Partager

มีแฟนแล้ว

last update Date de publication: 2024-12-30 21:40:29

12 ปีต่อมา

รถเบนซ์คันหรูสีดำแล่นอยู่บนท้องถนนด้วยความเร็วคงที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยถูกควบคุมโดยหนุ่มหล่อหน้าตี๋ ผิวพรรณขาวเหมือนหยวกกล้วย ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูคลุมทับเสื้อยืดสีดำ ท่อนล่างถูกปกปิดด้วยกางเกงยีนสีฟอกตัดกับรองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน ทว่ามีรอยเลอะไปด้วยคราบปูนและเปื้อนดินทรายในบางจุด เขามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม ใบหน้าถูกเติมแต่งด้วยเครื่องประทินโฉม พร้อมเสริมความเซ็กซี่ด้วยการกรีดอายไลเนอร์ตัดนัยน์ตาสีดำนิลให้ดวงตาดูมีมิติมากขึ้น ทรงผมเหยียดตรงยาว อีกทั้งยังไว้ผมข้างหน้าเป็นหน้าม้าสไลด์ตามฉบับสาวเกาหลี สีผมของหล่อนเป็นสีน้ำตาลคาราเมล แถมเส้นผมยังอบอวลไปด้วยความหอมของน้ำยาหมักผมกลิ่นวานิลลา เธอสวมใส่ชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กระโปรงทรงเอความยาวเหนือเข่าผ่าด้านข้าง แต่ไม่ใส่เข็มขัดนักศึกษาและยังสวมรองเท้าส้นสูงสีดำเงา

“วันนี้ไม่ไปส่งที่ตึกนะ เช้านี้มีเตรียมงานประชุมเชียร์คณะ” หนุ่มตี๋ที่ขับรถเอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งข้างกัน

“รู้แล้ว ไม่ต้องห่วงดูแลตัวเองได้” หญิงสาวตอบอย่างห้วน ๆ

“เหอะ เห็นพูดแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้อยู่ปีสี่ก็ยังวิ่งหนีผู้ชายที่มาดักรอจีบกันเป็นฝูงอยู่ดี”

เพี๊ยะ!

“โอ๊ย! เจ็บนะซูมี่”

หนุ่มตี๋โดนสาวที่ชื่อว่า ‘ซูมี่’ ใช้ฝ่ามือฟาดที่กระหม่อมเสียงดังเพี๊ยะไปหนึ่งที จนเขาต้องถอนมือข้างหนึ่งที่จับพวงมาลัยรถมาลูบหัวตัวเองเบา ๆ

“สมน้ำหน้า อยากมาพูดประชดประชันใส่ก่อนทำไมล่ะซิงอี” เธอโต้ตอบชายหนุ่มที่ชื่อ ‘ซิงอี’ กลับไป

“น่าเบื่อโคตร ผมต้องเป็น ไม้กันหมา ให้พี่ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน เลิกเสียเถอะไอ้แต่งหน้าวอก กรีดตาหนาอย่างกับปลิง แถมทาปากแดงเหมือนไปกินเลือดมา ลองมาเรียนแบบหน้าสดดูบ้าง ผมจะได้เหนื่อยน้อยลงหน่อย”

ซูมี่และซิงอี พี่น้องสายเลือดเดียวกันที่ลืมตาออกมาดูโลกห่างกันเพียงปีเดียว ตอนนี้ทั้งคู่โตเป็นหนุ่มหล่อและสาวสวยเต็มตัว โดยเฉพาะซูมี่เรียกว่าเนื้อหอมจนหัวกระไดบ้านไม่แห้งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องทั้งในและนอกคณะต่างพากันมาขายขนมจีบกันยกใหญ่ ถึงขั้นต้องเดือดร้อนน้องชายมาคอยช่วยกันท่าให้ทุกรอบ

ปัจจุบันซูมี่เรียนอยู่ชั้นปี 4 คณะบริหารธุรกิจสาขาวิชาการจัดการโรงแรม เหตุผลที่เลือกเรียนสาขานี้ ง่าย ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะดันปลื้มผู้ชายคนหนึ่งมานานแสนนาน เลยอยากเรียนตามเขาเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม กว่าจะได้เรียนก็แทบจะตีกันตายกับที่บ้าน คุณพ่ออยากให้ลูกทั้งสองเรียนต่อในสาขาวิชาที่นำไปต่อยอดในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัวได้ จึงวาดฝันให้เรียนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงานโยธา ทว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนดันเรียนไม่ตรงกับใจที่พ่อต้องการ ถือว่ายังดีที่ลูกชายคนเล็กช่วยสานฝันให้คนเป็นพ่อ

ได้ ซิงอีเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาซึ่งตอนนี้เรียนอยู่ชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่สาว

“แกไม่ใช่ผู้หญิงจะไปรู้อะไร ความสวยกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กัน” ซิงอีถอนหายใจแรงยิ่งกว่าเสียงแอร์ในรถก่อนจะพูดโต้ตอบซูมี่

“ยังไงก็รีบ ๆ หาแฟนสักคนเถอะ ถือว่าผมขอ”

“อีกไม่นานหรอก ฉันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว กรี๊ด” ซูมี่พูดพลางเขินจนตัวบิดเป็นเลขแปด

“ฮะ นี่อย่าบอกว่าพี่ยังรอเฮียอยู่เหรอ”

“เออสิ ก็พี่เขาให้สัญญากับฉันไว้แล้วนี่นา”

‘เฮีย หรือ พี่’ ที่ทั้งสองคนกำลังพูดถึง ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเขาคือ อลัน อชิรวิชญ์ หฤษฎ์ธานุเดช ทายาทเจ้าของกิจการโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ HTND ทว่าชีวิตเขาตอนนี้เป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบได้ เพราะหลังเรียนจบปริญญาตรีในประเทศไทย อลันก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านการโรงแรมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทันที

“เฮียไปอยู่สวิตฯ ตั้งหลายปีแล้ว คงไม่กลับมาไทยแล้วมั้งพี่ เผลอ ๆ อาจได้เมียเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวไปแล้วแหละ”

คำพูดของน้องชายในสายเลือดสร้างความไม่พอใจให้กับพี่สาวเป็นอย่างมาก เขาจึงโดนฟาดกระบาลไปอีกหนึ่งชุด

เพี๊ยะ!

