Masukเพียงเพราะอ้วนทำให้เขาอับอาย ชะตาเปลี่ยนผันเมื่อให้วิญญาณของอีกมิติหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่แถมมีมิติซุปเปอร์มาเก็ตติดตัวมาด้วย ต่อจากนี้เธอจะหย่าและเลี้ยงลูกเองโดยไม่ง้อเขาสักนิด บทนำ มีมี่สาวออฟฟิศกำลังเดินทางกลับบ้านแต่ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอได้มีชีวิตอยู่ในมิตินี้ เพราะเธอยังไม่ถึงบ้านต้องถูกรถชนเข้าจนร่างกายของเธอกระเด็นทำให้เธอในโลกนี้ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป แต่เรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อเธอลืมตามาอีกครั้งได้เข้ามาอยู่ในร่างกายที่อวบอ้วนอีกทั้งยังท้องอีกด้วย แต่ที่น่าเจ็บใจคือคนที่เธอสามีเจ้าของร่างนี้ไม่เคยสนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นคนที่ทำให้ฟู่เยี่ยนเจ้าของร่างตัวจริงเป็นลมล้มพับกลางถนน เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้เธอจะไม่ยอมกลับไปให้เขาทำร้ายจิตใจอีกต่อไป เรื่องที่เธอท้องเธอก็จะไม่บอกให้เขาได้รับรู้ เธอกลับบ้านพร้อมหย่ากับเขาความโชคดีเกิดขึ้นกับเธออีกครั้งเมื่อเธอกำลังเก็บของออกจากบ้านของเว่ยเสี่ยวฮั่ว หรือเสี่ยวฮั่วนายพลใหญ่ที่ไร้หัวใจ มิติได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอต่อจากนี้เธอมีหนทางหาเงินและเธอจะร่ำรวยเลี้ยงลูกเพียงลำพังโดยไม่แยแสเขาแม้แต่น้อย นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Lihat lebih banyakใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าจวนหย่งอันโหว บรรยากาศยามเช้าวันนี้ช่างเงียบผิดปกติ ทหารยามสองนายที่ยืนเฝ้าประตูต่างพากันลอบมองสตรีในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ยืนห่างไปไม่ไกล
ปกติแล้วในช่วงเวลาเช่นนี้ พวกเขาต้องเตรียมรับมือกับความวุ่นวายจากการที่ฟ่านหลิงเซวีย บุตรสาวคหบดีตระกูลฟ่านจะนำข้าวของล้ำค่าหรือขนมเลิศรสมาแลกเปลี่ยนเพื่อขอเข้าพบท่านโหว
แต่วันนี้อีกฝ่ายกลับยืนพิงกายกับต้นเหมยอย่างเกียจคร้าน ในมือมีเพียงถุงกระดาษใส่ขนมน้ำตาลปั้น กำลังหยิบเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ จนแก้มป่องน่าเอ็นดู ท่าทางราวกับแมวตัวน้อยหิวโหยมากกว่าสตรีที่คอยทุ่มทุนเอาอกเอาใจแม่ทัพใหญ่
“กินอีกคำแล้วกัน หวานจัง” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมโตเป็นประกาย พลางใช้ปลายนิ้วป้ายเศษน้ำตาลที่มุมปากออก
ฟ่านหลิงเซวียในวัยสิบหกปีหลับตาลง สิ่งเดียวที่นางเสียดายในชาติก่อนก็คือไม่ได้ใช้เงินซื้อของอร่อย ๆ กินให้หนำใจก่อนตาย ชาตินี้พอย้อนกลับมาและตัดสินใจเลือกทางใหม่ คือการเกี้ยวเว่ยจวินเหยียนหรือหย่งอันโหว[1]เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่นางกลับพลาดที่เผลอเอาใจลงไปเล่นจริง ๆ จนเวลาล่วงเลยมาถึงหนึ่งปีเต็ม
หนึ่งปีที่นางส่งเสบียงให้กองทัพเขา หนึ่งปีที่นางประมูลของล้ำค่าไปประเคนให้ ทว่าเขากลับตอบแทนกลับมาด้วยความเย็นชา
‘ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ ต่อให้เอาเงินทองกองทับจนมิด เขาก็ไม่ละลายให้เจ้าหรอก สามีที่ดีคือสามีใหม่อะไร พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ไม่ว่าบุรุษคนใดก็ไม่เคยเห็นค่า สุดท้ายไม่ว่าชาติไหนนางก็คือนางร้ายอยู่ดี’ ฟ่านหลิงเซวียคิดในใจ เพราะสองชาติไม่สมหวังในความรัก นางจึงยกให้ตนเองเป็นตัวละครนางร้ายในนิยายที่สุดท้ายไม่ถูกบุรุษเลือกเหมือนนางเอก
เสียงประตูจวนถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงชุดสีน้ำเงินเว่ยจวินเหยียนเดินออกมาด้วยฝีเท้าหนักแน่น เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
ชายหนุ่มชะงักเมื่อเห็นสตรีที่เขาขนานนามว่า ‘ความน่ารำคาญอันดับหนึ่ง’
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังขึ้น “คุณหนูฟ่าน วันนี้เจ้าจะมาไม้ไหนอีก ข้าบอกแล้วว่าเสบียงที่เจ้าส่งมาเดือนก่อน ข้าให้ทหารนำไปแจกจ่ายคนยากจนหมดแล้ว ข้าไม่ต้องการติดค้างหนี้บุญคุณสตรีเช่นเจ้า”
ฟ่านหลิงเซวียค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย ทว่านัยน์ตาที่เคยมองเขาด้วยความรักกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยเมย
นางย่อกายลงอย่างเชื่องช้า “ข้าไม่ได้มาเพื่อส่งเสบียง และไม่ได้มาเพื่อขอพบท่านโหวแล้วเจ้าค่ะ”
เว่ยจวินเหยียนขมวดคิ้ว “แล้วเจ้ามาทำไม” ก็เห็นอยู่ว่านางมาหยุดหน้าจวน ไม่พบเขาแล้วจะพบผู้ใด
“ข้ามาเพื่อบอกลา” ครั้งนี้น้ำเสียงฟ่านหลิงเซวียหนักแน่น
ประโยคเมื่อครู่ทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาแค่นยิ้ม “บอกลาหรือ เจ้าพูดคำนี้มาสามหนแล้วในรอบเดือน สุดท้ายวันรุ่งขึ้นเจ้าก็เอาปิ่นโตมาวางไว้หน้าประตูจวนข้าอยู่ดี”
ฟ่านหลิงเซวียยิ้มบาง “ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมเจ้าค่ะ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าทำตัวไร้ยางอาย รบกวนท่านเกินไป คิดว่าความพยายามและเงินทองของตระกูลฟ่านจะซื้อหัวใจท่านได้ แต่ข้าลืมว่าความรักไม่ใช่สินค้า”
นางก้าวเข้าไปหาเขาจนรองเท้าเล็กเกือบชนรองเท้าใหญ่ เงยหน้ามองด้วยดวงตากลมสดใส กลิ่นหอมของเหย่เหมยกุ้ย[2]ที่ติดตัวโชยเข้าจมูกชายหนุ่มจนเขาเผลอสูดเข้าปอด
“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฟ่านหลิงเซวียผู้นี้จะขอถอนตัวเจ้าค่ะ เสบียงที่เคยส่งก็จะเลิกส่ง ของที่ท่านไม่ชอบ ข้าจะให้คนมารับคืนไปบริจาคให้วัด ส่วนตัวข้าจะขอไปใช้ชีวิตสงบ ๆ ใช้เงินซื้อความสุขให้ตัวเอง และจะไม่มาเหยียบหน้าประตูจวนหย่งอันโหวให้ท่านต้องระคายสายตาอีก”
เว่ยจวินเหยียนนิ่งงันไป ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงกลับฉายแววสับสน “เจ้าพูดจริงหรือ เจ้าน่ะหรือจะยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้”
“ข้าไม่ได้ยอมแพ้ แต่ข้าแค่เลือกที่จะพอต่างหาก หนึ่งปีที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนราคาแพงของข้า ต่อไปนี้ท่านโหวจะไปแต่งกับใคร จะรับองค์หญิงหรือบุตรสาวขุนนางคนไหนเข้าจวน ก็สุดแท้แต่ท่าน ข้าขออวยพรให้ท่านมีความสุขในยามที่ไม่มีข้า”
เอ่ยจบ ฟ่านหลิงเซวียก็หมุนตัวกลับทันที ชายกระโปรงสีฟ้าอ่อนสะบัดพลิ้วไหว หญิงสาวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่หางตา นางหยิบน้ำตาลปั้นที่เหลืออยู่เข้าปากแล้วเดินอย่างมีความสุข ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก
เว่ยจวินเหยียนยืนนิ่งอยู่หน้าจวน มองแผ่นหลังบอบบางที่ค่อย ๆ หายไปในฝูงชน ความรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างกระชากออกจากอกอย่างแรงจู่โจมเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
ยามนั้นรองแม่ทัพเฉิงก็เอ่ยถามผู้เป็นนาย “ท่านโหว คุณหนูฟ่านนางไปจริง ๆ หรือขอรับ ปกติหลังจากท่านไล่นาง นางต้องยืนร้องไห้กระซิก ๆ แล้วบอกว่าจะมาใหม่พรุ่งนี้...”
เว่ยจวินเหยียนตวาดเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนความว้าวุ่นในใจ “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า! นางไปก็ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องคอยหลบหน้าสตรีที่เห็นเงินอยู่เหนือทุกสิ่งเช่นนั้น”
ทว่าในใจของชายหนุ่มกลับร่ำร้อง เขาเผลอล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่มีลายปักดอกโบตั๋นเบี้ยว ๆ ผืนหนึ่งขึ้นมามอง มันคือของที่นางทำตกไว้เมื่อเดือนก่อน ซึ่งเขาแอบเก็บไว้โดยอ้างกับตัวเองว่าเก็บเป็นหลักฐานความสะเพร่าของนาง
บัดนี้เจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนี้บอกว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว...
[1] บรรดาศักดิ์ขุนนางชั้นสูงของจีนโบราณ ได้แก่ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน ตามลำดับ
[2] กุหลาบป่า
E-BOOK มีขายใน M*b นะคะ และฝากติดตาม f******k fanpage ไป๋เจวี๋ย นักเขียนด้วยน้า
บทที่ 29 ความรักที่แท้จริงหนึ่งเดือนผ่านมาตอนนี้ฟู่เยี่ยนยังอยู่กับจางจื่อจือแต่ไม่ได้อยู่ในฐานะเพื่อนเพราะตอนนี้ทั้งสองได้หมั้นหมายกันเรียบร้อยแล้ว และวันนี้ทั้งสองตั้งใจจะเดินทางไปที่มณฑลเหิงฉีไปหาพ่อของฟู่เยี่ยนเพื่อทำทุกอย่างให้เป็นทางการและขนบธรรมเนียม ฟู่เยี่ยนเองก็อยากกลับไปขอโทษที่เธอไม่ได้บอกลาและติดต่อไปเลยสักครั้งยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเสียใจที่ละเลยความรู้สึกของคนแก่คนหนึ่งที่ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นห่วงเธอมากขนาดไหนติ่ง !! เสียงระบบดังขึ้นในระหว่างที่ฟู่เยี่ยนกำลังแต่งตัวเพื่อออกเดินทาง“สวัสดีฟู่เยี่ยน ดูเหมือนตอนนี้เธอมีความสุขดีสินะ”“ใช่ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก ว่าแต่เธอเถอะเงียบหายไปเลยตั้งแต่มาบอกเรื่องภารกิจ แล้วเรื่องที่ฉันทำภารกิจผ่านไม่ผ่านไม่เห็นจะมาบอกเลยสักครั้งเวลาที่ฉันอยากได้ของเพียงแค่คิดมิติก็เปิดออกเธอไปไหนมา ”“ฉันมีเรื่องให้ทำนิดหน่อยนะ วันนี้ฉันมาเพื่อแจ้งเรื่องภารกิจเธอทำได้สำเร็จ ฉันดีใจด้วยนะและฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะมาแจ้งเธอ”“เรื่องสำคัญอะไรเหรอ ? ว่าแต่ภารกิจที่เธอทำให้ ทำให้คนรักมีความสุขนี่คือใครกันหรือใช่ผิงผิงมั้ย” “เรื่องภารกิจที่ฉันให้เธอทำให้คนรักม
