My Honey ซูมี่จอมดื้อ

My Honey ซูมี่จอมดื้อ

last updateDernière mise à jour : 2025-01-04
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
36Chapitres
868Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เรื่องราวของรักต่างวัยที่อายุห่างกัน 1 ทศวรรษเศษ 12 ปีก่อน... เด็กน้อยวัย 8 ขวบ ดันอยากเป็นแฟนกับพี่ชายที่แสนดีวัย 20 ปี ซะงั้น เพราะอะไรกันล่ะ? เขาก็แสนจะเอ็นดูเธอเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง จึงพยายามหาวิธีพูดเชิงถนอมน้ำใจเด็กน้อยไปก่อน โดยรับปากสัญญาว่าจะยอมเป็นแฟนด้วย หลังเธอเรียนจบมหาวิทยาลัย ตอนนั้นคิดแค่ว่า เมื่อเธอโตขึ้นอีกหน่อยก็คงจะลืมไปเอง...แต่ไม่! 12 ปีต่อมา... ปีสุดท้ายก่อนเรียนจบ เธอมาทวงสัญญาใจที่เคยให้ไว้ แต่เขากลับทำเป็นงงว่าคือสัญญาอิหยัง? จึงมีการประชันฝีปากกันเกิดขึ้น ซูมี่ : ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ยังไงพี่อลันก็ต้องเป็นแฟนกับซูมี่ อลัน : หลิน ซูมี่! ซูมี่ : สัญญาต้องเป็นสัญญาค่ะ แม้ว่าในตอนนี้พี่จะไม่รู้สึกอะไรกับซูมี่เลยก็ตาม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซูมี่ที่จะทำให้พี่รู้สึกเอง

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

12 ปีก่อน

เวลา 20.00 น.

@ HTND Hotel, Bangkok

โรงแรมหรู 3 ชั้น ระดับ 5 ดาวใจกลางกรุง ตั้งตระหง่านติดริมฝั่งแม่น้ำออกแบบโครงสร้างสไตล์ไทยประยุกต์ ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีความผสมผสานระหว่างไทยแท้ร่วมกับความเป็นยุโรป หรือที่รู้จักกัน 'สไตล์โคโลเนียล' โดยจะใช้ไม้ อิฐ และปูนเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ผนังปูนถูกทาทับด้วยสีเหลืองอ่อนตัดกับสีขาวที่ถูกทาลงบนโครงไม้แกะสลักลายกนกอย่างลงตัว พื้นทางเดินภายในปูด้วยวัสดุไม้เคลือบเงามันวาว ชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์รวมถึงของตกแต่งโดยส่วนใหญ่เป็นของมูลค่าสูง และได้รับมาจากการประมูลวัตถุโบราณที่หายาก เพื่อให้แขกที่มาเข้าพักรู้สึกไม่ได้แค่มาพักผ่อน แต่ก็ยังได้เหมือนมาเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของสะสมไปในตัว

ในค่ำคืนนี้บริเวณลานจอดรถหนาแน่นไปด้วยรถหรูหลากหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก กลุ่มผู้คนฐานะมั่งคั่งต่างพากันเดินทยอยเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงตามที่ถูกระบุไว้ในการ์ดเชิญ

เมื่อมาถึงยังห้องจัดงาน ทุกคนต่างร่วมวงสนทนากันประดุจดังญาติมิตรที่สนิทชิดเชื้อมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หากสังเกตมองไปที่บนเวที จะพบกับป้ายขนาดใหญ่ที่ระบุข้อความเอาไว้ว่า

‘งานเปิดตัวโรงแรมในเครือ HTND แห่งแรกในภาคตะวันออก’

ในตอนนี้กลุ่มคนที่เห็นจะสะดุดตาที่สุดภายในงานคงหนีไม่พ้นชายหญิงสองคู่ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทีมงานช่างภาพมืออาชีพที่คอยกดชัตเตอร์รัว ๆ ในทุกอิริยาบถของพวกเขา

ผู้ชายที่สวมชุดสูทสีดำเมี่ยมทั้งตัวคือคุณอคิณ หฤษฎ์ธานุเดช ประธานบริษัทโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ HTND ส่วนผู้หญิงที่ยืนข้างกันคือภรรยาคุณราตรี หฤษฎ์ธานุเดช

ถัดมาอีกคู่ที่ยืนชิดกัน สุภาพบุรุษในชุดทักซิโด้ติดโบหูกระต่ายคือคุณชางอี หลิน ประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้างฟาไฉ คอนสทรัคชั่น  ผู้มีบทบาทรับผิดชอบโครงการก่อสร้างโรงแรมสาขาใหม่ที่จะถูกเปิดตัวภายในค่ำคืนนี้ เขามาพร้อมกับภรรยา คุณเพียงขวัญ หลิน และลูกน้อยน่ารักทั้งสองคน

“หม่าม้า เมื่อไหร่เราจะกลับบ้านกันคะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนิดวัยไม่เกิน 10 ขวบ เดินมาจับชายกระโปรงชุดราตรีของผู้เป็นแม่พลางขยี้ตาข้างหนึ่ง เพื่อส่งสัญญาณบอกว่าอีกนิดเดียวตาเธอจะลืมไม่ขึ้นแล้ว

