ดวงใจ คำผลาญ

ดวงใจ คำผลาญ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-20
Oleh:  โอชิม่อนOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
38Bab
247Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หมาวัดแบบเขา เมื่อริอ่านจะเด็ดดอกฟ้า มันก็ตกลงมาเจ็บแบบนี้แหละ ...ทำไมไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลยนะ...

Lihat lebih banyak

Bab 1

1 - ความจากปากแม่

 

ความจากปากแม่

ณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย(ภาคอีสาน)

“แม่บอกเกื้อมาเถาะ ว่าพ่อเกื้อเป็นผู้ใด เกื้อแค่อยากฮู้ซือ ๆ ทอนี้อีหลี” (แม่บอกเกื้อมาเถอะ ว่าพ่อเกื้อเป็นใคร เกื้อแค่อยากรู้เฉย ๆ แค่นี้จริง ๆ) เสียงทุ้มถามเอาความจริงจากปากของมารดาอีกครั้ง ตั้งแต่ที่มารดาป่วย เขาก็มักจะถามคนเป็นแม่อยู่ตลอด ว่าบิดาของเขานั้นคือใคร

คุณพัฒน์ ปัญญากูล หรือ เกื้อกูล แต่คนสนิทมักเรียกขานกันว่า บักเกื้อ ชายหนุ่มในวัย 23 ปี หนุ่มกำพร้าบิดาตั้งแต่เกิด อาศัยอยู่กับผู้เป็นมารดาที่ให้กำเนิด เพียงแค่สองคน ที่บ้านปูนชั้นเดียวหลังเก่า ที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

ชายหนุ่มที่ขาดบิดามาตั้งแต่เกิด ทำให้เป็นเด็กที่มีนิสัยก้าวร้าวมากพอสมควร เพราะต้องทำตัวเป็นคนเข้มแข็งจากการโดนเพื่อนล้อ และต้องคอยเป็นเกราะป้องกัน เป็นที่พึ่งให้แก่มารดาได้ ผู้หญิงซึ่งอันเป็นที่รักที่เขารักมากที่สุด ถึงจะเกเรบ้างตามประสาผู้ชาย เพราะอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากลอง จนทำให้มารดานั้นเสียเงินเสียน้ำตามาแล้ว

และยังถูกตราหน้าว่า ‘บักคำผลาญ’ ตั้งแต่นั้นมา เขาได้ให้คำมั่นสัญญาต่อมารดาว่าจะเลิกนิสัยเกเร และหันมาตั้งใจทำงานหาเลี้ยงมารดาแทน ด้วยการช่วยงานของผู้เป็นลุงที่เปิดร้านซ่อมรถ เขามีความรู้มาบ้าง เพราะเขาจบช่างยนต์มา ถึงแม้จะจบเพียงแค่ ปวส. เพราะฐานะทางบ้านที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่ แถมมารดายังมาป่วยอีก เมื่อตรวจพบมะเร็งปากมดลูกเมื่อสามปีที่แล้ว

จากนั้นมาเขาก็เริ่มตั้งใจทำงาน เก็บเงินดูแลมารดามาโดยตลอด จนมาถึงปีนี้ ที่ผู้เป็นแม่ของเขาอาการทรุดลง เขาจึงถามหาความจริงจากปากของมารดา ว่าบิดาของเขานั้นคือใครกัน เพราะมักถูกคนล้อเสมอว่า เขานั้นหน้าตาไม่เหมือนมารดาเอาเลย ออกจะไปทางลูกครึ่งไทยผสมคล้ายกับต่างชาติ เพราะรูปลักษณ์ที่สูงโปร่งหุ่นราวกับนายแบบ แถมหน้าตาผิวพรรณก็ไม่ได้มาทางมารดาเลยแม้แต่น้อย

“เกื้อบ่ต้องฮู้ดอก ป่านนี้เพิ่นมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว สิมาอยากฮู้หยังเอาตอนนี้ แค่กกก” (เกื้อไม่ต้องรู้หรอก ป่านนี้เขามีครอบครัวใหม่ไปแล้ว จะมาอยากรู้เอาอะไรตอนนี้ แค่กกก) เสียงแหบของผุ้เป็นมารดาเอ่ยบอก พร้อมกับเสียงไอออกมา

