Home / โรแมนติก / Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ / บทที่ 9.แซวให้หวั่นไหว

Share

บทที่ 9.แซวให้หวั่นไหว

last update publish date: 2026-10-03 20:30:26

“โอ๊ย! จะพาฉันไปไหน! ฉันไม่ไป ปล่อยนะ!”

แทนไทไม่สนเสียงโวยวายและแรงขัดขืนอันน้อยนิด เขาคว้าข้อมือเล็กแล้วลากเธอให้เดินตามกลับมายังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่มองมาเป็นตาเดียว 

ร่างสูงใหญ่กึ่งลากกึ่งจูงเธอฝ่าวงล้อมเข้าไปในโรงฝึกงานของสาขายานยนต์ ก่อนจะกดไหล่บางให้ทรุดนั่งลงบนโซฟาหนังเก่าๆ มุมห้องที่พวกเพื่อนเขาชอบมาใช้นอนพัก

“พี่แทน! ฉันจะกลับบ้าน! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!” เจ้าขวัญผุดลุกขึ้นทันที แต่ก็ถูกมือหนากดไหล่ให้นั่งลงไปอีกรอบ

“นั่งลง!” เสียงทุ้มตวาดดุ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์จนร่างเล็กสะดุ้งตัวโยน “ถ้าดื้อลุกขึ้นมาอีกครั้งเดียว... ฉันจะจับเธอจูบโชว์ไอ้พวกนั้นให้หมด สับสนหรือยังไงว่าปีศาจอย่างฉันมันจะกล้าทำอะไรบ้าง?”

เขาพยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มนักศึกษาวิศวะนับสิบคนที่กำลังแอบมองมาทางนี้ตาโต คำขู่นั้นได้ผลชะงัด เจ้าขวัญนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ สองมือกอดหนังสือแนบอกแน่น เม้มริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี

เมื่อเห็นว่าลูกแมวน้อยยอมจำนน แทนไทก็กระตุกยิ้มพอใจ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง

“นั่งรออยู่นี่ ห้ามไปไหนทั้งนั้น...” น้ำเสียงที่ใช้แม้จะยังห้วนจัด แต่แววตาที่ทอดมองกลับแฝงความห่วงใยเอาไว้ลึกๆ “เดี๋ยวฉันเคลียร์งานตรงนี้เสร็จ... จะไปส่งบ้าน”

“เฮ้ยๆๆ อะไรวะเนี่ย!”

เสียงแซวดังลั่นมาจากหน้าประตูโรงฝึก พร้อมกับร่างของเจตและบอลที่เพิ่งหิ้วน้ำอัดลมกลับเข้ามา ทั้งสองชะงักฝีเท้า เบิกตาโตเมื่อเห็นว่าบนโซฟาหนังมุมห้องมีร่างเล็กๆ ของเจ้าขวัญ นั่งกอดหนังสือนิ่วหน้าอยู่

“อ้าวไอ้แทน! ไหนมึงบอกไปทำ ‘ธุระ’ กับน้องเอด้าไงวะ ทำไมออกไปไม่ถึงสิบนาทีสลับตัวควงกลับมาเป็นน้องเจ้าขวัญซะงั้น!” 

บอลเปิดฉากแซวเสียงดังลั่นโรงฝึก แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เจตที่จับสังเกตได้รีบวางถุงน้ำลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้ามาสมทบ 

“นั่นดิ... แล้วธุระมึงเสร็จเร็วจังวะ หรือว่ามึงหมดน้ำยาแล้วฮ่าๆๆ อ้าว น้องขวัญ สวัสดีครับ แหม... วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงถิ่นวิศวะได้เนี่ย”

เจ้าขวัญที่ถูกตกเป็นเป้าสายตาแทบอยากจะมุดโซฟาหนี เธอรีบยกหนังสือเรียนเล่มหนาขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ซ่อนพวงแก้มที่เห่อร้อนจนแดงเถือกไปถึงใบหู 

“สะ... สวัสดีค่ะพี่เจต พี่บอล”

แทนไทละมือจากประแจ ตวัดสายตามองคาดโทษเพื่อนสนิททั้งสอง ทว่าสิ่งที่ผิดคาดคือนัยน์ตาคมดุดันนั้นกลับไม่มีรังสีอำมหิตเหมือนทุกครั้ง ซ้ำร้ายมุมปากหยักยังกระตุกยิ้มบางๆ อย่างพอใจที่เพื่อนแซวเชื่อมโยงเขากับยัยเด็กเฉิ่มนี่

“ปากดีนักนะพวกมึง แดกน้ำเสร็จแล้วก็มาช่วยกูจับเหล็กนี่เลย จะได้รีบทำให้เสร็จ” 

