Home / วาย / My Ghost ผีในห้องนั้นของผม / บทที่ 2 กินข้าวกัน

Share

บทที่ 2 กินข้าวกัน

last update publish date: 2026-08-05 22:14:56

บทที่ 2

กินข้าวกัน

เมื่อจัดห้องเสร็จเขาก็เตรียมของสำหรับการทำอาหาร ปัถทำอาหารเป็นตั้งแต่เด็กเพราะป๊าเป็นคนสอน ป๊าของเขาทำอาหารเก่งมาก แต่ที่เก่งกว่าคงเป็นการทำให้พ่อของเขาหลง หึหึ

เขาสั่งซื้อของสดมาแล้วอีกเดี๋ยวก็คงถึง เมนูวันนี้เป็นเมนู

ธรรมดา ๆ ที่สามารถทำกันได้ทั่วไปง่าย ๆ อย่างแกงมัสมั่นกับไข่เจียว อุปกรณ์ต่าง ๆ ค่อนข้างพร้อม

กริ๊งงง กริ๊งงง

เสียงโทรศัพท์สายตรงจากห้องรับรองด้านล่าง สงสัยว่าวัตถุดิบที่เขาสั่งคงจะมาแล้ว เขาหยิบเงินและคีย์การ์ดเพื่อเตรียมตัวไปรับของ

[สวัสดีครับห้อง 3013 คุณได้มีการสั่งของไหมครับ ตอนนี้มีของมาส่งจากร้าน...ครับ]

“ผมสั่งไว้ครับ เดี๋ยวผมลงไปเอาครับ ขอบคุณครับ”

[โอเคครับ สวัสดีครับ]

แกร๊ก

ร่างสูงเปิดประตูเพื่อไปรับของข้างล่าง

“คุณปัถไปไหนครับ” เมื่อเจ้าของร่างโปร่งแสงได้ยินเสียงประตูก็รีบลอยออกมาทันที

“เดี๋ยวพี่ไปรับของข้างล่างนะคะ น้องจัสมิน”

“โอเคคค รีบมานะ เอ๊ะพูดกับน้องจัสมินอีกแล้ว เราเผลอตอบตลอดเลย ฮึ” ร่างโปร่งทำหน้าบู้บี้งอน ๆ

“เดี๋ยวพี่รีบกลับมาครับ ไปเอาของข้างล่างนี่เอง ไม่นานครับ” ว่าแล้วก็ปิดประตูหลังจากที่เดินออกจากห้องไป

เฮ้อออ เขาเหงามากเลย หรือว่าเขาจะสมมติว่าตัวเองชื่อจัสมินเลยดี จะได้เหมือนว่าคุณปัถคุยด้วย เรียกพี่ปัถด้วยเลยดีกว่า ทีนี้ก็จะมีคนคุยกับเขาแล้ววว เย่ ๆ

ร่างโปร่งแสงนั่งรอปัถอยู่ที่โซฟา เบื่อมากจนเอาขาพาดพนักพิงส่วนหัวห้อยอยู่ตรงที่นั่งแทน เมื่อตกลงกับตัวเองเสร็จว่าจะรับบทเป็นน้องจัสมินให้กับพี่ปัถ เขาก็มีความสุขขึ้นมานิดหน่อย เพราะเขาจะได้พูดเล่นกับใครซักทีนึง

“น้องจัสมิน เราขอเป็นตัวแทนเธอละกันนะเจ้ากระต่ายน้อย” พี่ปัถคงจะชอบจัสมินน่าดูถึงกับเอาน้องมานั่งที่เก้าอี้ที่โต๊ะทานอาหารที่ติดกับครัวด้วย

แต่ก็ดีที่พี่ปัถเอาจัสมินไปด้วยทุกที่ เขาจะได้คุยกับพี่ปัถแทนจัสมินตลอดเวลา

ว่าแต่นี่ก็นานแล้วนะ พี่ปัถไม่ขึ้นมาซักที เขาไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ในความรู้สึกของเขานั้นมันนานมากเลย พี่ปัถบอกไปแป๊บเดียวนี่นา