คำหล้า ปัญญากูล หญิงวัยกลางคนในวัย 45 ปี ผู้เป็นมารดาที่ให้กำเนิด และเลี้ยงดูคุณพัฒน์มา เพราะชายอันผู้เป็นที่รักที่ทิ้งไปตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน

“เกื้อแค่อยากฮู้ แต่เกื้อกะบ่คิดสิตามหาเพิ่นดอกแม่ แต่แม่บอกเกื้อมาเถาะ” (เกื้อเพียงแค่อยากรู้ แต่เกื้อก็ไม่คิดที่จะตามหาเขาหรอกแม่ แต่แม่บอกเกื้อมาเถอะ) คุณพัฒน์พยายามรบร้าวคนเป็นแม่ ให้ท่านยอมบอก อย่างน้อย ๆ แค่ชื่อก็พอแล้ว

“เพิ่นเป็นคนกรุงเทพ แม่ฮู้แค่นี้แหละ” (เขาเป็นคนกรุงเทพ แม่รู้แค่นี้แหละ) คำหล้าตอบลูกชายออกไปแบบปัด ๆ เพื่อตัดปัญหา

“แม่มีรูปพ่อบ้อ” (แม่มีรูปพ่อไหม) เขาถามหาภาพถ่ายจากมารดาทันที

“มีทอนี่ละ...” (มีแค่นี่แหละ...) คำหล้าพูดพร้อมกับส่งรูปถ่ายใบเล็ก ๆ เก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้กับคนรัก เมื่อ 24 ปีก่อนให้แก่ลูกชายดูเป็นครั้งแต่ เพราะตั้งแต่ที่คุณพัฒน์เกิดมา ก็ไม่เคยให้ลูกชายเห็นเลย

“พงษ์พัฒน์”

“...ฮู้แล้วกะอย่าไปตามหาละ สิรบกวนครอบครัวใหม่เพิ่น” (...รู้แล้วก็อย่าไปตามหาละ จะรบกวนครอบครัวใหม่เขา) คำหล้าสั่งห้ามลูกชายไว้ทันที เพราะไม่อยากให้เขาตามหาพ่อ

“แม่บ่อยากฮู้บ้อ ว่าเป็นหยังเพิ่นคือถิ่มแม่ไปแบบนั้น” (แม่ไม่อยากรู้หรือ ว่าทำไมเขาถึงทิ้งแม่ไปแบบนั้น) คุณพัฒน์ถามเชิงคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที

“มันผ่านมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้วเกื้อ ขันเพิ่นอยากมาหาแม่ เพิ่งคงสิมาตั้งแต่โดนแล้ว บ่ปล่อยให้แม่เลี้ยงเกื้อผู้เดียวเองแบบนั้นดอก เซาถามเรื่องนี้ แล้วไปตั้งใจเฮ็ดการเฮ็ดงาน ถ้าอยากไปตามหาพ่อ กะต้องถ่าให้แม่ตายก่อน...” (มันผ่านมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้วเกื้อ ถ้าเขาอยากมาหาแม่ เขาคงจะมาตั้งนานแล้ว ไม่ปล่อยให้แม่เลี้ยงเกื้อคนเดียวเองแบบนี้หรอก เลิกถามเรื่องนี้ แล้วไปตั้งใจทำการทำงาน ถ้าอยากไปตามหาพ่อ ก็ต้องรอให้แม่ตายก่อน...)

คำหล้าเอ่ยออกมาตามความจริง เพราะหากว่าชายคนที่รัก รักเธอจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้เธออุ้มท้องและคลอดลูกมาอย่างเด็ดเดี่ยว โดยถูกชาวบ้านนินทาว่าลูกที่เกิดมา คือลูกไม่มีพ่อหรอก

ความเจ็บปวดที่ตราตึงที่ยังคงฝังอยู่ในใจครานั้นทำให้เธอต้องดั้นด้น หอบท้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง

“แม่คือเว้าจังสี้ล่ะ แม่ต้องอยู่นำเกื้อไปโดน ๆ เกื้อมีแม่แค่ผู้เดียว เกื้อฮักแม่เด้อ” (แม่ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ แม่ต้องอยู่กับเกื้อไปนาน ๆ เกื้อมีแม่คนเดียว เกื้อรักแม่นะ) เขาหน้าถอดสีทันที ที่มารดาเอ่ยคำนี้ออกมา