“เดี๋ยวก็ได้กลับแล้วซูมี่ ว่าแต่ซิงอีไปไหน”

คุณเพียงขวัญย่อตัวลงจับไหล่ลูกสาว ก่อนจะกวาดสายตารอบทิศเพื่อหาตัวลูกชายคนเล็ก

“ซิงอีเล่นอยู่กับเพื่อนค่ะ” ซูมี่ชี้นิ้วอ้วนกลมให้คุณแม่มองไปที่สวนตรงหน้าประตูทางเข้า

“งั้นซูมี่ไปเล่นกับน้องก่อนนะ ป่าป๊ากับหม่าม้าขอคุยธุระกับผู้ใหญ่ก่อนนะลูก” คุณเพียงขวัญดันตัวลูกสาวให้เดินไปหาน้องชายที่กำลัง วิ่งไล่จับกับเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ

เด็กสาวเดินตาปรือหยุดที่ตรงขอนไม้ขนาดพอดีก้น ก่อนจะหย่อนตัวลงไปติดแหมะกับขอนไม้เพื่อดูน้องชายวิ่งเล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ทว่าขอนไม้ที่สาวน้อยนั่งอยู่นั้นแท้จริงแล้วถูกนำมาประดับตกแต่งเป็นป้ายยินดีต้อนรับแขกที่มาพัก ผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองเป็นตาเดียวพลางยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูของเด็กน้อยที่เปรียบเสมือนตุ๊กตารูปปั้นดินเผาที่ไว้ต้อนรับแขกที่มาเยือน

“ซิงอี ยังไม่ง่วงเหรอ” ซูมี่ตะโกนสุดเสียงให้น้องชายได้ยิน

“ไม่ง่วง มาเล่นด้วยกันสิซูมี่”

ซิงอีกวักมือเรียกพี่สาวมาเล่นด้วยกัน แต่เธอดันส่งสัญญาณโบกไม้โบกมือกลับว่า ‘ไม่เล่น’ เด็กน้อยเริ่มหาววอด คอเริ่มอ่อนเปลี้ย เอียงทางซ้ายที ทางขวาที จนท้ายที่สุดซูมี่ก็ทรงตัวไม่อยู่ และหัวเจ้าตัวกำลังจะพุ่งลงดิน

“น้อง!”

เสียงตะโกนด้วยความตกใจจากชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้น เขารีบพุ่งตัวด้วยความไวเท่าที่จะทำได้เพื่อเอาฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างไปรองรับหัวขนาดเท่าลูกฟักทองจิ๋วไว้ในอุ้งมือ ทว่าเด็กน้อยฟุบหน้าแหมะกับฝ่ามือได้เพียงสองนาที ก็เงยหน้าขึ้นตัวตรงดังเดิมแต่ยังอยู่ในสภาพที่หลับตาอยู่

“นุ่มเหมือนหมอนเลย แต่หายใจไม่ค่อยออก”

ซูมี่พูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียฟังไม่ถนัด แต่พอจะจับใจความได้ว่าฝ่ามือของผู้ชายปริศนาคนนี้ท่าจะนุ่มสบาย ส่วนที่หายใจไม่ออกนั้นเป็นเพราะเด็กน้อยเอาหน้าลงฝ่ามือเต็มแรง จึงทำให้จมูกถูกกดทับปิดกั้นทางเดินหายใจของเธอนั่นเอง

“ง่วงเหรอน้อง พ่อแม่อยู่ไหนล่ะ”

ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าให้พอดีตัวเด็กก่อนจะถามหาผู้ปกครอง เด็กน้อยเอี้ยวตัวชี้เข้าไปที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยง เขาจึงรู้ทันทีว่าพ่อแม่ของเธอคงอยู่ภายในงาน นี่ก็มืดค่ำเสียแล้ว หากปล่อยเด็กมานั่งคนเดียวด้านนอกอาจจะเกิดอันตราย เขาจึงตัดสินใจจะพาเธอเข้าไปหาพ่อกับแม่

“เดี๋ยวพี่พาเราไปหาพ่อแม่ดีกว่า อยู่ข้างนอกคนเดียวอันตราย ว่าแต่ท่านชื่ออะไรล่ะ”

เมื่อได้ยินคำว่าจะพาไปหาพ่อแม่ข้างใน เด็กน้อยก็ค่อย ๆ ขยับเปลือกตาเปิดออกเพื่อมองคนตรงหน้า จากลักษณะดวงตาตี่เท่าเมล็ดถั่วกลับขยายโตขึ้นเท่าไข่ห่าน

“หล่อจัง”

ภาพตามจินตนาการของเด็กตัวเล็กที่เห็นผู้ชายคนนั้นคือ หนุ่มหล่อวัยรุ่นหน้าตาดี ผิวขาวราวน้ำนมข้าว ร่างสูงโปร่ง คิ้วหนาสีดำเข้ม ผมสีดำแสกกลาง สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ทับเข้าในกางเกงยีน และใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน

“เด็กน้อยฟังพี่อยู่หรือเปล่า”

