LOGINแกร๊ก!
มือหนาใหญ่ผลักประตูเข้ามาด้านในแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องนอน ความเงียบสงัดดูผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะสาวๆ ที่ส่งมาก่อนหน้านี้จะต้องจัดแจงเปิดน้ำอุ่นในอ่างเพื่อเตรียมต้อนรับเขาแล้ว แต่ครั้งนี้กลับแปลกไปจากครั้งผ่านๆ มา
“ไหนวะ! ผู้หญิงของไอ้คริส!” เควิ่นเดินไปหยุดยืนอยู่ปลายเตียงก่อนจะเห็นร่างบอบบางรูปร่างสมส่วนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนที่นอน มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างเตียงที่เปิดทิ้งไว้เพื่อพอให้เห็นเรือนร่างอยู่รำไร
“นอนหลับต่อหน้าแขกเลยนะ แม่คุณ!” เควิ่นพึมพำก่อนจะเพ่งสายตามองร่างระหงที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วมาหยุดอยู่หน้าอกอวบอิ่มที่รัดรึงอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวปกปิดด้วยกระดุมมิดชิดจนเกือบจะถึงต้นคอ
มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกวิดีโอเป็นภาพใบหน้าและเรือนร่างเพียงครึ่งตัว เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าเขาได้รับของขวัญแทนเงิน 4 ล้าน เรียบร้อยแล้ว
“หน้าก็สวย ผิวพรรณก็ดี อกก็ใหญ่พอได้ ขอดูหน่อยแล้วกันว่าของจริงหรือผ่านมีดหมอ” ว่าแล้วมือหนาก็เอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดๆ เผยให้เห็นเนินเนื้อนุ่มนิ่มขาวอวบอิ่มขนาดคัพ D อยู่ตรงหน้าทำตาลุกวาวกับสิ่งที่ได้เห็น
“แม่เจ้าโว้ย! ของจริงเหรอวะเนี่ย ไอ้คริส!” เควิ่นอุทานออกมาเบาๆ เลือดลมสูบฉีดแล่นพล่านไปทั่วร่างกายเต็มที่
“ถึงจะเป็นโสเภณี แต่เธอดูจะเป็นโสเภณีที่มีราคาแพงมาก เพราะฉันต้องยอมเสียเงินถึง 4 ล้านเพื่อนอนกับเธอ บ้ามากใช่ไหมล่ะ” เควิ่นพูดพลางปลดกางเกงออกจากเรียวขาของเขา แล้วถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างใจเย็น ก่อนจะจัดแจงสยายผมที่ลู่ลงมาบดบังใบหน้าสวยงามให้ออกไป
“นี่เธอ! โดนไอ้คริสมันมอมเหล้ามารึไง” มือหนาแตะสะกิดที่ใบหน้าเนียนของเธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นแอลกอฮอลล์จากเรียวปากชมพูระเรื่อ แต่ไม่มีกลิ่นของเหล้าหรือแม้แต่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอลล์ที่เขาคุ้นเคยเลยแม้เพียงน้อยนิด แต่เธอก็ดันหลับสนิทเป็นตาย โดยที่เขาไม่ได้เอะใจเลยว่าเธอถูกวางยา หรือ ทำให้สลบมาหรือไม่
“แม่นี่มาแปลก กะจะนอนเฉยๆ ไม่ช่วยไอ้คริสมันทำมาหากินเลยหรือไง ฉันเสียเงินตั้งสี่ล้านเลยนะเว้ย!” หยาดพิรุณยังคงนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาสลบที่ถูกโปะเข้าไปเต็มๆ