“แกขโมยปากสุนัขมาพูดหรือไง! สัญญาใจกันไว้แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะมีเมีย”

“พี่ยึดคำพูดของเฮียเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วได้ไงวะ เป็นผมถอดใจไปแล้วเสียเวลาชีวิตเปล่า ๆ”

“ค่าพ่อคนหล่อเลือกได้ พูดอย่างกับตัวเองมีแฟนมาแล้วเป็นสิบคน นี่ฉันเรียนจะจบอยู่แล้ว ยังไม่เห็นแกควงสาวสักคนให้เห็นผ่านลูกตาทั้งสองข้างของฉันเลย”

“จะเห็นได้ไง เวลาหาแฟนแทบจะไม่มี ทุกวันนี้แค่ไปรับ-ส่งพี่ ผู้หญิงเกือบครึ่งมหาลัยพากันเข้าใจผิดไปแล้วว่าผมกับพี่เป็นแฟนกัน เฮ้อ...พูดแล้ว คนหล่อก็เศร้าใจ อยากดื่มเหล้าเข้ม ๆ”

“เฮ้ยฉันก็อยาก งั้นคืนนี้ไปดื่มกัน”

“ไม่ว่างครับ คืนนี้มีนัดเล่นเกมกับเพื่อน”

“เพื่อนผู้ชาย หรือ ผู้หญิงจ๊ะพ่อหนุ่ม”

“ไม่เสือกครับพี่”

“เออค่ะ”

ตอนเด็ก ๆ ทั้งคู่ดูตัวติดกันและรักกันมาก ไฉนตอนนี้แทบเหมือนหนังที่ฉายคนละม้วนฟิล์ม แต่ลึก ๆ ก็เชื่อว่าซิงอีแอบห่วงพี่สาวอยู่ไม่น้อย ไม่งั้นคงไม่มากันท่าพวกผู้ชายที่ชอบมาดักรอจีบพี่สาวตัวเองที่หน้าตึกเรียนแทบทุกวันหรอก เผอิญวันนี้เขาติดงานสำคัญของคณะจึงไม่มีเวลาไปเป็นบอดี้การ์ดให้ วันนี้อาจจะต้องปล่อยซูมี่ลงตรงไหนสักที่เพื่อรอให้กลุ่มผู้ชายพวกนั้นสลายตัวไปจากหน้าตึกคณะ ประเด็นคือจะลงที่ไหนดีล่ะ แถมที่ลงต้องถึงก่อนตึกคณะวิศวะด้วย

“ว่าแต่ แกจะหย่อนฉันลงตรงไหนก่อน”

“ยังไม่ได้คิดเลย มีสักที่ในใจไหม”

“โรงอาหารก็แล้วกัน จะได้ไปซื้อของกินเล่นด้วย”

“อันนี้คิดแล้วใช่ไหม จะหนีผู้ชายที่มาดักจีบแต่ดันเลือกลงแหล่งรวมพลนักศึกษาเลยเนี่ยนะ” ซิงอีส่ายหัวกับความคิดของพี่สาวตัวเอง

“แล้วแกจะให้ฉันลงตรงไหน ก่อนถึงตึกคณะแกมันก็มีที่เดียวไหมยะ”

“ลงบ่อปลาไหม เดี๋ยวผมเลี้ยวจอดให้เลย” ซิงอีกวนประสาทใส่พี่สาวตัวเอง

“อยากโดนเขกกะโหลกอีกรอบไหมจ๊ะน้องรัก เอาอย่างนี้เพื่อไม่ให้แกลำบากแถมไม่ต้องห่วงพี่สาวคนสวยจะเป็นอันตราย งั้นฉันลงที่เดียวกับแกเลยแล้วกัน”

“ที่เดียวกับผมคือ?”

“ก็ตึกวิศวะไง”

ดูท่าจะบรรลัยกว่าเดิม

“พูดจา...แค่ไปนั่งแป๊บเดียว แกจะไปเชียร์ลีดเดอร์อะไรก็ไปทำเถอะ”

“ประชุมเชียร์”

“เออนั่นแหละ”

ในเมื่อพี่สาวยืนยันการตัดสินใจของตัวเอง ว่าจะไปนั่งแอบที่ตึกคณะวิศวะก่อน น้องชายอย่างเขาเห็นทีจะขัดพี่สาวไม่ได้ ถึงแม้เตือนไปแล้วว่าอาจจะ ‘บรรลัย’ ก็ตาม

ทั้งคู่มาถึงที่ลานจอดรถของคณะ ซิงอีเรียกให้ซูมี่เดินตามเขามาติด ๆ จากนั้นน้องชายจึงถอดเสื้อช็อปให้พี่สาวเอาไว้คลุมหน้าตาเพื่อหลบผู้คนที่เดินผ่านไปมา เพราะรู้ดีว่าเธอเป็นคนดังพอสมควรในมหาวิทยาลัย

“เท่จังเลยค่ะพี่ ถอดเสื้อช็อปให้หนูแล้ว มอบเกียร์ให้ด้วยได้ไหมคะ”

ซูมี่ลองกวนประสาทน้องชายกลับดูบ้าง โดยแกล้งทำท่าเหมือนหญิงสาวที่อยากมีแฟนเป็นหนุ่มวิศวะจนเนื้อเต้น แต่เธอคงลืมไปว่าไม่มีใครจะกวนอวัยวะเบื้องล่างได้มากกว่าเขาอีกแล้ว

“อยากได้เกียร์เหรอ งั้นก็เปิดหน้าโชว์ไปเลย เชื่อสิสักพักหนุ่มวิศวะจะวิ่งมาถวายเกียร์ใส่พานให้เป็นฝูง เอาเสื้อมา!”