แทนไทด่ากลั้วหัวเราะในลำคอ ท่าทีอารมณ์ดีกะทันหันทำเอาเจตกับบอลหันมามองหน้ากันอย่างรู้ทัน

เสียงเครื่องเจียรและเสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นสลับกับเสียงพูดคุยของกลุ่มเด็กวิศวะ บรรยากาศในโรงฝึกเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและเศษโลหะ แทนไทถกแขนเสื้อช็อปขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่มีรอยสักและเส้นเลือดที่ปูดโปนจากการออกแรง ท่าทางดิบเถื่อนและตั้งใจทำงานของเขาดึงดูดสายตาคนมองได้อย่างประหลาด

เจ้าขวัญแสร้งทำเป็นเปิดหน้าหนังสืออ่าน ทว่าสายตาคู่สวยกลับลอบมองข้ามขอบหนังสือไปหาผู้ชายตัวโตที่กำลังเชื่อมเหล็กอยู่บ่อยครั้ง เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้าหล่อเหลา แสงไฟสะท้อนแววตาคมกริบที่ดูจริงจังและมีเสน่ห์ในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน...

ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังเผลอไผล สายตาคมกริบของอสูรกายก็ตวัดขวับกลับมามองตรงมุมห้องพอดี!

ดวงตาสองคู่สบประสานกันกลางอากาศท่ามกลางละอองฝุ่นและเสียงเครื่องจักร หัวใจของเจ้าขวัญกระตุกวูบไหว เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาอย่างรวดเร็ว ซุกใบหน้าแดงจัดลงกับหนังสือจนแทบจะสิงเข้าไปในกระดาษ

แทนไทเห็นท่าทีลุกลนเหมือนลูกแมวถูกจับได้ว่าแอบมอง ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างลืมตัว

“แหมมม... มดขึ้นตู้เชื่อมกูหมดแล้วมั้งเนี่ย”

เสียงเจตลอยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ตามมาด้วยเสียงผิวปากแซวของบอลที่ชะโงกหน้ามาดูผลงานเพื่อน

“นั่นดิ ทำงานไปมองหน้ากันไป หวานเจี๊ยบเลยนะมึง!” บอลยักคิ้วหลิ่วตาพลางบุ้ยปากไปทางโซฟา “กูเห็นภาพนี้แล้วนึกถึงอะไร ทายดูสิ”

“อะไรวะ?” เจตรับมุก

“ก็ฟีลเหมือน ‘แฟน’ มานั่งเฝ้าผัวทำงาน แล้วรอเก็บของกลับบ้านพร้อมกันเป๊ะเลยไงวะ! ฮ่าๆๆ!”

คำแซวที่จี้ตรงจุดทำเอาเจ้าขวัญแทบอยากจะระเหิดหายไปจากตรงนั้น หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น กอดหนังสือรัดหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่แทนไทไม่ได้เอ่ยปากด่าเพื่อนหรือปฏิเสธคำแซวนั้นแม้แต่ครึ่งคำ 

ชายหนุ่มเพียงแค่ใช้ปลายเท้าเตะหน้าแข้งบอลเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่แววตาที่มองตรงมายังโซฟานั้นกลับเปล่งประกายแพรวพราวและเต็มไปด้วยความตระการใจอย่างปิดไม่มิด

กว่าชิ้นงานประกอบจะเสร็จสมบูรณ์ก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม เสียงเครื่องจักรในโรงฝึกเงียบลงพร้อมกับนักศึกษาที่เริ่มทยอยแยกย้าย

แทนไทถอดแว่นตาเชื่อมและถุงมือหนังออกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ ชายหนุ่มยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่เกาะพราวตามกรอบหน้า ก่อนจะเดินไปล้างมือลวกๆ ที่อ่างหลังโรงฝึก ร่างสูงใหญ่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงมาหยุดยืนค้ำหัวคนที่นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟา

นิ้วแกร่งเคาะลงบนหน้าปกหนังสือเล่มหนาที่เจ้าขวัญใช้บังหน้าตัวเองอยู่เบาๆ

“อ่านกลับหัวมาเป็นชั่วโมง... รู้เรื่องด้วยหรือไง?”

คำทักท้วงหน้าตายทำเอาเจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบลดหนังสือลงและก้มมองตัวหนังสือที่ตีลังกากลับหัวอยู่จริงๆ ด้วย! 

