LOGINเจ้าขวัญเหลือบสายตามองขวางใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานตาเป็นประกายให้หมอพิชญ์
“ค่ะ ขวัญมาซื้อกาแฟค่ะ”
เธอตั้งใจเลือกที่จะตอบคำถามของหมอพิชญ์ แทนที่จะตอบคำถามของคนพาลข้างกาย ทำเอาเด็กวิศวะช็อปแดงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน
“พี่ว่าแล้วว่าต้องเจอ น้องเจ้าขวัญมาเวลานี้ประจำใช่ไหมครับ”
หมอพิชญ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ประโยคที่คล้ายดักรอกันทำเอาใบหน้าหวานยิ่งแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิม
แทนไทพ่นลมหายใจออกแรงๆ อย่างหมุดหงิดเต็มทน เขาแกล้งส่งมือไปผลักไหล่บางเบาๆ อย่างหมั่นไส้
“ไปสั่งดิ! กูอยากกินกาแฟ! เอาอเมริกาโน่คั่วเข้มนะ… เพราะกูไม่ชอบอะไรที่มันจืดๆ!”
คำว่า ‘จืด’ แทนไทจงใจเน้นเสียงหนักพร้อมสายตาดุดันที่จ้องมองหมอพิชญ์อย่างเอาเรื่อง แรงผลักทำให้เจ้าขวัญเซไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หมอพิชญ์รีบยื่นมือเข้ามาช่วยประคองแผ่นหลังบางไว้ทันเวลา
ภาพสัมผัสนั้นทำเอาแทนไทกำหมัดแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์เตรียมจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอกลับคืนมา ทว่าคำถามเรียบง่ายจากหมอพิชญ์กลับทำให้เท้าเขาชะงักกึก
“เป็นอะไรไหมครับ? …เอ่อ นั่นแฟนเหรอครับ?”
เจ้าขวัญรีบส่ายหน้าพันละวันด้วยท่าทีร้อนรน “ไม่ใช่ค่ะ! เป็น… เป็นพี่ข้างบ้านที่รู้จักกันเฉยๆ ค่ะ ขวัญ… ขวัญยังไม่มีแฟนค่ะ”
เธอเอ่ยตอบด้วยความเขินอายปนหวาดหวั่นว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด ท่าทางกระตือรือร้นในการปฏิเสธนั้นยิ่งทำให้แทนไทหงุดหงิดจนสติแทบขาด เขารู้ทันทีว่ายัยเด็กกะโปโลคนนี้กำลังแอบชอบไอ้หมอหน้าจืดนี่อยู่แน่ๆ! ด้วยความกลัวเธอจะโดนหลอก แทนไทจึงยื่นมือไปคว้าต้นแขนบางแล้วดึงร่างระหงเข้ามาปะทะแผงอกแกร่งของเขาอย่างถือสิทธิ์
“ถ้าแม่เธอรู้ว่าแอบมาทอดสะพานให้ผู้ชายข้างนอก… โดนลงโทษแน่!” เขากระซิบดุข้างใบหูเล็ก
เจ้าขวัญเงยหน้ามองเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความโมโห “โอ๊ย! แล้วพี่มารัดฉันทำไมเนี่ย!”
เธอโวยวายพร้อมกับออกแรงดันอกแกร่งออก แล้วรีบหันไปมองหมอพิชญ์ที่ยังคงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เธออย่างเกรงใจ
“จะจ้องหน้ากันจนท้องเลยไหมวะ! ไป! สั่งกาแฟ!”
