เข้าสู่ระบบ“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”
เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์จนแบตจะหมดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ถึงคอนโดสักที ทั้ง ๆ ที่ปกติขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง นี่ปาไปเกือบสี่สิบห้านาทีแล้วยังไม่มีวี่แววเลยสักนิด
“รถมันติด ไม่เห็นรึไง”
ใบหน้าหล่อพยักพเยิดให้หญิงสาวมองไปข้างหน้าที่มีการจราจรติดขัด รถนับร้อยคันจอดเรียงกันเต็มทุกเลน เอวาเหลือบมองภูผาแล้วถอนหายใจออกเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจ
“แล้วพี่จะมาทางนี้ทำไมละ! ก็รู้อยู่ว่าทางนี้รถมันติด”
“ใครรู้...พี่ไม่รู้” ภูผาไหวไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ถ้าภูผาไม่รู้ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว...เขาน่ะชำนาญเรื่องเส้นทางยิ่งกว่าสิ่งไหน รู้ทุกซอกทุกมุมราวกับเป็นคนทำผังเมืองสะด้วยซ้ำ และที่เลือกมาเส้นทางนี้นั้นเพราะเขามีแผนในใจ...อยากอยู่กับเอวานาน ๆ ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันแต่แค่ได้กลิ่นกายหอม ๆ จากเธอภูผาก็พอใจแล้ว
“คนนิสัยไม่ดี” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะหันหน้ามองข้างทาง “ว้าย! พี่ภูผา!!”
เสียงเล็กแผดดังลั่นเมื่ออยู่ ๆ มือหนาก็เลื่อนมาเปิดกระโปรงตัวจิ๋วของเธอแถมยังเอียงใบหน้าก้มลงมองก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นพลางขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่ชอบใจ
“ใส่กระโปรงสั้นไปไหมคุณหนู?”
สุ้มเสียงไม่เกรี้ยวกราดทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจอยู่ในที ภูผาไม่ชอบให้เอวาใส่กระโปรงสั้นแล้วยิ่งเป็นทรงพีทยิ่งไม่ชอบ ลมพัดมาแต่ละทีกระโปรงปลิวเห็นไปถึงไหนต่อไหน
“ไม่ต้องมายุ่ง!!” เอวาว่าพร้อมปัดมือหนาออกจากขาเล็กของตัวเอง
“ไม่ใส่ซับในมาด้วย?”
ภูผาข่มเสียงต่ำลงกดกลั้นความโมโหไว้ในใจ พูดกับตัวเองว่าให้ใจเย็น ๆ หุบหนอพองหนอ ก่อนจะหันไปสนใจข้างหน้าที่ถนนเปิดโล่งรถเริ่มเคลื่อนที่แล้ว
“ไม่ใส่”
“ทำไมไม่ใส่?”
“มันเรื่องของวา...ใส่กางเกงในมาก็บุญเท่าไหร่แล้ว!”
คนขี้หงุดหงิดประชดอดีตคนรักที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อวาน ก็ในเมื่อเลิกกันแล้ว เขาก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง ไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนคบกันอยู่ก็ไม่เห็นจะใส่ใจ ไม่เคยจุกจิกเรื่องพวกนี้ ไม่เคยมารับมาส่งเลยสักครั้ง แต่พอเลิกกันไป กลับมาทำตัวดีขึ้นในวันที่เธอไม่ต้องการแล้ว…บอกเลยว่าเอวาไม่ใจอ่อนหรอก
เมื่อเธอตัดสินใจเลิก ก็คือเลิก ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจที่ต้องจบความสัมพันธ์ที่พยายามรักษามาตลอดสองปี แต่เธอเลือกจะเสียใจครั้งเดียว ดีกว่าเสียเวลาไปตลอดชีวิตต่างหาก
เอวาเชื่อเสมอว่า หากเราอยู่ให้ถูกที่ ถูกเวลา เราจะมีตัวตนและมีค่าโดยไม่ต้องพยายามใด ๆ ทั้งสิ้น และในเมื่อคบกับภูผาแล้วเธอกลายเป็นคนที่ถูกลืม...แล้วจะอยู่ทำไม จริงไหม??
“ไม่ใส่กางเกงใน? ...เธอจะเปิดหว๋อมาเรียนหรอ!?”