“ขันเกื้อฮักแม่ เกื้อกะต้องตั้งใจเฮ็ดงาน เปลี่ยนแปลงเจ้าของ เฮ็ดเพื่อแม่เทื่อสุดท้ายได้บ่ลูก...” (ถ้าเกื้อรักแม่ เกื้อก็ต้องตั้งใจทำงาน เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำเพื่อแม่ครั้งสุดท้ายได้ไหมลูก...) คำหล้ายืนคำขาดกับลูกชายออกมา

“...ครับ เกื้อสิปรับปรุงโตเจ้าของให้ดีขึ้นกว่านี้ แต่แม่ต้องสัญญาคือกันเด้อ ว่าแม่จะอยู่นำเกื้อไปโดน ๆ” (...ครับ เกื้อจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้ แต่แม้ต้องสัญญาเหมือนกัน ว่าแม่จะอยู่กับเกื้อไปนาน ๆ) เขานิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนที่จะตอบรับคำของมารดา

“ปรับปรุงเจ้าของ เซาเที่ยว เซากินเหล้า แล้วตั้งใจเฮ็ดงาน ถ้าเกื้อยังเป็นอยู่แบบนี้ ผู้ใดเขาสิอยากแต่งงานนำ...” (ปรับปรุงตัวเอง เลิกเที่ยว เลิกดื่มเหล้า แล้วตั้งใจทำงาน ถ้าเกื้อยังเป็นอยู่แบบนี้ ใครเขาจะอยากแต่งงานด้วย)

เพราะคนเป็นแม่ก็อยากเห็นลูกออกเรือนเป็นฝั่ง เป็นฝากันทั้งนั้น

“เกื้อบ่เอาดอกเมีย อยู่กับแม่แค่สองคนกะมีความสุขแล้ว...” (เกื้อไม่เอาหรอกเมีย อยู่กับแม่แค่สองคนก็มีความสุขแล้ว) เขารีบปฏิเสธทันควันเมื่อมารดาเอ่ยถึงการออกเรือน

“เกื้ออายุ 23 แล้วเด้ แม่อยากเห็นเกื้อมีครอบครัว มีลูกคือหมู่คนอื่น ๆ ถ้าเกื้อสัญญาว่าสิบ่กลับไปเฮ็ดโตแบบเก่าอีก แม่สิอนุญาตให้เกื้อไปตามหาพ่อ” (เกื้ออายุ 23 แล้วนะ แม่อยากเห็นเกื้อมีครอบครัว มีลูกดหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ถ้าเกื้อเกื้อสัญญาว่าจะไม่กลับไปทำตัวแบบเดิมอีก แม่จะอนุญาตให้เกื้อไปตามหาพ่อ)

ถึงอย่างไรก็คงจะห้ามลูกตามหาบิดาไม่ได้ แต่คำหล้าก็มักจะหาเหตุผลมาพร่ำบอกอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าลูกชายนั้นจะไม่เชื่อฟังก็ตาม

“เกื้อเซามาหลายปีแล้ว แต่แม่เว้าอีหลีนะว่าสิให้เกื้อไปตามหาพ่อ” (เกื้อหยุดมาหลายปีแล้ว แต่แม่พูดจริง ๆ นะว่าจะให้เกื้อไปตามหาพ่อ)

เพราะตั้งแต่ที่ทราบว่ามารดาป่วย นับแต่นั้นมา เขาก็ปฏิญาณตนกับตัวเองและมารดา ว่าจะเลิกทำนิสัยเกเร และเขาก็ทำมาได้แล้วสามปี

“เป็นหยังจังคืออยากมาฮู้และตามหาเอาตอนนี้ ว่าพ่อเป็นไผ” (ทำไมถึงอยากรู้ อยากตามหาเอาตตอนนี้)

เพราะก่อนหน้านี้ ไม่เคยได้ยินลูกชายพูดถึงบิดมาให้ได้ยินเลยแม้สักครั้ง

“เกื้ออยากฮู้ตั้งแต่โดนแล้ว แต่เกื้อบ่กล้าถามแม่ และตอนนั้นกะยังเด็กน้อยอยู่นำ...” (เกื้ออยากรู้ตั้งนานแล้ว แต่เกื้อไม่กล้าถามแม่ และตอนนั้นก็ยังเด็กด้วย)

“เว้ามาแบบนี้ คงสิอยากตามหาอีหลีแม่นบ่” (พูดแบบนี้ คงจะอยากตามหาจริง ๆ ใช่ไหม) ผู้เป็นมารดาได้แต่เอ่ยถามกลับ

