แชร์

4.หมอนข้างกับผ้าห่ม

ผู้เขียน: Sayyeon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-24 00:02:15

และแล้วในที่สุด คีย์ก็มาถึงยังหน้าตึกสูงห้าชั้น ซึ่งเป็นหอพักของตัวเอง ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก นั่งรถโดยสารไปก็ใช้เวลาไม่นาน หากนั่งรถไฟฟ้าก็เพียงแค่ 20 นาที ดังนั้นตั้งแต่ที่สอบติดเธอจึงขอที่บ้านออกมาใช้ชีวิตเป็นเด็กหอ โดยอ้างว่าจะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ และเพราะอยากเป็นอิสระบ้างก็เท่านั้น ขณะที่ยัยเพื่อนตัวดีอย่างอังนั้นยอมไปกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม เพราะโดยปกติเธอก็อิสระเสรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังจากที่ส่งคีย์เสร็จ เจ้าตัวดีก็รับปากว่าจะไปส่งนลินทร์ต่อให้ พร้อมกับยักคิ้วเผล่ใส่เพื่อนสาวที่พยุงร่างนิวาเอาไว้ไม่ห่าง

“อย่าลืมนะเพื่อนรัก โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ๊อยบ่อย”

“ไสหัวไปซะ”

“โอ๊ะ รุนแรง คิกๆ แต่เอาเถอะ ฉันดูออกว่าแกเขิน ไม่ต้องมาฟอร์ม”

บทสนทนาสั้นๆ เกิดขึ้นและจบลงในชั่วอึดใจ อังยังไม่วายยักคิ้วให้อีกรอบก่อนที่จะปิดประตูรถใส่หน้าคีย์แล้วจากไป เจ้าตัวได้แต่ถอนหายใจอย่างเหลืออด ที่ยัยเพื่อนคนนี้ทำให้คืนนี้ตัวเองต้องหอบหิ้วคนแปลกหน้ากลับมาถึงที่พักตัวเองจนได้

‘ไม่น่าไปบ้าจี้ตามมันเลย’

แต่ยืนอยู่ตรงนี้ก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา คีย์พยายามประคองร่างของนิวาให้ซบลงที่แผ่นหลังเพื่อที่จะแบกเธอเดินขึ้นลิฟท์ เพราะถ้าจะอุ้มเจ้าหล่อนไปด้วยท่าแบบอุ้มเจ้าสาวนั่นมันก็ได้อยู่แต่คงจะเตะตาและดูเว่อร์วังเกินไปหน่อย โชคยังดีที่เธอตัวเล็กกว่าคีย์และร่างบางนั่นก็ราวกับปุยนุ่น แม้จะแบกนานๆ คีย์กลับไม่รู้สึกหนักหรือเมื่อยล้าเลยสักนิด

‘ตัวเบาขนาดนี้ กินข้าวบ้างรึเปล่าเนี่ย...หรือดื่มเลือดแล้วมันช่วยให้แข็งแรงได้ไม่ต้องพึ่งอาหารของมนุษย์ โอ้ย แล้วจะคิดเรื่องนี้ทำไมล่ะ’

คีย์สั่นศีรษะเบาๆ เพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นให้ออกไปจากหัวสมองซะ ลมหายใจที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอนั่นกำลังเป่ารดอยู่ใกล้ๆ กับต้นคอของเธอ จนรู้สึกใจสั่นไหวแปลกๆ แต่ก็พยายามจะไม่คิดอะไรให้มันฟุ้งซ้าน พลางเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดลิฟท์แล้วตรงขึ้นไปยังชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่เธอพักอยู่ ประตูห้อง 403 ถูกไขกุญแจเปิดออก พร้อมกับการเรียกแสงสว่างจากภายในด้วยการกดเปิดสวิตซ์ไฟ

ร่างบางของคนที่ยังคงหลับไหลไม่ได้สติ ถูกวางลงที่เตียงนอนไซต์เล็กสำหรับคนเดียว ใบหน้าสวยน่ารักนั่นดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทนั้นทำให้คีย์เกิดนึกสนใจและมองดูมันใกล้ๆ ขนตาที่ยาวตรงสวย กลิ่นกายที่แม้จะมีแอลกอฮอร์คละคลุ้งปะปน แต่ก็เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนของวานิลลาดุจเดิมไม่จางหาย ริมฝีปากที่แดงระเรื่อและรอยลิปห่างหายไปบ้างจากการที่ถูกใครบางคนทำอะไรเอาไว้...

