Share

3.บาริสต้า

Author: Sayyeon
last update publish date: 2026-03-23 18:27:51

‘ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันช่างน่าหงุดหงิดซะจริง’

นัยต์ตาสองสีของคีย์ปราดมองและจ้องไปยังร่างบางของคนที่ทำให้เธอหมดอาการของความเป็นคนคูลเมื่อตอนบ่าย นิวายังคงทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามเดิม และพาเธอกลับมาร่วมกิจกรรมหลังจากนั้น แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย เพราะนิวาพยายามจะออกห่างเธออย่างที่เคยพูดเอาไว้จริงๆ ซึ่งนั่นคีย์มองว่าอีกฝ่ายคงจะกลัวตัวเองยับยั้งชั่งใจไม่ได้เสียมากกว่า เสมือนจีโน่คนนั้น ที่ตอนนี้ก็ยังมีบ้าง ที่เขาพยายามเข้ามาใกล้ หาเรื่องชวนคีย์ให้พูดคุยไปเรื่อยๆราวกับอยากจะสนิทให้ได้

เฉดสีอารมณ์สีแดงของความกระหายจากจิตใต้สำนึกของหมอนี่ดูจะมีมากขึ้นที่เข้าใกล้คนมีกลิ่นพิเศษแบบเธอ นั่นทำให้อังที่สังเกตเห็นสีหน้าและความไม่ค่อยชอบใจของคีย์ จึงได้อาสาเข้ามาแทรกกลางทุกครั้งที่ทำได้ เพื่อเป็นไม้กันหมาที่ดีให้แก่เพื่อนของเธอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าสายตาของ แวมไพร์ อย่างจีโน่นั้นได้มองเธอเป็นแค่แมลงวันน่ารำคาญ ที่เข้ามาจุ้นจ้านให้เขาอดทำความรู้จักกับเหยื่ออย่างคีย์

“ดูเขาอยากจะสนิทกับแกจังเลยนะ แต่คงไม่ได้หรอก แกสนใจพี่นิวาก่อนแล้ว หมอนั่นคงหมดสิทธิ์”

“แกก็เลิกชงฉันกับพี่เขาสักทีเถอะ เป็นบาริสต้าหรือไง”

“แต่ไหนแต่ไรมาแกก็ไม่เคยสนใจใครเท่านี้เลยนี่ ฉันอยากแซวบ้างนี่มันจะแปลกตรงไหนกัน แล้วว่าแต่พี่เขาได้ทำโทษอะไรแกเยอะไหม?”

“แค่วิ่งรอบสนามเฉยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก”

คีย์ตัดสินใจโกหกออกไป เธอไม่ต้องการให้เพื่อนคิดจินตนาการอะไรไปต่างๆนานามากกว่านี้แล้ว เพราะแค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ลำบากใจเหลือเกินที่จะตอบคำถาม ในใจของเธอยามนี้มีแต่เรื่องให้คิดอย่างเสียไม่ได้ ทั้งเหตุการณ์เมื่อเช้าที่จู่ๆเพราะอะไรสักอย่าง ทำให้เธอสามารถใช้พลังพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเวลาได้ขึ้นมาซะเฉยๆทั้งที่ตั้งแต่เล็กจนโตมานี่ไม่เคยมีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นเลยสักครั้งเดียว รวมทั้งเรื่องที่จากชีวิตปกติกลายเป็นต้องมาพัวพันกับผู้ที่เป็นแวมไพร์อย่างนิวา ถ้าหากร่างกายเธอมีกลิ่นพิเศษที่ยั่วยวนพวกแวมไพร์ได้จนถึงขั้นมาทำอะไรแบบนี้ แล้วทำไมที่ผ่านมา เธอไม่เคยเห็นใครเข้ามายุ่งกับตัวเองได้ขนาดนี้เลยล่ะ?