ซิงอีพูดจบก็ดึงเสื้อช็อปที่คลุมหน้าซูมี่ออกทันที โดยไม่คิดห่วงแล้วพี่สาวว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว

“ไอ้น้องบ้า!” ซูมี่รีบวิ่งตามไปดึงเอาเสื้อช็อปมาคลุมไว้แบบเดิม

ซูมี่เดินตามซิงอีมาหยุดตรงหน้าห้องที่ดูคล้ายห้องเก็บของก่อนที่ซิงอีจะหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไป ภายในห้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่มีพื้นที่แคบ หากมีคนอยู่ในนี้เกิน 5 คน ดูท่าว่าจะแย่งอากาศกันหายใจ โชคดีหน่อยที่ห้องนี้ยังติดตั้งแอร์ไว้ ฝั่งซ้ายมือมีอุปกรณ์งานเชียร์ชิ้นน้อยใหญ่เก็บไว้มากมาย บางชิ้นก็เป็นของเหมือนพึ่งซื้อมาใหม่ บ้างก็ดูเหมือนไม่ได้ใช้งานแล้วแต่ยังไม่ได้โละทิ้ง ขณะที่อีกฝั่งเป็นมุมนั่งพักผ่อนหย่อนใจมีโซฟาหนังสีน้ำตาลขนาดกลางนั่งได้ประมาณ 3 คน และข้างกันมีโต๊ะไม้สีซีดเผือกเอาไว้วางสิ่งของ ซิงอีเดินไปหยิบรีโมทแอร์กดปุ่มเพิ่มอากาศหายใจให้คนในห้องแล้วพลางชี้นิ้วไปที่โซฟา

“นั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวผมมา”

“แกจะไปไหน”

“ไปคุยกับประธานเชียร์” ซูมี่อ้าปากเหมือนจะพูดบางอย่างต่อ แต่ถูกซิงอีพูดดักคอไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องตามมา ด้วยความปรารถนาดีจากผม”

ซิงอีหันไปชี้นิ้วใส่ซูมี่พี่สาวจอมดื้อ รู้ว่าตัวเองเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มหลายคน ก็ยังจะทำตัวเป็นเด็กวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่นอยู่นั่นแหละ แค่ซิงอีพาพี่สาวมาแอบไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์เชียร์ของคณะก็ไม่รู้จะต้องรับผิดชอบอะไรหลังจากนี้ คิดได้แค่ต้องรีบไปบอกประธานเชียร์ให้ทราบเรื่องไว้ก่อน

เมื่อน้องชายเดินออกไปได้สักพัก พี่สาวก็เอนกายพิงโซฟาพลางกดมือถือไถดูข้อมูลข่าวสารทางสื่อโซเซียลของตัวเองคั่นเวลา ด้วยห้องที่เล็กจิ๋วทำให้ไอความเย็นของแอร์แผ่ไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในตอนนี้เหมือนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือและช่างชวนเคลิ้มให้พักสายตาทุกขณะ จนในที่สุดเปลือกตาของหญิงสาวก็ถูกกดทับด้วยความเย็น เธอผล็อยหลับไปในที่สุด

มุมมองของซูมี่

แอ๊ด...

เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาจากภายนอกสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ เย้ ซิงอีกลับมาแล้วสินะ ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเพื่อถามไถ่น้องชายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทว่าดันไม่ใช่เขา คำแรกที่เอ่ยพูดในใจหลังจากเห็นบุคคลปริศนาตรงหน้าคือคำว่า ‘ซวยแล้ว’

“เรียนภาคไหนครับ”

ถ้ารู้จักกันคงตอบกวนบาทาไปแล้วว่าภาคเช้าไม่ก็ภาคค่ำ อันที่จริงคำถามนี้ตอบโคตรง่ายหากเป็นนักศึกษาคณะวิศวะจริง

“เอ่อ...” เอาไงดีนะ ควรบอกความจริงไปเลยหรือแสดงละครตบตาไปก่อนดี

“ไม่ใช่เด็กวิศวะเหรอครับ” ก็ไม่ใช่น่ะสิยะ ถ้าดูออกจะถามเพื่อ!

“ม...ไม่ใช่ค่ะ”

"แล้วมาอยูที่นี่ได้ไง" เหาะพรมวิเศษมามั้ง เอ้อ!

"มากับน้องชายค่ะ" ซิงอี...เจ้ขอโทษนะ

“น้องชายชื่ออะไรครับ”

“หลิน ซิงอีค่ะ”

“แล้วคุณล่ะ”

“หลิน ซูมี่ค่ะ” เขาจะเช็กสำมะโนครัวเหรอว่ามีใครบ้าง?

“ซูมี่เหรอ” แคะหูบ้างเถอะพ่อคุณถือว่าขอ ฉันคิดด่าเขาในใจไปอย่างนั้นแหละ แต่ความเป็นจริงแล้วพยักหน้าตอบแต่โดยดีเพราะไม่มีพวก

จู่ ๆ นายทรงผมหัวเห็ดก็เดินเขยิบตัวเข้ามาทีละก้าว ส่วนฉันก็ก้าวถอยออกเว้นระยะห่างจากเขา ไม่ทันไรนายคนนี้ก็เอามือข้างขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง นี่ก็เดาไม่ถูกว่าสิ่งของที่นายหัวเห็ดหยิบคืออะไร อย่างแรกภาวนาอย่าให้เป็นอาวุธหรือของมีคมก็พอ อย่างที่สองหากประเมินสถานการณ์แล้วสุ่มเสี่ยงต่อชีวิต ฉันพร้อมที่จะกรีดร้องให้คอแตกและเตะผ่าลูกมะเฟืองสองลูกของเขาตามศาสตร์แม่ไม้มวยไทยที่เคยร่ำเรียนมาสมัยอยู่ม.ปลายทันที

“ขอไลน์หน่อยครับ”

“คะ?”