“เอาวะ! อยากรู้เหมือนกันว่าเวลาโดนเอาจะยังกล้าหลับ หรือ จะตื่นมาส่งเสียงร้องครวญครางกันแน่” ว่าแล้วเควิ่นก็เลื่อนกระโปรงทรงสอบสีดำสนิทขึ้นมาไว้ที่เอวคอดกิ่ว ก่อนจะดึงผืนผ้าสามเหลี่ยมตัวบางเบาหวิวของเธอลงมาไว้ที่ข้อเท้าเล็ก จัดแจงแยกเรียวขาทั้งสองข้างวางวาดออกจากกันเพื่อมองดูกลีบของความงามที่ปิดสนิทราวกับไม่เคยมีสิ่งใดก้าวล่วงไปถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้านในมาก่อน
“ปิดสนิทเชียวนะ แม่สาวน้อย!” ปลายนิ้วเรียวทำหน้าที่เสมือนมัจฉาแหวกว่ายอยู่กลางสายธารา ก่อนจะฉกลิ้นหยาบลงบนความสวยงามของกลีบดอกไม้สีแดงอมชมพูของอิสตรีเบื้องหน้า หยอกล้อไปมาอย่างเร่งเร้าและรุนแรงตามความรู้สึกนุ่มละมุนลิ้นไปในช่องทางที่คับแคบอย่างเริงร่า แต่ร่างบางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
ร่างกำยำล่ำสันผุดกายขึ้นมามองหน้าสวยงามอย่างหงุดหงิดที่นอกจากเธอจะนอนนิ่งไม่ตอบสนองต่อการเล้าโลมของเขา แถมยังไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับเขาทั้งสิ้น
“ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันเลยนะ” เควิ่นประกบริมฝีปากอุ่นร้อนแรงลงบนริมฝีปากสวยงาม อย่างดูดดื่ม ก่อนจะระดมจูบไปทั้งเรือนกายเปลือยเปล่าที่อยู่เบื้องหน้า แต่เธอก็ยังคงนิ่งสงบไม่ไหวติงใดๆ ทำคนด้านบนเริ่มฉุนเฉียวขบคิดอยู่ในใจว่าหล่อนจะนิ่งได้อีกนานแค่ไหนหากถูกเขาปักธงชัยเข้าที่ปราการของเธอ
ไม่รอช้า! ร่างหนาปลุกความเป็นบุรุษที่ร้อนรุ่มราวกับถูกเชื้อเพลิงเข้าแผดเผาจนมอดไหม้ แล้วสอดแทรกร่างกายแข็งแกร่งทักทายความเป็นอิสตรีของเธอแบบพรวดเดียวจนสุดทาง
“โอ๊ะ! (ร่างหนาถึงกับสะดุ้ง!) มะไม่จริง...แม่นี่ยังซิง...บะบริสุทธิ์อยู่เหรอวะเนี่ย ไอ้เชี่ยคริส!” ร่างกายกำยำสั่นสะท้านรับแรงตอดเร้าอยู่เบื้องล่างทำเหงื่อเม็ดพราวผุดขึ้นมาบนใบหน้าและตามตัวแม้ว่าเครื่องปรับอากาศภายในห้องจะถูกปรับอุณหภูมิให้เย็บเฉียบแล้วก็ตาม
เควิ่นถึงกับตะลึง เมื่อสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาได้พาดผ่านความคับแคบที่โอบรัดตัวตนเข้าไปในช่องทางรักที่เป็นพื้นที่สีขาวปราศจากสิ่งแปลกปลอมอื่นใดกล้ำกราย ไม่ผิดแน่! เยื่อบางๆ ที่ความเป็นบุรุษเพศได้ก้าวผ่านมานั้น คือเยื่อของพรหมจรรย์ภายใต้เรือนร่างนี้ ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน มันบอกเขาว่าเธอยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยผ่านการรุกล้ำราวีจากผู้ใดมาก่อน
‘ให้ตายเหอะ! นี่ไอ้คริส! ส่งลูกแกะตัวน้อยๆ มาเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่เขาหรือนี่ นานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับสินค้ามือหนึ่งแบบนี้ แถมท่อนกายแกร่งของเขาก็ไม่ได้ถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งป้องกันใดๆ มันเสี่ยงมากหากว่าเขาจะปลดปล่อยตัวตนทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายของเธอ’
