LOGINตอนที่เดินมาเกือบจะถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย ไม่รู้ว่าเพราะอาณาเขตของมหาวิทยาลัยมันแคบเกินไป หรือเพราะโชคชะตากำลังเล่นตลก ถึงได้ดลใจให้ ‘เจ้าขวัญ’ เดินกอดหนังสือสวนทางมาพอดี
แม้ร่างบางจะเอาแต่เดินก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง แต่เพียงแค่มองเห็นเส้นผมและลาดไหล่เล็กๆ นั่น แทนไทก็ชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งงันอยู่กับที่จนเอด้าที่ควงแขนเขาอยู่ต้องหยุดตาม
เอด้าเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าหล่อคมของแทนไทพลางขมวดคิ้วสงสัย ก่อนจะตวัดสายตามองตามทิศทางนั้น ก็เห็นเพียงแค่นักศึกษาสาวแต่งตัวเชยๆ คนหนึ่งกำลังเดินตรงมา
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เจ้าขวัญก็เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นปลายเท้าของใครบางคนขวางทางอยู่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับร่างสูงของแทนไท... ที่กำลังถูกดาวคณะนิเทศฯ กอดรัดท่อนแขนแกร่งเอาไว้แนบชิดอกราวกับคู่รัก
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเจ้าขวัญกระตุกวูบไหวเบาๆ ความรู้สึกชาวาบและปั่นป่วนตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ อาจจะแค่เพราะเธอไม่เคยเห็นพี่ชายข้างบ้านในมุมนี้มาก่อนล่ะมั้ง...
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามซ่อนความสับสนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอเลือกที่จะเมินหน้าหนีและเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง
หมับ!
แต่คนพาลก็ยังเป็นคนพาล แทนไทตวัดมือข้างที่ว่างคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก รั้งร่างบางเอาไว้ทันท่วงทีไม่ให้เดินหนีผ่านไปง่ายๆ
“ไม่คิดจะทักทายฉันอีกแล้วงั้นหรอ? เกลียดขี้หน้าฉันมากหรือยังไง?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามเจือความหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาไหวระริกของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน
เมื่อคืนเขายังมาทำให้หวั่นไหว... แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงคนอื่น ราวกับเธอเป็นของเล่นแก้เหงาอย่างไรอย่างนั้น...
“ปล่อยค่ะ... เดี๋ยวแฟนพี่ก็เข้าใจผิดหรอก”
เจ้าขวัญตอบเสียงแข็ง พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม สายตาเหลือบมองเอด้าที่กำลังส่งสายตาจิกกัดมองประเมินเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย
“ใครแฟนกู?” แทนไทสวนทันควัน คิ้วเข้มขมวดมุ่น
“แทนคะ! ปล่อยน้องเฉิ่มนี่ไปเถอะค่ะ”
เอด้าทนไม่ไหว ออกแรงดึงแขนแทนไทให้หันกลับมาสนใจตน
“เราเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากพอแล้วนะคะ รีบไปทำ ‘ธุระ’ ของเรากันต่อเถอะค่ะ เอด้าอยากอยู่กับแทนจะแย่แล้ว”
คำว่า ‘ธุระ’ ที่เน้นเสียงหวานหยดย้อยจงใจยั่วเย้า ทำเอาเจ้าขวัญรู้สึกสะอิดสะเอียนปนหวิวโหวงในท้องอย่างประหลาด เธอแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ช้อนสายตามองแทนไทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจอย่างปิดไม่มิด
“นั่นสิคะ... รีบไปทำธุระของพวกพี่เถอะ ฉันไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร”
เจ้าขวัญอาศัยจังหวะที่แทนไทชะงักกับสายตาของเธอ สะบัดข้อมืออย่างแรงจนหลุดพ้น
“แล้วก็ช่วยเลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะค่ะ เอาเวลาที่คอยตามรังแกฉัน... ไปดูแลผู้หญิงของพี่เถอะ!”