คุณพัฒน์ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรมารดาออกไปแม้แต่คำเดียว แต่กลับเป็นการพยักหน้าให้มารดาแทนคำตอบทุกอย่าง

------------------------------  

ฝากเอ็นดูบักหล่าเกื้อกูลของไรท์นำเด้อจ้า...♥️

 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
38 Bab
1 - ความจากปากแม่
ความจากปากแม่ณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย(ภาคอีสาน)“แม่บอกเกื้อมาเถาะ ว่าพ่อเกื้อเป็นผู้ใด เกื้อแค่อยากฮู้ซือ ๆ ทอนี้อีหลี” (แม่บอกเกื้อมาเถอะ ว่าพ่อเกื้อเป็นใคร เกื้อแค่อยากรู้เฉย ๆ แค่นี้จริง ๆ) เสียงทุ้มถามเอาความจริงจากปากของมารดาอีกครั้ง ตั้งแต่ที่มารดาป่วย เขาก็มักจะถามคนเป็นแม่อยู่ตลอด ว่าบิดาของเขานั้นคือใครคุณพัฒน์ ปัญญากูล หรือ เกื้อกูล แต่คนสนิทมักเรียกขานกันว่า บักเกื้อ ชายหนุ่มในวัย 23 ปี หนุ่มกำพร้าบิดาตั้งแต่เกิด อาศัยอยู่กับผู้เป็นมารดาที่ให้กำเนิด เพียงแค่สองคน ที่บ้านปูนชั้นเดียวหลังเก่า ที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาชายหนุ่มที่ขาดบิดามาตั้งแต่เกิด ทำให้เป็นเด็กที่มีนิสัยก้าวร้าวมากพอสมควร เพราะต้องทำตัวเป็นคนเข้มแข็งจากการโดนเพื่อนล้อ และต้องคอยเป็นเกราะป้องกัน เป็นที่พึ่งให้แก่มารดาได้ ผู้หญิงซึ่งอันเป็นที่รักที่เขารักมากที่สุด ถึงจะเกเรบ้างตามประสาผู้ชาย เพราะอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากลอง จนทำให้มารดานั้นเสียเงินเสียน้ำตามาแล้วและยังถูกตราหน้าว่า ‘บักคำผลาญ’ ตั้งแต่นั้นมา เขาได้ให้คำมั่นสัญญาต่อมารดาว่าจะเลิกนิสัยเกเร และหันมาตั้งใจทำงานหาเลี้ยงมารดาแทน ด้วยการช
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-01
Baca selengkapnya
2 - บ่าวอีสานพลัดถิ่น
บ่าวอีสานพลัดถิ่น“เกื้อ บักเกื้อ แย่แล้ว...” (เกื้อ ไอ้เกื้อ แย่แล้ว...) เสียงดังโหวกเหวกตะโกนเรียกชื่อเขามาแต่ไกลวันนี้เขาออกมาทำงานที่ร้านซ่อมรถของลุงสมบูรณ์ ที่เป็นร้านรับซ่อมเครื่องยนต์ทุกชนิด ซึ่งตั้งอยู่ทางเข้าหน้าหมู่บ้าน ตามปกติดังเช่นทุกวันที่ร้านเปิดชนาวุฒิ คือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ที่ยังคงเทียวไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เพราะเพื่อนคนอื่น ๆ ต่างก็พากันมีครอบครัวไปจนเกือบหมดแล้ว บ้างก็แยกย้ายไปหาทำงานที่ต่างจังหวัด...“มีหยังบักวุฒิ” (มีอะไรไอ้วุฒิ) เขาถามเพื่อนออกไปด้วยความงุนงง ที่จู่ ๆ ก็ตะโกนเรียกเขามาสะเสียงดัง จนคนที่ร้านแทบจะแตกตื่น“แม่ แม่มึงแย่แล้ว...”“แม่...”เพียงแค่เห็นอาการตื่นตระหนกของชนาวุฒิ และได้ยินคำพูดตะกุกตะกักพูดไม่ออกเท่านั้น เขาละทิ้งทุกอย่างตรงหน้าไว้ แล้วรีบบิดรถมอเตอร์ไซค์คู่กายไปยังบ้านของเขาทันทีแต่เมื่อไปถึง กลับมีชาวบ้านมากันเต็มแล้ว ใจแกร่งหล่นวูบลงที่ตาตุ่มทันที และเมื่อเดินเข้าไปภายในบ้าน น้ำตาลูกผู้ชายกลับล่วงลงมาราวเขื่อนแตก เมื่อร่างที่นอนแนบนิ่งไร้ลมหายใจของมารดานั้น ได้จากโลกนี้ไปแบบไม่มีวันกลับ แถมไม่เอ่ยลาเขาเลยสักคำ“แม่...แม่คือบ่ถ่า