แต่แทนที่เควิ่นจะหยุดทุกอย่างไว้เพียงเท่านี้ ร่างกายกำยำกลับขยับเอวสอบเข้าหาร่างบอบบางอย่างเชื่องช้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพื่อครอบครองเรือนกายสดใสนี้อย่างทะนุถนอม ให้สมกับความไร้เดียงสาที่ต้องการความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด เพราะมันเปล่าประโยชน์ที่เขาจะถอดถอนมันออกจากร่างกายของเธอ และไม่ว่าจะเป็นเทพบุตรมาจากไหนก็ตาม เมื่อมันเลยจุดที่จะหักห้ามอารมณ์เสน่หาในกายที่มันลุกโชนเกินกว่าจะยังยั้งชั่งใจเอาไว้ได้แล้ว ก็ไม่มีใครหน้าไหนที่มันจะย้อนกลับออกมาได้อีก
"โอ้ววว…แน่น! เกินไปแล้ว สาวน้อย! เธอเก็บของดีแบบนี้ไว้ได้ยังไงเนี่ย ให้ตายเหอะ! " ความคับแคบที่รัดแน่นช่วงล่างทำเขาลืมตัวถาโถมความแข็งแกร่งเข้าหาเรือนร่างนี้อย่างหนักหน่วงและเร่งเร้าเข้าไปทุกที แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกงุนงง เพราะแม่สาวไร้เดียงสาตรงหน้านี้ กลับนอนแน่นิ่งราวกับถูกวางยา แทนที่จะส่งเสียงร้องครวญคราง หรืองึมงำอยู่ในลำคอ ใช่! หรือ เธอจะถูกวางยา ไม่มีประโยชน์อีกเช่นกันที่เขาจะคิดว่าเธอแน่นิ่งไปด้วยเหตุผลอันใด เพราะทุกอย่าง มันสายเกินกว่าที่เขาจะหยุดมันไว้ได้แล้ว!
กึก! กึก! กึก! กึก!
เสียงช่วงล่างของขาเตียงเคลื่อนไหวไปตามแรงโยกของรสสวาทที่มัวเมาจนร่างหนาลืมตัว เร่งความเร็วและแรงเข้าใส่แบบไม่ยั้ง ทำเรือนร่างระหงที่นอนสลบไสลไม่ไหวติงใดๆ นานนับชั่วโมงรู้สึกตัวตื่นขึ้นตามแรงไหวโยกพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา มิหนำซ้ำยังอยู่กับใครบางคนที่ไม่รู้จัก ที่สำคัญผู้ชายล่ำบึ้กที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งท่อนบนและท่อนล่างยังทำอะไรกับร่างกายช่วงล่างของเธอจนรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่คับแน่น และรัดตึงไปทั้งกระดูกเชิงกรานจนรู้สึกร้าวระบม
“กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!!! กะแก! ทำอะไรฉัน เอามันออกไปนะ เอามันออกไป! "
หยาดพิรุณตาค้างน้ำตาหยดเผาะลงบนหมอน เมื่อรู้ว่าร่างกายของตัวเองกำลังถูกคุกคามจากชายแปลกหน้าที่กระแทกกระทั้นความแข็งแกร่งเข้าหาอย่างไม่ลดละ จิตใต้สำนึกสั่งร่างกายของเธอให้ต่อต้านส่ายสะบัดไปมาโดยอัตโนมัติ สองมือบางป่ายปัดเพื่อให้ร่างนี้ถอยออกไปให้พ้นๆ แต่ร่างกายที่สะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ของยาสลบทำเธอไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทาน จำต้องปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเร้าของสะโพกหนาของคนที่อยู่เบื้องบน