ถึงแม้ว่าคีย์จะสามารถมองเห็นแค่ในส่วนของอารมณ์เท่านั้น แต่แน่นอนว่าต่อให้เป็นแวมไพร์ที่ปะปนมากับเหล่ามนุษย์ มันก็ไม่เกินความสามารถของเธอเลยแม้แต่นิด ถ้าคิดจะมองให้เห็นถึงอารมณ์ และเธอก็เคยพบเจอแวมไพร์มามากมายเช่นกัน ทั้งที่โรงเรียน คนข้างบ้านหรือแม้แต่พื้นที่สาธารณะต่างๆ ที่รู้ก็เพราะว่า เธอรับรู้ได้ถึงห้วงอารมณ์ของความหิวโหยและความกระหายเลือด ที่ปรากฎออกมาผ่านเฉดสีพวกนั้น แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอะไรต่อแวมไพร์พวกนั้นมากนัก เพราะดูพวกเขาก็จะมีเป้าหมายและไม่ได้สนใจเธอเลย

‘ทำไมความพิเศษที่น่ากลัวแบบนี้ มันถึงพึ่งโผล่ออกมาจากตัวฉันกันนะ’

ในระหว่างที่นั่งครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึกเรียบและเย็นก็เข้ามากระทบกับแก้มซ้ายของเธอเบาๆ จนเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย จึงเห็นว่าเพื่อนสาวตัวแสบนำกระป๋องเบียร์มาแนบแก้มของเธอเข้าให้ ขณะที่อีกมือหนึ่งของเธอก็ถือเบียร์เย็นๆอีกกระป๋องเอาไว้ เมื่อคีย์กวาดมองไปรอบๆก็พบว่า ตอนนี้ช่วงเวลากิจกรรมหรรษาเหมือนช่วงกลางวันได้หมดลงแล้ว ตอนนี้พวกพี่สตาฟได้ทำการแจกจ่ายเบียร์และของทานเล่นเป็นกับแกล้มให้ทุกคนได้ดื่มกันราวกับว่ามันคือธรรมเนียมปฏิบัติ ก่อนที่จะปล่อยตัวทุกคนกลับบ้านกันไป

“ของโปรดแกไม่ใช่เหรอ กินฟรีไม่อั้นเลยสินะวันนี้”

“แน่นอนอยู่แล้ว จะดริ้งค์ให้คุ้มเกินโปรไปเลย”

คีย์แซวใส่เพื่อนไปนิดหน่อย ซึ่งอังก็ยิ้มร่าพร้อมกับพยักหน้าเป็นคำตอบ เพื่อนๆหลายคนที่เริ่มรู้จักคุ้นเคยและกล้าจะสานสัมพันธ์กันต่อ ก็เริ่มเข้ามารวมตัวกันเป็นกลุ่ม ทั้งดื่มและร้องเพลง เต้นกันสนุกสนาน เพราะพวกรุ่นพี่เริ่มจะได้ใจที่เห็นเหล่าเฟรชชี่ตอบรับกันดี จึงได้พากันเปิดเพลงสนั่นประหนึ่งที่นี่เป็นเสมือนผับ เพื่อนๆหลายคนที่สนุกกันก็ยังคงสนุกสนานกันตามประสา

ราวกับได้ปลดปล่อยความเครียดและตัวตนของตนเอง ส่วนคีย์กับอังนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้รู้สึกอินไปกับเรื่องราวพวกนี้ จึงได้แยกตัวมานั่งดื่มเงียบๆกันสองคน สองเพื่อนซี้คู่นี้ไม่มีปัญหากับการดื่มพวกของมึนเมามากนัก เพราะคนที่บ้านสอนว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าสังคม จึงได้เคยริลองมาไม่น้อย เรียกได้ว่าคีย์กับอังนั้นคอแข็งอยู่พอตัว

กริ๊ก!

“ว่าแต่วันนี้แกดูมีเรื่องให้คิดเยอะแยะจังนะคีย์ หรือว่ามองเห็นอารมณ์คนอื่นมากไปจนเอียนแล้ว?”

“แรกๆก็รู้สึกดีนะเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษ มีพลังไม่เหมือนใครดี จะได้รู้ด้วยใครจริงใจไม่จริงใจหรือรู้สึกนึกคิดยังไง แต่พอมีมานานๆเข้าก็ชักเบื่อความเน่าเฟะพวกนี้อยู่เหมือนกัน”

ด้วยความที่เป็นเพื่อนในสมัยเด็กและเติบโตมาด้วยกัน อังก็เป็นหนึ่งในคนที่ล่วงรู้ความลับของคีย์นอกจากคนในบ้านและเธอไม่ได้รู้สึกว่าคีย์แปลกแยกหรือผิดปกติแต่อย่างใด