“ได้ยินชื่อหนาหูมาสักพักแล้ว บังเอิญจังที่ได้เจอ...ตัวจริงสวยมาก เราอยากจะรู้จักซูมี่มากขึ้นได้หรือเปล่า”

ฉันก็พึ่งจะมาเข้าใจคำกล่าวที่ว่า ‘ความสวยเป็นเหตุ’ ก็ตอนนี้แหละ หนีรอดจากผู้ชายนับสิบมาได้ทุกรอบ ครานี้ท่าจะไม่รอด...สรุปว่าฉันต้องให้ไอดีไลน์กับเขาจริงเหรอเนี่ย! มันคงจะเป็นเพียงทางเดียวที่จะออกจากห้องรูหนูด้วยอวัยวะที่ครบ 32

ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือหยิบมือถือจากเขา จู่ ๆ มือถือของนายนั่นก็ถูกปัดปลิวลอยขึ้นฟ้าโดยบุคคลที่สามที่เข้ามาในห้อง ซิงอี! น้องชายสุดที่รักของพี่ที่เป็นดังอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยพี่สาวออกจากปราสาทหอคอย ถือว่ายังดีที่มือถือนายหัวเห็ดร่วงหล่นไปแหมะบนโซฟาพอดี เห็นใจจะได้ไม่ต้องซื้อมือถือเครื่องใหม่

“ไอ้เรย์ มึงจะไปหน้าหม้อกับสาวคนไหนก็ได้ แต่อย่ามาเสือกยุ่งกับพี่กู”

เออน้องฉันมันเลิศอย่างกับพระเอกในนิยาย กร้าวใจพี่สาวคนนี้ยิ่งนัก!

“พี่สาวมึงต่างหากที่อยากรู้จักกับกู”

ช้าก่อนนายหัวเห็ดมัตสึทาเกะ ฉันอยากไปรู้จักมักคุ้นด้วยตอนไหนมิทราบ! รู้จักคนอย่างซูมี่น้อยไปเสียแล้ว

ซิงอีหันมาสื่อจิตกับฉันทำนองถามว่าจริงไหม ฉันเลยยักคิ้วข้างซ้ายให้น้องชายไปหนึ่งที ซึ่งมีเพียงเราสองคนที่รู้กันในสัญลักษณ์ท่าทางนี้ หากใครคนหนึ่งทำแบบนี้เมื่อไหร่ ขอให้รู้ไว้ว่าจงอยู่เฉย ๆ และคนที่ยักคิ้วจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง

“ใช่เราอยากรู้จัก...ว่านายทำไมถึงหลงตัวเองได้ขนาดนี้กันนะ อย่าสำคัญตัวผิดสิ...จะบอกให้เอาบุญว่าเราไม่เคยสนใจและยอมให้ไอดีไลน์กับผู้ชายคนไหนเลยสักคน รู้ไหมว่าเพราะอะไร”

“เพราะ?”

“เพราะเรามีแฟนแล้วแถมแฟนก็หวงมากด้วย รู้แล้วก็ฝากไปบอกคนอื่น ๆ ด้วย จะขอบพระคุณมาก”

พูดจบฉันก็สะบัดหน้าม้าอย่างไม่แคร์สายตานายหัวเห็ด สมองซีกซ้ายสั่งให้ก้าวขาพาร่างตัวเองเดินหนีออกมาจากห้องทันที เดินออกมาได้สักพักก็พึ่งนึกออกว่าลืมจูงน้องชายตัวเองมาด้วย แถมตอนนี้ไม่มีอะไรปิดบังหน้าทั้งสิ้น สายตาประชาชนชาววิศวะที่เดินผ่านต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน จุดจุดนี้เชื่อว่าไม่ได้มองด้วยความเสน่ห์หาผสมหลงใหลในความงามของฉัน พวกเขาน่าจะมองฉันเหมือนเป็นตัวประหลาดในคณะมากกว่า เสื้อช็อปก็ไม่มีใส่ แถมไม่มีเกียร์ห้อยคอแสดงรุ่นอีกต่างหาก ฉันรีบยกมือป้องปิดหน้าตัวเองแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากบริเวณตรงนี้ให้เร็วที่สุด

หมับ!

“จะเดินเร็วไปไหนเนี่ยพี่ ตามอย่างเหนื่อย” ซิงอีวิ่งมาจับแขนให้ฉันหยุดเดินพร้อมหายใจหอบถี่

“ซิงอีน้องรัก พาพี่กลับตึกคณะที” อยากกลับแล้ว...ไม่มาที่นี่แล้ว แง ๆ

“เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าจะบรรลัยพี่ไม่ยอมฟังเอง” ซิงอีได้แต่ส่ายหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดความดื้อด้านของพี่สาว

“ฉันขอโทษที่ไม่ยอมฟังแก แต่ก็ขอบคุณนะที่มาช่วยพี่สาวคนนี้”

“เติมเกมให้ผมตอบแทนก็แล้วกัน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง”

อยากจะรู้จังไอ้เกมที่เล่นแบบถ่างตาไม่ยอมนอน จนค่าไฟที่บ้านขึ้นเท่าตัวมันคือเกมอะไร แล้วเล่นกับเพื่อนจริงหรือเปล่าหนอ

พวกเราเดินกลับมายังลานจอดรถ ซิงอีสตาร์ทรถขับพาฉันกลับไปส่งที่ตึกคณะบริหารฯ เขาได้บอกประธานเชียร์ไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะขอเข้าประชุมสายกว่าคนอื่นหน่อยนึงเพราะมีเหตุจำเป็น แต่ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไมประธานเชียร์อนุญาตง่ายจัง ของคณะฉันนี่โหดยิ่งกว่าพี่ว้ากพี่ระเบียบอีกนะ ต่อมเผือกมันกระตุกเลยปาคำถามใส่น้องชายเลย