เขาไม่รู้ว่าข้างล่างของพี่ปัถนั้นไกลแค่ไหน เขาไม่เคยออกไปจากห้องนี้มานานมาก ๆ แล้ว เขาติดอยู่ไหนห้องนี้มาตลอด เวลาที่การก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นนั้นเขาจะได้อยู่ห้อง ๆ หนึ่งมาตลอดไม่รู้ว่าทำไม เขาเคยเดินออกนอกประตูไปแล้วแต่ก็เด้งกลับมาเหมือนเดิม สิ่งที่เขาเห็นไกลที่สุดคงจะเป็นจากหน้าต่างของห้อง เวลาที่คนเข้ามาอยู่นั้นเปิดออก

วิวจากหน้าต่างที่เขามองเห็นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากบ้านเรือนไทย เป็นป่ารกร้าง จนเริ่มมีถนนหนทาง เริ่มมีตึกมากมาย จนกลายมาเป็นปัจจุบัน เขาเห็นวิวจากห้องที่ต่างกันไป จากเห็นจากที่ต่ำ จนมาถึงตอนนี้ที่เขาเหมือนจะอยู่สูงมากๆ

แกร๊ก

“พี่ปัถถถถถ มาแล้วเหรอ” ร่างบางรีบลอยขึ้นจากโซฟาแล้วตรงไปหาปรัตถกรที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับของเต็มไม้เต็มมือ

“หืม” ปัถเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัวเก็บของที่ยังไม่ได้ใช้ในตอนนี้เข้าตู้เย็น

“พี่ปัถ ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย” ร่างโปร่งแสงลอยไปชะโงกหน้าผ่านร่างสูงไปส่องวัตถุดิบที่ปรัตถกรกำลังเก็บของเข้าตู้เย็น

“พี่ซื้อของสดมาเยอะเลยครับน้องจัสมิน เดี๋ยวพี่ทำอาหารแล้วเรามาทานด้วยกัน ดีไหมครับ” ปัถพูดไปพร้อมกับมือที่จัดของไปด้วย

“ดีมากเลย แต่เราไม่รู้ว่าเราจะกินได้ไหมนะ เราเคยลองแล้วแต่เรากินไม่เคยได้เลยย เราเศร้ามาก” เจ้ากระต่ายน้อยหน้าเศร้าลงทันทีที่นึกถึงเรื่องตอนนั้น

เขาเคยเห็นของคนที่มาอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้ อาหารในสมัยนี้น่ากินมาก แต่พอเขาลองชิมก็รู้เลยว่าเขาไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยซ้ำ มันน่าเศร้าเกินไป เพราะเขาอยากกินมากจริง ๆ ตอนนั้นเจ้าของห้องกินน่าอร่อยมากเลยนะ เราอิจฉาสุด ๆ ไปเลย เรื่องกินมันเรื่องใหญ่นะ

“เดี๋ยววันนี้พี่ลองทำมัสมั่นกับไข่เจียวนะครับ ไม่รู้เราเคยกินหรือเปล่า พี่ทำเป็นแต่วิธีง่าย ๆ ที่ป๊าพี่สอนมา” ว่าพลางเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารในครั้งนี้

วันนี้ปรัตถกรจะทำมัสมั่นไก่ วัตถุดิบที่เขาสั่งมานั้นเพียงพอสำหรับสองคน มีน่องติดสะโพกไก่สองชิ้น หัวและหางกะทิ พริกแกงมัสมั่น หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา เกลือและน้ำมะขามเปียก บางคนอาจใส่เครื่องเทศมากน้อยกว่านี้ตามความสะดวกของแต่ละคน แต่เขาทำตามที่ป๊าเขาสอนมาเลยเพราะชอบรสชาติแบบนี้

“มาดูไหมคะ เดี๋ยวพี่พาน้องมาดูพี่ทำตรงนี้ดีกว่า” ปัถเดินไปหยิบตุ๊กตากระต่ายจากเก้าอี้ที่โต๊ะทานอาหารมาไว้ตรงที่เคาน์เตอร์ครัวตรงที่ร่างโปร่งแสงยืนอยู่ไม่รู้ว่าบังเอิญหรืออย่างไร