"อ๊ะ อ๊า~" เรือนกายบางกระตุกเกร็งยามถูกเขากระแทกอัดแก่นกายใหญ่โตขึงขังเข้าสู่เส้นทางทางคับแคบไปกับผนังนุ่มนิ่มด้านใน ขณะที่เขาเองก็เผยอปากขึ้นเปล่งเสียงร้องคำรามยามถูกเธอตอดรัด บีบอัดปลายหัวยุ่นสีแดงก่ำจนเสียวสะท้านไปทั่วทั้งเรือนร่าง "อ๊า...แน่นฉิบ! เอามากี่...ทีก็ยังฟิตเหมือนเดิม ตอดเหมือนเดิม นี่ขนาดยังไม่ค่อยได้เด้งเท่าไหร่เลยนะ" เควิ่นกล่าวชื่นชมภรรยาสาวอย่างถูกอกถูกใจที่กายส่วนล่างของเธอยังคงคุณภาพจากวันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังดูสดใหม่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง "ลอง โยกดูสิคะ" เควิ่นบอกกับหญิงสาว เธอค่อย ๆ ขยับสะโพกขึ้นลงอย่างเชื่องช้าและถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเส้นผมตกลงมาปกคลุมและบดบังใบหน้าหวาน ๆ สองมือนุ่มยกขึ้นมาเสยผมที่บดบังใบหน้าออกแบบลวก ๆ สร้างความหลงใหลแก่สายตาคู่คมของคนที่อยู่เบื้องล่างให้กระแทกกระทั้นสวนอัดเข้าหาร่องที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำสีใส จนหน้าอกทรงมหึมากระเพื่อมไหวไปตามแรงส่ง "อ๊ะ อ๊ะ อ๊า....ดูดหน่อยค่ะ พี่เค ดูดให้หน่อย~" เสียงหวานครางกระเส่าออดอ้อนให้ชายหนุ่มดูดดุนปลายยอดถันเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่สะโพกผายและสะโพกใหญ่ทำหน้าที่กระแทกกระทั้นเข้าหากันเสียงด
"จำได้ใช่มั้ย...ว่านี่เป็นท่าที่ปลอดภัยที่สุด" น้ำเสียงพร่าแผ่วเอ่ยถาม ก่อนที่มือคู่แกร่งจะช่วยถอดเดรสคลุมท้องออกจากเรือนกายส่วนบนแล้ววางมันลงกับพื้นของเบาะหลัง "จำได้สิคะ...ก็พี่เคเป็นคนบอกเอง" เธอตอบก่อนที่มือคู่เล็กเอื้อมไปปลดตะขอบราเซียร์ตัวสวยที่อยู่ด้านหลัง จับที่สายแล้วยื่นมันมาไว้ตรงหน้าของแววตาที่หื่นกระหาย เธอกัดปากเบา ๆ อย่างยั่วยวนแล้วสะบัดด้านหลังผมไปมาให้สยายออกเต็มแผ่นหลัง "อื้มมม...หอมจัง~" ปลายจมูกโด่งสูดดมความหอมเย้ายวนของเนื้อกายสาวจากเส้นผม และ บราเซียร์สีหวานที่ถอดออกเบา ๆ เพียงแค่นั้นก็ทำให้แก่นความเป็นชายที่ไวต่อความรู้สึกของเขาผงาดลุกชูชันขึ้นมาฟาดงวงฟาดงาในทันใด "อยากสุด ๆ ไปเลย ต้องรอให้ไซโคกับคิโด้หลับก่อนทุกคืน แถมมาที่นี่ยังไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเลยด้วย อยากโดนหนูขย่มเต็มที่แล้วค่ะ ที่รัก" พูดพร้อมกับปลดซิบกางเกงแล้วถอดออกมาตามเรียวขาตามด้วยกางเกงชั้นใน ขณะที่ภรรยาสาวค่อนข้างที่จะรู้งานยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อให้เขาถอดออกอย่างง่ายดายเผยให้เห็นความเป็นชายที่กำลังแข็งชันโอบล้อมด้วยเส้นเลือดปูดโปนดีดเด้งขึ้นพร้อมที่จะฟาดงวงฟาดงา "ขอคนที่สี่เล