“ถามหน่อย ประธานเชียร์ไม่บ่นอะไรแกเลยเหรอ”

“ไม่นะ เขาก็อนุญาตบอกว่าได้เลยไม่มีปัญหา”

“แปลก นี่แกไปติดสินบนกับเขามาหรือเปล่า” เวลาที่ถูกจับได้ซิงอีจะชอบทำตัวเลิ่กลั่ก ซึ่งตอนนี้อาการน้องชายฉันมันฟ้องมาก

“ปะ...เปล่า ไม่มี๊”

“เสียงสูงติดเพดานรถแล้วค่า ว่ามาแกจ่ายเขาไปเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันโอนคืน”

ฉันรีบหยิบมือถือออกมาจากระเป๋าหิ้ว และกดเข้าแอปฯ ธนาคารเพื่อเตรียมโอนเงินคืนให้น้องชาย

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความจากไลน์เด้งขึ้น ชื่อโปรไฟล์ AmKey ใครกัน

'สวัสดีครับซูมี่ เราชื่อคีย์นะ'

'เป็นประธานเชียร์วิศวะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ'

เพียงเห็นข้อความสั้น ๆ ในเวลาไม่ถึงสองวินาที คำถามที่ฉันสงสัยมาตลอดถูกเฉลยจนหมดเปลือก ไม่ต้องถามต่อแล้วว่าบุรุษนามว่า คีย์ได้ไอดีไลน์ของฉันมาจากไหน

“หลิน ซิงอี...” ฉันเรียกชื่อน้องชายเต็มยศด้วยน้ำเสียงโทนต่ำเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเอาน้ำแข็งไปผสมน้ำเย็น เจ้าน้องชายตัวแสบที่ขับรถอยู่หันหน้ามาฉีกยิ้มเจื่อน ๆ ให้

“คุณซูมี่ ผมอธิบายได้นะ” พอรู้ตัวว่าทำผิดถึงกับเรียกชื่อฉันสุภาพเชียว

“ว่ามา”

“ก็ไปคุยกับประธานเชียร์มา พี่คีย์อนุญาตให้พี่แอบในห้องนั้นได้ตามสะดวกแถมพาพี่มาส่งกลับที่ตึกได้ด้วย แต่เขาอยากขอแลกไลน์พี่ไว้เผื่อมีติดต่อคุยงานเชียร์ข้ามคณะกันเฉย ๆ”

“แกเบลอเหรอ ติดต่อคุยงานเชียร์ข้ามคณะก็ต้องติดต่อประธานเชียร์คณะด้วยกันสิโว้ย! ถ้าแกโดนมิจฉาชีพหลอกนี่ไม่ต้องสงสัยเลย”

“เอาน่า อย่างน้อยเขาก็สัญญากับผมว่าจะไม่ส่งต่อไอดีของพี่ให้ใคร พี่ก็รักษาน้ำใจเขาเสียหน่อย ทำเป็นคุย ๆ พอเป็นพิธีแล้วค่อยหายตัวเข้ากลีบเมฆไปก็ได้”

เรื่องอะไรที่ฉันต้องชวนนายกุญแจ (คีย์) คุยไปก่อนด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเสียหน่อย อย่าเสียเวลากันเลยตัดไฟแต่ต้นลมดีที่สุด เพราะฉะนั้นขอปิดประเด็นไปเลยแล้วกัน ฉันจึงพิมพ์ส่งข้อความบอกนายคีย์ไปว่า

ซูมี่ : ไม่ต้องทักมาแล้วนะคะ

ซูมี่ : พอดีมีแฟนแล้วค่ะ

คีย์ : ไหนซิงอีบอกว่ายังไม่มี

ซูมี่ : ยังไม่ได้เปิดตัว

คีย์ : เหรอ งั้นแฟนซูมี่คือใคร บอกได้มั้ย

ส ใส่ เกือกจริง ๆ ยุ่งเรื่องส่วนตัวคนอื่นไม่เข้าเรื่อง ขณะที่ฉันกำลังนั่งพิมพ์ปะทะคารมไปมากับนายคีย์ ซิงอีก็จอดรถที่หน้าตึกคณะของฉันพอดีเป๊ะพร้อมส่งสายตาไล่ให้ลงจากรถ ณ บัดนาว ฉันจึงชี้นิ้วให้ดูว่ากำลังพิมพ์ข้อความตอบตาประธานเจ้าปัญหาอยู่ เขาจึงเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดเพลงฟังเพื่อรอฉันคุยให้จบ เป็นจังหวะเดียวกันที่ฉันเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำยกขึ้นดื่ม ซึ่งช่องวางแก้วดันใกล้กันกับปุ่มเปิดเพลงในรถพอดิบพอดี มือเจ้ากรรมของฉันจึงเผลอไปโดนมือน้องชายให้เลื่อนกดปุ่มคลื่นวิทยุข่าวแทน

“อุ๊ย! ตุ้ยปู้ฉี่” ฉัน ‘ขอโทษ’ น้องชายกลับด้วยภาษาบ้านเกิดของคุณพ่อ

“เหมยซื่อ” และเขาก็ตอบกลับว่า ‘ไม่เป็นไร’ ในภาษาเดียวกัน และกำลังจะกดเปลี่ยนเป็นฟังเพลงแทน

‘ข่าวสดจากสนามบินค่ะ คุณอชิรวิชญ์ หฤษฎ์ธานุเดช ทายาทเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ตชื่อดังในเครือ HTND เดินทางจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถึงประเทศไทยพร้อมคณะทำงานเมื่อเวลา 9:00 น. ที่ผ่านมา’