“ได้เลย ๆ เราจะดูแล้วจำเอาไว้เผื่อวันไหนเราไปเกิดใหม่จะได้ไปทำเป็น” เจ้าตัวเล็กกระตือรือร้นเป็นอย่างมากเพราะว่าเจ้าของห้องเก่า ๆ ที่เคยเจอนั้นส่วนใหญ่แล้วจะสั่งมาเขาไม่เคยเห็นวิธีการทำอาหารมาก่อนเลย

“ทำแบบนี้นะคะ เอาหม้อมาตั้งเตาใส่หัวกะทิลงไปค่ะ ดูนี่นะคะ เราจะเคี่ยวไปจนกว่ากะทิจะแตกมัน ดูเป็นหรือเปล่าคะว่าแตกมมันเป็นยังไง”

“ไม่เป็นหรอก เราทำไม่เป็นซักอย่าง เราลืมหมดแล้ว”

“ดูตรงนี้ดี ๆ นะคะ ซักพักนึงจะมีมัน ๆ ลอยขึ้นมา เป็นไงบ้างเห็นไหม”

“มีจริงด้วย พี่เก่งจังเลย”

“จากนั้นก็ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอมเลยค่ะ ระวังไฟด้วยนะคะ พี่ทำครั้งแรกไหม้เลยค่ะ ฮ่า ๆๆๆ เอาล่ะค่ะ ให้หอมพริกแกงประมาณนี้พอ แล้วก็ใส่ไก่ลงไปผัดให้สุกเลยค่ะ”

“ไม่หั่นเหรอ นี่มันใส่ทั้งขาเลยนี่นา จะกินยังไงล่ะเนี่ย”

“พี่ใส่ลงไปทั้งน่องเลยเพราะพี่ชอบใช้ช้อนตักเอามากกว่า แล้วเราก็รอให้สุกนานหน่อยนะคะ จากนั้นก็เอาหางกะทิใส่ แล้วก็ปรับไฟให้อ่อนลงแล้วก็เคี่ยวจนไก่เปื่อย ความเปื่อยก็แล้วแต่เราชอบเพราะกินเอง”

“หอมมากกกก กลิ่นหอมมาก ๆ เลย อยากกินแล้วขอให้กินได้ด้วยเถอะนะ ไม่งั้นเราต้องเศร้าแน่เลย” ยังไม่ทันไรคนที่รอกินก็เริ่มหงอย

“จากนั้นปรุงรสตามที่เราชอบเลยค่ะ แล้วก็ใส่ของที่เหลือที่เตรียมไว้ลงไป พี่ชอบให้ทุกอย่างเปื่อย ๆ ก็ต้องรอนานหน่อยอีกสักพักก็เสร็จแล้วค่ะ”

“น่ากินมากๆ เลย รอแทบไม่ไหวแล้ว” ร่างโปร่งแสงนั่นตาเป็นประกายวับวาว

“มาค่ะ เรามาทำไข่เจียวกันระหว่างรอค่ะ เดียวเจียวซักสี่ฟองนะคะ หนูสองพี่สอง ตอกไข่ใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลานิดหน่อย ไม่ต้องมากนะคะเพราะเราจะทานกับมัสมั่น แล้วเอาส้อมตีเลยค่ะ ติดเตาเลย พี่ใช้น้ำมันนิดหน่อยเพราะไม่ค่อยชอบมันเลี่ยน พี่จะเจียวแบบที่ไม่กรอบมีความนิ่ม ๆ กึ่ง ๆ ไข่ข้นนะคะ เราสามารถทำตามที่เราชอบได้เลยวันนี้ลองแบบนี้ก่อนวันหลังพี่จะพาลองแบบอื่นนะคะ”

“ไข่เจียวก็หอม น่ากินมาก น่ากินไปหมดเลยพี่ปัถ”

“เอาล่ะค่ะเท่านี้ก็เสร็จแล้ว เรามาเตรียมจัดลงจานกัน” ปรัตถกรปิดเตาแก๊สทั้งของไข่เจียวและแกงมัสมั่น ตักใส่ถ้วยไปวางไว้ที่โต๊ะทานอาหาร พร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ

“พี่มีข้าวตอนไหนเนี่ย” ร่างโปร่งแสงไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกคนนั้นหุงข้าวตอนไหน

“ส่วนของข้าวสวยนี่พี่หุงก่อนที่จะลงไปเอาของค่ะ” ปัถพูดยิ้ม ๆ

หลังจากนั้นปรัตถกรก็ยกเจ้าตุ๊กตากระต่ายตัวขาวมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามของตัวเอง

“เอาละน้องนั่งตรงนี้ นี่เป็นข้าวของน้องนะคะ ถ้วยจานที่น่ารักพวกนี้พี่เอามาจากบ้านเป็นพิเศษเลย” ว่าแล้วก็จัดข้าวสวยไปวางไว้ข้างหน้าเจ้ากระต่ายตัวขาว

“จัสมิน ขอโทษน้า เราขอนั่งตรงนี้นะทับเธอนิดนึงแต่เธอไม่รู้สึกหรอกนะ ไม่เจ็บ ๆ” พูดจบก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่มีตุ๊กตา

“เริ่มทานได้เลยค่ะ ถูกปากหรือเปล่า” ว่าแล้วปัถก็เริ่มทานในส่วนของตัวเองทันที

เจ้าของร่างโปร่งแสงตื่นเต้นมาก เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะกินได้ไหม เคยลองมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่สามารถกินได้ เอาล่ะ เขาจะเริ่มแล้วนะ มือบางค่อยเลื่อนไปที่ช้อนส้อมที่วางคู่กันอยู่บนจานข้าวสวยร้อน ๆ เมื่อมือสัมผัสลงบนช้อนและส้อมก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาสามารถจับมันได้

“อร้ากกกกกกกกกก จับได้ จับได้ได้ไงอ่ะ เย่ ดีใจอ่ะจับได้แล้ว” ปกติทำได้แค่สัมผัสแป๊บๆ พอที่จะทำของตกได้ แต่นี่จับเลยนะ จับอ่ะ จับบบบได้แล้ววววววววววว

“รีบทานสิคะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะคะ”

“อ๊ะ จริงด้วย ลองกินดีกว่า” เมื่อเห็นว่าสามารถจับช้อนได้ก็ลองเอาตักแกงมัสมั่นดู

“ตักได้ด้วย เราขอลองกินดูนะ” เมื่อช้อนที่มีมัสมั่นเข้าไปในปากก็สามารถรับรู้ถึงรสชาติ กลิ่นและสัมผัสต่าง ๆ ในปากเหมือนทำให้เขาขึ้นสวรรค์

“ฮืออออ มันอร่อยมากพี่ปัถ เรากินได้ด้วย เราจะกินเยอะ ๆ เลย กินให้หมด ฮืออออออ”

หลังจากนั้นก็ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย ต่างคนต่างทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ปัถนั้นทานแค่พออิ่ม แต่เจ้าของร่างโปร่งแสงที่ไม่สามารถรับความรู้สึกได้นั้นกินเอา ๆ ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าปัถนั้นอิ่มแล้ว ทั้งยังเติมข้าวและกับข้าวให้อยู่เรื่อย ๆ

“หมดแล้วววว อร่อยมาก ขอบคุณนะครับพี่ปัถ”

“อิ่มพอดีเลย พี่เก็บล้างก่อนนะครับจัสมิน เราไปนั่งดูหนังที่ห้องนั่งเล่นดีกว่านะ” ปัถอุ้มตุ๊กตากระต่ายไปวางไว้ที่โซฟาห้องนั่งเล่นแล้วเปิดหนังไว้ให้ดู

ตอนที่ปรัตถกรนั้นก้มลงอุ้มเจ้ากระต่ายจัสมินนั้นเขารู้สึกเหมือนมีอะไรเฉียดแก้มของเขาไป แล้วเขาก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเดินตามพี่ปัถมาที่ห้องนั่งเล่นเมื่อไหร่