แทนไทไม่รอช้า ดึงข้อมือเบาๆ แล้วดันตัวเธอตรงไปยังเคาน์เตอร์ทันทีเพื่อตัดบท เจ้าขวัญจิ๊ปากขัดใจ แต่ก็ยอมสั่งกาแฟแต่โดยดี
“เอาอเมริกาโน่คั่วเข้มไม่หวานแก้วหนึ่งค่ะ แล้วก็เอามอคค่าเย็นหวานๆ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก… แล้วก็ครัวซองต์ครีมสดอีกหนึ่งชิ้นค่ะ”
แทนไทที่ยืนซ้อนหลังได้ยินรายการของหวานยาวเหยียดก็ขมวดคิ้วยุ่ง “ยัยหมูเอ๊ย กินเค้กแล้วยังจะกินครัวซองต์อีกเรอะ”
เจ้าขวัญถอนหายใจยาว ก่อนจะแอบเหลียวหลังไปมองหมอพิชญ์ที่ยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้มหวานพริ้ม
“พี่พิชญ์เขาชอบกินครัวซองต์ต่างหากล่ะ”
คำตอบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจผู้ชายคนอื่น… ทำเอาแทนไทจุกอก หงุดหงิดจนแทบหายใจไม่ออก
แทนไทแค่นหัวเราะในลำคอ ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มข่มอารมณ์คุกรุ่น ทันทีที่พนักงานวางจานครัวซองต์ลงบนเคาน์เตอร์ มือหนาก็คว้ามันมาถือไว้ พร้อมกับแก้วกาแฟอเมริกาโน่ของตัวเอง
ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีเลือดหมูสาวเท้าตรงดิ่งไปหยุดยืนค้ำหัว หมอพิชญ์นักศึกษาแพทย์มาดคุณชายที่ยัยเด็กข้างบ้านหลงใหลนักหนา
หมอพิชญ์เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสงสัย ทว่าใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านกลับยังคงประดับด้วยรอยยิ้มละมุนราวกับเจ้าชายผู้ใจดี
“อยากแดกมากนักเหรอวะครัวซองต์เนี่ย? อยากแดกก็ไปซื้อเองดิไอ้หน้าจืด ไม่ใช่ทำตัวหน้าตัวเมียให้ผู้หญิงเลี้ยง”
สิ้นเสียงทุ้มห้าว แทนไทก็จงใจกัดครัวซองต์ชิ้นนั้นต่อหน้าต่อตาหมอพิชญ์ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง
“พี่แทน!”
เจ้าขวัญหน้าเสีย รีบถลันเข้ามาดึงทึ้งท่อนแขนแกร่งของแทนไทให้ออกห่าง ทว่าร่างสูงกลับยืนนิ่งตระหง่านดั่งยักษ์ปักหลั่น จ้องหน้าศัตรูหัวใจราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“อย่ามาเสียมารยาทกับพี่พิชญ์นะ!”
หญิงสาวเอ็ดเสียงหลง ก่อนจะรีบหันไปค้อมศีรษะปะหลกๆ ขอโทษขอโพยเจ้าชายในฝันแทนคนพาล “ขวัญขอโทษแทนเขาด้วยนะคะพี่พิชญ์”
“ไม่เป็นไรครับน้องขวัญ” หมอพิชญ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย
“ที่จริงพี่กำลังจะบอกอยู่พอดีว่าไม่ต้องซื้อให้พี่หรอก ผู้ชายที่ไหนจะให้ผู้หญิงมาเลี้ยง... พี่สิครับที่ควรเป็นคนเลี้ยงเรา”
พูดจบ เขาก็ปรายตามองแทนไทแวบหนึ่งอย่างเป็นต่อ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มละลายใจให้คนตัวเล็ก พร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางตู้เค้ก
“เราไปเลือกขนมกันใหม่ดีกว่าครับ พี่จะได้รู้ด้วยว่าน้องขวัญชอบทานอะไร”
จากที่กำลังหน้าเสีย เจ้าขวัญถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าหวานที่ถูกครอบครัวตีกรอบมาตลอดชีวิตแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะรีบก้าวขยับเข้าไปยืนเคียงข้างหมอพิชญ์อย่างว่าง่าย ทิ้งให้แทนไทยืนตะลึงงัน ความหงุดหงิดและความปวดหนึบในใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
“หึ…!”