“ซิงอีเดี๋ยว...” ฉันรั้งมือน้องชายให้นิ่งไว้และตั้งใจฟังเสียงข่าวสดจากทางคลื่นวิทยุต่อ

‘ในช่วงเย็นวันเดียวกัน จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด ณ โรงแรม HTND กรุงเทพฯ พร้อมแถลงข่าวเรื่องสำคัญซึ่งหลายคนคาดการณ์ว่าจะเป็นข่าวดีค่ะ’

“พี่อลัน…”

เขา...ผู้ชายที่คอยสอนฉันทุก ๆ เรื่องในวัยเด็ก ว่าอะไรที่ควรและไม่ควรทำ

เขา...ผู้ชายแสนดีที่หนึ่งในดวงใจ ที่คอยดูแลเอาใจใส่ฉันอย่างสม่ำเสมอ

เขา...ผู้ชายที่ทำให้ฉันรู้สึกเศร้า เมื่อรู้ว่าเราต้องห่างไกลกันในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่ฉัน...ก็ยังรอเขาอยู่ที่เดิม และไม่เคยคิดจะจากไปไหน

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เขากลับมา...ความหวังที่ฉันรอไม่ริบหรี่อีกต่อไปและตั้งใจจะไปพบเขาในบ่ายวันนี้เพื่อเคลียร์สิ่งที่ยังค้างคา หรือที่เรียกว่า ‘สัญญาใจ’

“ฉันจะไปหาพี่อลันบ่ายนี้ แกไปด้วยกันไหม”

“ผมติดงานภาคน่ะสิ ฝากพี่ทักทายเฮียก่อนแล้วกันนะ”

“ได้สิ เดี๋ยวบอกให้” ขณะที่ฉันกำลังก้าวขาลงจากรถ น้องชายตัวดีก็ทักถามบางอย่าง

“แล้วสรุปเรื่องพี่คีย์ พี่จะตอบเขาไปว่ายังไง”

“นี่ไง ฉันตอบเขาไปแล้ว”

ฉันหยิบมือถือโชว์หน้าจอให้ซิงอีดูข้อความที่ส่งไปหานายคีย์เมื่อสักครู่

เหรอ งั้นแฟนซูมี่คือใคร บอกได้มั้ย

'อชิรวิชญ์ หฤษฎ์ธานุเดช'

'ถ้าไม่รู้จัก ลองหาชื่อดูในอินเทอร์เน็ตค่ะ'

บัวน้อยลอยละล่อง

แอบอ้างใช้ชื่อพี่อลันเป็นแฟนตัวเองเฉย 5555 ตอนหน้ายัยน้องเจอพี่อลันแล้วในรอบ 12 ปี! มาเดากันว่าตอนเจอกันจะเป็นยังไง

| J'aime
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    1 เดือนต่อมา @ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัย เวลา 06.00 น.“นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เชิญเข้าหอประชุมเลยครับ” ประธานสโมสรนักศึกษาประกาศเสียงผ่านโทรโข่งเพื่อกวาดต้อนนักศึกษาแต่ละคณะเข้าหอประชุมเพื่อเตรียมเข้าพิธีรับประกาศนียบัตรจบการศึกษาวันนี้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวนมหาศาลจากต่างคณะมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยโดยไม่ได้นัดหมาย ยังไม่นับรวมญาติสนิทมิตรสหายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่บัณฑิตป้ายแดงในอีกไม่กี่ชั่วโมง จำนวนผู้คนหลั่งไหลเข้ามาราวกับฝูงมด หากจะติดต่อหากันคงต้องบอกที่นัดหมายไว้ให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นคงพลัดหลงกันแน่ “ยัยมี่ทางนี้” ต้นข้าวชูมือขึ้นสูงเพื่อเรียกเพื่อนสาวที่กำลังเอามือถือแนบที่หูพลางกวาดสายตามองหาพวกเธอเมื่อซูมี่เห็นเป้าหมายจึงรีบเดินเบียดเสียดคนเข้าไปหาเพื่อนสาว “หวัดดีพวกแก ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้” “จริง มาเข้าใจรุ่นพี่ปีก่อนก็ตอนนี้แหละเนอะมีมี่” ต้นรักเอ่ย“พวกเราเข้าไปห้องพิธีข้างในกันเถอะ ตรงนี้คนมันแน่นฉันหายใจไม่ออกแล้ว” ต้นข้าวเอ่ยชวน สามสาวเดินตามกันเข้าไปในห้องประชุมด้วยความทุลักทุเลกับชุดครุยที่ลากยาวติดพื้น ไหนจะรองเรื่องรองเท้าคัทชูที่สวมใส่กัดอีก ท

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   ใจฉันมีแต่เธอ

    1 เดือนต่อมา@ คณะบริหารธุรกิจ“เย้! โปรเจคผ่านสักทีเว้ย!” แฝดสาวผู้พี่กระโดดโลดเต้นดีใจ“ดีใจเกินเหตุข้าว อย่าลืมสิว่ามีสอบอีกชุดใหญ่ไฟกะพริบ”แฝดผู้น้องย้ำเตือนเธอว่ายังเหลือโค้งสุดท้ายแห่งชีวิต ถ้าสอบไม่ผ่านก็เตรียมแหกโค้งปลิดชีพเรียนไม่จบไปได้เลย“เออว่ะ อย่าพูดสิฉันเศร้า” ต้นข้าวเสียงหงอยก่อนนั่งลงที่เก้าอี้แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่อยู่เหนือความเครียดและความกังวลใด ๆเพราะโลกของเธอช่างสดใสราวกับเดินเล่นอยู่ในดินแดนแห่งเวทมนตร์“คงจะมียัยมี่คนเดียวที่เบิกบานใจ” ต้นข้าวถึงกับหยิบปากกาขว้างไปที่หัวเหม่งของคนที่ถูกกล่าวถึง“โอ๊ย!ยัยข้าวเจ็บ” หญิงสาวที่โดนขว้างปากกาใส่หัวหันมาเรียกชื่อเพื่อนสาวฝาแฝด“มีความสุขเหลือเกินแม่สาวหมวย พอมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็เทเพื่อนเลยนะยะ” ต้นข้าวเอ่ยเชิงน้อยใจ“ฉันทิ้งพวกยูตรงไหน มา ๆ วันนี้มีแพลนไปไหนกัน ฉันไปด้วย”ซูมี่เอ่ยถามสองแฝดว่าวันนี้มีที่ไหนอยากไป เธอพร้อมจะไปด้วยเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ช่วงนี้อยู่กับพวกเธอน้อยกว่าเดิม“ชิ ถ้าฉันบอกว่าอยากไปดื่มเหล้า แกจะไปกับพวกฉันเหรอ” ต้นข้าวเอ่ยถามทั้งที่รู้ว่าซูมี่คงไม่ไปด้วยแน่“ไปสิ ดื่มเหล้านี่ของชอบเลย” หญิงสาว

