Home / โรแมนติก / Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ / บทที่ 15. พี่ไม่ยอมแพ้หรอก

Share

บทที่ 15. พี่ไม่ยอมแพ้หรอก

last update publish date: 2026-10-08 20:30:09

ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน

“อ๊ะ! พี่แทน!”

มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี

“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!” 

เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว

“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”

“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มองหน้าเจ้าขวัญอย่างไม่ไว้ใจสถานการณ์

“พี่เจต พี่บอล... ถอยไปรอที่รถก่อนเถอะค่ะ ขวัญขอเวลาห้านาที เดี๋ยวขวัญเคลียร์เอง” 

เจ้าขวัญตัดสินใจเอ่ยปากบอกเพื่อนของเขา แม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่น แต่เธอก็รู้ดีว่ายิ่งมีคนอยู่เยอะ แทนไทก็จะยิ่งบ้าคลั่ง

เจตกับบอลมองหน้ากันอย่างชั่งใจ ก่อนจะยอมพยักหน้าและถอยร่นออกไปยืนรอที่ข้างรถดูคาติซึ่งจอดอยู่ห่างออกไป ปล่อยให้พื้นที่ตรงกำแพงรั้วที่มืดมิดตกอยู่ในความเงียบงัน... ที่มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน

พอไร้ก้างขวางคอ แทนไทก็ทิ้งน้ำหนักตัวโถมเข้าใส่ร่างเล็กจนเจ้าขวัญต้องแผ่นหลังแนบชิดกับกำแพงปูนเย็นเยียบ สองแขนแกร่งยกขึ้นยันกำแพงกักขังเธอไว้ในวงแขน 

กลิ่นแอลกอฮอล์รสเข้มคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นอายความอันตรายที่ทำให้สติของเจ้าขวัญแทบจะหลุดลอย

“พี่แทน ปล่อย... ขวัญอึดอัด” 

หญิงสาวพยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้าง แต่ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด

“ตอบพี่มาสิขวัญ…” 

เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอสั่นสะท้าน 

“ขวัญจะรังเกียจพี่... จะตัดพี่ทิ้งไปหาไอ้หมอนั่นเหมือนที่พ่อขวัญต้องการจริงๆ ใช่ไหม”

เจ้าขวัญชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเมา แววตาคมกริบที่เคยดุดันเย่อหยิ่งมาตลอด บัดนี้กลับแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความเจ็บปวดร้าวราญที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น ทำเอากำแพงความโกรธเคืองในใจของเจ้าขวัญสั่นคลอนอย่างรุนแรง

“ขวัญไม่ได้รังเกียจพี่... แล้วขวัญก็ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะตัดพี่ทิ้ง” เธอตอบเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาเว้าวอนนั้น “แต่พี่เมามากแล้วนะ พี่ไม่มีสติเลย เอาไว้สร่างแล้วค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคะ…”

“ไม่! พรุ่งนี้ขวัญก็จะหนีพี่ไปหาไอ้หน้าจืดนั่นอีก!” 

แทนไทสวนกลับเสียงแข็ง ก่อนจะทิ้งศีรษะที่หนักอึ้งซบลงบนลาดไหล่บอบบางของเธออย่างหมดสภาพ

“พี่แทน พี่พูดอะไรของพี่เนี่ย… ขวัญกับพี่ไม่ได้…”

สัมผัสจากใบหน้าหล่อเหลาที่ซุกไซร้อยู่ตรงซอกคอ ทำให้เจ้าขวัญตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เธอสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเสื้อคาร์ดิแกน... อสูรกายที่ใครๆ ก็หวาดกลัว กำลังร้องไห้อยู่บนบ่าของเธอ

“พี่เจ็บว่ะขวัญ... เจ็บจนจะบ้าตายอยู่แล้ว” เสียงกระซิบสั่นเครือดังอู้อี้อยู่ริมขมับ “วิศวะเปื้อนฝุ่นอย่างพี่... มันสู้ไอ้เสื้อกาวน์สะอาดๆ นั่นไม่ได้เลยใช่ไหม... พ่อขวัญถึงได้เกลียดขี้หน้าพี่นัก แล้วขวัญล่ะ... ขวัญรังเกียจไอ้เด็กช่างเปื้อนฝุ่นคนนี้ เหมือนที่พ่อขวัญเกลียดไหม”

คำว่า 'วิศวะเปื้อนฝุ่น' ที่หลุดออกจากปากเขา ทำให้เจ้าขวัญเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที... พ่อของเธอต้องพูดอะไรแรงๆ ใส่เขาตอนที่เธอเดินเข้าบ้านไปแล้วแน่ๆ 