บทที่ 28 ฉันเลือกคุณฟู่เยี่ยนขับรถมาถึงบ้านต้องแปลกใจ บ้านที่สว่างรอเธออยู่ทุกวันวันนี้กลับมืดไร้แสงไฟ เธอดับเครื่องยนต์ทุกคนพากันเดินลงจากรถด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน“พี่ฟู่เยี่ยนนายอำเภอจางจื่อจือวันนี้ออกไปทำงานนอกพื้นที่ใช่มั้ยคะ ”“จริงสิฉันลืมได้ยังไงกันนะ วันนี้เขาคงเหนื่อยมาก ๆ แน่ ๆ เราช่วยกันทำกับข้าวไว้รอเขากันเถอะ ส่วนผิงผิงลูกอิ่มแล้วใช่มั้ยนั่งเล่นของเล่นรอแม่กับพี่เจียวเจียนทำกับข้าวก่อนนะ ทำเสร็จแล้วจะให้พี่เจียวเจียนพาไปอาบน้ำ”“ค่ะคุณแม่ ” ทั้งสามเดินเข้ามาในบ้านพร้อมเปิดไฟแต่เมื่อเดินไปที่ห้องครัวกลับพบว่าตอนนี้บนโต๊ะกับข้าวมีอาหารเต็มไปหมด“เอ๊ะ ! ทำไมกับข้าวถึงมีเต็มโต๊ะแบบนี้คะหรือว่านายอำเภอกลับมาแล้ว ว่าแต่ทำไมถึงไม่เปิดไฟกัน” เจียวเจียนพูดขึ้นด้วยความสงสัยฟู่เยี่ยนพลางครุ่นคิดหรือว่าเขาเหนื่อยมากจนปิดไฟนอน แต่ทว่าเขาไม่เคยเป็นแบบนี้สักครั้ง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกกว่ามีอะไรแปลก ๆ ไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จึงบอกให้เจียวเจียนพาผิงผิงไปอาบน้ำ“เจียวเจียนเธอพาผิงผิงไปอาบน้ำและให้ผิงผิงเล่นอยู่ในห้องเธอค่อยมากินข้าวนะ ฉันจะไปดูจางจื่อจือก่อนฉันคิดว่าเขาน่าจะไม่สบาย” เธอรู้
บทที่ 27 จากกันด้วยดีแต่ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าและท่าทางของฟู่เยี่ยนต้องทำให้เขาหุบยิ้มทันที ครั้นนั้นฟู่เยี่ยนไม่ได้จะหยิบจับแหวนในกล่องเธอดันกล่องกลับมาหาเขาใบหน้าของเธอแสดงความดุดันและจริงจังอย่างที่เขาเคยเห็นเมื่อครั้งที่เธอขอหย่า“เก็บแหวนของคุณไว้เถอะค่ะ แหวนวงนี้ฉันขายทิ้งไปแล้วเช่นเดียวกับความรู้สึกที่ฉันตัดสินใจขายมัน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกดี ๆ ความรักความผูกพันมันจบลงตั้วแต่วันนั้นแล้ว เราทั้งสองไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก แต่เราสามารถทำหน้าที่พ่อและแม่ให้แก่ผิงผิงได้ ฉันเปิดใจยอมให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมาแต่ทว่าตอนนี้หัวใจของฉันมีคนอื่นเข้ามาอยู่แทนคุณแล้ว คนที่ทำทุกอย่างโดยที่ฉันไม่ได้ร้องขอเขาเป็นห่วงห่วงใยคอยเอาใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเขาไม่เคยสนใจรูปร่างภายนอกของฉันและไม่เคยอายที่มีฉันเดินเคียงข้าง สิ่งนั้นที่เขามีคุณไม่เคยมีเราทั้งคู่จากกันด้วยดีเถอะนะคะ ฉันไม่อยากจะเกลียดคุณไปมากกว่านี้ ” เสี่ยวฮั่วพูดไม่ออกร่างกายสั่นเทาใจของเขาเริ่มสั่นคลอนไปหมด“ฉันไม่มีทางเข้าไปแทรกเลยสินะ เอาล่ะฉันเองก็เป็นลูกผู้ชายพอในเมื่อเธอตัดสินใจอย่างนั้นฉันเองไม่สามารถ
