูเอง เฮ้ออ
“ไม่รับก็จะโทรจนกว่าจะรับ”
“งั้นวาก็จะเปลี่ยนเบอร์”
“ถ้าเธอเปลี่ยนพี่ก็จะขอเบอร์เธอจากไอ้เทวา”
ภูผาว่าพร้อมไหวไหล่อย่างไม่หยี่ระ แตกต่างกับเอวาที่โมโหเลือดขึ้นหน้า มือเล็กกำไว้แน่น อยากจะฟาดเข้าที่หน้าหล่อ ๆ เหลือเกิน แต่ก็กลัวว่าเขาจะเจ็บ
“วาก็จะบล็อกอีก!”
ปลดบล็อกได้ เธอก็บล็อกใหม่ได้ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากเลย
“ถ้าอยากเจอของดีก็ลองดู” ภูผาว่ากัดฟันกร่อน ของดีที่ว่าเอวารู้ดี เพราะเคยเจอมาแล้ว โยกเอวยันเช้า
“แหวะ....อื้ออ!”
เอวาเบ้ปากใส่ภูผาด้วยความหมั่นไส้ในความมั่นใจเกินพิกัดของเขา ทำให้เธออยากจะพ่นวาจาเหน็บแนมให้เขาเสียความมั่นใจลงไปบ้าง ทว่ายังไม่ทันได้พูด ทุกอย่างก็หยุดชะงักเมื่อจู่ ๆ เรียวปากร้อนของเขากดทับลงมาปิดกั้นทุกถ้อยคำที่เธอตั้งใจจะเอื้อนเอ่ย
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง สมองประมวลผลตามไม่ทันกับเหตุการณ์ตรงหน้า แรงบดขยี้หนักหน่วงราวกับต้องการช่วงชิงลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น เอวาเผลอเกร็งตัวยกมือขึ้นหมายจะผลักเขาออก ทว่าฝ่ามือแกร่งกลับตะปบเข้าที่ท้ายทอยเล็ก บังคับให้เธอจมอยู่ในจูบเร่าร้อนนั้นอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง รสสัมผัสดิบเถื่อนทำให้ความโกรธและความตกใจปั่นป่วนไปหมด หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอเต้นรารัว ทั้งโกรธ ทั้งเสียหน้า ทั้ง…หวั่นไหว
เมื่อเห็นว่าเอวาเริ่มนิ่งสงบภูผาจึงถอนจูบออกช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมกริบสบดวงตาคู่สวยของเธอ ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากอย่างจงใจ ก่อนจะกระซิบเสียงแหบต่ำข้าง ๆ หู
“อย่าปากดี ด่าพี่อีกทีจะจูบให้แตกในรถนี้เลยคอยดู”
“ทุเรศ โรคจิต”
“หึ!”
ภูผาไม่ตอบแต่กลับเค้นหัวเราะจ้องมองใบหน้าสวยด้วยความหลงใหล แม้ตอนนี้เอวาจะหน้าบึ้งตึงเหมือนเป็ด แต่สำหรับภูผาแล้ว....แม่งโคตรน่ารัก
“ปล่อยค่ะ! วาจะลงรถแล้ว”
เอวากระแทกเสียงตอบกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยความโมโห ก่อนจะเลื่อนมือบางขึ้นมาเช็ดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ ราวกับต้องการลบทุกสัมผัสที่ภูผาทิ้งไว้
ภูผามองภาพนั้นแล้วขมวดคิ้วเป็นปม ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบขึ้นมาในใจ ขณะที่มุมปากหยักกระตุกเล็กน้อย
เช็ดปาก? คือรังเกียจกูหรอวะ?
เขาไม่พูดอะไรออกมาแต่สายตาที่จ้องมองเอวากลับเข้มขึ้นกว่าเดิม ราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง…และแน่นอนว่า สิ่งที่อยู่ในหัวเขาตอนนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
“อื้ออ!”
มือเล็กทั้งสองข้างถูกภูผาจับตรึงขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะเข้าไปฉกริมฝีปากอย่างรวดเร็ว
สัมผัสรุนแรงและเอาแต่ใจของภูผาทำให้เอวาสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับจะทะลุออกจากอก ลมหายใจทั้งหมดถูกช่วงชิงไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความร้อนผ่าวที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เอวาพยายามดิ้นหนี แต่กลับยิ่งทำให้มือแกร่งตรึงข้อมือเธอแน่นขึ้น ราวกับต้องการบังคับให้เธอจมอยู่ในจูบเร่าร้อนนั้นจนกว่าเขาจะพอใจ
“ไอ้พี่ผา!!”