ชายหนุ่มทวนถาม แม้จะรู้ว่าเด็กหญิงกำลังเอ่ยชมเขา ช่างดูน่ารักตามประสาเด็กเสียจริง ไม่นานเธอก็พยักหน้าบอกว่าจำที่พี่ชายคนนี้ถามได้

“หลิน ชางอี และ...” ทว่ายังเอ่ยสมาชิกในครอบครัวไม่จบ ชายหนุ่มก็พูดแทรกทันใด

“อ๋อลูกคุณอาหลินนี่เอง เราชื่อว่าอะไร”

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อหลิน ซูมี่ ชื่อเล่นว่า ซูมี่ อายุ 8 ขวบค่ะ เป็นลูกครึ่งไทย-จีน มีน้องชาย 1 คน ชื่อหลิน ซิงอี อายุ 7 ขวบค่ะ”

ซูมี่ตอบคำถามราวกับท่องจำมาจากการแนะนำตัวหน้าชั้นเรียน ทำให้เขาถึงกับหลุดขำออกมาก่อนจะเอ่ยชมเด็กน้อย

“พูดเก่งจังซูมี่ พี่ชื่ออชิรวิชญ์นะ เรียกพี่ว่าอลันก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ

เด็กน้อย”

“อายุกี่ขวบคะ” เด็กน้อยเอียงคอถามอายุพี่ชายที่คุยด้วย

“20 ขวบครับผม เอ...ถ้าพี่อยากรู้ว่าซูมี่มีอายุห่างกับพี่กี่ปีต้องคิดยังไงเอ่ย” อลันลองเล่นคณิตคิดเร็วเพื่อให้ซูมี่หายง่วง

“12 ปีค่ะ” เด็กน้อยตอบอย่างรวดเร็ว อลันถึงกับทึ่งความสามารถในด้านการคำนวณของซูมี่

“สุดยอดไปเลยซูมี่”

คำชื่นชมของอลัน ทำให้เด็กน้อยอย่างซูมี่ถึงกับยิ้มแก้มปริ อาการง่วงนอนก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอเหมือนรู้จักกันมานาน จนกระทั่งมีพนักงานโรงแรมเดินมาตามอลันให้เข้าไปในงาน เขาจึงหันมาบอกซูมี่ให้เข้าไปด้วยกันพร้อมกับจูงมือเธอ ส่วนซิงอีไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเด็กชายวิ่งเห็นหลังไกล ๆ เข้างานไปพร้อมกลุ่มเด็กผู้ชายแล้ว

อลันรู้จักตระกูลหลินเป็นอย่างดี เพราะครอบครัวตระกูลนี้รับเหมาก่อสร้างโรงแรมและโครงการต่าง ๆ ภายในเครือ HTND มาอย่างยาวนานชนิดที่ว่ามองตาก็รู้ใจไปมาหาสู่ดังญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกันไปแล้ว ชายหนุ่มจูงมือเด็กน้อยค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างไม่รีบร้อน จนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าผู้ปกครองของเธอ

“สวัสดีครับคุณอาหลิน คุณอาเพียงขวัญ ผมพาน้องมาส่งครับ”

เขายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ก่อนจะดันตัวเด็กน้อยไปหาพ่อแม่

“อาขอบคุณนะอลัน ที่พาเด็กดื้อมาส่ง”

คุณชางอียิ้มขอบคุณความมีน้ำใจของอลัน ทำให้พ่อแม่ของเขาที่ยืนอยู่ข้างกันรู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายมาก ๆ

พิธีเปิดเริ่มขึ้นแล้ว ครอบครัวหฤษฎ์ธานุเดชถูกเชิญให้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน ทว่ามีเพียงพ่อกับแม่ของอลันที่ขึ้นไป เขาปฏิเสธที่จะขึ้นด้วย เพราะคิดว่าตนเองแต่งกายไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เผอิญช่วงนี้เป็นเทศกาลสอบและทำโปรเจคมากมาย เวลาของอลันส่วนใหญ่จะอยู่ที่มหาวิทยาลัย ไม่ก็ไปนอนค้างที่หอเพื่อน นาน ๆ ทีถึงจะได้กลับบ้าน วันนี้ชายหนุ่มรีบเร่งทำงานกลุ่มให้เสร็จและปลีกตัวออกจากมหาวิทยาลัยสุดชีวิต เพื่อที่จะมางานสำคัญของครอบครัวให้ทันการณ์

หลังจากคุณอคิณกล่าวเปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการแล้ว พิธีกรจึงกล่าวเรียนเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการร่วมขึ้นมาถ่ายภาพบนเวที หนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวตระกูลหลินด้วย ซิงอีเดินเกาะแขนแม่เป็นปลิงขึ้นไปบนเวทีเรียบร้อย ขณะที่่ซูมี่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างอลัน

“ซูมี่ไม่ขึ้นไปถ่ายรูปเหรอ” อลันโค้งตัวมาถาม

“ไม่ค่ะ ซูมี่จะยืนอยู่เป็นเพื่อนพี่อลัน”

“ขอบคุณนะเด็กน้อย ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” อลันถามซูมี่อีกครั้ง เธอก็พยักหน้าตอบกลับว่าไม่เปลี่ยนใจ

พิธีจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ แขกที่มาร่วมงานต่างพากันแยกย้าย ผู้จัดงานเดินกล่าวอำลาและขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน จนสุดท้ายเหลือเพียงครอบครัวผู้จัดงานและครอบครัวตระกูลหลินเท่านั้น ที่ยังดื่มด่ำความสำเร็จไม่จบสิ้น พวกผู้ใหญ่จะรู้ไหมนะว่ามีเด็กน้อยอยากพักสายตาเต็มทน ขนาดซูมี่ยังลืมตาไม่ขึ้น นับประสาอะไรกับซิงอี ตอนนี้เด็กชายนอนหลับคาอกผู้เป็นแม่เรียบร้อย

อลันเห็นท่าอีกไม่นานซูมี่ก็น่าจะสลบตามน้องชายไป เผลอ ๆ อาจลงไปนอนกองที่พื้นก็เป็นได้ จึงตัดสินใจจะอุ้มเธอให้นอนหลับ

“มา พี่อุ้ม”

ชายหนุ่มอุ้มร่างเล็กขึ้นมาโอบไว้ที่อก ซูมี่ที่ถูกอุ้มได้ไม่นานเมื่อรู้ว่ามีที่พักพิงก็เอนซบไหล่พี่ชายที่แสนดีโดยอัตโนมัติ จนผู้ปกครองตัวจริงถึงกับต้องแซว

“ไปลำบากพี่เขาอีกแล้วซูมี่” คุณเพียงขวัญเอ่ย

“เอาไปลองเลี้ยงดูสักอาทิตย์นึงไหมอลัน อาอนุญาต” คุณชางอีพูดเชิญชวน

“ถ้าบ้านผมรับมาเลี้ยงแล้ว ไม่ยกคืนให้นะครับ ฮ่า ๆ” เพียงคุณอคิณเอ่ย ทั้งวงสนทนาก็หัวเราะดังลั่นสนั่นห้อง

ทุกคนทยอยพากันเดินไปที่ลานจอดรถหลังจากพูดคุยกันจบ และกำลังเตรียมจะขึ้นรถกลับบ้าน ทว่ายังกลับกันไม่ได้ เพราะติดเจ้าเด็กน้อยซูมี่ที่ยังนอนนิ่งราวกับเป็นหุ่นขี้ผึ้งแนบอกของอลัน

“สงสัยได้กลับกับผมแน่” คุณอคิณพูดแซว

“เอาไงกันดีคะทุกคน” คุณราตรีแม่ของอลันถามความคิดเห็นทุกคน

“เอาแบบนี้ไหมครับ ผมขอติดรถคุณอาเพื่ออุ้มน้องไปนอนที่บ้านเลย แล้วเดี๋ยวผมค่อยตีรถกลับมาบ้านทีหลัง”

“มันเทียวไปเทียวมาหรือเปล่าลูก มืดค่ำแล้วอันตราย อาเป็นห่วง” คุณเพียงขวัญผู้มีสัญชาตญาณในความเป็นแม่เอ่ยด้วยความห่วงใยและรู้สึกเกรงใจ

“เอาอย่างนี้ อลันก็ไปนอนบ้านอาเลย มีห้องนอนว่างอีกตั้งหลายห้อง แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับดีไหม” คุณชางอีเสนอ ซึ่งทุกคนต่างพากันเห็นพ้องต้องกันเป็นมติเอกฉันท์

อลันจึงอุ้มหนูน้อยขึ้นรถไปนั่งเบาะตรงกลาง เพื่อให้เด็กน้อยได้หลับยาว ๆ ส่วนเขาก็ได้พักกายให้หายเหนื่อยในระหว่างเดินทาง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาได้สักระยะ ทุกคนต่างพากันงีบหลับ เว้นแต่เด็กน้อยที่นอนหลับไปก่อนใครเขา ดันลืมตาโตขึ้นพร้อมหันไปมองใบหน้าพี่ชายแสนดีที่โอบตัวเธอไว้ ซูมี่พยายามสะกิดให้เขาตื่นเพื่อจะขอขยับตัวลงจากตัก

“ไม่ต้องลง พี่ง่วงขี้เกียจปล่อยเราแล้ว”

“พี่อลันไม่หนักเหรอคะ”

ถ้าคนที่ถามดันเป็นเพื่อนสนิท เขาคงตอบกลับอย่างกวน ๆ ว่าเลยความรู้สึกนั้นไปนานแล้ว ตอนนี้เหน็บชาจนเหมือนกับขาทั้งสองข้างได้ขาดไป