ความรู้สึกผิดและสงสารตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย มือเล็กที่เคยกางออกเพื่อผลักไส ค่อยๆ ลดระดับลง ก่อนจะเผลอวางทาบลงบนแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาอย่างลืมตัว

“ขวัญไม่เคยเกลียดพี่เพราะเรื่องนั้นเลยนะพี่แทน…” เธอปลอบเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “สิ่งที่ขวัญไม่ชอบ คือการที่พี่ชอบใช้กำลัง ชอบทำตัวเป็นอันธพาลหาเรื่องคนอื่นต่างหาก... ถ้าพี่เลิกทำตัวแบบนั้น พ่อก็คงไม่มองพี่ในแง่ร้ายหรอก”

แทนไทเงยหน้าขึ้นช้าๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงคืบ นัยน์ตาคมที่ชื้นไปด้วยน้ำตามองสบตาเธอนิ่งลึก

“ที่พี่ต้องเป็นอันธพาล... ก็เพราะพี่ต้องปกป้องขวัญจากไอ้พวกเวรที่มันคิดไม่ดีไง! ขวัญไม่เคยรู้หรอกว่าพี่ต้องแลกหมัดกับใครบ้างเพื่อไม่ให้พวกมันเข้าใกล้ขวัญ!” 

เขาตะคอกเสียงพร่าอย่างไร้ความยับยั้งชั่งใจเหมือนเคย ก่อนจะแค่นหัวเราะสมเพชตัวเอง 

“แต่ก็นั่นแหละ... ทำดีแทบตาย สุดท้ายคนเลวๆ อย่างพี่ มันก็แพ้ไอ้เจ้าชายหน้ายิ้มที่เพิ่งเดินเข้ามาอยู่ดี”

เจ้าขวัญนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน... เขาไปมีเรื่องชกต่อยเพื่อปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ? ความทรงจำวัยเด็กและภาพรอยฟกช้ำบนใบหน้าของเขาที่เธอเคยเห็นมาตลอดหลายปี ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ หญิงสาวสับสนจนพูดไม่ออก ในขณะที่แทนไทค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“ขวัญบอกว่าขวัญไม่ได้เกลียดพี่…” สายตาคมเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่ริมฝีปากสีพีชที่เผยอขึ้นเล็กน้อย “งั้น... ขวัญจะยอมเลือกปีศาจเปื้อนฝุ่นคนนี้... แทนไอ้เจ้าชายนั่นได้ไหม?”

“พะ... พี่แทน พี่หมายความว่าไง… อื้อ!”

ยังไม่ทันที่เจ้าขวัญจะได้เอ่ยห้าม ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดทันที

มันไม่ใช่จูบที่ดุดันจาบจ้วงเหมือนอย่างที่ใจคิด แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา เว้าวอน และร้าวราน สัมผัสอุ่นจัดบดเคล้าลงบนกลีบปากนุ่มอย่างเชื่องช้าแต่อ้างว้าง 

รสขมปร่าของแอลกอฮอล์ซึมซาบเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกวาบหวามที่ทำให้แข้งขาของหญิงสาวอ่อนแรงจนต้องกำคอเสื้อของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว

เจ้าขวัญเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือร้อนผ่าวกลับประคองท้ายทอยเธอเอาไว้ บังคับให้เธอรับสัมผัสเว้าวอนนั้นอย่างเอาแต่ใจ จูบของเขาเหมือนหลุมพรางที่ดึงดูดให้เธอตกลงไปในห้วงอารมณ์ที่ลึกล้ำ ยิ่งขัดขืนก็ยิ่งอ่อนระทวย ยิ่งผลักไสก็ยิ่งถูกสูบเรี่ยวแรง

โฮ่งๆๆ!

เสียงสุนัขของบ้านข้างๆ เห่ากรรโชกขึ้นมาทำลายความเงียบ ตามมาด้วยเสียงสวิตช์ไฟระเบียงชั้นสองของบ้านเจ้าขวัญที่ดังแกร๊ก และสว่างวาบขึ้น

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!” เสียงของก้องเกียรติดังแว่วมาจากชั้นบน

เจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะกลับคืนมาราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด เธอออกแรงผลักแผงอกของแทนไทเต็มแรงจนร่างสูงที่ทรงตัวไม่อยู่เซถอยหลังไปสองก้าว หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำ หอบหายใจรุนแรงด้วยความตื่นตระหนก

“พะ... พ่อตื่นแล้ว! พี่แทนรีบกลับไปเข้าบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไป!”