"ไม่เคยมีคำนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ" เธอตอบพลางอมยิ้มออกมาเล็กน้อย "รักนะคะ และจะเป็นแบบนี้ไปตลอด จะรัก ให้ได้เท่ากับลมหายใจที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ของผู้ชายคนนี้" "ขอบคุณนะคะ คุณเป็น...คุณพ่อที่คู่ควรสำหรับลูก ๆ และเป็น คนรักที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดของหนู รักพี่เคนะคะ" "เช่นกันค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลตอบกลับออกไป จรดริมฝีปากอบอุ่นลงบนหน้าผากเล็กของภรรยาสาวคนสวย ก่อนจะถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า แล้วโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาแตะที่เรียวปากอวบนุ่มชมพูระเรื่ออย่างแผ่วเบา แต่เนิ่นนานเกินกว่านาทีที่ติดตรึงหัวใจทั้งสองดวงเอาไว้ร่วมกัน ระหว่างนั้น ไอคิโด้ซึ่งกำลังวิ่งเล่นกับร่างของน้องน้อยอย่างไซโคอย่างสนุกสนาน ก่อนจะสะดุดหกล้ม "แอ๊ะ!! " เสียงใสร้องออกมาด้วยความตื่นตกใจ ทำให้ทั้งคู่ที่กำลังสัมผัสกับความดูดดื่มของกันและกันต้องผละจูบออกห่างจากกันในทันใด "ไซโค! " สายตาของผู้เป็นแม่หันขวับกลับไปเห็นก็รู้สึกใจหายวาบ ตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปรับ ทว่ามือแกร่งกลับคว้าเอวบางของเธอเอาไว้ "เดี๋ยวแกก็ลุกขึ้นมาได้ค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลพูดด้วยท่าทางที่ใจเย็นราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทว่าหยาดพิรุณกลับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไ
หลังจากที่ทั้งคู่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสตามสถานที่เกิดของ เควิ่น ไอ ลูเทอรัน ที่ถือสัญชาติอังกฤษและไทย โดยทั้งคู่ได้เลือกที่จะจดทะเบียนสมรสกันที่นี่ ตามคำแนะนำของทนายความ หลังทั้งคู่มีทายาทด้วยกันแล้วถึงสองคน และ ได้รับมรดกมหาศาลส่วนแรก 50% จากทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมูลค่ามากกว่าพันล้าน และ กำลังจะได้รับทรัพย์สินในส่วนที่เหลือ หากตั้งท้องทายาทคนที่สี่ ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้ เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทลำดับที่สามให้กับลูเทอรัน "ที่นี่สวยจังเลยนะคะ" เรือนร่างระหงมองทอดสายตาออกไปยังสถานที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวสด ท้องฟ้าสีครามปลอดโปร่ง ของอากาศที่อบอุ่น ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป "ถ้าหนูชอบ เรามาพักผ่อนที่นี่กันทุกปีแบบนี้ก็ได้นี่คะ แต่ว่าอาจจะต้องรอให้ลูกคนที่สามคลอดก่อน จะได้พามาพร้อมกับไซโค และ ไอคิโด้ ด้วยเลย อีกอย่างเราต้องมาเคารพร่างบรรพบุรุษกันอยู่แล้ว หนูว่าดีมั้ยคะ" คนตัวโตถามก่อนกระชับอ้อมแขนให้เรือนกายนุ่มเข้าไปยืนชิดติดกับแผงอกกว้างแล้ววางศีรษะทุยเล็กของเธอไว้ที่แอ่งชีพจรบริเวณบ่าแกร่ง "แล้วแต่พี่เคค่ะ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมา ระหว่างสายตาคู่นั้นกำลังจับจ้องไปที่ร่างเ