คีย์เผลอใช้นิ้วมือไล้ไปที่ริมฝีปากนั้นอย่างลืมตัว พร้อมกับเลื่อนไปเขี่ยเส้นผมที่เข้ามาปกปิดใบหน้าของเจ้าตัวไว้บางส่วน

‘สวยจริงๆนั่นแหละ’

เมื่อคิดได้ดังนั้นคีย์ก็ค่อยๆ ชักมือกลับ นี่เธอดันเผลอไปชมคนตรงหน้าเข้าให้อีกแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วสำหรับวันนี้ แม้มันจะอยู่เพียงแค่ในใจก็เถอะ เธอไม่นึกด้วยซ้ำว่าวันนี้จะเป็นวันแห่งการเกิดเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายถึงเพียงนี้ และในทุกเรื่องก็กลับต้องมีเธอคนนี้มาเอี่ยวด้วย เธอที่เป็น แวมไพร์

ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่จำความได้ คีย์มักถูกสั่งสอนว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ พวกเขาคือตัวอันตราย เรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเธอเองเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่คนเถ้าคนแก่ซึ่งออกจะหัวโบราณกันแต่ไหนแต่ไร การเปิดรับอะไรใหม่ๆ นั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก

ทั้งพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุทั้งที่เธอยังเด็กมากนัก ผู้ปกครองที่มีอยู่ตอนนี้จึงมีเพียงแค่คุณปู่ คุณย่าและคุณอาซึ่งเป็นน้องชายของพ่อ ที่คอยเลี้ยงดูและส่งเสียเธอมาจนถึงตอนนี้ แต่กลับกันเมื่อเธอไปที่เยี่ยมเยียนญาติทางฝั่งของแม่ พวกเขากลับดูไม่พอใจกับการมีอยู่ของเธอเลยสักนิด รวมถึงในพื้นที่ที่ครอบครัวฝั่งแม่ของเธออยู่นั้น เป็นเมืองที่มีความเชื่อเกี่ยวกับแวมไพร์ในด้านที่ไม่ดีนักซึ่งค่อนข้างจะแปลกพอสมควร

เธอได้แต่เก็บงำความสงสัยมาตั้งแต่เล็กจนโต ว่าทำไม มนุษย์อย่างเราจึงมักจะหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาพิสูจน์กันได้ไม่แน่ชัด ยอมรับว่าเธอเองก็เคยเห็นข่าวคนถูกแวมไพร์ดูดเลือดจนนอนแผ่หลาตามพื้นถนน หรือตามพื้นที่สาธารณะในยามวิกาลประปรายตามข่าวในทีวีหรือหนังสือพิมพ์ ซึ่งนั่นมันก็น่ากลัวจริงๆ แต่ทำไมเมื่อเห็นแวมไพร์ตัวจริงๆ อย่างนิวามาอยู่ตรงหน้า เธอกลับมีความคิดที่เปลี่ยนไปบ้างว่า

‘บางครั้งแวมไพร์ก็มีส่วนที่อ่อนแอไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์อย่างเราๆ เลยด้วยซ้ำ’

“อือ…”

เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย เสียงครางคล้ายกับละเมอของนิวาก็ปลุกให้คีย์หลุดจากภวังค์ เธอทำการเข้ามาจัดท่านอนให้สาวร่างบางนั้นดูสบายตัวขึ้นหน่อย แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่เสื้อผ้าของเจ้าตัวนี่แหละ กลิ่นแอลกอฮอร์ยังคลุ้งอยู่แบบนี้ ถ้าไม่เปลี่ยนให้มันก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่เมื่อคิดว่าเธอเป็นคนแปลกหน้าแล้วนั่นก็ทำให้คีย์เกิดรู้สึกกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม

‘เอาไงดีวะ...แต่จะให้ทนนอนไปทั้งที่ไม่เปลี่ยนมันก็ยังไงอยู่’