เธอผลักไสเขาอย่างลุกลน ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกเจตกับบอลที่รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามารับช่วงต่อ

“ไอ้แทน! กลับเว้ย พ่อน้องตื่นแล้ว มึงอยากโดนลูกซองหรือไงวะ!” เจตรีบล็อกแขนเพื่อน ในขณะที่บอลช่วยดึงอีกข้าง

แทนไทขัดขืนเล็กน้อย แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ทำให้เขาหมดแรงจะต่อต้าน ชายหนุ่มยอมถูกเพื่อนลากตัวกลับไปที่รถ แต่ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องมาที่ใบหน้าหวานของเจ้าขวัญไม่วางตา แววตาของเขาไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความยึดติดและหวงแหนที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม

“พี่ไม่ยอมแพ้หรอกนะเจ้าขวัญ…” 

เสียงทุ้มตะโกนฝ่าความมืดมาเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกยัดเข้าไปในรั้วบ้านของเขาเองที่อยู่ติดกับเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 41. ขวัญเป็นของพี่แทนคนเดียว

    คำพูดเป่าหูอันชาญฉลาดของหมอพิชญ์ ดึงสติของคุณก้องเกียรติและคุณรดากลับสู่ความโกรธแค้นอีกครั้ง! ความลังเลเมื่อครู่ถูกบดขยี้ด้วยภาพความเพียบพร้อมของหมอหนุ่มตรงหน้า“อาจจะจริงอย่างที่หมอพิชญ์พูด!”คุณก้องเกียรติแผดเสียงตวาดลั่น ชี้หน้าแทนไทอย่างไม่เหลือความปรานี“มึงอย่ามาเล่นละครบีบน้ำตาหน้าบ้านกูไอ้แทนไท! ต่อให้มึงกราบเท้ากู หรือเอาเงินกองเท่าหัวมาหมั้น กูไม่มีวันยกขวัญให้คนอันธพาลอย่างมึงเด็ดขาด!”“คุณพ่อคะ! ไม่ใช่นะคะ! พี่แทนไม่ได้เล่นละคร! ขวัญกับพี่แทนเราเป็นแฟนกันจริงๆ”เจ้าขวัญกรีดร้องทั้งน้ำตา พยายามจะสลัดมือแม่เพื่อพุ่งไปหาแทนไท แต่กลับถูกคุณรดากระชากตัวไว้แน่น“พอได้แล้วเจ้าขวัญ! เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!” คุณก้องเกียรติสั่งเสียงแข็ง ก่อนจะหันไปหาหมอพิชญ์ “หมอพิชญ์... เข้ามาในบ้านด้วยกันเลย วันนี้ลุงกับป้าจะจัดการเรื่องงานหมั้นของหมอกับยายขวัญให้จบสิ้นตรงนี้!”หมอพิชญ์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ สายตาที่มองแทนไทเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน“ขอบพระคุณครับคุณลุง...”“ไม่! ขวัญไม่หมั้น! ขวัญยังเรียนไม่จบ! พี่แทน ช่วยขวัญด้วย!”เจ้าขวัญโดนพ่อและแม่ลากตัวผ่านประตูรั้วเข้าไปอย่างไม่ปรานี เสียงร