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-01
Baca selengkapnya
3 - กลัวมึงเอาเมียก่อน
กลัวมึงเอาเมียก่อนรุ่งเช้าคุณพัฒน์และชนาวุฒิลุกแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้ต้องเตรียมตัวไปหาสมัครงาน และอีกอย่างก็เกรงใจเจ้าของบ้านด้วย เพราะตัวเองก็ถือว่าเป็นแขกมาขออาศัยทั้งสองลุกมาทำกับข้าวไว้รอเจ้าของบ้าน โดยที่คุณพัฒน์เป็นคนเข้าครัวเอง มีชนาวุฒิที่เป็นลูกมือถูกบังคับให้ตื่นตามแต่เช้า“ไผมาแต่เช้า” (ใครมาแต่เช้า) ชนาวุฒิบ่นพึมพำอยู่ เมื่อมีคนมากดออดที่หน้าบ้าน“มึงกะออกไปเบิ้งตี้ล่ะ” (มึงก็ออกไปดูสิ) คุณพัฒน์พูดให้เพื่อนออกไปดุ เพราะเจ้าตัวมัวแต่วุ่นอยู่กับการปรุงอาหาร“มาหาใครครับ” เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นมาทันที เป็นภาษากลางเพราะสังเกตว่าคนตรงหน้าคงจะฟังภาษาบ้านเกิดของพวกตนไม่เข้าใจเป็นแน่ชนาวุฒิเดินออกไปเปิดประตู เมื่อมีคนมากดสัญญาณออดอยู่ที่หน้าบ้านของพี่สาว แต่กลับพบชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ สายตาคมกวาดมองสำรวจชายหนุ่มผู้นั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่างพิจารณาชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหล่าราวกับพระเอกในเทพนิยายหลุดออกมา ผมถูกเซ็ตเป็นทรง จมูกโด่งรับกับปากหยักได้รูปสีสด แต่งกายดูมีภูมิฐาน มองแค่ภายนอกก็ดูออกว่าเป็นคนมีฐานะ เพราะรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ที่เป็นโลโก้ของต่างประเทศ“อ้าว! บะ...คุณ
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-02
Baca selengkapnya
4 - น้องคุณก็เหมือนน้องผม
น้องคุณก็เหมือนน้องผม“นุชมีน้องชายด้วยเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้เลย” ธนภัทรถามเลขาสาวขึ้นมาทันที ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกมาได้ไกลจากบ้านของเธอแล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ก็เธอไม่เคยบอก และอีกอย่างมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอด้วย ที่ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้“ก็คุณภัทรไม่เคยถาม”“เป็นความผิดผมงั้นสิ”“เปล่าคะ แล้ววันนี้เราไม่เข้าบริษัทกันหรือคะ” ชญานุชถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าเขาขับรถแยกไปอีกทางกับทางไปที่ทำงาน“วันนี้มีนัดทานข้าวกับหุ้นส่วน คุณพ่อพึ่งแจ้งมาเมื่อคืน ผมเห็นว่ามันดึกแล้ว เลยไม่ได้ไลน์บอกคุณ” เขาตอบเธอออกไปตามตรง เพราะพ่อเขาแจ้งมาดึกจริง ๆ และเขาเองก็ไม่ได้แจ้งเธอให้ทราบอีกที เพราะเห็นว่าดึกมาดูแล้ว กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ“แล้วนุชก็ต้องตามคุณไปอีกเช่นเคยสินะ” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปนความน้อยใจ เพราะหากว่าวันไหนเขาามีนัดกับลูกค้าข้างนอก วันนั้นเขาจะหอบเธอไปด้วย และพอเสร็จจากธุระตรงนั้น เขาก็จะพาเธอเกงานจนถึงเย็นไม่เข้าไปบริษัทอีกเลย“คุณเป็นเลขาของผมนะนุช คุณก็ต้องตามผมไปด้วยสิ” ธนภัทรขึ้นเสียงดุใส่เลขาสาวทันที อย่างไม่จริงจังนัก เพราะต้องการข่มขู่เธอเ