นัยต์ตาสองสีมองใบหน้าของคนที่หลับใหลอย่างเหนื่อยอ่อน และในท้ายที่สุดหลังจากที่ความคิดตีกันได้ยุ่งเหยิงจนเพียงพอแล้ว เธอก็จำต้องจัดแจงหาเสื้อผ้าสบายๆ ที่พอมี นั่นคือเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสีดำ โดยปกติแล้วคีย์จะชอบใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่สไตล์โอเว่อร์ไซต์อยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีอยู่เต็มชั้นเสื้อผ้าไปหมด แม้นิวาจะตัวเล็กกว่าเธอไปหน่อย แต่เสื้อผ้าแบบนี้มันจะคงจะสวมใส่ได้สบายดีและคงช่วยให้ว่องไวขึ้นด้วย

เจ้าตัวค่อยๆ ถอดเสื้อและกางเกงของคนเมาพับนั่นออกมาโดยเลี่ยงที่จะไม่มองตรงๆ มากนักและเน้นการสัมผัสเอาแบบลวกๆ ซะส่วนใหญ่ ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมมันถึงดูเป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ลนลานและทำให้ตัวเองดูขัดเขินบ้าบออะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียว ยิ่งพอนึกไปถึงคำพูดทีส่อนัยยะแปลกๆ ของเพื่อนตัวดีนั่นยิ่งทำให้เธอคิดไม่ตก

‘เห้อ! เสร็จสักที’

เด็กสาวปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดพรายขึ้นมา รู้สึกดีใจที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนตัวเล็กได้สำเร็จเสียที เธอมองนาฬิกาปลุกเรือนเล็กๆ สี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงซึ่งบ่งบอกเวลา 5 ทุ่มแล้ว เจ้าตัวเริ่มอ่อนล้าและรู้สึกเพลียๆ ขึ้นมาบ้าง หลังจากผ่านเรื่องราวมาได้มากมาย นี่คงได้เวลาอันควรค่าแก่การพักผ่อนกันสักที คีย์ตัดสินใจมอบเตียงสุดที่รักนั่นให้คนเมา ไม่สิ แวมไพร์ขี้เมานั่นยึดครองไปซะในคืนนี้ ส่วนตัวเองซึ่งเป็นเจ้าของห้องก็คงต้อง...

‘นอนพื้นสิรอไร…’

หลังจากที่ดับไฟลงแล้ว ร่างสูงของคีย์ก็ก้าวเข้ามานอนที่ฟูกซึ่งถูกปูเอาไว้ข้างเตียง เธอเอนกายเพื่อทิ้งตัวลงนอน พลิกตะแคงตัวหันไปทางแม่สาวแวมไพร์ที่ยังคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรอยู่ดี

‘ขนาดหลับยังมีสเน่ห์ขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ แวมไพร์นี่มีมนตร์กันรึเปล่าเนี่ย’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   35.1 ความรักของเธอคือสี ? (The End)

    4 เดือนต่อมา…‘เข้าช่วงซัมเมอร์แล้วนะ วันนี้เค้ามีเทสก่อนด้วย เค้าทำคะแนนได้ดีมากเลย จะเก็บไว้อวดตอนพี่ตื่นขึ้นมาด้วย’‘อาทิตย์นี้พวกอังชวนเค้าไปตั้งแคมป์ด้วยแหละ อังมันไม่ได้เรื่องเลย กางเต็นท์ก็ไม่เป็น สุดท้ายเต็นท์ล้มครืนลงมาทับตัวเองซะงั้น เค้ามือดีถ่ายช็อตเด็ดไว้ด้วยนะคิกๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กขี้แกล้งเลย ได้นิสัยใครมานะ’‘เห็นตู้คีบตุ๊กตาแล้วนึกถึงคนแถวนี้เลย ถ้าตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะพาไปเล่นอีกเยอะๆ เลยรู้ไหม รีบฟื้นได้แล้ว คิดถึงพี่นิวที่สุดเลย’‘ระหว่างที่รอ เค้าเห็นโปรโมชั่นของโรงหนังแทบทุกที่มีให้ทำบัตรสำหรับดูหนังด้วยนะ เหมือนบุฟเฟ่ต์เลยอ้ะ ดูได้ทุกเรื่องทุกรอบ นี่ไง แปะรูปไว้ดีกว่า เค้าทำให้พี่ด้วยนะ เดี๋ยวเราจะได้ใช้ด้วยกันเร็วๆ นี้! (^•^) ’‘ฟังเพลงหลายเพลงที่พี่นิวเคยแนะนำแล้วยิ่งคิดถึงมากกว่าเดิมอีก เค้าลองฝึกเล่นเพลงที่เมื่อก่อนพี่นิวเคยเรียนด้วยนะ พี่เล่นได้เค้าก็จะต้องเล่นให้เก่งขึ้นอีก จะได้เล่นให้พี่ฟัง วันนี้เค้าก็จะเล่นให้ฟังนะ หวังว่าเพลงนี้จะส่งถึงพี่’ข้อความเหล่านี้คือการเขียนบันทึกด้วยลายมือน่ารักๆ ของคีย์อย่างตั้งใจในทุกประโยค เพื่อบอกเล่าถึงชีวิต