เอ่ยถามอย่างมีน้ำโห ก็คนบ้าที่ไหนจะไม่ใส่กางเกงในมีแต่เธอนั่นแหละที่คิดได้แบบนั้น
“ใช่ ตอนลมพัดมันเย็นดี”
เอวาว่าพร้อมสะบัดหน้าหนี ไม่อยากจะเสวนากับคนเจ้าอารมณ์ทำตัวเป็นหมาหวงก้าง ไม่รู้ว่าจำไม่ได้หรือความจำเสื่อมกันแน่ ว่าเธอและเขาเลิกกันแล้ว
“เหอะ!...ชอบอะไรเย็น ๆ ก็ไม่บอก งั้นวันหลังตอนอ้าขาให้พี่แทงจะเปิดพัดลมจ่อจิ๋มให้”
ชายหนุ่มเค้นหัวเราะก่อนจะกระตุกยิ้มยียวนกวนประสาทหญิงสาว คำพูดของภูผาทำให้เอวาอ้าปากค้างไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอคบกับโรคจิตมาตั้งสองปีกว่า
“ไอ้ทุเรศ!!”
“ก็ชอบเย็น ๆ ไม่ใช่รึไง?” ภูผาเลิกคิ้วถาม
“วาไม่อยากคุยกับพี่แล้ว! จะย้ายไปนั่งข้างหลัง พี่ไม่ต้องมาชวนวาคุยเลยนะ!! เราขาดกัน!!”
เอวาทำแก้มป่องด้วยความหงุดหงิด ทว่ากลับทำให้อารมณ์ขุ่นมัวในใจชายหนุ่มคลายลงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าแก้มป่อง ๆ ของเธอคือสิ่งที่สดใสที่สุดในชีวิตเขาสะอย่างนั้น
มือเล็กรีบปลดสายเบลท์แล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องก่อนจะยกตัวขึ้นพยายามปีนข้ามไปนั่งข้างหลังทั้ง ๆ ที่รถยังเคลื่อนที่อยู่
“ทำอะไรเอวา? นั่งลง! มันอันตราย!”
คนที่ขับรถอยู่รีบดุหญิงสาวเสียงเข้ม สายตาก็ต้องมองถนนส่วนเด็กดื้อข้าง ๆ ก็พยายามแทรกตัวไปนั่งข้างหลังเหลือเกิน ภูผาจึงรีบตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางเพราะกลัวว่าเอวาจะล้มหัวทิ่มหน้าคะมำ จากที่สวยอยู่แล้วก็จะสวยไปกันใหญ่ ทีนี้ภูผาก็ว้าวุ่นหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว เพราะเขาชอบหลงเอวาในจังหวะโก๊ะ ๆ เผลอ ๆ มันน่ารักจนใจเจ็บจริง ๆ
เอี้ยดดด!
อยู่ ๆ รถหรูก็เบรกอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่กำลังจะก้าวไปเหยียบเบาะหลังเสียหลักล้มลงไปนั่งทับบนตักแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ราวกับว่านี่คือแผนการที่ภูผาวางไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วอย่างไงอย่างงั้น
“พี่ผา!! แกล้งวาอีกแล้ว!!”
เอวาเอ็ดใส่คนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แถมยังยกแขนใหญ่ขึ้นมาตวัดกอดเอวบางไว้แน่นพลางเลิกคิ้วทำหน้ายียวนกวนประสาท
“แกล้งอะไร...พี่กลัวเธอหน้าคะมำก็เลยจอดไง”
นี่แหละหนาที่เขาว่ากันว่า...ทำดีไม่ได้ดี แต่เอ๊ะ? แบบนี้เรียกว่าได้ดีรึเปล่าวะ เอวามานั่งตักเลยนะเว้ยยย คุ้ม ๆ
“ปล่อยเลยค่ะ!”
เธอว่าพร้อมตีแขนแกร่งภูผา ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะปล่อยแต่กลับรัดวงแขนให้แน่นขึ้น อีกทั้งยังซบใบหน้าหล่อลงที่หน้าอกของเอวาราวกับกำลังตักตวงควบอบอุ่นจากเธอเหมือนที่เคยทำ
“ไม่ต้องเขินหรอก เธออยากนั่งตักพี่ก็บอกกันตรง ๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องทำเป็นล้มหงายหลังแบบนี้เลย” คนเจ้าเล่ห์ว่าหยอกคนตัวเล็กไปที
“อย่าหลงตัวเองนักเลยพี่ผา วาไม่เคยอยากนั่งตักพี่เลยสักครั้ง”
“หื้มม ทำเป็นพูด...มากกว่านั่งเธอก็เคยมาแล้ว ทั้งบดทั้งตอก โคตรสะ...โอ้ย!!!”
