LOGIN“ค่อยๆกินสิ เดี๋ยวก็สำลักหรอก หิวอะไรขนาดนั้น”
บุรินทร์มองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดูพร้อมกับส่งน้ำให้ แล้วชวนคุยต่อ
“ถามนิติฯให้แล้ว เขามีกุญแจสำรองเก็บไว้อยู่ ส่วนคีย์การ์ดก็เสียค่าปรับแล้วเอาของใหม่ไปได้ นี่นาย...มีเงินใช้รึเปล่า”
วายุกลืนข้าวคำสุดท้าย กระดกน้ำตามอึกๆ ไม่ตอบคำถามบุรินทร์ หยิบโทรศัพท์มากดส่งข้อความในกลุ่มครอบครัวบอกว่าเงินหมดแล้ว
ทว่า...ก็เป็นเช่นเดิม มีคนอ่านแต่ไม่มีคนตอบ
วายุสูดลมหายใจพยายามทำใจเย็น กดโทรศัพท์โทรหาใครสักคนทันที แต่กว่าปลายสายจะรับก็นานพอดู
“ว่าไงวะไอ้ยุ หายไปเลยนะมึง”
“ติดธุระนิดหน่อย ไอ้มาร์ช...กูขอยืมเงินสักสองสามแสนดิ”
“....โทษทีว่ะ ตอนนี้กูมีเงินสดไม่พอ เออ...แค่นี้ก่อนนะ พ่อกูเรียก ตู๊ดๆๆ”
วายุไม่ลดละ โทรหาเติ้ล ไมค์ และอีกสองสามคน ทว่าได้คำตอบไม่ต่างจากกัน
ชายหนุ่มงงหนักเพราะไอ้เพื่อนปาร์ตี้พวกนี้ก็ลูกไฮโซทั้งนั้น เงินแค่นี้สำหรับพวกมันขนหน้าแข้งไม่น่าจะร่วง
คุยหลายคน แต่มีเพื่อนเพียงคนเดียวที่พอจะให้ความกระจ่างกับเขาได้
“มีข่าววงในบอกว่าเจ๊เกียวตัดหางปล่อยวัดลูกชายคนโต ตกกระป๋องเอาออกจากกองมรดกไปแล้ว ไอ้มาร์ชยังบ่นว่าเงินที่มึงยืมจ่ายค่าปาร์ตี้วันก่อนสงสัยจะไม่ได้คืนแล้วมั้งเนี่ย”
เมื่อสายตัดไป วายุก็ระบายความโกรธด้วยการสบถเสียงดัง แล้วปาโทรศัพท์ทิ้งกระเด็นกระดอนไปไกล ดีที่ยังไม่พังแต่หน้าจอก็ร้าวนิดหน่อย
สมกับที่โบราณบอกไว้ เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก ตอนมีก็รุมเข้าหาให้เลี้ยงดูปูเสื่อ พอลำบากก็พากันหายหัวเกลี้ยง ไอ้เพื่อนเวร
“พังแล้วเดี๋ยวไม่มีใช้นะ”
วายุที่กำลังหายใจหอบเพราะโกรธฟึดฟัด เหลือบเห็นโทรศัพท์ที่บุรินทร์ยื่นมาให้ ก็ต้องรับเอามาอย่างเสียไม่ได้ ต่อจากโทรศัพท์ก็เป็นเงินแบงค์เทาอีกสี่ใบ
“เงินเดือนออกค่อยคืน ใช้ประหยัดๆล่ะ”
หากเป็นเมื่อก่อน เงินแค่นี้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ใช้หมดแล้ว แต่ตอนนี้...เขากลับต้องกินใช้ด้วยเงินจำนวนนี้จนกว่าจะถึงสิ้นเดือนให้ได้หรือนี่
วายุยื่นมือไปรับเงินด้วยหน้าที่ยังคงบูดบึ้ง ไม่เอ่ยคำขอบคุณใดๆ จึงถูกบุรินทร์ดีดเข้าที่ติ่งหูจนน้ำตาเล็ด
“เจ็บนะโว้ย!”
“อย่ามาขึ้นเสียงนะ! พ่อแม่คงสั่งสอนมาดีแต่ไม่รู้จักจำใช่มั้ย! การขอบคุณเป็นมารยาทพื้นฐาน พูดเดี๋ยวนี้!”
“เออ! ขอบคุณก็ได้!”
“ไอ้เด็กนี่ พูดดีๆ จะเอามั้ยเงินน่ะ!”