ทันทีที่ภูผาผละออกเอวารีบตะคอกสุดเสียงอย่างไม่พอใจ เอะอะก็จูบ เอะอะก็ลวนลาม เกิดมาเป็นคนยังไงกันเนี่ย
“เลิกกันแค่วันเดียวอย่ามาถือตัว ทำทีรังเกียจรังชังนักเลยเอวา” ภูผาว่าน้ำเสียงสะกดกลั้นอารมณ์โมโหตัวเอง
“...”
“ถ้าเธอเช็ดปากอีกที พี่จะอุ้มไปจูบในห้อง! จะจูบจนปากเปื่อยแล้วก็จะเยให้แตก...”
“ลามก!!”
เอวาผลักอกแกร่งออกเต็มแรง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ ลมหายใจของเธอขาดห้วงด้วยความหงุดหงิดทำท่าฟึดฟัดราวกับเด็กเอาแต่ใจ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปทันที
ตอนคบกันไม่เคยจะโผล่หัวมาให้เห็นหน้า พอเลิกกันแล้วเสร่อมาหากันจังเลยนะ ไอ้ผีปอบ! เอวาคิดในใจ
แต่ยังไม่ทันเดินไปไหน แขนยาวก็คว้าเธอไว้สะก่อน เอวาสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับกลับไปมองคนตัวสูงที่ตามลงมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทว่าภูผากลับไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงสะบัดเสื้อคลุมแขนยาวในมือเบา ๆ เพื่อไล่ฝุ่นออก ก่อนจะถือวิสาสะมัดมันรอบเอวบางของเธอ
คนถูกดูแลได้แต่ยืนตัวแข็ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลางเลื่อนดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาแน่นิ่งแฝงไปด้วยรังสีน่าเกรงขาม
“ใส่ไว้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเรียบ ๆ “กระโปรงโคตรสั้น เดินทีกระพืออย่างกับปีกกระสือ”
“กะ...”
“คลุมไว้ ไม่อยากให้ใครมาเห็นขาขาว ๆ ของเธอ หวง”
คำว่า “หวง” ที่ดังอยู่ข้างหูทำให้เอวาตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกไฟช็อต ทั้งหัวใจและความคิดหยุดชะงักไปหมด โดยปกติแล้วภูผามักจะแสดงออกมากกว่าพูดพร่ำเพรื่อ...แต่พอมาได้ยินแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
“พี่จะง้อจนกว่าเธอจะใจอ่อน”
เขากระซิบเบา ๆ ทว่ากลับดังทุ้มอยู่ในหัวใจของเอวาของกับว่าคำพูดของเขาเป็นคำมั่นสัญญาที่เขาจะทำให้ได้
“วาไม่กลับไปคบกับพี่อีกแล้ว”
แม้จะหวั่นไหวแค่ไหนแต่เธอก็จะคอยห้ามคอยเตือนเอาไว้ว่า ผู้ชายคนนี้เคยทิ้งขว้างเธอแค่ไหน
ตอนมีก็ไม่เห็นค่า มาเห็นค่าตอนนี้มันสายไปแล้วล่ะ
ภายใต้สายน้ำเย็น ๆ จากชาวเวอร์มีร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวแนบชิด เปลือยเปล่าปราศจากสิ่งกีดขวาง ริมฝีปากร้อนบดเบียดเข้าหากันอย่าเร่าร้อน ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนอ่อนนุ่มราวกับต้องการจารึกทุกสัมผัสไว้ให้ลึกที่สุด เรียวแขนเล็กเลื่อนขึ้นโอบลำคอแกร่งพลางรั้งให้เข้าแนบชิดมากยิ่งขึ้นเสียงลมหายใจหนักหน่วงผสานกับเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง เอวาไม่อาจปฏิเสธทุกสัมผัสที่ภูผามอบให้ได้ เธอเพียงหลับตาพริ้มปล่อยให้ความรู้สึกนำพาไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสในจังหวะที่ภูผาเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซร้อย่างซุกซน ลมหายใจร้อนเป่ารดซอกคอระหง ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวกำลังดูดเม้มไปตามผิวเนียน ทิ้งรอยตราประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้บนกายเธออย่างชัดเจน“อือ พี่ผา...วาไม่ไหวแล้ว”เพราะความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ทำให้คนที่ถูกยาปลุกเซ็กซ์บิดเร้าแทบทนไม่ไหว เสียงครางแผ่วเบาที่หลุดออกมายิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มภูผาตวัดสายตามองก่อนจะเอื้อมมือไปปิดน้ำ ปล่อยให้ไออุ่นจากร่างทั้งสองแผ่ซ่านเข้าหากัน จากนั้นจับเรียวขาเธอยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวแกร่ง พลางเลื่อนปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามร่องนุ่มอย่างเบามือ ทว่าสัมผั