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 40. อย่าพรากเมียผมไป

    คุณรดารั้งตัวลูกสาวไว้แน่น สองมือของผู้เป็นแม่ตีลงบนแขนและไหล่ของลูกสาวทั้งน้ำตาด้วยความอัดอั้นและโกรธจัด“ทำไมแกถึงดื้อด้านแบบนี้! รู้ไหมว่าพ่อกับแม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นเพราะแกขนาดไหน! ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับหมอพิชญ์!”“ฮึก... ไม่! ขวัญไม่แต่ง! ขวัญไม่ได้รักพี่พิชญ์! ขวัญยังเรียนไม่จบเลยนะแม่” เจ้าขวัญส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา สะอื้นฮักจนตัวสั่นเทา“ในเมื่อเรื่องมันยุ่งยากนัก แล้วแกดื้อแพ่งไม่ฟังใครแบบนี้... งั้นก็รีบหมั้นกันให้มันจบๆ ไปเลย!” คุณรดาเค้นเสียงตวาดไปตีลูกสาวไป“ยังไงหมอพิชญ์เขาก็พร้อมอยู่แล้ว! เขาพร้อมจะอภัยให้แกทุกอย่าง! ทำไมแกถึงกลายเป็นคนดื้อด้านขนาดนี้! เพราะมันใช่ไหม!”“ไม่เอา! ขวัญไม่หมั้น! ฮือ... พ่อคะ แม่คะ อย่าทำแบบนี้กับขวัญเลย! ฟังขวัญบ้าง… ฮึกๆ” เจ้าขวัญร้องไห้แทบขาดใจ“หมั้นเสร็จพ่อจะส่งแกไปเรียนต่อต่างประเทศกับหมอพิชญ์ทันที!” คุณก้องเกียรติเอ่ยเสริมเสียงแข็งและเด็ดขาด “พ่อจะไม่ปล่อยให้แกอยู่ที่นี่เพื่อมามั่วสุมกับไอ้เด็กอันธพาลนี่อีกต่อไป!”คำว่า 'หมั้นเสร็จจะส่งไปเมืองนอก' ราวกับมีดแทงลงกลางอกของแทนไท ชายหนุ่มที่พยายามรั้งบานประตูไม้ไว้ นัยน์ตาคมกริบ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 39. เขาเป็นแฟนขวัญ!

    “แกมันก็ดีแต่พูดไอ้เลว!" คุณก้องเกียรติชี้หน้าตวาดประจานแทนไทลั่นห้อง “คิดว่ายอมรับผิดแล้วลูกสาวกูจะแปดเปื้อนน้อยลงงั้นเหรอ! มึงทำลายอนาคตลูกสาวกู!”เจ้าขวัญที่ยืนสะอื้นไห้ตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลัง มองแผ่นหลังกว้างของแทนไทที่พร้อมจะสละอนาคตตัวเองเพื่อปกป้องเธอ มองเพื่อนๆ อย่างบอลและเจตที่ยอมโดนดุเพื่อช่วยเขา... ภาพความเจ็บปวด คราบน้ำตา และบาดแผลตรงมุมปากของแทนไท วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมองความหวาดกลัวต่อผู้บังเกิดเกล้าที่เคยสลักลึกในจิตใจ... พลันถูกทลายลงด้วยความรักและความถูกต้องที่เธอทำให้แทนไทเดือดร้อน ทั้งที่เขาช่วยเธอเอาไว้‘ไม่... เราจะยอมให้ผู้ชายที่รักเราที่สุด ต้องโดนทำลายอนาคตเพราะคำโกหกเลวร้ายแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!’“ด... เดี๋ยวก่อนค่ะ!!”เสียงหวานแผ่วเบาบัดนี้ตวาดก้องไปทั่วห้องปกครอง เจ้าขวัญผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับทุกคน ร่างกายของเธอยังคงสั่นระริกด้วยความกลัวลึกๆในใจ หยาดน้ำตาไหลพรูลงมาตามพวงแก้มใสไม่ขาดสาย แต่แววตาคู่นั้นกลับส่องประกายเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“ขวัญ! นี่แกกล้าตะคอกใส่พ่อแม่เหรอ!” คุณรดาตกใจจนตาค้าง“ข... ขวัญไม่ได้โดนล่อลวงหรือโดนฉุดหรอกค่ะ!”เจ้าขวั

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 38. เรื่องถึงฝ่ายปกครอง

    แทนไทตวัดสายตาคมกริบมองรอบโรงอาหาร ทำเอาคนที่แอบมองอยู่รีบก้มหน้างุดกินข้าวทันที“เออๆ ไม่มีใครมองแล้วครับไอ้คุณแทน!" เจตส่ายหน้าเอือมระอา “กูละเชื่อมึงเลยจริงๆ จากอสูรกายแห่งวิศวะ กลายเป็นหมาหวงก้างนั่งแกะกุ้งให้เมียกินกลางโรงอาหาร... ถ้าแอดมินเพจประจำมหา’ลัยมาเห็น คงเอาไปลงหน้าเพจแล้วมั้ง!”“พวกมึงจะแดกข้าวดีๆ หรือจะแดกหมัดกู?”แทนไทขู่เสียงเรียบ แต่ก็ยังไม่หยุดมือจากการตักเนื้อกุ้งตัวโตใส่จานให้เจ้าขวัญเจ้าขวัญที่นั่งฟังเพื่อนๆ แซวมาตลอดมื้ออาหาร พวงแก้มเนียนแดงจัดจนถึงใบหู หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมคายของแทนไทที่ยังคงทำหน้านิ่งดุดัน แต่ทุกการกระทำกลับเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและปกป้องเธออย่างสุดหัวใจความกังวลเรื่องครอบครัว เรื่องหมอพิชญ์ หรือแม้แต่คำครหาว่าเป็นเด็กใจแตก ถูกชะล้างหายไปจนหมดสิ้นด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและไร้เงื่อนไขของชายหนุ่มเปื้อนฝุ่นคนนี้“ขอบคุณนะคะพี่แทน...” เจ้าขวัญเอ่ยกระซิบเสียงหวาน ส่งรอยยิ้มสดใสที่สุดในรอบหลายวันไปให้เขาแทนไทชะงักมือที่กำลังถือช้อน นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองรอยยิ้มหวานของคนตรงหน้า ความเหนื่อยล้าและไฟแค้นในอกพลันมอดดับกลายเป็นความอบอุ่น ชายหนุ่มยกมือขึ