ปากพูดไปเพราะตอนนี้ในใจของคีย์พลันนึกไปถึงเรื่องของนิวาขึ้นมาได้ ตั้งแต่ออกจากห้องน้ำมา เธอก็ไม่พูดอะไรเลย แถมยังกลับไปหาพวกพี่สตาฟพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจดุจเดิม ไม่มีสีหน้าของความโกรธ ไม่พอใจหรือคิดจะเอ่ยถามตรงๆอย่างที่คีย์คิดว่าถ้าหากตัวเองโดนแบบนั้น เธอคงไม่ยอมปล่อยผ่านไป ซึ่งในกลุ่มนั้นคีย์ก็เห็นหน้าของเหล่าผู้ขี้นินทาทั้งหลาย เพราะจากอารมณ์เฉดสีที่แสดงออกมาทันทีที่เห็นหน้านิวาเข้านั่นแหละ คีย์จึงแยกออกได้ทันทีว่าใครคือชะนีน้อยที่ก่นด่าคนอื่นอยู่หลังประตูบานนั้น และที่น่าหงุดหงิดก็คือเจ้าหล่อนกลับยังทำเฉยไม่รู้เรื่องราว ทั้งที่แท้จริงแล้วแคร์คำคนอื่นจนตัวเองต้องมาขอกอด...

‘โอย...กอดที่ทำให้ฉันคนนี้เสียท่า คิดถึงมันอีกทำไมเนี่ย ที่สำคัญควรจะเลิกสนใจเธอสิ ฉันไม่มีอะไรติดค้างเธออยู่สักหน่อย’

“ไปเต้นมาไม่สนุกเลย ขอนั่งดื่มตรงนี้ด้วยคนสิ”

ร่างสูงของบุรุษหนุ่มผู้คุ้นตาตรงเข้ามาพร้อมกับไม่รอให้ใครอนุญาต เขาคือจีโน่ หนุ่ม (แวมไพร์) หน้าตาดีมีสเน่ห์ ที่พวกผู้หญิงพากันกรี๊ดกร๊าดไม่ขาดสายมากๆคนหนึ่งในรุ่น นัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นยังจับจ้องใบหน้าของคีย์ และนี่ดันเป็นโอกาสที่เขาได้เข้ามาใกล้เธออีกแล้ว คราวนี้อังไม่สามารถขนาบหรือแทรกกลางเขาได้ เพราะจู่ๆก็มีมือของใครไม่รู้มาฉุดลากให้เธอลุกขึ้น เพื่อนสาวคนหนึ่งในกลุ่มกิจกรรมที่คุยดีทั้งกับคีย์และอัง เธอชื่อนลินทร์ เป็นหญิงสาวสวมแว่นที่น่ารักแบบฮอตเนิร์ด ผมสั้นประบ่าและดูกำลังสนุกมาก เพราะเหมือนเธอจะโดนมอมเหล้าเป็นที่เรียบร้อย กลิ่นแอลกอฮอร์ลอยฟุ้งโชยออกมา แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะหยุดดื่ม พร้อมกับลากสังขารให้คนที่ไม่อินอย่างอังไปเต้นด้วยกันซะอย่างนั้น

“เห้ยย! เดี๋ยวสินลินทร์ เธอเมามากแล้วนะ โอ้ยย ไม่เอาๆ พอแล้ว!”

“ไม่มาววว อึก..มามะ ไปเต้นกันนน!”

“แกไปเถอะอัง ดูแลนลินทร์หน่อย ฉันรออยู่แถวนี้แหละ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมนั่งเป็นเพื่อนคีย์ให้เอง”

จีโน่ยิ้มกริ่มเป็นการเสริมคำพูดของคีย์ ที่กำลังโบกมือปัดๆให้อังตามไปกับนลินทร์ซะ ชายหนุ่มหันมาสบตากับดวงตาสองสีของเธออย่างพึงพอใจ จากเฉดสีอารมณ์บนใบหน้า ทั้งสีน้ำตาล ที่หมายถึงความรู้สึกที่มั่นคง การมีคุณค่า เฉดสีน้ำเงิน อันหมายถึงอารมณ์ของความนิ่งสงบและเยือกเย็น สีขาว เฉดอารมณ์ของความบริสุทธิ์ ปลอดภัย สันติ