ยังไม่ทันได้พูดจับ ทุกเสียงที่ภูผาจะเปล่งออกมาถูกกลืนลงคอแทนด้วยคำอุทานที่แสนจะเจ็บแสบ เมื่ออยู่ ๆ มือเล็กที่เคยตบตีที่แขนแกร่งเลื่อนขึ้นมาทึ่งศีรษะดึงเส้นผมสีดำเทาของภูผาอย่างแรงไม่มีออมมือ
“ถ้าปากมันพูดอะไรดี ๆ ไม่ได้ ก็หุบไว้สะบ้าง ไม่มีคนอื่นเขาหาว่าเป็นใบ้หรอก!”
เจ้าของมือเล็กเอ็ดใส่คนพูดจาทะลึ่งใหญ่โต ภูผานิ่วหน้ายกมือขึ้นเกาศีรษะตัวเองเบา ๆ
“ใช้ความรุนแรงจังวะ”
“ก็พี่มันปากหมา!”
“เดี๋ยวจะโดนปากหมานี่แหละกระแทกเข้าให้”
ภูผาวาพร้อมเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ข่มขู่หวังจะจูบริมฝีปากอวบอิ่ม ทว่าเอวากลับยกมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้พร้อมเอนกายหนีจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับพวงมาลัย
“หึ!...อยากโดนปากหมา ๆ นี่กระแทกไหม?”
“ไม่”
เอวาส่ายหน้าพลันจ้องมองภูผาด้วยความหวาดระแวง เพราะเธอรู้ดีว่าหากภูผาอยากจะได้อะไรก็ต้องได้ อยากจะจูบก็ต้องได้จูบ...นอกสะจากเขาจะตามใจเธอแค่นั้น
“ไม่อยากก็กลับไปนั่งดี ๆ อย่าพยศให้มากถ้าพี่หมดความอดทนเมื่อไหร่เธอก็น่าจะรู้ว่าเป็นยังไง....” ชายหนุ่มว่าเสียงเหี้ยมดุหญิงสาวไปที
ถ้าภูผาหมดความอดทนจะเป็นยังไงงั้นหรอ? ....ก็ตัวใครตัวมันไงล่ะ ไม่มีใครอยู่รอความอนาถของชีวิตหรอกนะ
เอวาเม้มริมฝีปากไว้แน่นแล้วรีบขยับไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างสำรวม ในตอนนี้สายตาของภูผาคือสิ่งที่เธอกลัวมาก ๆ กลัวจนไม่กล้าจะปริปากพูด พยายามทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะจากที่ได้ยินเสียงลมหายใจของภูผาแล้ว...รับรู้ได้เลยว่าเขากำลังสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองสุดชีวิต
ภายใต้สายน้ำเย็น ๆ จากชาวเวอร์มีร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวแนบชิด เปลือยเปล่าปราศจากสิ่งกีดขวาง ริมฝีปากร้อนบดเบียดเข้าหากันอย่าเร่าร้อน ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนอ่อนนุ่มราวกับต้องการจารึกทุกสัมผัสไว้ให้ลึกที่สุด เรียวแขนเล็กเลื่อนขึ้นโอบลำคอแกร่งพลางรั้งให้เข้าแนบชิดมากยิ่งขึ้นเสียงลมหายใจหนักหน่วงผสานกับเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง เอวาไม่อาจปฏิเสธทุกสัมผัสที่ภูผามอบให้ได้ เธอเพียงหลับตาพริ้มปล่อยให้ความรู้สึกนำพาไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสในจังหวะที่ภูผาเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซร้อย่างซุกซน ลมหายใจร้อนเป่ารดซอกคอระหง ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวกำลังดูดเม้มไปตามผิวเนียน ทิ้งรอยตราประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้บนกายเธออย่างชัดเจน“อือ พี่ผา...วาไม่ไหวแล้ว”เพราะความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ทำให้คนที่ถูกยาปลุกเซ็กซ์บิดเร้าแทบทนไม่ไหว เสียงครางแผ่วเบาที่หลุดออกมายิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มภูผาตวัดสายตามองก่อนจะเอื้อมมือไปปิดน้ำ ปล่อยให้ไออุ่นจากร่างทั้งสองแผ่ซ่านเข้าหากัน จากนั้นจับเรียวขาเธอยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวแกร่ง พลางเลื่อนปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามร่องนุ่มอย่างเบามือ ทว่าสัมผั