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   35.ความรักของเธอคือสี? (The End)

    “นั่นคือคำขอก่อนที่เธอจะหลับไปเหรอ…” “อืม เพื่อความสบายใจและไม่อยากมีอะไรติดค้างต่อกันอีก ฉันเลยมาที่นี่ไง” คีย์เอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย นัยต์ตาสองีคู่นั้นไม่มีแววของความสดใสร่าเริงอย่างที่มักจะแสดงออกมาเสมอ เพราะในเวลานี้ ใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงมากที่สุดได้ขโมยมันไปแล้ว ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุขและความมีชีวิตชีวาของเธอ มิเกลซึ่งนั่งสนทนาอยู่กับคีย์นั้นพอจะจับสังเกตเจ้าตัวได้ดี ว่าสภาพจิตใจของอีกฝ่ายนั้นย่ำแย่มากพอดู แค่เพราะเธอพึ่งได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คีย์ต้องเป็นแบบนี้มันเกิดจากอะไร แว่บแรกเธอรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอคีย์ แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้หาเธอเพราะอยากมาด้วยตัวเอง ทำให้ได้แต่ระงับอารมณ์ความรู้สึกภายในเอาไว้ “ฉันเคยคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้พี่ชายฉันตกอยู่ในสภาพนี้…แต่ก็นะ ที่ผ่านมาอาจเป็นฉันที่เอาแต่มองอะไรด้านเดียวทั้งที่ไม่เคยรู้เบื้องลึกของมันอย่างแท้จริง” “พี่นิวก็ทุกข์ใจมาตลอด เพราะการที่พี่ชายเธอมาพัวพันมันเกือบทำให้เขาต้องตาย ดังนั้นก่อนหน้านี้เราเลยตกลงกันว่า ถ้ามีวิธีที่ทำ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   34.1 คำสัญญาของเธอ

    “งั้นเค้าก็จะเขียนด้วยนะ จะเขียนความรู้สึกของเค้าในระหว่างที่รอพี่นิวกลับมา ถ้าพี่ตื่นขึ้นมาแล้วพี่จะได้อ่านของเค้าเหมือนกันนะคะ”นิวาอมยิ้มด้วยใบหน้าที่เหมือนจะรื้นขึ้นมาด้วยน้ำตา แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ ไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ใช้ทดแทนความคิดถึงที่มีต่อกันได้หรือไม่ แต่มันจะยังคงย้ำตือนอยู่เสมอว่าไม่ให้เราทั้งคู่ลืมกันไป“ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะว่าเค้าจะลืมพี่นิว”“ค่ะ งั้นถือว่าเราสัญญากันแล้วนะ”ช่วงเวลาระหว่างหนึ่งเดือนนี้ คีย์ได้รับการติดต่อจากคณธีร์ผู้เป็นพ่ออยู่เป็นนิจ เพราะเรื่องของนิวา ที่เขามักจะโทรศัพท์มากำชับบ่อยๆ การดรอปเรียนของเจ้าตัวได้ทำให้นิวามีเวลาว่างมากขึ้น ขณะที่คีย์นั้นเริ่มเรียนหนักตามสภาพจองการยังเป็นนักศึกษา แต่เธอก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ในการดูแลนิวาไปด้วยวิตามินสำหรับการบำรุงร่างกายของเด็กทั้งสองถูกส่งมาโดยมีผู้ส่งพัสดุเป็นบุรุษหนุ่มที่คณธีร์ให้ความไว้วางใจมากที่สุดนั่นก็คือ อคิน น้องชายของเขาเอง วิธีการทานยาและกำหนดปริมาณอาหารต่างๆ ถูกส่งมาเสริมทัพ เพื่อให้ร่างกายของนิวาและคีย์ซึ่งต้องเป็นผู้ให้เลือดนั้นแข็งแรงขึ้นในระดับที่เหมาะสมซึ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   34.คำสัญญาของเธอ