น่าแปลกที่คราวนี้ไม่มีรังสีของความกระหายอย่างครั้งก่อนๆที่เธอรับรู้ได้ ดูเหมือนอาจจะเพราะเขาดื่มแอลกอฮอร์มากจนเกินไปทำให้ห้วงอารมณ์ลดลงไปบ้าง หรือไม่ก็ เขากำลังรอโอกาสที่เหมาะกว่านี้ แผนการที่ดีและวิธีการเข้าหาเธอในรูปแบบที่ใจเย็นกว่าเดิม ไม่หุนหันพลันแล่นนัก แน่นอนว่าคีย์ไม่ได้ไว้ใจเขา และไม่คิดจะเปิดช่องทางให้อีกด้วย

“ไม่อยากไปสนุกกับเพื่อนคนอื่นหน่อยเหรอ เห็นเธอขลุกอยู่แต่กับอัง ถ้าไม่ยืนยันว่าเป็นเพื่อนซี้ฉันคงนึกว่าแฟนกันนะเนี่ย”

“มันไม่ใช่สไตล์ฉันน่ะ ที่มาร่วมก็ไม่ได้อยากมาขนาดนั้น แต่มันดันเป็นข้อบังคับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เธอนี่พูดตรงดีนะ เราคงจะเหมือนกันแหละ มาแค่เพราะกฎ แต่ดีใจนะที่ได้มาเจอเพื่อนๆในรุ่น มีน่ารักหลายคนเลย”

“แหงล่ะ ฉันเห็นนายมองแต่พวกผู้หญิงทั้งนั้นเลยนี่นา ยิ้มห้าร้อยของนายตกคนได้ทั้งคณะแล้วมั้ง”

“เอ๋...อะไรกัน แค่ห้าร้อยเองเหรอ ให้ค่ากันน้อยจัง”

คนถูกตราหน้าว่ายิ้มห้าร้อยนั้นถึงกับหัวเราะร่วนอย่างถูกใจในความตรงของคีย์ ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปนั้นหุบยิ้มไม่อยู่ซึ่งทำให้เขาดูน่ารักมาก ไม่เหมือนกับคนที่ดูเลวร้ายหรือมีความกระหายบางอย่างภายในใจเหมือนอย่างที่ผ่านมาเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่วายที่จะทำให้คีย์หยุดสงสัยเขา เธอได้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญที่สุด เพื่อที่จะเผชิญและท้าชนกับคนข้างๆนี่ เพราะคงไม่มีโอกาสใดเหมาะสมเท่ากับตอนนี้อีกแล้ว

“เปล่านะ ฉันก็ชมจากใจ ฉันเห็นนายมองแต่ผู้หญิงคนอื่น แต่ว่า...มีแค่ฉันใช่ไหมล่ะที่นายสนใจอยู่จริงๆ”

“หืม? ฮ่าฮ่าฮ่า อะไรเนี่ย ขู่เข็ญกันให้ยอมเผยความในใจงั้นเหรอ”

“หรือไม่ใช่ล่ะ นายมองเพราะว่านายสนใจมากเลยนี่ สนใจ กลิ่นพิเศษ และ กระหายเลือด ในตัวฉันน่ะ…”

“...”

เมื่อถูกตั้งคำถามแบบปัจจุบันทันด่วนนั้นขึ้นมา ทำให้จีโน่ที่กระดกเบียร์ดื่มอยู่แทบจะสำลัก เขามองหน้าเธอที่ดูจดจ้องจับสังเกตปฏิกริยาของเขาอยู่อย่างเอาจริงเอาจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มเริ่มรนและไปต่อไม่ถูก จึงได้แต่เงียบไป เฉดสีอารมณ์ที่คีย์จับเขาได้ในยามนี้คือ สีม่วงมังคุด แสดงออกถึงความวิตกกังวล ผิดหวัง ซึ่งเป็นสีหลักที่เธอมองเห็น

“ธะ...เธอรู้เหรอ ว่าฉันเป็น รู้ได้ยังไง!?”