ตุ๊บ!ร่างอรชรถูกโยนลงบนเตียงหนาสีน้ำเงินอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงกระเป๋าหนังของหญิงสาวกระแทกพื้นจากแรงเหวี่ยงของคนที่เต็มไปด้วยโทสะภูผายืนเท้าเอวมองเอวาด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ“บอกเลิกพี่ไม่กี่วันเธอก็ไปคุยกับผู้ชายอื่นแล้วหรอวะวา!!”เขาตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งขืนอย่างมีโทสะ สิ่งเดียวที่ติดอยู่ในใจภูผาตลอดคือ...เอวาทำท่าทีสนิทสนมกับผู้ชายทุกคนยกเว้นเขาแค่คนเดียว หากเมื่อกี้ภูผาไม่เข้าไปฉุดแล้วอุ้มเธอออกจากผับ คงได้เห็นมวยคู่เอกแน่นอน ไม่ใช่มวยระหว่างภูผาและเอวาหรอก แต่เป็นภูผากับผู้ชายแปลกหน้าที่เอวายืนคุยด้วยต่างหาก“วาร้อน”แม้จะโดนดุแต่เธอกลับทำเป็นหูทวนลมเพราะความรู้สึกข้างในมันร้อนวูบวาบจนอยากจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทุกชิ้น“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเอวา!! เธอมีคนอื่นใช่ไหม!!”คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวภูผาซ้ำ ๆ เพราะเอวาเปลี่ยนไป อยู่ ๆ ก็มาบอกเลิก ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ใจอ่อน อดคิดไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังตั้งใจสวมเขาให้อยู่“พี่ภูผา! วาเจ็บ!!”ภูผาเข้ามาบีบแขนเล็กแน่นเมื่อถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ เอาแต่มองซ้ายมองขวาทำ
ภายในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณบวกกับเสียงจังหวะดนตรี EDM หนัก ๆ จนทำให้พื้นสั่นสะเทือน เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะและเคลิบเคลิ้มไปกับความมัวเมาของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปทว่ากลับมีเพียงชายผู้เดียวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอโทรศัพท์พลางใช้นิ้วเลื่อนรีเฟรชหน้าจอซ้ำ ๆ จนเพื่อน ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะส่ายหัวเป็นพัลวัน“โทรศัพท์มึงเป็นอะไรไอ้ผา?” มังกรเอ่ยถามพร้อมชะโงกใบหน้าเข้าไปใกล้“ถ้าขึ้นแบบนี้คือ...โดนบล็อกใช่ปะวะ?”ภูผาหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อน ๆ ดูเพื่อย้ำให้แน่ใจว่า...เอวาบล็อกเขารอบที่ 2“เออ!” มังกรตอบแบบขอไปทีแล้วกระดกเครื่องดื่มสาดลงคอจนหมดแก้วก่อนจะกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ไหนมึงบอกว่าน้องเอวาปลดบล็อกมึงแล้ว”“ก็ปลดแล้วสิวะ!”ภูผาว่าอย่างหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนเย็นตนเป็นคนกดปลดบล็อกด้วยตัวเองแท้ ๆ แต่ยัยตัวแสบดันมาบล็อกเขาอีกรอบ คิดแล้วมันน่าโมโหจริง ๆ“ปลดแล้วทำไมหน้าจอขาวแบบนี้ละไอ้เสืออ”