พูดจบ ร่างระหงก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้แทนไทยืนกัดกรามกรอด นัยน์ตาคมดุดันสั่นไหวขณะมองตามแผ่นหลังเล็กที่ค่อยๆ ห่างออกไป... สายตาแห่งความรังเกียจของเจ้าขวัญเมื่อครู่ มันกรีดลึกลงไปในอกจนปวดหนึบ เขาแค่อยากประชดเรียกร้องความสนใจ แต่กลายเป็นว่าเขายิ่งทำให้ตัวเองดูเป็น ‘ตัวเหี้ย’ ในสายตาเธอหนักกว่าเดิม
“ไปกันเถอะค่ะแทน... ปล่อยน้องเฉิ่มไปเถอะ...”
เอด้ากรีดนิ้วลูบไล้แผงอกแกร่ง พยายามดึงความสนใจกลับมาและเบียดตัวเข้าหา
“ปล่อยกู!”
แทนไทสะบัดแขนอย่างแรงจนร่างของดาวนิเทศฯ เซถลาเกือบล้ม ใบหน้าหล่อคมที่เคยกวนประสาทบัดนี้ดุดันและเย็นเยียบจนน่ากลัว
“ทะ... แทน... เป็นอะไรคะ...” เอด้าหน้าเสีย เสียงสั่นเมื่อเห็นรังสีอำมหิตจากคนตรงหน้า
“กลับไปซะเอด้า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน นัยน์ตาวาวโรจน์ตวัดมองหญิงสาวอย่างรำคาญใจเต็มทน
“แต่ธุระของเรา...”
“กูบอกให้กลับไป!!” เขาคำรามตวาดลั่นจนเอด้าสะดุ้งสุดตัว “กูหมดอารมณ์แล้ว... ไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้!”
สิ้นคำรามนั้น แทนไทก็หันหลังเดินสวนทิศทางกลับเข้าไปในมหาวิทยาลัยด้วยอารมณ์คุกรุ่น ทิ้งให้เอด้ายืนอ้าปากค้างด้วยความอับอาย ส่วนตัวเขานั้นความต้องการบ้าบออะไรที่เคยมี มันมอดดับไปตั้งแต่เห็นแววตาผิดหวังของยัยเด็กโง่ข้างบ้านนั่นแล้ว
ช่วงขายาวก้าวฉับๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ไล่ตามแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินหนีอย่างเอาเป็นเอาตายทัน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางไว้แน่น ก่อนจะออกแรงรั้งและดันร่างระหงให้ถอยไปแนบชิดกับผนังกำแพงมุมตึกที่ลับตาคนอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ! พี่แทน! ทำบ้าอะไรอีกแล้ว ปล่อยนะ!”
เจ้าขวัญร้องเสียงหลง สองมือยกขึ้นดันแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณ ทว่าร่างสูงกลับไม่สะท้าน เขาใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจที่หอบกระชั้นของเขาเป่ารดหน้าผากมน
“ฟังฉันก่อนเจ้าขวัญ...”
แทนไทกดเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาไหวระริก เขาพยายามจะอธิบาย ทว่าพอเอาเข้าจริง คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ
จะให้อธิบายว่าอะไร? ‘ฉันไม่ได้จะไปนอนกับยัยนั่น’ อย่างนั้นเหรอ? ในเมื่อก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะไปทำธุระอย่างว่าจริงๆ และสิ่งที่เด็กกะโปโลตรงหน้าเข้าใจ มันก็ไม่ได้ผิดเลยสักนิด ความจริงข้อนี้ทำเอาอสูรกายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่อึกอักขบกรามแน่น
และแน่นอนว่าเจ้าขวัญไม่มีทางยอมฟัง หญิงสาวแค่นยิ้มบางๆ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังปนประชดประชัน
“จะมาอธิบายทำไมคะ? รีบกลับไปหา ‘ธุระ’ ของพี่นู่นสิ ปล่อยให้ดาวคณะรอนานมันเสียมารยาทนะคะ... อ้อ หรือว่ามหา'ลัยนี้มันแคบไป เลยมาหาที่เงียบๆ แถวนี้แทนล่ะ!”