พอมานั่งที่โซฟาหนังที่ร่างสูงเปิดก็ดึงความสนใจของเจ้าตัวเล็กไปซะหมดจนลืมคิดไปว่า ตอนที่ทานอาหารนั้น อาหารในจานตัวเองและถ้วยกับข้าวนั้นลดลงโดยที่ปรัตถกรเลิกกินไปนานแล้ว ไม่ได้สร้างความตกใจให้กับชายหนุ่มอย่างที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ

TBC.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 33 วันสำคัญกับคนในครอบครัว จบบริบูรณ์

    บทที่ 33วันสำคัญกับคนในครอบครัวเข้าสู่วันที่สองของการมาเที่ยวทะเล เนื่องจากเมื่อวานพวกเขานั้นเดินทางมาเกือบเที่ยงแล้วเมื่อวานจึงไม่ได้ทำอะไรมาก วันนี้ทุกคนจึงตื่นแต่เช้ามาเพื่อที่จะทำอาหารทานกัน เพื่อเตรียมตัวเล่นน้ำทะเลตรงที่พักของพวกเขาเป็นส่วนในสุดของหาดที่พัก หันหน้าเข้าหาทะเลด้านซ้ายมือมีผาหินสูงใหญ่ จึงทำให้มีร่มทอดลงมาที่ทะเลหน้าบ้านทุกคนเคลื่อนตัวออกมาจากตัวบ้านในตอนเก้าโมงเช้ากลิ่นจันทร์และปรีนั้นหอบของกินที่ทำไว้สำหรับปิกนิกออกมา ส่วนกัญจน์นั้นถือเสื่อออกมาเพื่อปูที่ทรายเพื่อดูเด็ก ๆ เล่นน้ำกว่าที่จะจัดสถานที่เสร็จก็ทำให้มะลินั้นแทบจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวเพราะอยากจะเล่นน้ำเต็มแก่ ท่าทางละล้าละลังของเจ้ากระต่ายน้อยสร้างความขบขันให้กับทุกคนได้หลายครั้ง แต่เมื่ออนุญาตให้ลงเล่นก่อนได้ เจ้าตัวก็บอกว่าจะรอทุกคนก่อน“ลงไปเล่นได้เลยครับ ไม่ต้องรอหรอกครับ ไปลูก” กลิ่นจันทร์เห็นคนอยากเล่นก็บอกอีกครั้ง“งั้น งั้นเราขอลงน้ำเลยนะครับ”“เดี๋ยวพี่สูบลมเจ้ายูนิคอร์นให้น้องก่อนนะคะ เดี๋ยวตามลงไป น

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 32 มะลิเก่ง

    บทที่ 32มะลิเก่งวิญญาณทั้งสามตนได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่ต่อเพราะห้องเหลืออีกหลายห้อง และยังมีภารกิจที่จำเป็นจะต้องให้ช่วยอีก อีกอย่างคือวันสำคัญคนสำคัญก็ควรอยู่ด้วยกันทั้งหมด“พี่กำแพงกับหนึ่งสองนอนห้องนี้นะครับ โอเคไหม หรืออยากแยกห้องกันไหมครับ”“ไม่เอานะ นอนด้วยกันนะพี่กำแพงนะๆๆๆๆ”“พี่กำแพงง นอนด้วยกันนะครับบบ”เจ้าหนึ่งและเจ้าสองนั้นอ้อนให้กำแพงนอนด้วย แม้ว่าทั้งสามคนนั้นจะมีภายนอกที่ดูอายุไม่ห่างกันมากเพราะว่าร่างกายของวิญญาณที่ไม่มีการสร้างร่างนั้นจะไม่มีการเติบโต แต่วุฒิภาวะภายในนั้นเติบโตตามปกติตามการเลี้ยงดูกำแพงนั้นอยู่กับกัญจน์มาตั้งแต่ที่ปัถยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้นทั้งบ้านเลยนับถือกำแพงเป็นพี่ใหญ่สุด ส่วนหนึ่งกับสองนั้นพึ่งมาอยู่ได้ไม่นาน ที่สำคัญคือเป็นเด็กแฝดที่พึ่งเสียชีวิตได้ไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ“เดี๋ยวกำแพงนอนกับน้องนี่แหละครับน้องปัถ น้องปัถไปนอนได้เลยพี่จะดูหนึ่งกับสองให้เอง”“โอเคครับ อย่าซนนะครับทั้งคู่เลย”“รับทราบ” “รับแซ่บ”