เส้นความอดทนของอสูรกายขาดผึง แทนไทแค่นยิ้มเหี้ยม กำหมัดแน่นจนข้อขาว เตรียมจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่หน้ากากเจ้าชายจอมปลอมที่กล้ามาล่อลวงยัยเด็กใสซื่อของเขา ยัยเด็กโง่ที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาแบบไข่ในหินจนตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายพรรค์นี้ไม่ทัน!
ทว่าก้าวขาออกไปได้เพียงสองก้าว…
“เฮ้ยๆ ไอ้แทน! มึงจะทำบ้าอะไรวะ!” บอลที่วิ่งตามมา รีบพุ่งเข้ามากอดรัดรั้งตัวเพื่อนเอาไว้สุดแรงเกิด หลังจากเดินตามมาเพราะเพื่อนหายไปนานเกินไปและใกล้จะเข้าเรียนคลาสแรกแล้ว
“กูว่ามึงถอยก่อนเถอะ ไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก!” เจตรีบเข้ามาช่วยดึงแขนอีกข้าง เตือนสติเพื่อนที่กำลังเลือดขึ้นหน้า
“ปล่อยกู! สงบสติอารมณ์เหี้ยอะไรล่ะ! กูไม่ไปไหนทั้งนั้น! มึงจะให้กูทิ้งยัยบื้อนั่นไว้กับไอ้อสรพิษในคราบคนดีนั่นหรือไงวะ!”
เขาตวาดลั่นอย่างเดือดดาล ความห่วงใยและความหึงหวงมันตีรวนปะปนกันจนสับสนไปหมด
“ไอ้แทน! คนมองมึงทั้งร้านแล้วนะเว้ย! ที่นี่มหา’ลัย น้องมันไม่เป็นไรหรอก มึงใจเย็นๆ ก่อนดิวะ” บอลพยายามเกลี้ยกล่อม
“เลิกบ้าได้แล้วไอ้แทน!” เจตสวนขึ้นมาเสียงเข้ม ก่อนจะทิ้งประโยคที่กรีดหัวใจคนฟัง “มึงหัดดูตัวเองซะบ้าง... ก็เพราะมึงชอบทำตัวป่าเถื่อนพาลหาเรื่องเขาไปทั่วแบบนี้ไง น้องมันถึงได้เกลียดขี้หน้ามึง!”
ประโยคนั้นราวกับมีดที่แทงทะลุกลางอก แทนไทชะงักกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ นัยน์ตาคมกริบมองภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังยืนชี้ชวนกันเลือกขนมเค้กพลางหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข... ภาพที่เขาไม่เคยได้รับสิทธิ์นั้นเลย
ภาพบาดตานั้นทำให้เขาตัดสินใจสะบัดแขนอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุมของเพื่อน ร่างสูงหมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากร้านกาแฟไปอย่างหัวเสีย แก้วอเมริกาโน่คั่วเข้มที่เขาบังคับให้เธอซื้อให้ ถูกโยนทิ้งลงถังขยะหน้าร้านอย่างไม่ไยดี พร้อมกับความรู้สึกที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องห้ามแผ่วเบา ร่างระหงห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหวาดกลัวต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ชุดเดรสสีชมพูฟูฟ่องตัวสวยที่แม่ตั้งใจเลือกให้ ถูกฉีกขาดและดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นความบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายในแทนไทชะงักไปชั่วขณะ เขาดันตัวเองออกห่างเล็กน้อย สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาวาวโรจน์ ที่ลุกโชนไปด้วยความหลงใหลระคนความหึงหวงบ้าคลั่งทว่าเมื่อเขาเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาเว้าวอนขอความเมตตานั้น ทำเอาชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดหนึบไปทั้งขมับ เขาพยายามสะกดกลั้นความใจอ่อนและความรู้สึกผิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย“อย่าหวัง… ว่าฉันจะปล่อยเธอไป”เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันยืนยันความตั้งใจ ก่อนที่เขาจะดึงร่างระหงที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายเข้าไปในตัวเขาใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว... กลิ่นแป้งเด็กสะอาดๆ ที่เขาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็กเข้าปอดลึกลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยกระซิบข้างหู