“เอาโทรศัพท์มา”ทันทีที่รถจอดภูผาก็แบมือขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่บึ้งตึงตลอดทาง เอวาเหลือบมองพลางชักสีหน้าใส่ภูผาอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่”ว่าแล้วก็จับโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าจะลงจากรถพรึ่บ!เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็งแทนที่ภูผาจะกลัวแต่เขากลับจับร่างเล็กล็อกแข้งล็อกขาแล้วแย่งโทรศัพท์เธอมาอย่างหน้าไม่อาย เอวาที่สู้ไม่ได้ทำได้แต่ขึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ“พี่ภูผา!”“ว่าไงครับน้องเอวาของพี่...หึ!”ภูผาหันไปตอบเอวาด้วยสีหน้ายั่วยวนกวนประสาทก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า หากจะให้เอาจริงเอวาสู้ภูผาไม่ได้หรอก ที่ผ่านมาก็แค่ยอมตามใจเด็กเท่านั้น...เมื่อได้โทรศัพท์อย่างที่ใจต้องการ ภูผาก็รีบเลื่อนกดปลดบล็อกตัวเองทุกช่องทาง ก็ในเมื่อบอกดี ๆ แล้วไม่ยอม กูปลดบล็อกเองแม่ง!“ปลดบล็อกแล้ว ก็รับสายพี่ด้วย เข้าใจไหม?”ว่าเสียงเข้มพร้อมจ้องเขม็งเอวาอย่างจริงจังก่อนจะยื่นโท
“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์จนแบตจะหมดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ถึงคอนโดสักที ทั้ง ๆ ที่ปกติขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง นี่ปาไปเกือบสี่สิบห้านาทีแล้วยังไม่มีวี่แววเลยสักนิด“รถมันติด ไม่เห็นรึไง”ใบหน้าหล่อพยักพเยิดให้หญิงสาวมองไปข้างหน้าที่มีการจราจรติดขัด รถนับร้อยคันจอดเรียงกันเต็มทุกเลน เอวาเหลือบมองภูผาแล้วถอนหายใจออกเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจ“แล้วพี่จะมาทางนี้ทำไมละ! ก็รู้อยู่ว่าทางนี้รถมันติด”“ใครรู้...พี่ไม่รู้” ภูผาไหวไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ถ้าภูผาไม่รู้ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว...เขาน่ะชำนาญเรื่องเส้นทางยิ่งกว่าสิ่งไหน รู้ทุกซอกทุกมุมราวกับเป็นคนทำผังเมืองสะด้วยซ้ำ และที่เลือกมาเส้นทางนี้นั้นเพราะเขามีแผนในใจ...อยากอยู่กับเอวานาน ๆ ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันแต่แค่ได้กลิ่นกายหอม ๆ จากเธอภูผาก็พอใจแล้ว“คนนิสัยไม่ดี” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะหันหน้ามองข้างทาง “ว้าย! พี่ภูผา!!”เสียงเล็กแผดดังลั่นเมื่ออยู่ ๆ มือหนาก็เลื่อนมาเปิดกระโปรง
ภายในรถหรูตกแต่งเบาะด้วยสีเทาเข้มเงาวับ หญิงสาวนั่งกอดอกแนบชิดกับประตู พลางหันหน้าออกไปด้านนอกอย่างไม่สนใจคนที่นั่งข้าง ๆ ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางเป็นระยะ อยากจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นชวนทะเลาะเสียมากกว่า“ปลดบล็อกพี่ด้วยนะ” นี่ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคออกคำสั่ง เพราะไม่ว่าอย่างไร วันนี้ภูผาจะทำให้เธอปลดบล็อกเขาให้ได้“ไม่ปลด!”เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิด ภูผาถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ราวกับคนจนปัญญา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเอวาจะดื้อและง้อยากขนาดนี้ ปกติขอโทษแปบ ๆ ก็หายโกรธ ทว่าครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม เธอใจแข็ง ใจกล้า ทิ้งคราบเด็กน้อยเอวาของเขาไปโดยสิ้นเชิงในขณะที่ติดไฟแดงมือหนาก็เลื่อนมาจับเส้นผมยาวสลวยของเอวาด้วยความแปลกใจ“ย้อมสีผมใหม่หรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตหรือยังไงแต่เขาจำได้ว่าเอวาสีผมเข้มกว่านี้“เหอะ!”ดวงตากลมสวยเหลือบมองชายหนุ่มด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมปัดมือหนาออกก่อนจะขยับตัวไปแนบชิดประตูจนแทบจะสิงเ







