LOGINสายฝนปรอย ๆ เริ่มโปรยปลงมาจากท้องฟ้ามืดครึ้ม ยิ่งขับเน้นบรรยากาศความโหดร้ายและเปลี่ยวร้างรอบบ้านพักตากอากาศริมภูเขาให้ดูหดหู่ยิ่งขึ้น เพียงฟ้าก้าวเดินออกมาจากตัวบ้านด้วยสภาพจิตใจที่แหลกสลาย กระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กถูกโยนตามหลังออกมาอย่างไม่ใยดี พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดกระแทกลงเสียงดังสนั้นราวกับตัดขาดเธอออกจากโลกของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น หยาดน้ำตาผสมปนเปไปกับสายฝนที่เริ่มตกลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ความอัปยศอดสู ความเจ็บปวดจากคำดูถูกเหยียดหยาม และความเคว้งคว้างไร้หนทางไปตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอแทบลืมหายใจ เธอถูกขับไล่... ไล่ออกมาอย่างหมูอย่างหมา โดยที่ไม่ได้แม้แต่จะมีโอกาสอธิบายความจริง ทุกสิ่งที่เธอทุ่มเทอดทนดูแลมาเฟียหนุ่มด้วยความจริงใจ กลับถูกตีค่าเป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงหน้าเงิน "ทำไม... ทำไมถึงใจร้ายกับฉันขนาดนี้..." เพียงฟ้าพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงสะอื้นฮัก ร่างกายบอบบางสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและร้าวรานไปทั้งหัวใจ เงินค่าจ้างก้อนโตที่เคยหวังว่าจะได้นำไปรักษาแม่และไถ่บ้าน บัดนี้มันกลายเป็นศูนย์ เธอกลายเป็นคนมือเปล่าที่สูญเสียแม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หญิงสาวพยายามพยุงร่างอันสะท้อนสะท้านของตัวเองให้ลุกขึ้นยืน เธอสะพายกระเป๋าใบเล็กไว้บนบ่า แล้วก้าวเดินไปตามถนนคอนกรีตเปลี่ยวร้างที่ทอดยาวลงมาจากภูเขา ท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทว่า... เพียงฟ้าไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า การถูกขับไล่ออกจากบ้านพักครั้งนี้ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความโหดร้าย ในความมืดสลัวเบื้องหลังม่านฝน มีเงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำ กำลังก้าวเท้าสะกดรอยตามเธอมาด้วยสายตาเยียบเย็นและอำมหิต คำสั่งของลลิลก่อนหน้านี้ชัดเจนเด็ดขาด... ผู้หญิงคนนี้รู้ความลับและสร้างปัญหามากเกินไป เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมีลมหายใจเดินออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย ภัยมืดกำลังคืบคลานเข้าประชิดตัว หญิงสาวผู้แบกโลกไว้ทั้งใบบัดนี้กำลังก้าวเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย โดยที่ไร้ซึ่งเงาของชายหนุ่มผู้เคยโอบกอดเธอไว้ในยามค่ำคืนคอยปกป้องคุ้มครอง... สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงช่วยกลบเสียงฝีเท้าและเสียงกรีดร้องรอบตัว ถนนคอนกรีตเปลี่ยวร้างสายเปลี่ยวข้างทางหลวงสายรองถูกโอบล้อมด้วยป่าทึบ เพียงฟ้าก้าวเดินโซซัดโซเซด้วยความอ่อนแรง ร่างกายเปียกปอนหนาวสั่นจนแทบจะก้าวต่อไม่ไหว ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหอบหายใจประคองตัวเองนั้นเอง แสงไฟหน้าร้านค้าเก่าริมทางหรือเงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้ทันทีคฤหาสน์ตระกูลโรมานอฟยังคงดำเนินไปภายใต้บรรยากาศที่เหมือนจะสงบเรียบร้อย แต่กลับซ่อนกระแสความตึงเครียดระอุไว้เบื้องล่าง ทุกย่างก้าวของริน สาวใช้ผู้มีความทะเยอทะยานถูกจับตามองโดยเครือข่ายข่าวกรองของอเล็กซานเดอร์อย่างเงียบเชียบ ทุกการกระทำ ทุกรอยยิ้มจอมปลอม และทุกแผนการตื้น ๆ ที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อเป่าหูหรือยุยงให้เพียงฟ้าเกิดความเข้าใจผิด ล้วนถูกบันทึกและรายงานตรงถึงมาเฟียหนุ่มทุกฝีก้าวอเล็กซ์เลือกที่จะยังไม่สะบัดมือจัดการเหยื่อตัวเล็ก ๆ นี้ทันที เพราะเขาต้องการขุดหลุมพรางให้รินเดินลงไปติดกับดักด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาเช็คบิล ผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางดิ้นหลุดหรือหาข้อแก้ตัวใด ๆ ได้อีก มากไปกว่านั้น เขายังอยากเปิดโอกาสให้เพียงฟ้าได้เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาภายนอก โดยมีเขาคอยกางปีกปกป้องอยู่เบื้องหลังอย่างมั่นคงในขณะเดียวกัน ทางด้านของเพียงฟ้า หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่จมดิ่งกับความมืดมนและความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของสาวใช้คนใหม่คนนี้เช่นกัน แววตาที่รินใช้มองสามีของเธอมันไม่ใช่สายตาของคนรับใช้ทั่วไป แต่มันเต็มไปด้วยความริษยาและความทะเ
ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยความเงียบงัน บรรยากาศความเปราะบางของเพียงฟ้า กลายเป็นช่องว่างชั้นดีให้ริน สาวใช้ผู้มีความทะเยอทะยานเริ่มดำเนินการตามแผนการร้ายที่วางไว้ รินอาศัยจังหวะที่อเล็กซ์ออกไปทำงานนอกบ้านและเพียงฟ้าขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง มาคอยป้วนเปี้ยนใกล้ชิด ปรนนิบัติพัดพวี และสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าเธอกำลังให้ความใส่ใจมาเฟียหนุ่มเป็นพิเศษทุกครั้งที่อเล็กซ์กลับมาถึงคฤหาสน์ รินมักจะฉวยโอกาสเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทีอ่อนหวาน นำน้ำสมุนไพรหรือแฟ้มเอกสารมาส่งให้ด้วยสายตาเย้ายวนแฝงความนัย พยายามแสดงออกให้เพียงฟ้าที่แอบมองอยู่ห่าง ๆ เกิดความเข้าใจผิดและคิดระแวงว่าสามีอาจจะเริ่มหันไปสนใจผู้หญิงคนอื่นที่สมบูรณ์แบบกว่าตน ตามแผนการบ่อนทำลายจิตใจที่เธอคาดหวังไว้ทว่า... รินหารู้ไม่ว่า เกมตื้น ๆ และความพยายามอันน่าสมเพชของเธอกลับไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของ อเล็กซานเดอร์ เลยแม้แต่น้อยอันที่จริง มาเฟียหนุ่มผู้ผ่านโลกและเล่ห์เหลี่ยมมาโชกโชน จับพิรุธและรู้ทันความกระหายอยากของสาวใช้คนนี้ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานแล้ว แววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและท่าทีตีสองหน้าไม่ได้เล็ดลอดผ่านดวงตาสีฟ
แม้ภายนอก อเล็กซานเดอร์จะเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามในสายตาคนรอบข้าง แต่เมื่อก้าวขาข้ามพ้นธรณีประตูคฤหาสน์ตระกูลโรมานอฟกลับมาหา เพียงฟ้า หัวใจของเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดร้าวรานและโทษตัวเองอยู่ทุกค่ำคืนหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเฟียหนุ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยาสาว แม้เธอจะพยายามฝืนยิ้มและทำตัวปกติในยามที่เขาอยู่ใกล้ แต่ทุกครั้งที่เขาแอบกลับมาถึงห้องนอนในช่วงดึก หรือยามที่เธอเผลอหลับไปทั้งคราบน้ำตา ร่องรอยความชื้นแฉะบนหมอนและดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว ก็แทบจะแผดเผาหัวใจของเขาให้แหลกสลายอเล็กซ์โกรธตัวเองไม่น้อยที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ เขารู้ดีว่าเสียงซุบซิบและคำนินทาจากสังคมไฮโซจอมปลอมพวกนั้นยังคงตามมารังควานจิตใจที่บอบบางของเธอไม่เลิกรา คำดูถูกเรื่องร่างกายที่ไม่สมบูรณ์และเรื่องทายาทที่เธอโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง กลายเป็นคมมีดที่คอยกรีดซ้ำเติมหัวใจดวงน้อยของภรรยาให้เลือดซิบในทุกวันที่เขาไม่อยู่ทุก ๆ คืน อเล็กซ์มักจะค่อย ๆ สอดตัวเข้าไปโอบกอดร่างบอบบางที่นอนขดตัวซ่อนความเสียใจไว้ใต้ผ้าห่ม ดึงเธอเข้ามากอดแนบชิดกับอกแกร่งอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะแ
แม้คำสัญญาและอ้อมกอดอันมั่นคงของอเล็กซานเดอร์จะช่วยปลอบประโลมหัวใจของเพียงฟ้าให้คลายความกังวลไปได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่บาดแผลลึกในใจที่สั่งสมมานานและเสียงกระซิบจากโลกภายนอกก็ยังคงตามมาหลอกหลอนเธอไม่เลิกรา ทุกครั้งที่อเล็กซ์ต้องเดินทางออกไปประชุมหรือจัดการธุรกิจนอกคฤหาสน์นานหลายวัน บรรดาแขกเหรื่อหรือแม้แต่เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างและแวดวงสังคมไฮโซที่แวะเวียนมา ก็มักจะหลุดคำพูดบาดหูเล็ดลอดเข้าหูเธออยู่เป็นประจำ "ผู้หญิงพิการแถมเป็นหมันแบบนั้น... จะยืนเคียงข้างท่านประธานโรมานอฟไปได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว" "น่าสงสารคุณอเล็กซ์นะ หน้าตารูปร่างเพียบพร้อมระดับนั้น แต่กลับไม่มีทายาทสืบสกุลเพราะภรรยาพิการซ้ำซาก" คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ทุกครั้งที่ลับตาอเล็กซ์ เพียงฟ้ามักจะเลือกขังตัวเองไว้เงียบ ๆ ภายในห้องนอนกว้างขวาง ปิดม่านทึบแสงเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก นั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นเงียบ ๆ คนเดียวทุกวันอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและเกลียดชังตัวเองที่ไร้ความสามารถในการมีลูกให้สามี และไม่คู่ควรกับตำแหน่งนายหญิง เริ่มกัดกินจิตใจของเธอให้ดิ่งลึกลงไปในความมืดมน
แรงสะอื้นไห้ของเพียงฟ้าสั่นสะท้านไปทั่วแผ่นอกของชายหนุ่ม อเล็กซานเดอร์กระชับวงแขนกอดร่างบอบบางไว้แน่นยิ่งขึ้น ราวกับต้องการถ่ายทอดความมั่นคงทั้งหมดที่มีในหัวใจส่งผ่านไปให้เธอได้รับรู้ ความโกรธเคืองไม่ได้เกิดขึ้นในใจของมาเฟียหนุ่มเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเจ็บปวดร้าวรานที่เห็นผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องมานั่งโทษตัวเองและจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกด้อยค่าเช่นนี้อเล็กซ์ค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกช้า ๆ มือหนาทั้งสองข้างประคองใบหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอย่างจริงจังและมั่นคง"ฟังฉันนะ... ฟ้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำหนักที่หนักแน่นและจริงใจที่สุดในชีวิต "อย่าพูดจาทำร้ายตัวเองแบบนี้อีกเด็ดขาด... และอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนทั้งนั้น""แต่ว่าฟ้า..." เพียงฟ้าพยายามจะแย้งด้วยเสียงสะอื้น"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น" อเล็กซ์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว "เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าสิ่งที่ฉันต้องการคือผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบตามค่านิยมของสังคมพวกนั้น? ถ้าฉันต้องการผู้หญิงเพียบพร้อมแบบ
วันเวลาผันผ่านล่วงเลยเข้าสู่หลายเดือนหลังจากพิธีวิวาห์อันเรียบง่ายแต่อบอุ่น คฤหาสน์ตระกูลโรมานอฟได้รับการดูแลจัดการอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อความสะดวกสบายของเพียงฟ้า ทุกพื้นที่ถูกเนรมิตให้เป็นดั่งวิมานที่ปลอดภัย ทว่า แม้ภายนอกชีวิตแต่งงานของเธอจะดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และอเล็กซานเดอร์จะคอยปรนนิบัติพัดพวี มอบความรักความอบอุ่นให้เธออย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง แต่ลึกลงไปในมุมมืดของจิตใจที่บอบช้ำมานาน กำแพงความกังวลและความรู้สึกด้อยค่าก็ยังคงกัดกินความมั่นใจของหญิงสาวอยู่เนือง ๆโดยเฉพาะในยามที่คฤหาสน์หลังใหญ่ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์หรือต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง บรรดาเพื่อนฝูงนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและภรรยาไฮโซผู้เพียบพร้อม มักจะเดินทางมาร่วมวงพูดคุยกันอย่างครึกครื้นเมื่อเพียงฟ้าต้องนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์หรือเดินกะโผลกกะเพละด้วยขาข้างที่พิการ ท่ามกลางภรรยาของเพื่อนสนิทอเล็กซ์ที่งดงาม สมส่วน และมีลูกน้อยหน้าตาน่ารักคอยวิ่งหยอกล้อ ภาพเหล่านั้นก็มักจะสะเทือนใจและจุดประกายความหวาดกลัวขึ้นมาในอกของเธอเงียบ ๆเธอกลายเป็นปมด้อย... เป็นจุดด่างพร้อยที่คอยถ่วงหน้าถ่วงตาสามีผู้เพียบพร้อมอย่างอเล็กซ์ห