ซ่าาา…!ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่องจนเกิดรอยด่างดวง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยที่เคยคึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะ บัดนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลากลุ่มชายหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีเลือดหมูยืนล้อมกรอบหญิงสาวร่างเล็กเอาไว้ และหนึ่งในนั้น... แทนไทกำลังถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือ นัยน์ตาคมกริบเรียบเฉยทว่าแฝงความกวนประสาทและอันตรายเอาไว้เต็มเปี่ยม เขาปรายตามองคราบไวน์บนชุดเดรสฟูฟ่องตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์หมดแล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระชาก กึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้หลุดพ้นจากวงล้อมของแขกเหรื่อ และที่สำคัญ... หลุดพ้นออกมาจากมือของหมอพิชญ์ นักศึกษาแพทย์ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ได้ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น“ทำอะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! ปล่อยนะ พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”เจ้าขวัญร้องโวยวายลั่นตลอดทาง พยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับสุดแ
“ก็ตอนที่พวกกูยืนรออยู่ที่รถ กูก็ไม่ได้ยินชัดหรอกนะ แต่มึงเล่นกดน้องเขาติดกำแพง แล้วกูก็เห็นมึงก้มลงไปฟัด... เอ้ย! ก้มลงไปจูบน้องเขาซะขนาดนั้น พ่อน้องตื่นมาเปิดไฟระเบียงปุ๊บ น้องผลักมึงออกแทบไม่ทัน มึงยังจะหันไปตะโกนลั่นซอยอีกนะ ว่ามึงจะไม่ยอมแพ้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด... โคตรเท่เลยว่ะเพื่อน!”เจตเล่าฉากเด็ดพร้อมกับทำท่าทางประกอบกับบอลจนเห็นภาพ แทนไทแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะหินอ่อนให้ตายไปพ้นๆ เขาจำความรู้สึกที่ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นได้ดี ความหวานละมุนที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กประจำตัวของเจ้าขวัญมันยังตราตรึงอยู่เลยแต่ที่เขาเครียดคือ... ยัยเด็กนั่นต้องเกลียดเขาเข้าไส้แล้วแน่ๆ ที่ไปฉวยโอกาสตอนเมาแบบนั้น!“กูแม่ง... ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” อสูรกายหนุ่มสบถด่าตัวเอง“เอาน่า มึงก็ไปง้อน้องเขาสิวะ...”บอลกำลังจะปลอบใจ แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าโรงอาหารของคณะฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีร้านกาแฟแบรนด์ดังตั้งอยู่“แต่กูว่า... ตอนนี้มึงคงต้องพักเรื่องง้อไว้ก่อนแล้วล่ะว่ะ ไอ้แทน มองไปที่ร้านกาแฟนู่นดิ”แทน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ
เสียงตะโกนข่มขู่จากเบื้องล่างทำให้เจ้าขวัญเบิกตาโต หญิงสาวรู้ดีว่าคนห่ามๆและเอาแต่ใจอย่างแทนไท เวลาเมาแล้วหน้ามืดทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวอย่างลวกๆเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนขั้นบันไดไม้ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สายตาก็คอยระแวดระวังมองไปทางประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ตลอดเวลา ภาวนาในใจขออย่าให้พวกเขาตื่นลงมาเลยทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง เจ้าขวัญวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังประตูหน้าบ้าน มือบางปลดล็อกกลอนด้วยความเร่งรีบ เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเธอ หญิงสาวผลักประตูออกแล้วสับเท้าวิ่งเหยียบผืนหญ้าหน้าบ้านตรงไปยังประตูรั้วทันที“พี่แทน! หยุดบ้าได้แล้ว!”เสียงหวานที่แฝงไปด้วยควา