“นอนต่อไปเลยเด็กดื้อ”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
36
บทนำ
12 ปีก่อนเวลา 20.00 น.@ HTND Hotel, Bangkokโรงแรมหรู 3 ชั้น ระดับ 5 ดาวใจกลางกรุง ตั้งตระหง่านติดริมฝั่งแม่น้ำออกแบบโครงสร้างสไตล์ไทยประยุกต์ ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีความผสมผสานระหว่างไทยแท้ร่วมกับความเป็นยุโรป หรือที่รู้จักกัน 'สไตล์โคโลเนียล' โดยจะใช้ไม้ อิฐ และปูนเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ผนังปูนถูกทาทับด้วยสีเหลืองอ่อนตัดกับสีขาวที่ถูกทาลงบนโครงไม้แกะสลักลายกนกอย่างลงตัว พื้นทางเดินภายในปูด้วยวัสดุไม้เคลือบเงามันวาว ชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์รวมถึงของตกแต่งโดยส่วนใหญ่เป็นของมูลค่าสูง และได้รับมาจากการประมูลวัตถุโบราณที่หายาก เพื่อให้แขกที่มาเข้าพักรู้สึกไม่ได้แค่มาพักผ่อน แต่ก็ยังได้เหมือนมาเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของสะสมไปในตัวในค่ำคืนนี้บริเวณลานจอดรถหนาแน่นไปด้วยรถหรูหลากหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก กลุ่มผู้คนฐานะมั่งคั่งต่างพากันเดินทยอยเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงตามที่ถูกระบุไว้ในการ์ดเชิญเมื่อมาถึงยังห้องจัดงาน ทุกคนต่างร่วมวงสนทนากันประดุจดังญาติมิตรที่สนิทชิดเชื้อมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หากสังเกตมองไปที่บนเวที จะพบกับป้ายขนาดใหญ่ที่ระบุข้อความเอาไว้ว่า‘งานเปิดตัวโรงแรมในเครือ HTND แห่งแร
Read More
คำถามก่อนนอน
@ บ้านตระกูลหลิน40 นาทีผ่านไปในที่สุดทุกคนก็มาถึงปลายทางเป็นที่เรียบร้อย คนขับรถส่วนตัวของคุณชางอีเดินมาเลื่อนประตูทางฝั่งผู้โดยสารเปิดออก ทุกคนต่างรู้สึกตัวตื่นขึ้นในสภาพที่ยังงัวเงีย“ถึงแล้วทุกคน” คุณชางอีที่นั่งตรงประตูทางลงเอ่ยพลางทำท่าบิดตัวในฐานะเป็นเจ้าของบ้าน เขาและภรรยาที่หิ้วกระเตงซิงอีเดินนำเข้าบ้านไปก่อนล่วงหน้าเพื่อบอกให้แม่บ้านรีบจัดเตรียมห้องนอนไว้สำหรับแขกทันที ขณะที่อลันพึ่งลืมตาตื่นขึ้นแถมยังอยู่ในสภาพเดิม เด็กตัวน้อยยังนอนเกาะเขาราวกับเป็นโคอาล่าน้อยกำลังเกาะอยู่บนขอนไม้“ซูมี่ถึงบ้านแล้ว”อลันใช้มือเขย่าไหล่ซูมี่เบา ๆ ทว่าไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ เขาจึงตัดสินใจอุ้มเธอลงโดยไม่ปลุกซ้ำบ้านตระกูลหลินช่างงดงามราวกับภาพวาดจากพู่กันจีน ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นสไตล์จีนโบราณแต่ก็มีความร่วมสมัย ตัวบ้านทาสีแดงแซมขาว ทางเข้ามีประตูบานใหญ่สีแดงตั้งตระหง่าน เมื่อผ่านเข้าประตูมาจะพบกันสวนจีนขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยพันธุ์ไม้มงคลนานาชนิดตามความเชื่อจีนโบราณ ดังเช่น ต้นไผ่ ต้นหลิว เป็นต้น ทั้งยังมีสะพานหินโค้งทอดข้ามผ่านบ่อปลาขนาดใหญ่ไปยังซุ้มที่นั่งรับรองในสวน ถัดไปอีกโซนก่อนถึงตัวบ้
Read More
โตขึ้นอยากเป็นอะไร
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องที่อลันนอนดังขึ้น ชายหนุ่มดีดตัวเด้งเป็นสปริงและเดินเกาหัวแกรก ๆ ไปเปิดประตูห้อง เดาว่าเด็กตัวแสบมาปลุกเขาตั้งแต่เช้าตรู่แน่นอน“ซูมี่พี่บอกแล้วไงว่า พี่มีเรียนตอน...”