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   หักห้ามใจ

    3 สัปดาห์ต่อมาความรักของชายหนุ่มกับหญิงสาวเริ่มสุกงอม หลายสัปดาห์ก่อนเขาและเธอได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นในสถานะความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแฟนอลันตัดสินใจเปิดตัวซูมี่ต่อครอบครัวเขาและเธออย่างเป็นทางการโดยเชิญพวกท่านมาเป็นสักขีพยานช่วงทานอาหารมื้อค่ำที่โรงแรม HTND ทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเขาและเธอต่างพากันตกใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทว่าพวกท่านก็ไม่ได้ขัดที่ทั้งคู่จะคบหาดูใจกันพร้อมทั้งเอ่ยปากร่วมแสดงความยินดีไปในตัว ถือว่าทั้งคู่โชคดีที่ครอบครัวเปิดไฟเขียวให้คบหาดูใจกันได้ตามสะดวก ทางครอบครัวซูมี่ยังเอ่ยฝากฝังลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนกับอลันไว้ด้วย ซึ่งเขารับปากสัญญาว่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดีในวันนี้อลันขออนุญาตทางผู้ปกครองของซูมี่พาเธอไปเที่ยวหรือที่เรียกกันว่าชวนไปออกเดต หากเป็นคู่รักคู่อื่น ๆ คงจะพาไปดูหนัง กินข้าว ร้องคาราโอเกะ เดินเล่นในสวน แต่สำหรับพวกเขาซึ่งตัวติดกันอย่างกับหมากฝรั่ง สถานที่ที่เขาเดตกันก็มีเพียงที่เดียวที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวนั่นคือ คอนโดของชายหนุ่ม@ คอนโดของอลันเมื่อทั้งคู่เปิดประตูห้องเข้ามาแล้ววางสัมภาระไว้ที่โต๊ะเรียบร้อย ไม่ทันไรผู้ชายคลั่งรักก็พุ่งตัวเข้าไปสวมกอดแฟนสาวจา

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   ออดอ้อน

    @ คอนโดของอลันเวลา 08.30 น.กริ๊งงงง!เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่ตั้งเอาไว้โดยซูมี่ดังขึ้น เธอเอื้อมมือสุดแขนไปที่โต๊ะเล็กข้างเตียงเพื่อปิดมันก่อนจะดันตัวเองจากเตียงแล้วลุกนั่งตัวตรงในสภาพที่ยังไม่ลืมตาตื่น“อยากนอนต่อจัง…ไม่ได้สิ เราอยู่คอนโดพี่อลันนี่นา”ซูมี่สะดุ้งตัวฟื้นคืนสติว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ที่บ้าน ทว่ายังอยู่ที่คอนโดผู้ชายที่เธอน่าจะเรียกได้เต็มปากแล้วว่า…แฟนหนุ่มหญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงแล้วพับผ้าห่มอย่างประณีตตามหลักสูตรวิชาการโรงแรมที่เรียนมา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูทักทายยามเช้ากับชายหนุ่ม“อรุณสวัสดิ์ค่าพี่อลัน เอ…ยังไม่ตื่นเหรอ”ซูมี่กวาดตามองทั่วทิศเพื่อหาผู้ชายร่างสูง และพบว่าเป้าหมายยังคงนอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เธอค่อย ๆ ย่องฝีเท้าให้เบาประดุจดังขนนกมาหยุดอยู่ที่โซฟาก่อนจะย่อตัวลงเอามือชันเข่าพลางโน้มตัวจ้องมองใบหน้าของอลัน“คนอะไร ขนาดหลับยังหล่อเลย”เธอยื่นนิ้วเรียวเล็กเอื้อมไปปัดปอยผมข้างหน้าของอลันที่บังตาไว้เพื่อจะได้เห็นความหล่อของแฟนตัวเองชัด ๆหมับ!ยังไม่ทันจะได้ชื่นชมเต็มอิ่ม จู่ ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกจับโดยผู้ชายที่นอนอยู่ แถมเขายังดึงร่างเธอใ