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-02
Baca selengkapnya
5 - มุกดารินทร์
มุกดารินทร์คุณพัฒน์และชนาวุฒิออกไปหาสมัครงานตามที่ต่าง ๆ ที่เปิดรับสมัคร จวบจนครึ่งค่อนวัน แล้วจึงพากันขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับกัน และระหว่างทางจึง แวะทานข้าวกัน โดยเป็นร้านข้าวแกงข้างทางที่ติดกับมหาวิทยาลัยชื่อดัง“ผู้สาวมหาลัยคือมีแต่คนงาม ๆ ขาว ๆ แท้วะบักเกื้อ มึงเบิ้ง...” (สาวมหาลัยทำไมมีแต่คนสวย ๆ ขาว ๆ จังวะไอ้เกื้อ มึงดูสิ...) ชนาวุฒิพูดพร้อมกับเพยิดหน้าให้เพื่อนมองตาม“เว้าหลาย ฟ้าวกินสิได้ฟ้าวกลับ” (พูดมาก รีบกินตะได้รีบกลับ) คุณพัฒน์ดุเพื่อนขึ้นมาทันทีตั้งแต่ที่เข้ามานั่งในร้าน ชนาวุฒิก็มัวแต่มองหญิงสาวมหาลัยจนแทบไม่ตะฝักอาหารตรงกน้าเข้าปากเลยแม้แต่น้อย“สิฟ้าวไปไส เฮือนมันบ่หนีไปไสดอก มีแนวงาม ๆ ให่เบิ้งฟรี ๆ กะเบิ้งก่อน” (จะรีบไปไหน บ้านมันไม่หนีไปไหนหรอก มีของสวย ๆ ให้มองฟรี ๆ ก็ดูไปก่อน) ชนาวุฒิยังคงพูดกับเขา แต่ก็ไม่ได้หันหน้ามา เพราะสายตามัวแต่ชะเง้อมองสาวที่เดินผ่านไปมาอยู่นอกร้าน“กูไปถ่ามึงอยู่รถเด้อ” (กูไปรอมึงอยู่ที่รถนะ)คุณพัฒน์มายืนรอเพื่อนที่ยังคงอยู่ภายในร้าน เขานั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง โดยที่ก้มหน้าลงมองเพียงหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อฆ่าเวลารอคนที่ม
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-03
Baca selengkapnya
6 - ตรงไหนได้หมด
ตรงไหนได้หมด“เฮ้ย! บักเกื้อ เกิดอีหยังขึ้นวะ” (เฮ้ย! ไอ้เกื้อ เกิดอะไรขึ้นวะ) ชนาวุฒิร้องทักขึ้นมาทันที เมื่อคุณพัฒน์กลับมาถึงบ้านสายตาของชนาวุฒิมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่ที่เขาถอดหมวกกันน็อคออก พร้อมกับสายตาที่มองเขานั้น มีแต่คำถามมากมายที่อยากจะสอบความ และผ้าเช็ดหน้าสีหวานที่เพื่อนมัดปิดหน้านั้นอีก ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ของเพื่อนแน่นอน เพราะคุณพัฒน์ไม่ใช่ของสีหวานแบบนี้แน่ ๆ“อีหยังของมึง” (อะไรของมึง) คุณพัฒน์ได้แต่เลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเพื่อนนั้นจ้องมองเขาแปลก ๆ อย่างจับผิดอีกด้วย“แค่ไปส่งผู้สาวมาแค่นี้ มึงคือ...” (แค่ไปส่งสาวมาแค่นี้ แต่มึง...) ชนาวุฒิพูดพร้อมกับชี้ไปยังผ้าเช็ดหน้าที่ตอนนี้ตอนนี้เจ้าของดึงลงมาอยู่ที่คอแทน แล้วไหนจะถุงขนมหวานนี้อีก“เขาให้มา...” คุณพัฒน์บอกพร้อมกับชูถุงขนมไทย ที่มุกดารินทร์ให้มาขึ้นให้แก่เพื่อนดู“โว๊ะ...บ่ธรรมดาตัวนี้หมู่กู ว่าแต่ไปฮอดไสกันล่ะ ซื่อหยังบอกได้บ้อ” (โว๊ะ...ไม่ธรรมดาเลยนะเพื่อนกู ว่าแต่ไปถึงไหนกันล่ะ ซื่ออะไรบอกได้ไหม) ชนาวุฒิแซวเพื่อนขึ้นมาทันที พร้อมกับถามออกไปอย่างอยากรู้ ว่าเพื่อนเขานั้นจะสานสัมพันธ์กันต่อหรือเปล่
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-03