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 31 ทะเล~~

    บทที่ 31ทะเล~~เสียงคลื่นสาดซัดชายฝั่ง กลิ่นทะเลที่โชยเข้าจมูก ทะเลสีครามที่กว้างสุดสายตา หาดทรายละเอียดสีขาวนวลตาสร้างความสดชื่นและความตื่นเต้นให้กับมะลิที่มาเที่ยวทะเลเป็นครั้งแรกกับคนที่เคยมาแล้วการมาเที่ยวทะเลก็ยังสร้างความผ่อนคลายให้ทุกคนที่เหนื่อยจากการทำงาน“ฮ๊า~~~~~”ปรีดิวัฒน์ที่ทำงานหนักมาทั้งเดือน แล้วยังเหนื่อยกับกระแสด้านลบที่มาจากการไปเที่ยวกับกลิ่นจันทร์และมะลิอีก เมื่อมาถึงก็สูดเอาอากาศเข้าไปแล้วปล่อยลมหายใจเอาความเครียดออกมา“เป็นไงบ้างช่วงนี้เหนื่อยเลยใช่ไหม”“มันก็เป็นปกติแหละครับ ปรีไปเที่ยวกับใครก็มีข่าวว่าปรีไปกินกับเขาตลอด แต่ตอนนี้ปรีทิ้งมันไปละ ตอนนี้เที่ยวให้สนุกดีกว่า” ปรีดิวัฒน์ยิ้มกว้าง“หน้าตาสดใสมากเลยนะคะ น้องมะลิ” ปัถพยัหหน้าให้กำลังใจน้องชายก่อนเอ่ยกับคนรัก“เราชอบมาก สวยมากเลย น้องปรี เดี๋ยวเราจะช่วยพาเที่ยวให้หายเครียดเองนะ”“ได้เลยยย งั้นเราเอาของไปเก็บในที่พักกันเลยดีกว่าครับ”ทั้งหมดเดินทางเข้าไปในที่พักที่เป็นโซนส่วนตัวเป็นบ

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 30 ชุดทางการ

    บทที่ 30ชุดทางการตั้งแต่ที่ทั้งสามคนเดินทางมาถึงที่ห้างก็เหมือนว่าจะเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนเพราะว่าทั้งสามคนนั้นทั้งหุ่นดี แต่งตัวมีเอกลักษณ์ มะลิที่มีทั้งความสวยและน่ารักอยู่ในตัว ตากลมสวย จมูกเล็กน่ารักรับกับใบหน้า อีกทั้งสีผมยังเป็นสีน้ำตาลอ่อนส่งให้ผิวดูขาวใสขึ้นไปอีก พอมาใส่ชุดเอี๊ยมก็ทำให้เจ้าตัวดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมากกลิ่นจันทร์ที่มีใบหน้าที่จะมองว่าสวยก็สวย หล่อก็หล่อ ตาคม จมูกโด่ง ผิวสีน้ำผึ้งการแต่งตัวง่าย ๆ ใส่สีดำทั้งตัว ยังมารวมกับปรีดิวัฒน์ที่ใส่แมสก์ปิดหน้าเอาไว้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่แหวกตรงอกเล็กน้อยเพื่อโชว์สร้อยที่สปอนเซอร์ส่งให้เพื่อใส่โปรโมต รวมถึงแหวนและกำไลที่เป็นชุดเดียวกันทั้งสามคนที่ภาพลักษณ์ต่างกันสุดคั่ว น่ารัก เท่ และสวย อีกทั้งรูปร่างหน้าตายังดีอีก บางคนก็จำปรีดิวัฒน์ที่เป็นดาราวัยรุ่นที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ได้ แต่กระนั้นทั้งสามคนนั้นก็ไม่ได้สนใจใคร“เราเข้าไปดูร้านแรกกันเถอะครับ นี่ ๆๆ เหมาะกับน้องมะลิมากเลย” เมื่อเห็นเสื้อผ้าสไตล์น่ารัก ปรีก็ดึงแขนกลิ่นจันทร์และมะลิเ