ใบหน้าหวานที่แดงเรื่ออยู่แล้วยิ่งเห่อร้อนหนักกว่าเดิมจนแทบจะระเบิด เธอรีบปิดหนังสือดังปับ ลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นยืนพลางถลึงตาใส่ร่างสูงที่กำลังกลั้นขำจนไหล่สั่น

“กะ... ก็ฉันถนัดอ่านแบบนี้นี่! เสร็จธุระของพี่หรือยัง ฉันอยากกลับบ้านแล้ว!” เธอกระแทกเสียงกลบเกลื่อนความอาย

“เออ เสร็จแล้ว” แทนไทตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เพื่อนสนิททั้งสอง “กูไปส่งยัยนี่ก่อนนะพวกมึง เจอกันพรุ่งนี้”

“เออๆ ขับรถดีๆ นะเว้ยไอ้คุณผัวแห่งชาติ! อย่าพาน้องขวัญไปแวะเลี้ยวเข้าม่านรูดที่ไหนล่ะมึง ฮ่าๆๆ!” บอลตะโกนไล่หลังมาอย่างอารมณ์ดี

เจ้าขวัญรีบจ้ำอ้าวเดินหนีออกไปนอกโรงฝึกทันทีเพราะทนฟังคำแซวสองแง่สามง่ามไม่ไหว แทนไทส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าตามแผ่นหลังเล็กไปจนถึงลานจอดรถหน้าคณะ

ทว่าเมื่อมาถึงข้างตัวรถดูคาติคันยักษ์ เจ้าขวัญกลับยืนนิ่งเก้ๆ กังๆ ไม่ยอมก้าวขาขึ้นซ้อนท้าย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะก้มมองกระโปรงพลีทความยาวแค่ระดับเข่าของตัวเอง... รถบิ๊กไบค์คันสูงขนาดนี้ ถ้าเธอต้องขึ้นไปคร่อมซ้อนท้าย กระโปรงต้องถกขึ้นไปจนดูไม่งามแน่ๆ

แทนไทที่สวมหมวกกันน็อกเต็มใบเสร็จเรียบร้อย หันมาเห็นท่าทีลำบากใจของคนตัวเล็ก เขากวาดสายตามองเรียวขาขาวเนียนที่พ้นชายกระโปรงออกมา ก่อนจะเดาะลิ้นขัดใจ

พรึ่บ!

เสื้อช็อปสีเลือดหมูตัวใหญ่ถูกถอดออกจากร่างหนาอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเพียงเสื้อยืดสีขาวเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำมันที่รัดรึงมัดกล้ามเนื้อช่วงบน แทนไทโยนเสื้อช็อปตัวเก่งของเขากระทบลงบนศีรษะทุยของเจ้าขวัญจนหน้าม้าเธอแตกกระจาย

“พี่แทน! โยนมาทำไมเนี่ย!”

“เอาผูกเอวคลุมขาไว้... หรืออยากจะโชว์ขาอ่อนให้ไอ้พวกเวรนั่นมันมองจนตาเหลือกก็ตามใจ” เขาสะบัดเสียงดุ พยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มนักศึกษาชายที่เดินผ่านไปมาแถวลานจอดรถ

เจ้าขวัญเม้มปากแน่น รีบคว้าเสื้อช็อปตัวใหญ่มาผูกคลุมทับกระโปรงด้านหน้าไว้อย่างรวดเร็ว 

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และกลิ่นบุหรี่ที่ติดอยู่บนเนื้อผ้า ลอยแตะจมูกจนเธออดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก... มันเป็นกลิ่นอายความอันตรายที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเสมอ

หญิงสาวปีนขึ้นซ้อนท้ายรถคันยักษ์อย่างทุลักทุเล มือเล็กรวบกอดหนังสือไว้แนบอกและพยายามเอนตัวออกห่างจากแผ่นหลังกว้างให้มากที่สุดเพื่อรักษาระยะห่าง

ทว่าแทนไทกลับสัมผัสได้ถึงช่องว่างนั้น เขาตบเกียร์กระชากรถออกตัวอย่างแรงจนหน้ารถเชิดขึ้น!

“กรี๊ดดดด!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 16. เพื่อนฟ้อง

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 15. พี่ไม่ยอมแพ้หรอก

    ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 14. จะตัดพี่จริงๆเหรอ?