บทที่ 26 แต่งงานกับฉันนะเสี่ยวฮั่วดีใจมาก ๆ ที่ฟู่เยี่ยนเธอเริ่มเปิดใจให้เขาเข้าใกล้ผิงผิงและตอนนี้เธอยังยอมบอกว่าเขาคือพ่อของผิงผิงอีกด้วย เขาพาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งรถไปหาคุณแม่ของเขาที่บ้านป้าไป๋เซียง คุณแม่ต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่ได้เห็นหลายสาวน่ารักคนนี้“ผิงผิงพ่อขอโทษนะ ลูกคงจะโกระจะเกลียดพ่อมากใช่มั้ยที่ไม่ได้ดูแลและเลี้ยงลูกมา” เสี่ยวฮั่วขับรถยนต์พลางหันมามองหน้าของผิงผิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา เด็กหญิงเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกห่างจากอกผู้เป็นแม่เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนจะคอยมีฟู่เยี่ยนคอยอยู่ข้าง ๆ เสมอ“หนูไม่โกรธและก็ไม่เกลียดคุณลุงเลยค่ะ ดีใจเสียอีกที่ได้รู้ว่าพ่อของหนูยังมีชีวิตอยู่ ”“ผิงผิงเป็นเด็กดีจริง ๆ เลิกเรียกคุณลุงได้แล้วนะเรียกคุณพ่อสิ” “ได้ค่ะคุณพ่อ” ผิงผิงยิ้มหวานให้แก่เขา ทั้งสองพากันเดินทางไปถึงบ้านป้าไป๋เซียง แม่ของเสี่ยวฮั่วต่างก็แปลกใจและดีใจที่เห็นหน้าของหลานสาว เธอพาผิงผิงไปกินข้าวพาเที่ยวเล่นและซื้อของเล่นอย่างที่ผิงผิงอย่างได้ จนกระทั่งถึงเวลาไปส่งผิงผิงที่ร้านเพราะตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว ระหว่างทางไปที่ร้านเหมียวเหมียวฉิงถิงได้เอ่ยถามลูกชายเพร
บทที่ 5 ได้ที่ทำมาหากินรุ่งเช้าของอีกวันฟู่เยี่ยนตื่นมาแต่เช้ารับบรรยากาศดี ๆ ที่นี่เย็นสบายเสียงชาวบ้านในละแวกนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อทำมาหากินพูดคุยกันอย่างครึกครื้น"หนูฟู่เยี่ยนทำไมรีบตื่นล่ะ ไม่นอนต่ออีกสักหน่อย ""ฉันนอนไม่ค่อยหลับนะคะว่าแต่คนที่นี่เขาทำอะไรเป็นอาชีพกันหรือคะ ""มณฑลนี้คนส่วนมาก
บทที่ 4 เดินทางเช้าของอีกวันฟู่เยี่ยนตื่นแต่เช้ามานั่งคอยเสี่ยวฮั่วบนเก้าอี้หน้าบ้านเพื่อรอจะไปหย่ากับเขาที่อำเภอ ส่วนเสี่ยวฮั่วเขาคิดทั้งคืนแม้เรื่องหย่าเขาจะดีใจที่เธอเป็นคนเอ่ยปากพูดออกมาเองแต่เรื่องนี้เขาจะยังไม่ให้ครอบครัวของเขารับรู้เรื่องนี้ หากคุณแม่ได้รู้เข้าคงไม่มีทางยอม เขาจึงคิดจะใช้เ
บทที่ 3 สวัสดีฉิงเชาเจ้าของมิติ"ฟู่เยี่ยนทำไมเธอพึ่งกลับเอาป่านนี้! เถลไถลไปที่ไหนแล้วเธอเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารถ" เธอมองตามต้นเสียงเห็นชายหนุ่มร่างกายบึกบึนยืนชูกระเป๋าเงินของเธอพลางกอดอกใบหน้าบูดบึ้งอย่างกับแบกโลกไว้ทั้งใบ แม้ตอนแรกที่เห็นเธอจะตะลึงในความคมเข้มของใบหน้าแต่ทว่าปากของเขากลับเลี้ยงสุ
บทที่ 2 ขายแหวนแต่งงาน“คุณฟู่เยี่ยนเกิดอาการอะไรขึ้นครับ หรือว่าความดันขึ้นทำให้แน่นหน้าอกพยาบาลรีบไปนำยามาให้คุณฟู่เยี่ยนกินเร็วเข้า” มีมี่เธอรีบคว้ามือของหมอเอาไว้ก่อนจะพูดไม่ให้เขาไปนำยาเพราะตอนนี้เธอไม่ได้เป็นอะไรแล้ว“คุณหมอไม่ต้องค่ะ ฉันอาการดีขึ้นแล้วว่าแต่ตอนนี้ฉันกำลังตั้งท้องเหรอคะ”“เฮ้
Ulasan-ulasan