“ความลับ แต่จะบอกอะไรให้นะ ว่าถ้าขืนนายมาป้วนเปี้ยนหรือยุ่มย่ามกับฉันอีก ต่อให้นายเป็น แวมไพร์ ฉันก็ไม่ปล่อยไว้แน่”

“เห้ย! เดี๋ยวก่อน จริงอยู่ว่าตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นกับเธอ แต่พอรู้ว่าเธอเป็นคนพิเศษ ฉันก็คิดว่าถ้าได้เธอมาเป็นพวกคงจะดีกว่า และตอนนี้พูดจากใจเลยว่าฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอ”

“พูดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย ขอเถอะนะ ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับใครทั้งนั้น อุตส่าห์มาพูดตรงๆเพราะอยากทำความเข้าใจกันและไม่อยากเปิดเผยต่อหน้าคนอื่นนะว่านายเป็นอะไร”

“ให้ตายสิ ก็รู้ว่ามันเชื่อใจกันได้ยาก เพราะเราน่ะต่างกัน แต่เธอเป็นคนพิเศษจริงๆ และฉันมีคำตอบให้เธอนะหากว่าเธอเกิดสงสัยอะไรเกี่ยวกับ ตัวเธอเอง”

แม้คำพูดและประโยคเหล่านั้นจะฟังดูแปลกพิกล แต่สีหน้าของจีโน่นั้นดูเอาจริงเอาจังมาก แม้จะจับสังเกตมองผ่านอารมณ์ของเขา คีย์ก็รู้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องโกหก แต่ทว่ากลับมีสิ่งที่เรียกความสนใจให้นัยต์ตาสองสีของเธอมองตามออกไป ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในพวกรุ่นพี่สตาฟ กำลังพยุงร่างบางของใครคนหนึ่งที่เธอคุ้นตาออกจากห้องกิจกรรมไปด้านนอกเพียงสองคน นั่นทำให้คีย์รู้สึกแปลกใจและเกิดความรู้สึกกังวลทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเอง เธอจึงตัดสินใจวางกระป๋องเบียร์ลงแล้วเดินตามชายหญิงคู่นั้นไป

“เฮ้! เธอจะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบนะ!”

“ไว้ฉันจะติดต่อไปเองถ้าสนใจคำพูดของนาย ทิ้งอะไรไว้กับอังหน่อยก็แล้วกัน”

“เออ เอางั้นก็ได้ ฉันบอกเลยว่าเธอจะเป็นฝ่ายติดต่อมาหาฉันแน่นอนหลังจากนี้…”

จีโน่ลอบถอนหายใจนิดหนึ่งแต่ก็ปล่อยให้คีย์เดินออกไปแต่โดยดี เพราะไม่รู้ว่าจะหาคำพูดอะไรมารั้งเธอเอาไว้ เขาจึงทำได้แต่นั่งดื่มเงียบๆคนเดียวต่อไปเพื่อรอเพื่อนสาวอีกคนของคีย์กลับมา ประตูห้องกิจกรรมถูกเปิดปิดลงเงียบๆขณะที่ร่างสูงของคีย์สาวเท้าตามคนข้างหน้าทั้งสองคนออกไปโดยไม่ให้คลาดสายตา

‘อะไรกัน ท่าทางแบบนั้น ยัยนั่นกำลังเมาอยู่ชัดๆเลยไม่ใช่เหรอ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   35.1 ความรักของเธอคือสี ? (The End)

    4 เดือนต่อมา…‘เข้าช่วงซัมเมอร์แล้วนะ วันนี้เค้ามีเทสก่อนด้วย เค้าทำคะแนนได้ดีมากเลย จะเก็บไว้อวดตอนพี่ตื่นขึ้นมาด้วย’‘อาทิตย์นี้พวกอังชวนเค้าไปตั้งแคมป์ด้วยแหละ อังมันไม่ได้เรื่องเลย กางเต็นท์ก็ไม่เป็น สุดท้ายเต็นท์ล้มครืนลงมาทับตัวเองซะงั้น เค้ามือดีถ่ายช็อตเด็ดไว้ด้วยนะคิกๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กขี้แกล้งเลย ได้นิสัยใครมานะ’‘เห็นตู้คีบตุ๊กตาแล้วนึกถึงคนแถวนี้เลย ถ้าตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะพาไปเล่นอีกเยอะๆ เลยรู้ไหม รีบฟื้นได้แล้ว คิดถึงพี่นิวที่สุดเลย’‘ระหว่างที่รอ เค้าเห็นโปรโมชั่นของโรงหนังแทบทุกที่มีให้ทำบัตรสำหรับดูหนังด้วยนะ เหมือนบุฟเฟ่ต์เลยอ้ะ ดูได้ทุกเรื่องทุกรอบ นี่ไง แปะรูปไว้ดีกว่า เค้าทำให้พี่ด้วยนะ เดี๋ยวเราจะได้ใช้ด้วยกันเร็วๆ นี้! (^•^) ’‘ฟังเพลงหลายเพลงที่พี่นิวเคยแนะนำแล้วยิ่งคิดถึงมากกว่าเดิมอีก เค้าลองฝึกเล่นเพลงที่เมื่อก่อนพี่นิวเคยเรียนด้วยนะ พี่เล่นได้เค้าก็จะต้องเล่นให้เก่งขึ้นอีก จะได้เล่นให้พี่ฟัง วันนี้เค้าก็จะเล่นให้ฟังนะ หวังว่าเพลงนี้จะส่งถึงพี่’ข้อความเหล่านี้คือการเขียนบันทึกด้วยลายมือน่ารักๆ ของคีย์อย่างตั้งใจในทุกประโยค เพื่อบอกเล่าถึงชีวิต