“อาเอง ขอโทษที่มารบกวนอลันนะลูก”คุณเพียงขวัญเอ่ยด้วยสีหน้าดูเป็นกังวลบางอย่าง อลันจึงสะบัดความง่วงนอนออกทันใด“ไม่เป็นไรครับคุณอา มีอะไรหรือเปล่าครับ”“อาขอความช่วยเหลือจากเราหน่อยสิ ช่วยพาซูมี่ไปส่งที่โรงเรียนและรับกลับบ้านหน่อยได้ไหม ซิงอีไข้ขึ้นสูงมาก อากำลังจะพาไปหาหมอ คุณหลินก็ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วด้วยสิ”สีหน้าเธอดูคร่ำเครียดที่แยกร่างทำหน้าที่แม่ดูแลลูกสองคนพร้อมกันไม่ได้ อลันเข้าใจความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี จึงตอบรับที่จะช่วยเหลือแบบไม่ลังเล“ได้เลยครับคุณอา เดี๋ยวผมไปส่งน้องให้ครับ”“ขอบใจนะอลัน เราขับรถเป็นและมีใบขับขี่ใช่ไหม”“ใช่ครับ”“อ่านี่กุญแจรถ ซูมี่เลิกเรียนตอน 4 โมงเย็นค่อยเอารถมาคืนตอนไหนก็ได้ที่สะดวกเลย อาฝากหน่อยนะลูก”คุณเพียงขวัญยื่นกุญแจรถเบนซ์คันหรูป้ายแดงให้กับเขา พร้อมบอกพิกัดที่ตั้งโรงเรียนให้อลันก่อนจะรีบอุ้มเจ้าซิงอีไปโรงพยาบาลด้วยรถอีกคัน เมื่อพูดคุยจบอลั
Read More
มีแฟนแล้ว
12 ปีต่อมารถเบนซ์คันหรูสีดำแล่นอยู่บนท้องถนนด้วยความเร็วคงที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยถูกควบคุมโดยหนุ่มหล่อหน้าตี๋ ผิวพรรณขาวเหมือนหยวกกล้วย ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูคลุมทับเสื้อยืดสีดำ ท่อนล่างถูกปกปิดด้วยกางเกงยีนสีฟอกตัดกับรองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน ทว่ามีรอยเลอะไปด้วยคราบปูนและเปื้อนดินทรายในบางจุด เขามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม ใบหน้าถูกเติมแต่งด้วยเครื่องประทินโฉม พร้อมเสริมความเซ็กซี่ด้วยการกรีดอายไลเนอร์ตัดนัยน์ตาสีดำนิลให้ดวงตาดูมีมิติมากขึ้น ทรงผมเหยียดตรงยาว อีกทั้งยังไว้ผมข้างหน้าเป็นหน้าม้าสไลด์ตามฉบับสาวเกาหลี สีผมของหล่อนเป็นสีน้ำตาลคาราเมล แถมเส้นผมยังอบอวลไปด้วยความหอมของน้ำยาหมักผมกลิ่นวานิลลา เธอสวมใส่ชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กระโปรงทรงเอความยาวเหนือเข่าผ่าด้านข้าง แต่ไม่ใส่เข็มขัดนักศึกษาและยังสวมรองเท้าส้นสูงสีดำเงา“วันนี้ไม่ไปส่งที่ตึกนะ เช้านี้มีเตรียมงานประชุมเชียร์คณะ” หนุ่มตี๋ที่ขับรถเอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งข้างกัน“รู้แล้ว ไม่ต้องห่วงดูแลตัวเองได้” หญิงสาวตอบอย่างห้วน ๆ“เหอะ เห็นพูดแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง จนตอนนี้อ
Read More
มั่นใจในตัวเอง
เวลา 11.59 น.@ ห้องเรียน ตึกคณะบริหารธุรกิจ“อีกหนึ่งนาทีเท่านั้น”ซูมี่นั่งจ้องนาฬิกาแขวนติดผนังรอเข็มนาทีชี้ตรงเลข 12 อย่างไม่ละสายตา จนเพื่อนสาวฝาแฝดคนสนิทอย่างต้นข้าวกับต้นรักต่างหันหน้าไปมองเธอด้วยความสงสัย“ยัยมี่ ฉันเห็นแกมองนาฬิกาตั้งแต่ต้นคาบแล้วนะ” ต้นข้าวเอ่ย“สงสัยต้องมีนัดแหง ๆ นัดเดตกับผู้บ่าวใช่ไหมมีมี่” ต้นรักแทรกถาม“คนอย่างยัยมี่จะนัดผู้ชายเหรอ ทุกวันนี้ผู้ชายมาดักรอหน้าตึกเรียนตั้งไม่รู้กี่คน มันแทบจะไม่ชายตามองสักคนเลย”ฝาแฝดทั้งสองคนแม้จะหน้าตาพิมพ์เดียวกันเป๊ะ แต่นิสัยหรือความคิดนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวฝาแฝดผู้พี่ ‘ต้นข้าว’ จะเป็นคนชอบพูดตรงไปตรงมา รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน ชนิดที่เรียกว่า ‘ขวานผ่าซาก’ อีกทั้งความคิดของเธออิงทุกสิ่งที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงเท่านั้น ไม่ละเมอเพ้อฝันเรื่องไร้สาระโดยเฉพาะกับเรื่องความรักขณะที่ฝาแฝดผู้น้อง ‘ต้นรัก’ มักเป็นคนพูดจาถนอมน้ำใจผู้อื่น พูดจาน่าฟังและรื่นหูในทำนอง ‘บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น’ ความคิดก็ตรงกันข้ามกับแฝดคนพี่ เธอมองว่าทุกคนต่างมีความฝันและสามารถทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ยิ่งกับความรักเธอถือว่าเป็นศิราณี