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   ความลับระหว่างลูกผู้ชาย

    สามปีก่อน (สมัยซูมี่อยู่ปี 1 และซิงอีอยู่ ม.6) @ บ้านตระกูลหลินเวลา 19.00 น.“กลับมาแล้วค่ะ / ครับ” เสียงเด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายและสาววัยมหาวิทยาลัยแจ้งคนในบ้านให้ทราบว่าพวกเขาเดินทางกลับถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อย“วันนี้เป็นไงกันบ้างเด็ก ๆ ” คุณเพียงขวัญเอ่ยถามลูกรักทั้งสอง “เหนื่อยครับคุณแม่ ผมขอตัวไปนอนเลยนะครับ” ซิงอีพูดจบก็รีบขึ้นบันไดเข้าห้องนอนตัวเองทันที“อ้าว ไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอลูก” ผู้เป็นแม่เอ่ยไล่หลังแต่ลูกชายไม่ตอบกลับอะไรเลย “เดี๋ยวซูมี่ไปดูน้องเองค่ะคุณแม่” ซูมี่รีบเดินขึ้นบันไดตามน้องชายตัวเองไปเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพลางเคาะประตูขออนุญาตเปิดเข้าไป ภาพที่เธอเห็นคือซิงอีล้มตัวลงนอนทั้งที่ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย “ซิงอี ลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อนค่อยมานอน เชื้อโรคมันจะสะสม” “ไม่ไหวแล้วซูมี่ วันนี้ผมเหนื่อยมากขอนอนพักแป๊บ เดี๋ยวมีนัดเล่นเกมตอนดึกกับเพื่อนต่อ” แปะ! พี่สาวตีไปที่หลังน้องชายเสียงดังแปะในขณะที่เขานอนคว่ำหน้าอยู่“โอ๊ย! พี่ทำไรเนี่ย” จนเขาต้องหันหน้ามาคุยกับเธอ “หมั่นไส้ ห่วงเล่นเกมอยู่ได้ หนังสืออ่านมั่งไหม ปีนี้แกต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ” “เออผมรู้แ

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   ดึกแล้วอย่าพึ่งกลับ

    @ WithUs Café and Restaurantแอ๊ด...ประตูถูกเปิดอีกครั้งหลังจากสามสิบนาทีก่อนหน้าถูกปิดลง หญิงสาวที่นั่งรอใครบางคนหันไปในทิศทางที่ประตูเปิดออกแล้วเผยรอยยิ้มให้ผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามา“ดีใจจัง พี่อลันกลับมาแล้ว”ขณะเดียวกันผู้ชายคนนั้นก็เดินปรี่เข้ามาสวมกอดผู้หญิงตรงหน้า“พี่คิดถึงเราจัง”เมื่อหญิงสาวได้ยินเขาเอ่ยแบบนี้จึงดันตัวเขาออกทันที คนที่สวมกอดถึงกับทำหน้างง“ถามจริง นี่ใช่พี่อลันตัวจริงหรือเปล่าคะ” ซูมี่เลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ซูมี่…เราพูดอย่างกับพี่มีฝาแฝดอีกคนไปได้” คำตอบของเขาจะสื่อว่าไม่มีใครจะตัวจริงไปกว่านี้อีกแล้ว“ปกติพี่อลันไม่เคยทำตัวแบบนี้นี่นา ซูมี่แตะทีหรือกอดทีตะโกนโหวกเหวกตกใจทุกทีเลย”“มันเมื่อก่อนไหม ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว”“ไม่เหมือนเดิมยังไงคะ”“ก็เราเป็นแฟนของพี่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”อลันกระชับกอดเอวบางแน่นขึ้น แถมยังพูดคำที่ซูมี่โคตรจะแพ้ใส่ไปในประโยคด้วย“ถ้าบอกยกเลิกตอนนี้ทันไหมคะ” ซูมี่ลองแกล้งพูดอำอลันเชิงขำขัน ทว่าเขาดันไม่รู้สึกขำด้วย“ลองดูสิ” อลันให้คำตอบสั้น ๆ พร้อมยักคิ้วให้“ได้ใช่ม้า”“เราก็ลองดูสิ แล้วเดี๋ยวก็รู้ว่าพี่จะทำยังไงต่อกับเรา”อลันไม่

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   เปิดใจให้ (คนอื่น) จอง

    @ คลับของซัน (เพื่อนอลัน)เวลา 20.00 น.“ยัยมี่วันนี้เอาให้เต็มเหนี่ยวไปเลย ฉันเลี้ยงย้อมใจแกเอง” ต้นข้าวเอ่ยก่อนเปิดวงเหล้าที่โต๊ะ โดยมีซูมี่และต้นรักนั่งอยู่ด้วยกัน“ขอบใจนะยัยข้าว ถ้าฉันเหมาหมดร้านแกจ่ายให้ไหวนะ”ซูมี่พูดพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนสาวคนสนิทหลังจากที่เดินทางขึ้นรถตู้กลับมาเองโดยไม่บอก

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   ของแทนความคิดถึง

    ซูมี่นั่งแข็งทื่อราวกับเป็นรูปปั้นมังกรหินเมื่อได้ยินประโยคล่าสุดที่อลันเอ่ย เธอรู้สึกโหวงและหวิวราวกับหัวใจดวงน้อยหลุดออกจากร่างร่วงหล่นไปกองกับพื้น เซลล์ประสาทในสมองจับต้นชนปลายความรู้สึกนึกคิดไม่ถูก สิ่งที่ได้ยินนั้นทำไมถึงกะทันหันไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้ นัยน์ตาของสาวหมวยเริ่มชุ่มไปด้วยน้ำสีใส เ

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   แค่พี่น้อง

    3 วันผ่านไป...@ ห้องเรียน ตึกคณะบริหารธุรกิจตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น จนถึงตอนนี้ซูมี่กับอลันก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย หญิงสาวเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างตึกเรียนเหมือนกำลังคิดทบทวนในสิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดว่ามันได้ผลดีหรือผลเสียกันแน่ การที่เธอมาทวงสัญญาตามที่ให้ไว้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย หากคิด

  • My Honey ซูมี่จอมดื้อ   สักวัน

    ต่อให้อลันพยายามจะพูดให้ซูมี่เข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อเธออย่างไร ซูมี่ก็เลือกที่จะไม่ฟัง สรุปง่าย ๆ ก็คือดื้อนั่นเองแต่ถือว่าอลันมีความใจเย็นและเป็นผู้ใหญ่มากพอที่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องความรู้สึกกับเรื่องที่ต้องดูแลน้องสาวจอมดื้อออกจากกันได้ เขาขับรถไปส่งเธอกลับบ้าน ระหว่างเดินทางบรรยากาศในรถ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status