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   35.ความรักของเธอคือสี? (The End)

    “นั่นคือคำขอก่อนที่เธอจะหลับไปเหรอ…” “อืม เพื่อความสบายใจและไม่อยากมีอะไรติดค้างต่อกันอีก ฉันเลยมาที่นี่ไง” คีย์เอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย นัยต์ตาสองีคู่นั้นไม่มีแววของความสดใสร่าเริงอย่างที่มักจะแสดงออกมาเสมอ เพราะในเวลานี้ ใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงมากที่สุดได้ขโมยมันไปแล้ว ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุขและความมีชีวิตชีวาของเธอ มิเกลซึ่งนั่งสนทนาอยู่กับคีย์นั้นพอจะจับสังเกตเจ้าตัวได้ดี ว่าสภาพจิตใจของอีกฝ่ายนั้นย่ำแย่มากพอดู แค่เพราะเธอพึ่งได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คีย์ต้องเป็นแบบนี้มันเกิดจากอะไร แว่บแรกเธอรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอคีย์ แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้หาเธอเพราะอยากมาด้วยตัวเอง ทำให้ได้แต่ระงับอารมณ์ความรู้สึกภายในเอาไว้ “ฉันเคยคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้พี่ชายฉันตกอยู่ในสภาพนี้…แต่ก็นะ ที่ผ่านมาอาจเป็นฉันที่เอาแต่มองอะไรด้านเดียวทั้งที่ไม่เคยรู้เบื้องลึกของมันอย่างแท้จริง” “พี่นิวก็ทุกข์ใจมาตลอด เพราะการที่พี่ชายเธอมาพัวพันมันเกือบทำให้เขาต้องตาย ดังนั้นก่อนหน้านี้เราเลยตกลงกันว่า ถ้ามีวิธีที่ทำ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   34.1 คำสัญญาของเธอ

    “งั้นเค้าก็จะเขียนด้วยนะ จะเขียนความรู้สึกของเค้าในระหว่างที่รอพี่นิวกลับมา ถ้าพี่ตื่นขึ้นมาแล้วพี่จะได้อ่านของเค้าเหมือนกันนะคะ”นิวาอมยิ้มด้วยใบหน้าที่เหมือนจะรื้นขึ้นมาด้วยน้ำตา แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ ไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใช้ทดแทนความคิดถึงที่มีต่อกันได้หรือไม่ แต่มันจะยังคงย้ำตือนอยู่เสมอว่าไม่ให้เราทั้งคู่ลืมกันไป“ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะว่าเค้าจะลืมพี่นิว”“ค่ะ งั้นถือว่าเราสัญญากันแล้วนะ”ช่วงเวลาระหว่างหนึ่งเดือนนี้ คีย์ได้รับการติดต่อจากคณธีร์ผู้เป็นพ่ออยู่เป็นนิจ เพราะเรื่องของนิวา ที่เขามักจะโทรศัพท์มากำชับบ่อยๆ การดรอปเรียนของเจ้าตัวได้ทำให้นิวามีเวลาว่างมากขึ้น ขณะที่คีย์นั้นเริ่มเรียนหนักตามสภาพจองการยังเป็นนักศึกษา แต่เธอก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ในการดูแลนิวาไปด้วยวิตามินสำหรับการบำรุงร่างกายของเด็กทั้งสองถูกส่งมาโดยมีผู้ส่งพัสดุเป็นบุรุษหนุ่มที่คณธีร์ให้ความไว้วางใจมากที่สุดนั่นก็คือ อคิน น้องชายของเขาเอง วิธีการทานยาและกำหนดปริมาณอาหารต่างๆ ถูกส่งมาเสริมทัพ เพื่อให้ร่างกายของนิวาและคีย์ซึ่งต้องเป็นผู้ให้เลือดนั้นแข็งแรงขึ้นในระดับที่เหมาะสมซึ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   34.คำสัญญาของเธอ