Read More
ฉันผิดตรงไหน?
เวลา 14.30 น.อีกเพียงครึ่งชั่วโมงการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มภายในงานจะเริ่มขึ้นเหล่าบรรดาแขกที่ได้รับเชิญต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยงกันไม่ขาดสาย แขกแต่ละคนลงทะเบียนเข้างานเพื่อการคัดกรองให้นั่งตามโซนโต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกจัดไว้อย่างถูกต้อง โดยจะมีหมายเลขติดที่ป้ายไว้สำหรับแขกที่ได้หมายเลข 1 คือแขกทั่วไปซึ่งทางทีมแรกจะเป็นผู้ดูแล ในขณะเดียวกันทีมที่สองจะดูแลแขกที่ติดหมายเลข 2 หรือที่เรียกว่า VIP เมื่อแขกที่ต้องดูแลเดินเข้ามาที่ห้องจัดเลี้ยง ซูมี่จึงเดินไปสวัสดีทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและเชิญแขกไปนั่งประจำโต๊ะในระหว่างที่รอเวลาอาหารพร้อมเสิร์ฟ ในช่วงนั้นเองเธอสามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มให้แขกระหว่างรอได้แขกคนแรกที่หญิงสาวได้ต้อนรับเป็นนักธุรกิจชายชาวจีนที่พอพูดอังกฤษได้เล็กน้อย ทว่าภาษาไทยเป็นศูนย์ โชคดีที่เธอได้ภาษาจีนติดตัวมาทางสายเลือดจึงเป็นเรื่องง่ายในการสื่อสาร“ฉิ่ง เวิ่น หนี เสี่ยง เฮอ เสิ่น เมอะ หยิ่นเลี่ยว?”ซูมี่ถามแขกเป็นภาษาจีนว่า ‘ขออนุญาตถามค่ะ คุณอยากดื่มเครื่องดื่มอะไรดีคะ’“โหย่ว เสิ่น เมอะ หยิ่นเลี่ยว?”นักธุรกิจชาวจีนถามเธอกลับว่า ‘มีเครื่องด
Read More
....จำไม่ได้
มุมมองของอลัน ☻@ HTND Hotel, Bangkok12 ปีแล้วสินะ ที่ผมไม่ได้กลับมาบ้านเกิดตัวเอง หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยในไทยคุณพ่อก็ส่งให้ผมไปเรียนต่อปริญญาโทสายตรงทางด้านการโรงแรมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทันที ไม่มีแม้แต่เวลาบอกลาเพื่อนฝูง คนรู้จัก หรือเด็กตัวน้อย ทุกอย่างเป็นเรื่องกะทันหันและไม่ได้มีสัญญาณบอกไว้ล่วงหน้า ทว่าก่อนที่จะไปจากที่นี่ผมได้ฝากซองจดหมายเล็ก ๆ ผ่านทางคุณพ่อช่วยมอบให้คุณอาหลินเพื่อส่งถึงเด็กตัวน้อย ใจความในจดหมายเขียนข้อความไม่ถึงหนึ่งย่อหน้ากระดาษ โดยผมเขียนอธิบายทำนองว่าจะไม่ได้เจอเธอหลังจากนี้ แต่ก็ทิ้งท้ายเพื่อไม่ให้เด็กน้อยรู้สึกตกใจ‘พี่ไปแป๊บเดียว เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมานะ’จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะลืมผมไปแล้วหรือยัง แล้วจดหมายฉบับนั้นส่งถึงมือเธอหรือเปล่า ไม่ว่ายังไงผมก็พร้อมที่จะไปเจอเธอเร็ว ๆ นี้ในรอบ 12 ปี หลังจากเคลียร์ตารางงานสำคัญ 'การประชุมผู้ถือหุ้น' ในบ่ายวันนี้ และผมย้ำนักย้ำหนากับคุณพ่อให้ช่วยบอกคุณอาหลินว่าอย่าพึ่งบอกเรื่องนี้กับเธอเป็นอันขาด ผมมีของฝากน่ารัก ๆ ไปเซอร์ไพรส์เธอและหวังว่าเธอจะชอบมันตื๊ด...ตื๊ด...เบอร์ปริศนาโทรเข้ามาที่มือถือของผม
Read More
แค่บอกพี่
ซูมี่หันมาสบตาอลันหลังจากได้ยิน คำว่า ‘เด็กดื้อ’ ที่เขาเอ่ยมาเมื่อสักครู่ นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้ถูกเรียกแบบนี้จากปากของผู้ชายคนหนึ่ง นั่นก็หมายความว่าเขารู้แล้วว่าเธอคือซูมี่ ทว่ารู้ตั้งแต่ตอนไหนกันนะ“สนุกดีค่ะคุณอลัน ขอตัวก่อนนะคะ” แทนที่จะทักเรียกเขาว่าพี่ เธอดันเลือกที่จะเรียกเขาด้วยสรรพนามอื่นที่ดูห่างเหินและกำลังเดินจากไปหมับ!