    “วิธีการเป็นทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์มันมีความเสี่ยงอยู่ไม่ใช่น้อยเลยนะ หนูแน่ใจแล้วใช่ไหมนิวา”ร่างสูงของบุรุษหนุ่มท่าทางภูมิฐาน สวมแว่นและแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาตรงหน้าเด็กสาวทั้งสอง ซึ่งดูจะตั้งอกตั้งใจฟังที่เขาอธิบายด้วยวิธีการเขียนข้อความบนกระดานเป็นอย่างดี ประหนึ่งคุณครูกำลังพร่ำสอนความรู้ให้แก่นักเรียนก็ไม่ปาน“หนูเชื่อว่าตัวเองตัดสินใจมาเป็นอย่างดีแล้วค่ะ อีกอย่างเราทั้งคู่ก็พูดคุยเรื่องนี้กันเรียบร้อยแล้ว”นิวาหันไปประสานสายตามองที่คีย์ซึ่งก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นด้วยและรู้กัน จนท่าทางจะทำให้ฝ่ายผู้ใหญ่ที่ฟังอยู่อย่างคณธีร์ หรือคุณพ่อของคีย์ นั้นแสดงความแปลกใจอยู่ไม่น้อย คงเพราะไม่คาดคิดว่าลูกสาวของเขาจะยินยอมเออออไปกับแฟนสาวของตัวเองสำหรับความคิดในเรื่องอย่างนี้“คีย์ ลูกโอเคจริงๆ เหรอ สถานการณ์นี้มันเกี่ยวพันถึงชีวิตของนิวามากเลยนะ ถึงมันจะเป็นวิธีที่มีความเป็นไปได้ แต่ความเสี่ยงมันก็ไม่น้อยเลยนะ หากได้ทดลองทำเราจะหันกลับไปไม่ได้อีกแล้ว…”“ตอนแรกและตอนนี้แน่นอนค่ะว่าความกลัวของหนูมันไม่ได้หายไป แต่ว่า มันคงไม่โอเคสำหรับพี่นิวเหมือนกัน ถ้

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   33.1 วินาทีแห่งการตัดสินใจ (Nc18+)

    “ได้แค่นี้เองเหรอ หากเป็นพี่ยิ้มให้เค้ารับรองได้มากกว่านี้อีกนะ”คีย์ค่อยๆ คว้าร่างบางของอีกฝ่ายให้ขึ้นมานั่งบนตัก นัยต์ตาสองสีเมียงมองคนหน้าหวานนั้นด้วยความหลงใหล คิดถึงและโหยหา มันมีความรู้สึกประเภทนี้ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว นิวาใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องตอบอย่างไม่ลดละเช่นกัน“จำได้ว่าเรากำลังคุยเรื่องของพี่กันอยู่นะคะ ไหงมันเปลี่ยนมู้ดมาแบบนี้ได้ล่ะ”“เค้ารู้อยู่แล้วว่ายังไงคราวนี้การตัดสินใจจริงๆ เป็นของพี่นิว ถึงเค้าจะกลัวแต่เค้าก็ต้องเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ เพราะงั้นตอนนี้มาทำอะไรที่เราไม่ต้องเครียดไปมากกว่านี้แล้วดีกว่า…”ว่าแล้วคนตรงหน้าที่เหมือนจะอยากลืมเลือนความเครียดทั้งหลายจึงได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปลอบประโลมให้ตนเองใจเย็นลง เธอเพียงแค่คิดว่าก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง ตัวเองควรจะใช้เวลากับนิวาให้มากที่สุด ในทุกๆ เรื่องราวที่ทำได้ ซึ่งก็ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องนี้ด้วย“งั้นเราจะเก็บเกี่ยวเวลาที่มีอยู่ให้มากที่สุดนะคะ พี่อยากให้น้องคีย์มีความสุขเหมือนกัน…”คนตัวเล็กเอื้อนเอ่ยราวกับกระซิบที่ข้างหู ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มโดยโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้กับซ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   33.วินาทีแห่งการตัดสินใจ (Nc18+)