Baca selengkapnya
7 - มาร่วมแจมด้วย
มาร่วมแจมด้วย“พี่ไปรับน้องที่บริษัทอาโมทย์ไปส่งไว้ที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาแจมกับพวกเราต่อ” ธนภัทรเอ่ยขึ้นมาอย่างสนิทสนมกับน้อง ๆ ของเลขาสาว เมื่อวางสายจากคนปลายสายแล้ว“...” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา“พอดีว่าคนขับรถที่บ้านเอารถไปเข้าศูนย์ แล้วอาโมทย์ก็ติดงานด่วนด้วย ไม่มีคนไปส่งน้องให้” ธนภัทรจึงหันมาบอกกับชญานุชที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ“นุชไม่ได้ถามคะ” เธอถลึงตาใส่เขา เพราะเธอก็ไม่ได้อยากรู้เกี่ยวกับกิจวัตรประจำของเขาขนาดนั้น เขาจะทำอะไร จะไปรับไปส่งใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องรายงานเสียด้วยซ้ำ“ผมอยากบอก”ธนภัทรรีบออกไปทันที ดีที่ตอนนี้เขายังไม่ได้แตะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลย เพราะพึ่งหอบพาการจัดสถานที่เสร็จ จึงยังไม่มีอะไรเข้าไปท้อง“พี่ภัทรมาจากไหนคะเนี้ย ถึงมาได้เร็วขนาดนี้” หญิงสาวเอ่ยขึ้นแซวทันที เพราะพี่ชายที่แสนดีของเธอใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเสียด้วยซ้ำมาถึงบริษัทแล้ว“พี่สังสรรค์อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง” เขาตอบเธอออกไปตามตรง“ถ้าอย่างนั้น หนูไปด้วยสิคะ” หญิงสาวตื่นตาขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินในสิ่งที่พี่ชายแสนดีของเธอบอก“พี่จะไปดื่มนะ และจะค้าง
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-04
Baca selengkapnya
8 - ขอจับมือได้หรือเปล่า
ขอจับมือได้หรือเปล่า“ไปเอาเหล้า คือไปโดนแท้” (ไปเอาเหล้า ทำไมไปนานจัง) ชนาวุฒิแซวออกมาทันที ที่คุณพัฒน์กลับมานั่งลงที่ของตัวเอง และมีมุกดารินทร์ก็เดินออกมาตามหลังด้วยอีกคน“พวกคุณทานแบบพวกเราได้แน่นะคะ” ชญานุชจึงหันมาถามทางเจ้านายหนุ่ม เมื่อเห็นว่านั่งนั่งนิ่งมองอาหารที่พวกเธอทำอย่างพิจารณาธนภัทรไม่ได้ตอบอะไรเธอออกไป แต่กลับยื่นมือไปตักเอาอาหารแปลกตานั้นมาเข้าปากเสียดื้อ ๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถทานอาหารของพวกเธอได้“ก็อร่อยดีนะ ตัวแสบลองดูไหม” เมื่อได้ชิมรสชาติ จึงดันไปทางมุกดารินทร์ดู เพื่อเป็นการเชื่อเชิญ“อะไรหรือคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยทันที เมื่อพี่ชายดันอาหารจานนั้นมาให้เธอ พวกแมลงเธอยังพอรู้จัก แต่อาหารตัวแปลกประหลาดมีใบตองห่อนี้ เธอไม่รู้จักจริง ๆ“หมกฮวก” ชนาวุฒิจึงเป็นฝ่ายตอบออกมาเพราะอาหารเมนูอาหารพื้นบ้านนี้ ไม่ใช่ว่าจะหาทานกันได้ง่าย ๆ เพราะเป็นอาหารที่สามารถหาตามธรรมชาติ และจะมีตามฤดูกาลเท่านั่น หนึ่งปีถึงจะได้ทานครั้งมุกดารินทร์ จึงหันไปมองหน้ากับทุกคน เพราะมีความลังเล และไม่กล้าที่จะลอง ถึงแม้จะเคยได้ยินว่าอาหารพื้นบ้านแต่ละถิ่น จะมีรสชาติที่อร่อย
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-04
Baca selengkapnya
9 - ไปต่อหรือพอแค่นี้