ตุ๊บ!ร่างอรชรถูกโยนลงบนเตียงหนาสีน้ำเงินอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงกระเป๋าหนังของหญิงสาวกระแทกพื้นจากแรงเหวี่ยงของคนที่เต็มไปด้วยโทสะภูผายืนเท้าเอวมองเอวาด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ“บอกเลิกพี่ไม่กี่วันเธอก็ไปคุยกับผู้ชายอื่นแล้วหรอวะวา!!”เขาตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งขืนอย่างมีโทสะ สิ่งเดียวที่ติดอยู่ในใจภูผาตลอดคือ...เอวาทำท่าทีสนิทสนมกับผู้ชายทุกคนยกเว้นเขาแค่คนเดียว หากเมื่อกี้ภูผาไม่เข้าไปฉุดแล้วอุ้มเธอออกจากผับ คงได้เห็นมวยคู่เอกแน่นอน ไม่ใช่มวยระหว่างภูผาและเอวาหรอก แต่เป็นภูผากับผู้ชายแปลกหน้าที่เอวายืนคุยด้วยต่างหาก“วาร้อน”แม้จะโดนดุแต่เธอกลับทำเป็นหูทวนลมเพราะความรู้สึกข้างในมันร้อนวูบวาบจนอยากจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทุกชิ้น“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเอวา!! เธอมีคนอื่นใช่ไหม!!”คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวภูผาซ้ำ ๆ เพราะเอวาเปลี่ยนไป อยู่ ๆ ก็มาบอกเลิก ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ใจอ่อน อดคิดไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังตั้งใจสวมเขาให้อยู่“พี่ภูผา! วาเจ็บ!!”ภูผาเข้ามาบีบแขนเล็กแน่นเมื่อถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ เอาแต่มองซ้ายมองขวาทำ
ภายในผับที่เต็มไปด้วยแสงสีสว่างสาดส่องไปทั่วบริเวณบวกกับเสียงจังหวะดนตรี EDM หนัก ๆ จนทำให้พื้นสั่นสะเทือน เหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะและเคลิบเคลิ้มไปกับความมัวเมาของฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปทว่ากลับมีเพียงชายผู้เดียวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอโทรศัพท์พลางใช้นิ้วเลื่อนรีเฟรชหน้าจอซ้ำ ๆ จนเพื่อน ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะส่ายหัวเป็นพัลวัน“โทรศัพท์มึงเป็นอะไรไอ้ผา?” มังกรเอ่ยถามพร้อมชะโงกใบหน้าเข้าไปใกล้“ถ้าขึ้นแบบนี้คือ...โดนบล็อกใช่ปะวะ?”ภูผาหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อน ๆ ดูเพื่อย้ำให้แน่ใจว่า...เอวาบล็อกเขารอบที่ 2“เออ!” มังกรตอบแบบขอไปทีแล้วกระดกเครื่องดื่มสาดลงคอจนหมดแก้วก่อนจะกลั้วหัวเราะเบา ๆ “ไหนมึงบอกว่าน้องเอวาปลดบล็อกมึงแล้ว”“ก็ปลดแล้วสิวะ!”ภูผาว่าอย่างหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนเย็นตนเป็นคนกดปลดบล็อกด้วยตัวเองแท้ ๆ แต่ยัยตัวแสบดันมาบล็อกเขาอีกรอบ คิดแล้วมันน่าโมโหจริง ๆ“ปลดแล้วทำไมหน้าจอขาวแบบนี้ละไอ้เสืออ”
“เอาโทรศัพท์มา”ทันทีที่รถจอดภูผาก็แบมือขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่บึ้งตึงตลอดทาง เอวาเหลือบมองพลางชักสีหน้าใส่ภูผาอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่”ว่าแล้วก็จับโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่นอย่างหวงแหน ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าจะลงจากรถพรึ่บ!เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็งแทนที่ภูผาจะกลัวแต่เขากลับจับร่างเล็กล็อกแข้งล็อกขาแล้วแย่งโทรศัพท์เธอมาอย่างหน้าไม่อาย เอวาที่สู้ไม่ได้ทำได้แต่ขึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ“พี่ภูผา!”“ว่าไงครับน้องเอวาของพี่...หึ!”ภูผาหันไปตอบเอวาด้วยสีหน้ายั่วยวนกวนประสาทก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า หากจะให้เอาจริงเอวาสู้ภูผาไม่ได้หรอก ที่ผ่านมาก็แค่ยอมตามใจเด็กเท่านั้น...เมื่อได้โทรศัพท์อย่างที่ใจต้องการ ภูผาก็รีบเลื่อนกดปลดบล็อกตัวเองทุกช่องทาง ก็ในเมื่อบอกดี ๆ แล้วไม่ยอม กูปลดบล็อกเองแม่ง!“ปลดบล็อกแล้ว ก็รับสายพี่ด้วย เข้าใจไหม?”ว่าเสียงเข้มพร้อมจ้องเขม็งเอวาอย่างจริงจังก่อนจะยื่นโท
“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะที่นั่งเล่นโทรศัพท์จนแบตจะหมดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ถึงคอนโดสักที ทั้ง ๆ ที่ปกติขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง นี่ปาไปเกือบสี่สิบห้านาทีแล้วยังไม่มีวี่แววเลยสักนิด“รถมันติด ไม่เห็นรึไง”ใบหน้าหล่อพยักพเยิดให้หญิงสาวมองไปข้างหน้าที่มีการจราจรติดขัด รถนับร้อยคันจอดเรียงกันเต็มทุกเลน เอวาเหลือบมองภูผาแล้วถอนหายใจออกเฮือกใหญ่อย่างรำคาญใจ“แล้วพี่จะมาทางนี้ทำไมละ! ก็รู้อยู่ว่าทางนี้รถมันติด”“ใครรู้...พี่ไม่รู้” ภูผาไหวไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ถ้าภูผาไม่รู้ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว...เขาน่ะชำนาญเรื่องเส้นทางยิ่งกว่าสิ่งไหน รู้ทุกซอกทุกมุมราวกับเป็นคนทำผังเมืองสะด้วยซ้ำ และที่เลือกมาเส้นทางนี้นั้นเพราะเขามีแผนในใจ...อยากอยู่กับเอวานาน ๆ ถึงจะไม่ได้พูดคุยกันแต่แค่ได้กลิ่นกายหอม ๆ จากเธอภูผาก็พอใจแล้ว“คนนิสัยไม่ดี” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะหันหน้ามองข้างทาง “ว้าย! พี่ภูผา!!”เสียงเล็กแผดดังลั่นเมื่ออยู่ ๆ มือหนาก็เลื่อนมาเปิดกระโปรง
ภายในรถหรูตกแต่งเบาะด้วยสีเทาเข้มเงาวับ หญิงสาวนั่งกอดอกแนบชิดกับประตู พลางหันหน้าออกไปด้านนอกอย่างไม่สนใจคนที่นั่งข้าง ๆ ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางเป็นระยะ อยากจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นชวนทะเลาะเสียมากกว่า“ปลดบล็อกพี่ด้วยนะ” นี่ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคออกคำสั่ง เพราะไม่ว่าอย่างไร วันนี้ภูผาจะทำให้เธอปลดบล็อกเขาให้ได้“ไม่ปลด!”เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิด ภูผาถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ราวกับคนจนปัญญา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเอวาจะดื้อและง้อยากขนาดนี้ ปกติขอโทษแปบ ๆ ก็หายโกรธ ทว่าครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม เธอใจแข็ง ใจกล้า ทิ้งคราบเด็กน้อยเอวาของเขาไปโดยสิ้นเชิงในขณะที่ติดไฟแดงมือหนาก็เลื่อนมาจับเส้นผมยาวสลวยของเอวาด้วยความแปลกใจ“ย้อมสีผมใหม่หรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตหรือยังไงแต่เขาจำได้ว่าเอวาสีผมเข้มกว่านี้“เหอะ!”ดวงตากลมสวยเหลือบมองชายหนุ่มด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมปัดมือหนาออกก่อนจะขยับตัวไปแนบชิดประตูจนแทบจะสิงเ