"สามวันแล้วนะ ขอหน่อยไม่ได้เหรอคะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนิ่มนุ่มนวลคล้ายกับลูกแมวน้อยท่าทางออดอ้อน ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเอนศีรษะลงมาคลอเคลียบนหน้าตักเล็ก "ไม่ค่ะ หนักนะ...ถอยออกไปเลย คิโด้ครับ คุณพ่อกลับมาแล้ว" เธอว่าพลางเอ่ยเรียกลูกชายให้มาหา เควิ่นระบายยิ้มพร้อมกับสายหน้าไปมาเล็กน้อยอย่างรู้เท่าทัน เพราะภรรยามักจะเรียกลูกชายให้มากันท่าอยู่เสมอเวลาที่เขาพูดถึงเรื่องอย่างว่า "คิดถึงพ่อฮะ" พูดก่อนจะโผเข้าไปกอด อ้อมแขนแกร่งโน้มลงมากระชับร่างน้อยเข้ามาสวมทับไว้ "คิดถึงลูกเหมือนกันครับ" ว่าพลางก้มลงหอมหนัก ๆ เข้าที่หน้าผากเล็ก "หม่ามี๊ก็คิดถึงพ่อมากฮะ บ่นคิดถึงตั้งแต่วันแรกที่ไปเมืองจีน" ไอคิโด้เริ่มฟ้อง สายตาคมกริบมองภรรยาสาวที่เก้อเขิน ขณะที่หันหน้ามองไปทางอื่น แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ เพราะเขาเองก็คิดถึงเธอไม่แพ้กัน "อืมจริงสิ...พ่อซื้อของเล่นมาฝากด้วยนะครับ ฝากหนูด้วยนะ" ว่าพลางหันไปสบตาเรือนร่างบางของภรรยาสาวคนสวย เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวคำขอบคุณ "ซื้อมาฝากน้องด้วยหรือเปล่าฮะ" เสียงใสเอ่ยถามผู้เป็นพ่อ เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ได้รับของฝากอย่างตนและผู้เป็นแม่ "น้องยังเ
"กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ลูกในท้องของเราชื่ออะไรดี" "อืม~ พี่ชอบนะคะ ที่หนูตั้งชื่อลูกของเราว่า ไอคิโด้ พ่อชื่อเควิ่น ไอ ลูเทอรัน พี่ชายชื่อไอคิโด้น้องก็น่าจะตั้งชื่อให้มี สระไอ หรือ สระโอ ด้วย เพื่อให้คล้องจองกันดีมั้ยคะ" พูดพร้อมกับโน้มลงมาฉวยจูบริมฝีปากนุ่มนิ่มของภรรยาสาวอย่างไม่ให้เธอได้ตั้งตัวแล้วผละก่อนจะอมยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ "อ๊ะ! พะ พี่เค ลูกเล่นอยู่แถวนี้นะ" "อยู่ก็จะเป็นไรไปล่ะคะ พ่อกับแม่แสดงความรักต่อกันลูกต้องดีใจสิคะ มันแปลว่าเราสองคนกำลังจะมีน้องมาเป็นเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นให้กับแกอีก" "พูดแบบนี้ทุกที จะมีให้ครบทีมฟุตบอลเลยหรือไงคะ" "ถ้าหนูไหว...พี่เคก็อยากมีให้ครบทีมไปเลยค่ะ" ว่าจบก็นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ พลางกุมมือนุ่มของภรรยาสาวที่ท้องเริ่มโย้จนเห็นได้ชัด "อีกไม่กี่เดือนก็จะได้เห็นหน้ากันแล้วเนอะ อยากรู้จังว่าจะหล่อเหมือนพ่อหรือว่าเหมือนพี่" "ถ้าความหล่อ...อันนี้ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ถ้าความเจ้าเล่ห์ แล้วก็ความทะเล้นเนี่ย ไม่แน่ว่าจะเหมือนพ่อมากน้อยแค่ไหน" "ทำไมล่ะคะ ลูกชายก็ต้องเหมือนพ่อสิคะ ถึงจะดี" "ถ้าหื่นเหมือนพ่อก็ไม่ไหวหรอกค่ะ เชอะ! " เธอว่าพลา