    “นิวา...ลูกรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา จะเปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์งั้นเหรอ นี่มันบ้าบอสิ้นดี!” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาที่น่าอึดอัดและอึมครึม ท้ายที่สุดหลังจากการพบปะพูดคุยกับคุณพ่อเพื่อให้เขาได้เข้าใจเรื่องราว แน่นอนว่านี่คงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจสำหรับหัวหน้าครอบครัวอย่างเขา แต่เพราะตัวเองเคยให้สัญญากับลูกสาวไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ ซ้ำนิวายังไม่เคยร้องขออะไรจริงจังจากตนเองมานานมากแล้ว หากนี่จะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เธอมีความสุขได้จริงๆ อย่างไรก็หนีไม่พ้นที่จะต้องให้เธอได้ทำตามความปรารถนานั้น “ลูกได้ปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อแล้วค่ะ ท่านเห็นด้วย เพราะนี่คงเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหานี้” “แม่จะมั่นใจได้ยังไงกันว่าการที่ลูกคิดจะทำอะไรแบบนี้ ลูกจะมีเปอร์เซ็นต์ในการรอดชีวิตได้จริงๆ น่ะ ไม่เข้าใจหัวอกแม่บ้างเลยรึยังไงนะนิวา” “แล้วคุณแม่จะให้ลูกคนนี้ทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดงั้นเหรอคะ” “...ลูกไม่อยากใช้ประโยชน์จากใครในการทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ไปวันๆ เท่านั้นหรอกนะ รู้ไหมคะว่ามันเหนื่อยแค่ไหน การที่เราต้องฝากฝังชีวิตไว้กับคนอื่น” เพราะ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   5.อย่าไปนะ

    ค่ำคืนที่แสนจะยาวนานได้ผ่านพ้นไปในที่สุด เพราะเวลาที่ไม่เคยหยุดเดิน คีย์รู้สึกตัวตื่นขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ก็พบว่าในตอนนี้ตัวเองนอนแผ่อยู่ในท่วงท่าที่ดูหมดสภาพ หากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ร่างของคนตัวเล็กอีกคนที่เบียดแนบชิดเข้ามาแล้วกอดเธอเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป บทบาทของทั้งคู่สลับกันไปแล้ว คงเพ

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   4.1 หมอนข้างกับผ้าห่ม

    01.00 A.M.]นัยต์ตาสีน้ำตาลคู่สวยเบิกโพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่กระวีกระวาดลุกขึ้นมาครึ่งตัวด้วยความร้อนรนและตกใจ เธอหายใจถี่หอบอย่างที่เคยเป็นเสมอมาเมื่อตัวเองฝันร้าย เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายทั้งที่อากาศในห้องนี้ยังคงเย็นชื้นเพราะเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน นิวาที่รู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก สามารถปรับสาย

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   3.1 บาริสต้า

    ชายหนุ่มหนึ่งในรุ่นพี่สตาฟคนนั้น พาร่างบางของนิวาที่ดูไร้เรี่ยวแรง ให้เดินตามเขาไปจนถึงสวนข้างตึกกิจกรรมที่มีลานทรงกลมประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงามล้อมรอบ และมุมนี้ดันเป็นจุดที่ค่อนข้างอับสายตาอยู่พอสมควร ในเวลานี้ไม่มีใครโผล่มาแถวนี้แน่ และยังเป็นส่วนพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ที่การันตีว่าไม่มีคนนอกหลง

  • Mood Love Is Pastel (รักของคุณคือสีอะไร)   3.บาริสต้า

    ‘ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันช่างน่าหงุดหงิดซะจริง’นัยต์ตาสองสีของคีย์ปราดมองและจ้องไปยังร่างบางของคนที่ทำให้เธอหมดอาการของความเป็นคนคูลเมื่อตอนบ่าย นิวายังคงทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามเดิม และพาเธอกลับมาร่วมกิจกรรมหลังจากนั้น แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย เพราะนิวาพยายามจะออกห่างเธออย่างที่เคยพูด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status