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 29 มะลิโดนพาเปลี่ยนเรื่องตลอดเลย

    บทที่ 29มะลิโดนพาเปลี่ยนเรื่องตลอดเลย“คนดีคะ อย่าร้องสิคะ ไหนดูซิใครทำคนเก่งของพี่ร้องไห้อีกแล้ว” ปัถนั่งพิงหัวเตียงแล้วยกน้องขึ้นมานั่งคร่อมตักกอดน้องไว้แล้วโยกตัวไปมาเหมือนปลอบเด็กเจ้าตัวเล็กก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีซบไหล่คนพี่ไว้เพื่อที่จะไม่ให้คนพี่เห็นน้ำตา เขาแค่เสียใจที่มีคนไม่ต้อนรับเขาเท่านั้น เมื่อเห็นข้อความเหล่านั้นแล้วมันทำให้เขารู้สึกเสียใจอยู่มาก เขาไม่อยากให้คนที่เข้ามาดูช่องพี่ปัถจะต้องผิดหวัง“เขาไม่อยากให้มีเราในคลิปของพี่มีคนพิมพ์มาเยอะเลย” เสียงอู้อี้ดังขึ้น“งั้นเหรอคะ แล้วมีคนชอบน้องไหมคะ มีคนชมหนูหรือเปล่าเอ่ย” ปัถพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“มีค่ะ”“แล้วมีเยอะไหมคะ”มะลิพยักหน้าแทนคำตอบ“แล้วอันไหนเยอะกว่ากันคะ”“ชอบเยอะกว่า” มะลิพูดไปตามที่เห็น“งั้นเหรอคะ แล้วเขาว่ายังไงกันบ้างคะ”“เขาก็บอกว่าหนูน่ารัก ว่าหนูขาวด้วย”“แล้วมียังไงอีกคะ”“ก็บอกว่าชอบที่มีหนูกับพี่ ชอบดูผู้ชายรักกัน เสียใจที่พี่มีแฟน แต่ว่าก็จะเป็นม

  • My Ghost ผีในห้องนั้นของผม   บทที่ 27 มะลิแม่ศรีเรือน

    บทที่ 27มะลิแม่ศรีเรือน“ค่อย ๆ นะคะ ระวังเจ็บ”เมื่อทำการขยายช่องทางของตัวเองแล้ว เขาก็คร่อมตักของคนพี่ที่ส่วนอ่อนไหวแข็งตัวรอที่จะหลอมรวมกับตัวเขาอย่างเต็มที่ปัถทำการประคองไปที่เอวคอดเพื่อกันไม่ให้น้องตกไปจากเก้าอี้และจะได้จัดการตัวเองได้อย่างถนัดมะลิใช้มือหนึ่งจับบ่าที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ อีกมือใช้จับแกนกายใหญ่มาจ่อที่ช่องทางของตัวเอง แล้วค่อยกดตัวลงช้า ๆ ด้วยความใหญ่ทำให้เข้ายากอยู่บ้างแต่ว่าไม่เจ็บเลย เขารู้สึกได้ถึงท่อนเนื้อที่ค่อย ๆ เข้ามาในร่างกายของเขาตามแรงกด“อ่ะ...อื้อ..อ ดีจัง เข้าหมดแล้ว”เมื่อกดตัวตนของคนพี่เข้ามาในตัวเองจนสุดลำก็ทำการค่อย ๆ ขยับขึ้นลงตามความต้องการของตัวเอง“อื้อ...สะ เสียวจัง พี่ปัถขา”“ขา ว่าไงคะ คนดี ซี๊ดด อย่าตอดเยอะสิคะ พี่จะแตกเร็วนะคะ ถ้าหนูยังตอดเยอะอย่างนี้อยู่”“พี่ปัถ อ่ะ.. อื้อ กะ..กระแทกสวนมาหน่อยค่ะ เราอยากได้แรง ๆ”“ซี๊ดด อื้อ ตามคำขอค่ะคนสวย” เมื่อคนรักขอแบบนั้นปัถก็กระแทกบั้นเอวใส่อย่างหน้ามืด ทำไมน้องมะลิยั่วขนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status