ไปต่อหรือพอแค่นี้เมื่อเห็นว่าเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว คุณพัฒน์จึงเอ่ยชวนเธอกลับ และเป็นฝ่ายอาสาที่จะพาเธอไปส่งที่บ้าน ของเธอเอง ตอนแรกมุกดารินทร์ปฏิเสธไม่ยอมกลับบ้าน เพราะเธออยากที่จะค้างอยู่กับพวกเขา แต่คุณพัฒน์บอกว่ามันไม่เหมาะเพราะเธอเป็นผู้หญิง“แต่บ้านมุกอยู่ไกลจากที่นี่นะคะ” เธอบอกเขาออกไป เพราะจากตรงนี้ไปบ้านของเธอไกลมากพอสมควร เพราะอยู่คนละฝั่งทางกับบริษัท“ไม่เป็นไรครับ”“เดี๋ยวมุกโทรบอกพี่ภัทรก่อนนะคะ ว่าพี่เกื้อจะไปส่งมุกที่บ้าน พี่ภัทรจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”เมื่อเธอโทรศัพท์ไปแจ้งธนภัทรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณพัฒน์จึงพาเธอขับรถกลับบ้านด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของเขาทันที“มุกกอดเอวพี่เกื้อได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขออย่างขออนุญาตเมื่อนั่งซ้อนท้ายเขา“ครับ” เขาตอบรับพร้อมกับจับมือของเธอมากอดที่เอวเขาไว้ ก่อนที่จะออกรถ มุ่งหน้าไปบ้านของเธอตามที่เธอบอกทางด้านของธนภัทร เมื่อหญิงสาวโทรศัพท์มาบอกว่าคุณพัฒน์จะไปส่งเธอที่บ้าน เขาจึงขอตัวกลับทันที เพราะเกิดรู้สึกเกรงใจเลขาสาวขึ้นมาเสียอย่างนั้น“ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า พอดีเกื้อไปส่งน้องมุกที่บ้านแล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอขึ้นมา“คุณไหวแน่นะคะ” ชญานุชถามกลับด้วย
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-05
Baca selengkapnya
10 - ที่อยู่ใหม่
ที่อยู่ใหม่สองวันต่อมาวันนี้คุณพัฒน์และชนาวุฒิได้เริ่มทำงานเป็นวันแรก ที่บริษัทไชยาสินธุ์ โดยที่ทั้งคู่ได้ทำงานที่เดียวกัน และแผนกเดียวกันอีก ซึ่งก็คืออยู่ในแผนกช่างบำรุงนั้นเอง“ไปเฮ็ดงานหม่องเดียวกันคือบ่เอารถไปคันเดียว” (ไปทำงานที่เดียวกันทำไมไม่เอารถไปคันเดียว) ชญานุชถามชายหนุ่มทั้งสองขึ้น เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มนั้นจับรถคนละคัน ทั้ง ๆ ที่ต้องไปทำงานที่เดียวกัน“เกื้อสิแวะไปหาห้องเช่านำครับเอื้อย มารบกวนเอื้อยมาโดนแล้ว” (เกื้อจะแวะไปหาห้องเช่าด้วยครับพี่ รบกวนพี่มาเยอะแล้ว) คุณพัฒน์เอ่ยตอบพี่สาวเพื่อนออกไปตามตรง เพราะเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่า หากเขาได้งานทำเขาจะออกไปหาที่อยู่ใหม่“รบกวนอีหยังกัน คนบ้านเดียวกัน เกื้อกะคือน้องเอื้อยคนหนึ่งมีหยังกะต้องซอยเหลือกัน” (รบกวนอะไรกัน คนบ้านเดียวกัน เกื้อก็เหมือนน้องของพี่คนหนึ่ง มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน)“ไปกันได้แล้วครับคุณนุช ที่ทำงานเราไกลกว่าที่ทำงานของน้องนะ” ธนภัทร เสียงของเจ้านายหนุ่มของชญานุชดังขึ้นมาขัดจังหวะ เมื่อเขามารับเธอไปทำงานเหมือนดังเช่นทุกวันของทุกเช้า“วุฒิ ปิดเฮือนนำเด้อ” (วุฒิ ปิดบ้านด้วยนะ)ก่อนที่จะออกไปจากบ้าน ชญานุชก็ไ
last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-05
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status