    “วิธีการเป็นทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์มันมีความเสี่ยงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยนะ หนูแน่ใจแล้วใช่ไหมนิวา”ร่างสูงของบุรุษหนุ่มท่าทางภูมิฐาน สวมแว่นและแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาตรงหน้าเด็กสาวทั้งสอง ซึ่งดูจะตั้งอกตั้งใจฟังที่เขาอธิบายด้วยวิธีการเขียนข้อความบนกระดานเป็นอย่างดี ประหนึ่งคุณครูกำลังพร่ำสอนความรู้ให้แก่นักเรียนก็ไม่ปาน“หนูเชื่อว่าตัวเองตัดสินใจมาเป็นอย่างดีแล้วค่ะ อีกอย่างเราทั้งคู่ก็พูดคุยเรื่องนี้กันเรียบร้อยแล้ว”นิวาหันไปประสานสายตามองที่คีย์ซึ่งก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นด้วยและรู้กัน จนท่าทางจะทำให้ฝ่ายผู้ใหญ่ที่ฟังอยู่อย่างคณธีร์ หรือคุณพ่อของคีย์ นั้นแสดงความแปลกใจอยู่ไม่น้อย คงเพราะไม่คาดคิดว่าลูกสาวของเขาจะยินยอมเออออไปกับแฟนสาวของตัวเองสำหรับความคิดในเรื่องอย่างนี้“คีย์ ลูกโอเคจริงๆ เหรอ สถานการณ์นี้มันเกี่ยวพันถึงชีวิตของนิวามากเลยนะ ถึงมันจะเป็นวิธีที่มีความเป็นไปได้ แต่ความเสี่ยงมันก็ไม่น้อยเลยนะ หากได้ทดลองทำเราจะหันกลับไปไม่ได้อีกแล้ว…”“ตอนแรกและตอนนี้แน่นอนค่ะว่าความกลัวของหนูมันไม่ได้หายไป แต่ว่า มันคงไม่โอเคสำหรับพี่นิวเหมือนกัน ถ้

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   33.1 วินาทีแห่งการตัดสินใจ (Nc18+)

    “ได้แค่นี้เองเหรอ หากเป็นพี่ยิ้มให้เค้ารับรองได้มากกว่านี้อีกนะ”คีย์ค่อยๆ คว้าร่างบางของอีกฝ่ายให้ขึ้นมานั่งบนตัก นัยต์ตาสองสีเมียงมองคนหน้าหวานนั้นด้วยความหลงใหล คิดถึงและโหยหา มันมีความรู้สึกประเภทนี้ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว นิวาใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องตอบอย่างไม่ลดละเช่นกัน“จำได้ว่าเรากำลังคุยเรื่องของพี่กันอยู่นะคะ ไหงมันเปลี่ยนมู้ดมาแบบนี้ได้ล่ะ”“เค้ารู้อยู่แล้วว่ายังไงคราวนี้การตัดสินใจจริงๆ เป็นของพี่นิว ถึงเค้าจะกลัวแต่เค้าก็ต้องเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ เพราะงั้นตอนนี้มาทำอะไรที่เราไม่ต้องเครียดไปมากกว่านี้แล้วดีกว่า…”ว่าแล้วคนตรงหน้าที่เหมือนจะอยากลืมเลือนความเครียดทั้งหลายจึงได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปลอบประโลมให้ตนเองใจเย็นลง เธอเพียงแค่คิดว่าก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง ตัวเองควรจะใช้เวลากับนิวาให้มากที่สุด ในทุกๆ เรื่องราวที่ทำได้ ซึ่งก็ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องนี้ด้วย“งั้นเราจะเก็บเกี่ยวเวลาที่มีอยู่ให้มากที่สุดนะคะ พี่อยากให้น้องคีย์มีความสุขเหมือนกัน…”คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยราวกับกระซิบที่ข้างหู ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มโดยโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้กับซ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   33.วินาทีแห่งการตัดสินใจ (Nc18+)