    เสียงตะโกนข่มขู่จากเบื้องล่างทำให้เจ้าขวัญเบิกตาโต หญิงสาวรู้ดีว่าคนห่ามๆและเอาแต่ใจอย่างแทนไท เวลาเมาแล้วหน้ามืดทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวอย่างลวกๆเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนขั้นบันไดไม้ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สายตาก็คอยระแวดระวังมองไปทางประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ตลอดเวลา ภาวนาในใจขออย่าให้พวกเขาตื่นลงมาเลยทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง เจ้าขวัญวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังประตูหน้าบ้าน มือบางปลดล็อกกลอนด้วยความเร่งรีบ เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเธอ หญิงสาวผลักประตูออกแล้วสับเท้าวิ่งเหยียบผืนหญ้าหน้าบ้านตรงไปยังประตูรั้วทันที“พี่แทน! หยุดบ้าได้แล้ว!”เสียงหวานที่แฝงไปด้วยควา

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 13. เรียกหาเธอ

    ความเงียบสงัดของหมู่บ้านจัดสรรยามตีสองถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท แสงไฟหน้ารถสาดกระทบรั้วอัลลอยด์สีเข้มของบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกันบรรยากาศยามดึกสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านมา ทว่าความสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยความทุลักทุเลของกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงจากรถ“ไอ้แทน! มึงก้าวขาดีๆ ดิวะ ตัวหนักอย่างกับควาย!”เสียงของเจตสบถขึ้นอย่างเหลืออด ขณะที่เขากับบอลสองเพื่อนสนิทกำลังช่วยกันหิ้วปีกร่างสูงใหญ่ของแทนไท ลงมาจากเบาะหลังรถ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งฉุนกึกบอกให้รู้ถึงปริมาณน้ำเมาที่เจ้าตัวซัดเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาร่างของแทนไทโงนเงนไร้ทิศทาง ขาทั้งสองข้างพับอ่อนราวกับคนไม่มีกระดูก ศีรษะหนักอึ้งพับตกลงมาซบกับบ่าของบอล“เออแม่ง... ดื่มเหมือนพรุ่งนี้จะเอาให้ตับพ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 12. ระบาย

    เสียงเบสหนักหน่วงจากลำโพงในร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดกับความมืดมิดและควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง ทว่าบรรยากาศคึกคักรอบกายไม่อาจกลบความเยียบเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากโต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้านได้เลยแก้วทรงเตี้ยที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำสนิทนั่งพิงพนักโซฟา นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำทอดมองแก้วเหล้าเพียวๆ ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะยกมันขึ้นสาดของเหลวสีอำพันรสบาดคอลงคอไปรวดเดียวราวกับมันเป็นแค่น้ำเปล่า“เฮ้ยๆ ไอ้แทน! พอมึง พอ! แดกเพรียวแบบนี้มึงกะจะเอาให้ตายคาร้านเลยหรือไงวะ!”บอลรีบพุ่งเข้าไปแย่งขวดเหล้าแบล็คเลเบิ้ลออกจากมือเพื่อน ก่อนที่มันจะรินใส่แก้วช็อตอีกรอบ แทนไทตวัดสายตาขวางใส่ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงแย่งคืน ชายหนุ่มทิ้งศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยกท่อนแขนแกร่งขึ้นก่ายหน้าผากเพื่อหลบเลี่ยงแสงไฟวิบวับที่สาดส่อ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 11. ผมทำไม่ได้

    ‘วิศวกรเปื้อนฝุ่น’คำตอกย้ำสถานะที่ถูกพ่นออกมาอย่างเลือดเย็น ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงกลางแสกหน้า แทนไทชาวาบไปทั้งร่าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันไม่ใช่ความโกรธที่อยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าใคร แต่มันคือความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ถูกกรีดทึ้งศักดิ์ศรีจนยับเยินไม่มีชิ้นดีในสายตาของพ่อแม่เจ้าขวัญ เขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีหัวใจ ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่คอยเอาตัวรับหมัดแทนลูกสาวของพวกเขามาตลอดหลายปี แต่เขาเป็นแค่เชื้อโรค เป็นแค่คราบสกปรกที่กำลังจะเกาะกินผ้าขาวบริสุทธิ์ของครอบครัวนี้ผิดกับหมอพิชญ์… ที่เป็นดั่งเจ้าชายในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ผู้ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษให้เชยชมดอกไม้ดอกนี้ได้อย่างเปิดเผย เพียงเพราะมีป้ายคอและสถานะทางสังคมที่เชิดหน้าชูตาได้ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามข่มความร้าวราญที่ตีตื้นขึ้นมาจนกระบอกตาผ่าวร้อน เขาเป็นอันธพาล เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนที่พร้อมจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้า… แต่นั่นไม่ใช่กับผู้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อ’ ของผู้หญิงที่เขารักแทบตาย“ผมไม่เคยคิดจะทำให้เจ้าขวัญเสียคนครับคุณลุง” เสียงทุ้มห้าวที่เคยดุดัน บัดนี้แห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status