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 37. ดูแล

    หลังจากยอมลาเรียนไปหนึ่งวันเต็มเพื่อให้เจ้าขวัญได้พักผ่อนทั้งกายและใจจากฝันร้าย เช้าวันใหม่ของการกลับมาเรียนตามปกติก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความครึกครื้นและสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียวเสียงเครื่องยนต์ดูคาติคันยักษ์แผดคำรามลั่นไปทั่วบริเวณลานหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ ก่อนจะจอดเทียบลงตรงบันไดทางขึ้นอย่างนิ่มนวลร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเลือดหมูตวัดขาลงจากเบาะ ถอดหมวกกันน็อกของตัวเองออกเผยใบหน้าหล่อคมที่ประดับด้วยรอยแผลตรงมุมปาก ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาตะลึงงันของเหล่านักศึกษาตึกบริหารที่เดินผ่านไปมา เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วบรรจงถอดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะเล็กของเจ้าขวัญอย่างอ่อนโยนที่สุด“เลิกเรียนคาบแรกกี่โมง?”เสียงทุ้มห้าวเอ่ยถาม มือหนายกขึ้นช่วยจัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางตามสัญชาตญาณความหวงแหน“กะ... เก้าโมงครึ่ง...”เจ้าขวัญตอบเสียงเบา พวงแก้มสุกปลั่งขึ้นสีระเรื่อเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตานับสิบๆ คู่รอบตึกที่กำลังจ้องมองมา ยิ่งวันนี้เธอสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยกระโปรงยาว พ่วงด้วยการถูกอสูรกายแห่งวิศวะมายืนประคบประงมถึงที่ ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่“ดี... เลิกแล้วอย่าเพิ่งไปไหน

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 36. แฟนกู

    เจ้าขวัญจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นผ่านหยาดน้ำตาที่พร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับแผ่วเบา ร่างบางซบใบหน้าหวานลงกับแผงอกแกร่งของเขาอีกครั้ง สองมือเล็กเปลี่ยนมาสวมกอดเอวสอบไว้แน่นกว่าเดิม ยอมรับพันธนาการและความคุ้มครองจากอสูรกายหนุ่มคนนี้ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มีแทนไทกระตุกยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความดีใจและโล่งอก ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้แน่นแนบอก กดจูบเนิ่นนานลงบนเรือนผมนุ่มสลวย ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านไปท่ามกลางความเงียบสงบและความอบอุ่นภายในห้องเพนท์เฮาส์หรู... ที่ซึ่งจะเป็นดั่งปราการเหล็กอันปลอดภัยของเจ้าหญิงและอสูรกายจากนี้ไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัย แทนไทในเสื้อยืดสีดำเรียบกางเกงยีนส์ขาดเข่า ยืนกอดอกถอนหายใจยาวอยู่หน้าหุ่นโชว์ชุดนักศึกษา นัยน์ตาคมกริบหลุบมองร่างบางในเสื้อช็อปสีเลือดหมูของเขาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกกระโปรงพลีทยาวเลยเข่าและเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ทรงถูกระเบียบอยู่ตรงหน้า“กระโปรงจะยาวไปถึงข้อเท้าเลยหรือไงยัยเด็กเฉิ่ม?” เสียงทุ้มห้าวบ่นอุบ แม้ปากจะว่าแต่ยามมองเรือนร่างอรชรนั้น นัยน์ตาสีเข้มกลับฉายความเอ็นดูนุ่มนวลอย่างปิดไม่มิด“ใส่กระโปรงทรงเอสั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status