อลันเดินเข้าไปจับแขนซูมี่พร้อมไปยืนกั้นขวางทางข้างหน้าเพื่อไม่ให้เธอเดินหนี“พี่รู้ว่าเรากำลังไม่พอใจพี่อยู่ ไปคุยกับพี่ที่ห้องทำงานก่อน”“น้ำผึ้งมีงานที่ต้องทำต่อค่ะ โปรดกรุณาปล่อยด้วย” ซูมี่พยายามสะบัดแขนออกจากมืออันแข็งแกร่งของอลันที่จับไว้ราวกับเอากาวมาเชื่อมติด“ไม่ จนกว่าซูมี่จะฟังพี่และหยุดแทนตัวเองว่าน้ำผึ้งได้แล้ว”อลันใช้เสียงเข้มพูดกับซูมี่พร้อมบอกให้เธอเลิกเรียกชื่อจอมปลอมนั่นเสียที“ก็ชื่อน้ำผึ้งจริง ๆ นะคะ” ซูมี่เลือกที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา“พี่ขอร้องนะ ไปคุยกันดี ๆ อีก 30 นาทีพี่จะมีประชุมต่อแล้ว”อลันพยายามพูดจาดี ๆ เพื่อให้ซูมี่ยอมเชื่อฟังพี่ชายคนนี้สักครั้ง ซึ่งเธอ ก็ยอมโอนอ่อนให้ อาจเห็นว่าเขากำลังมีประชุมงานที่สำคัญจึงไม่อยากให้ เ
Read More
สัญญาต้องเป็นสัญญา
@ HTND Hotel, Bangkokเวลา 18.00 น.อลันตัดสินใจพาซูมี่กลับมาทานข้าวที่โรงแรมของตัวเอง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ก่อนจะเดินทางมาถึงเขาได้โทรแจ้งเลขาให้ช่วยบอกพ่อครัวเตรียมอาหารชุดใหญ่ไว้สำหรับ 2 คนเป็นที่เรียบร้อย และในเมนูอาหารต้องมีชุดติ่มซำถาดใหญ่ไว้พร้อมเสิร์ฟด้วยเมื่อรถได้เทียบจอดที่ลานจอดรถ VIP ทั้งคู่ก้าวเท้าลงจากรถและเดินมุ่งตรงไปยังห้องรับรองที่ถูกจัดเตรียมไว้ เมื่อประตูห้องฯ เปิดออกก็พบกับเมนูอาหารเรียงรายมากกว่า 10 เมนูบนโต๊ะกลมหมุนลายหินอ่อน หญิงสาวกวาดสายตามองอาหารด้วยแววตาเป็นประกาย จนพี่ชายคนข้าง ๆ หันไปยิ้มถาม“เมนูอาหารพอจะถูกใจเราไหม”“ถูกใจมากเลยค่ะ เราจะกินกันหมดไหมคะพี่อลัน” ซูมี่เอ่ยถาม“ไม่หมดก็ห่อกลับบ้านได้นะ เผื่อเมนูไหนคนที่บ้านอยากทานด้วย เอาล่ะมากินกันเถอะ”อลันลากเก้าอี้ออกให้ซูมี่นั่งก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกัน เขาเริ่มจากหยิบขนมจีบและฮะเก๋าสุดเลิฟให้เธอลองชิมเสียก่อน พอซูมี่เอาเข้าปากถึงกับร้องอุทานว่าอร่อยมาก ขนาดแม่ครัวที่บ้านยังทำให้ทานไม่ได้แบบนี้เลย พี่ชายแสนดีสุดแสนจะดีใจ หากรู้ว่าเธอชอบขนาดนี้คงไม่เสียเวลาพาไปกินไกลที่ไหนอีกแล้ว ทั้
Read More
สักวัน
ต่อให้อลันพยายามจะพูดให้ซูมี่เข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อเธออย่างไร ซูมี่ก็เลือกที่จะไม่ฟัง สรุปง่าย ๆ ก็คือดื้อนั่นเองแต่ถือว่าอลันมีความใจเย็นและเป็นผู้ใหญ่มากพอที่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องความรู้สึกกับเรื่องที่ต้องดูแลน้องสาวจอมดื้อออกจากกันได้ เขาขับรถไปส่งเธอกลับบ้าน ระหว่างเดินทางบรรยากาศในรถยิ่งกว่าป่าช้า หากมีเสียงหมาหอนแทรกขึ้นมาน่าจะอุ่นใจกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้@ บ้านครอบครัวตระกูลหลินเมื่อรถมาจอดที่หน้าบ้านซูมี่ คุณแม่ของซูมี่ก็ออกมารับลูกสาวกลอยใจเข้าบ้าน อลันยกมือไหว้สวัสดีคุณอาเพียงขวัญที่ไม่ได้เจอกันนาน เธอได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบเล็กน้อยกับอลันก่อนจะเชิญเข้าไปนั่งพักในบ้าน แต่อลันขอปฏิเสธอย่างสุภาพเพราะดึกแล้วจึงไม่อยากรบกวนเวลาของครอบครัวซูมี่ เขาจึงกล่าวลาและขอตัว ทว่าก่อนเดินกลับไปขึ้นรถคุณเพียงขวัญบอกลูกสาวตัวแสบให้ไปส่งพี่ชายที่หน้าบ้านก่อนซูมี่ทำตามคำสั่งคุณแม่ เธอเดินตามหลังอลันมาติด ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลยสักคำ จนอลันรู้สึกว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะมองหน้ากันไม่ติดแล้ว จึงเอ่ยพูดเล็กน้อยเพื่อให้บรรยากาศมันดีขึ้น“พี่กลับก่อนนะ เดินเข้าบ้านดี ๆล่ะ”หมับ!
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status