    “นิวา...ลูกรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา จะเปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์งั้นเหรอ นี่มันบ้าบอสิ้นดี!” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาที่น่าอึดอัดและอึมครึม ท้ายที่สุดหลังจากการพบปะพูดคุยกับคุณพ่อเพื่อให้เขาได้เข้าใจเรื่องราว แน่นอนว่านี่คงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจสำหรับหัวหน้าครอบครัวอย่างเขา แต่เพราะตัวเองเคยให้สัญญากับลูกสาวไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ ซ้ำนิวายังไม่เคยร้องขออะไรจริงจังจากตนเองมานานมากแล้ว หากนี่จะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เธอมีความสุขได้จริงๆ อย่างไรก็หนีไม่พ้นที่จะต้องให้เธอได้ทำตามความปรารถนานั้น “ลูกได้ปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อแล้วค่ะ ท่านเห็นด้วย เพราะนี่คงเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหานี้” “แม่จะมั่นใจได้ยังไงกันว่าการที่ลูกคิดจะทำอะไรแบบนี้ ลูกจะมีเปอร์เซ็นต์ในการรอดชีวิตได้จริงๆ น่ะ ไม่เข้าใจหัวอกแม่บ้างเลยรึยังไงนะนิวา” “แล้วคุณแม่จะให้ลูกคนนี้ทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดงั้นเหรอคะ” “...ลูกไม่อยากใช้ประโยชน์จากใครในการทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ไปวันๆ เท่านั้นหรอกนะ รู้ไหมคะว่ามันเหนื่อยแค่ไหน การที่เราต้องฝากฝังชีวิตไว้กับคนอื่น” เพราะ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   5.อย่าไปนะ

    ค่ำคืนที่แสนจะยาวนานได้ผ่านพ้นไปในที่สุด เพราะเวลาที่ไม่เคยหยุดเดิน คีย์รู้สึกตัวตื่นขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ก็พบว่าในตอนนี้ตัวเองนอนแผ่อยู่ในท่วงท่าที่ดูหมดสภาพ หากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ร่างของคนตัวเล็กอีกคนที่เบียดแนบชิดเข้ามาแล้วกอดเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป บทบาทของทั้งคู่สลับกันไปแล้ว คงเพ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   4.1 หมอนข้างกับผ้าห่ม

    01.00 A.M.]นัยต์ตาสีน้ำตาลคู่สวยเบิกโพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่กระวีกระวาดลุกขึ้นมาครึ่งตัวด้วยความร้อนรนและตกใจ เธอหายใจถี่หอบอย่างที่เคยเป็นเสมอมาเมื่อตัวเองฝันร้าย เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายทั้งที่อากาศในห้องนี้ยังคงเย็นชื้นเพราะเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน นิวาที่รู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก สามารถปรับสาย

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   4.หมอนข้างกับผ้าห่ม

    และแล้วในที่สุด คีย์ก็มาถึงยังหน้าตึกสูงห้าชั้น ซึ่งเป็นหอพักของตัวเอง ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก นั่งรถโดยสารไปก็ใช้เวลาไม่นาน หากนั่งรถไฟฟ้าก็เพียงแค่ 20 นาที ดังนั้นตั้งแต่ที่สอบติดเธอจึงขอที่บ้านออกมาใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ โดยอ้างว่าจะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ และเพราะอยากเป็นอิสระบ้างก็เท่านั้น

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   3.1 บาริสต้า

    ชายหนุ่มหนึ่งในรุ่นพี่สตาฟคนนั้น พาร่างบางของนิวาที่ดูไร้เรี่ยวแรง ให้เดินตามเขาไปจนถึงสวนข้างตึกกิจกรรมที่มีลานทรงกลมประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงามล้อมรอบ และมุมนี้ดันเป็นจุดที่ค่อนข้างอับสายตาอยู่พอสมควร ในเวลานี้ไม่มีใครโผล่มาแถวนี้แน่ และยังเป็นส่วนพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ที่การันตีว่าไม่มีคนนอกหลง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status