คำพูดประชดประชันที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับใบหน้างุ้มงอ ทำเอาแทนไทที่กำลังหัวเสียชะงักไป นัยน์ตาคมดุที่เคยตึงเครียดค่อยๆ พราวระยับ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างคนจับผิด ความหงุดหงิดเมื่อครู่ปลิวหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกชุ่มชื่นในอกอย่างประหลาด
“ประชดเก่งขนาดนี้...” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กระซิบเสียงพร่า “หึงฉันหรือไง?”
“หึง?!” เจ้าขวัญเบิกตากว้าง ใบหน้าหวานเห่อร้อนแดงก่ำไปถึงใบหูทันที เธอแหวใส่เสียงดังลั่น
“ฉันเนี่ยนะหึงพี่! หลงตัวเอง! สำคัญตัวเองผิดไปแล้ว! คนป่าเถื่อน มั่วไม่เลือก หน้าด้าน คนพาลอย่างพี่... ใครจะไปหึงลง! ฉันรังเกียจพี่ต่างหาก ขยะแขยงที่สุด!”
สารพัดคำด่าที่พ่นออกมาไม่ได้ทำให้คนฟังสะทกสะท้าน ยิ่งเห็นใบหน้าแดงจัดและท่าทีลุกลนของเธอ แทนไทก็ยิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และดุดันในคราวเดียวกัน
“รังเกียจให้มันตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน... มานี่มา!"
“โอ๊ย! จะพาฉันไปไหน! ฉันไม่ไป ปล่อยนะ!”แทนไทไม่สนเสียงโวยวายและแรงขัดขืนอันน้อยนิด เขาคว้าข้อมือเล็กแล้วลากเธอให้เดินตามกลับมายังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่มองมาเป็นตาเดียวร่างสูงใหญ่กึ่งลากกึ่งจูงเธอฝ่าวงล้อมเข้าไปในโรงฝึกงานของสาขายานยนต์ ก่อนจะกดไหล่บางให้ทรุดนั่งลงบนโซฟาหนังเก่าๆ มุมห้องที่พวกเพื่อนเขาชอบมาใช้นอนพัก“พี่แทน! ฉันจะกลับบ้าน! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!” เจ้าขวัญผุดลุกขึ้นทันที แต่ก็ถูกมือหนากดไหล่ให้นั่งลงไปอีกรอบ“นั่งลง!” เสียงทุ้มตวาดดุ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์จนร่างเล็กสะดุ้งตัวโยน “ถ้าดื้อลุกขึ้นมาอีกครั้งเดียว... ฉันจะจับเธอจูบโชว์ไอ้พวกนั้นให้หมด สับสนหรือยังไงว่าปีศาจอย่างฉันมันจะกล้าทำอะไรบ้าง?”เขาพยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มนักศึกษาวิ
ตอนที่เดินมาเกือบจะถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย ไม่รู้ว่าเพราะอาณาเขตของมหาวิทยาลัยมันแคบเกินไป หรือเพราะโชคชะตากำลังเล่นตลก ถึงได้ดลใจให้ ‘เจ้าขวัญ’ เดินกอดหนังสือสวนทางมาพอดีแม้ร่างบางจะเอาแต่เดินก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง แต่เพียงแค่มองเห็นเส้นผมและลาดไหล่เล็กๆ นั่น แทนไทก็ชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งงันอยู่กับที่จนเอด้าที่ควงแขนเขาอยู่ต้องหยุดตามเอด้าเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าหล่อคมของแทนไทพลางขมวดคิ้วสงสัย ก่อนจะตวัดสายตามองตามทิศทางนั้น ก็เห็นเพียงแค่นักศึกษาสาวแต่งตัวเชยๆ คนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทว่าในจังหวะนั้นเอง เจ้าขวัญก็เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นปลายเท้าของใครบางคนขวางทางอยู่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับร่างสูงของแทนไท... ที่กำลังถูกดาวคณะนิเทศฯ กอดรัดท่อนแขนแกร่งเอาไว้แนบชิดอกราวกับคู่รักก้อนเนื้อในอกซ้ายของเจ้าขวัญกระตุกวูบไหวเบาๆ ความรู้สึกชาวาบและปั่นป่วนตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ อาจจะแค่เพราะเธอไม่เคยเห็นพี่ชายข้างบ้านในมุมนี้มาก่อนล่ะมั
กลิ่นน้ำมันเครื่องและเศษโลหะในโรงฝึกงานคณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์คุกรุ่นของแทนไทเย็นลงได้เลย ร่างสูงใหญ่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายไปรอบตัวบอลและเจตที่กำลังง่วนอยู่กับการประกอบชิ้นงานเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท เจตและบอลลอบสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก็รู้ได้ทันทีว่าอาการ ‘หมาบ้า’ กำลังกำเริบเพราะเรื่องอะไรบอลเป็นคนแรกที่ละมือจากประแจ เดินเข้าไปตบบ่าหนาของเพื่อนเบาๆ ฃ“เรื่องน้องเจ้าขวัญของมึงอีกแล้วดิ?”เจตที่เดินตามมาสมทบรีบขยี้ซ้ำ “คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะวะ หรือว่าไอ้หมอหน้าหล่อนั่นมันคาบไปแดกแล้ว?”“หุบปากไปเลยไอ้สัด!” แทนไทตวัดสายตาคมกริบมองขวางเพื่อนทันที เสียงทุ้มตวาดกร้าว “ได้แดกเหี้ยอะไรล่ะ... กูไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่”พูดจบอสูรกายหนุ่มก็ระบายอารมณ์ด้วยการเตะท่อนเหล็กที่ขวางทางเท้าจนกระเด็นไปกระแทกผนังเสียงดังลั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหล็กอย่างหัวเสีย สองมือหนายกขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าลวกๆ อย่างคนคิดไม่ตก“มึงชอบน้องมันขนาด
หมอพิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและปล่อยมือจากเจ้าขวัญอย่างมีมารยาท“บังเอิญเจอกันน่ะครับ พี่กำลังจะชวนน้องขวัญไปทานข้าวเช้า... น้องขวัญไปกันเถอะครับ” หมอหนุ่มตัดบทและหันมาทางหญิงสาว“โทษทีว่ะไอ้หมอ...”แทนไทเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ“บังเอิญว่าคุณป้า... แม่ของยัยนี่ สั่งให้ฉันคอยดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างใกล้ชิด”เจ้าขวัญเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขี้ตู่ทันที “พี่พูดบ้าอะไร! แม่ฉันไปสั่งพี่ตอนไหน!”เธอเถียงเสียงหลง เพราะรู้ดีว่าแม่รดาเกลียดแทนไทเข้าไส้ตั้งแต่แทนไทขึ้นม.ปลายและเริ่มมีเรื่องมีราวไม่เว้นวัน ไม่มีทางจะฝากฝังเธอไว้กับเขาเด็ดขาดแทนไทไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าแฝงความหมายอันตรายเอาไว้ชัดเจน“จะไปกินข้าวกับมัน... หรือจะให้ฉันโทรไปบอกแม่เธอตอนนี้... ว่าเมื่อคืนลูกสาวคนดีกลับดึกเพราะไปร่านกินข้าวกับผู้ชายมา”&ldqu
“เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันท
บรรยากาศภายในร้านกาแฟกลับมาอบอวลไปด้วยความหวานละมุนอีกครั้งเมื่อปราศจากเงาของเด็กวิศวะอันธพาล หมอพิชญ์ดูแลเจ้าขวัญอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อม และใส่ใจในทุกรายละเอียดจนเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบอย่างเธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง“เดี๋ยวพี่ไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้ก่อนนะครับ ขวัญทานเค้กรอเลย”ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่น วางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูคว่ำหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าขวัญมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาชื่นชม ทว่า...ครืด... ครืด...แรงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำให้หญิงสาวละสายตาลงมามอง แม้ตัวเครื่องจะคว่ำอยู่ แต่แสงไฟจากหน้าจอที่สว่างวาบก็สะท้อนกับพื้นโต๊ะกระจกสะท้อนให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน[Nadia_N]: ‘คืนนี้หมอจะแวะมาหาไหมคะ นาเดียซื้อไวน์ตัวที่หมอชอบมารอแล้วนะ...’ช้อนคันเล็กในมือเจ้าขวัญชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางลง ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำว่า ‘หมอ’ และบริบทของการชวนไปหาตอนกลางคืน มันดูห่างไกลจากคำว