“ขอบคุณคร้าบบบบ ขอบคุณมากกกก ขอบคุณที่สุดดดด พอใจรึยัง อ๊ะ! อย่านะ พูดดีๆก็ได้ ขอบ...ขอบคุณครับ”
บุรินทร์ทำท่าจะเขกกะโหลก วายุไม่อยากโดนมะเหงก เลยยอมพูดขอบคุณดีๆ แถมยกมือไหว้ท่วมหัวอีกด้วย แม้ปากจะแอบบ่นขมุบขมิบว่าหัวหน้าชอบทำร้ายร่างกายก็ตามที
“กินข้าวแล้ว มีเงินแล้วก็กลับห้องไป ผมจะได้ทำงานสักที”
บุรินทร์ปัดมือไล่ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าอย่างรำคาญ วายุเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับหัวหน้าซาดิสม์ขี้บ่นอยู่แล้ว
ชายหนุ่มลุกขึ้นไปจะออกประตูแต่ตาก็ดันเหลือบไปเห็นกล่องพัสดุที่แกะแล้ววางอยู่แถวนั้น ขนาดลักษณะช่างคุ้นตาเหลือเกิน
และผู้รับไม่ใช่ใครที่ไหน...เป็นคุณบีนั่นเอง
เมื่อวานบังเอิญเห็นตอนบุรินทร์รับพัสดุ ตอนนั้นแค่คิดเล่นๆว่าเขาอาจเป็นเจ้าของสิ่งนั้น แต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่เพราะเห็นจากระยะไกล
ทว่าตอนนี้...ไม่มีข้อกังขาใดๆอีกแล้ว
เจ้าของดิลโด้พ่นน้ำได้อันนั้นเป็นของบุรินทร์...หัวหน้าของเขานั่นเอง
“เดี๋ยวเถอะ อ่อยแบบนี้ เดี๋ยวได้อดคอนเฟอเรนซ์” “ฮ่าๆ ถึงไม่มีประชุมฉันก็ทำไม่ไหวหรอก เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เฮ้อ...” บุรินทร์พูดพร้อมทิ้งตัวบนโซฟา วายุเห็นดังนั้นก็ย่อตัวลงนั่งข้างหน้า ขยับเข้าไปจุ๊บที่หน้าผาก ที่แก้ม ก่อนจะเลื่อนมาที่ปากบาง เป็นจูบที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เร่าร้อนวาบหวาบ แต่คนสองคนที่ต้องอดทนไม่พยายามแตะตัวกันเพราะกลัวตบะจะแตก จูบเพียงแค่นี้...ก็แทบจะทำให้ไฟติดพรึบพรับกันแล้ว “อ๊ะ...อืม มะ...ไม่ได้นะ ฉัน...” “รู้น่า ไม่ทำให้เสียงานหรอก แค่ชาร์ตพลังให้ไง ไม่ดีเหรอ”
“บี...กอดหน่อยยยยย” ทันทีที่ประตูห้องปิด ทิ้งของทุกอย่างในมือ วายุก็สวมวิญญาณเป็นหมาตัวโตหางสั่นพั่บๆ โร่เข้ามานัวเนียไม่ห่าง “อะไรของนาย หายงอนแล้วเหรอ ทีเมื่อวานตัวแข็งเสียงแข็งเลยนะ” “หายแล้ว จุ๊บๆหน่อย” “ฮ่าๆ ไม่เอา อี๋! น้ำลายเลอะหน้าแล้ว!” “แค่น้ำลาย รังเกียจเหรอไง เดี๋ยวคืนนี้จะโดนน้ำอย่างอื่น” “ไอ้บ้า ทะลึ่ง ไปไกลๆเลย เหม็นบุหรี่ ยังอีก...อื้อ!” วายุไม่เคยเบื่อที่จะกอดจะฟัดบุรินทร์ด้วยความมันเขี้ยว รู้จักกันได้ไม่นาน แต่อยู่ด้วยกับแทบทุกวัน มีแต
คุณวิชัยทำเสียงจิ๊จ๊ะ มองวายุตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะลอยหน้ากลับไปจ้องจอคอมฯ ไม่เอ่ยไม่ตอบใดๆ ทำให้อีกฝ่ายเก้อไม่น้อย ความอดทนของวายุต่ำเสียยิ่งกว่าต่ำ ไม่สนผลลัพธ์ใดๆที่ตามมา กำลังจะเอ่ยด่าคำที่เจ็บแสบกว่าเมื่อวาน แต่พออ้าปาก ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาเสียก่อน “พี่วิชัยครับ” วายุไม่รู้ว่าบุรินทร์เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเขาอยู่ตรงนั้นนานพอที่จะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เสียงนั้นทำให้คุณวิชัยละจากหน้าจอแล้วหันกลับมา พอเห็นว่าเป็นบุรินทร์ สีหน้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นมิตรแทบจะทันที ยิ่งเห็นของในมือที่บุรินทร์ยื่นมาให้ ยิ่งหน้าบานเข้าไปใหญ่ “แหม บอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกวีวี่ เรียกวิชัยมันห่างเหิ๊นห่างเหิน”&n
“คุณต้องไปขอโทษเขา” “ห้ะ! ไม่เอา ทำไมต้องขอโทษด้วย ป้าคนนั้นก็จงใจแกล้งผมกับไอ้โจ๊กเหมือนกัน เหลือข้อมูลจากฝ่ายนั้นฝ่ายเดียวเลย ไม่งั้นก็เสร็จนานแล้ว ตัวถ่วงชัดๆ” “คุณ...ต้องไป...ขอโทษ...เขา” บุรินทร์ย้ำคำสั่งเดิม วายุหน้างอหนัก เขาโกรธหัวหน้าที่ไม่เห็นใจลูกน้องที่โดนเลือกปฏิบัติ แล้วก็...น้อยใจแฟนตัวเองที่ไม่เข้าข้าง อีกทั้งยังไล่ให้ไปขอโทษอีกฝ่ายด้วย “บี ทำไมยุต้อง...” “หยุด ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ” บุรินทร์กดเสียงต่ำ ทำหน้าจริงจังกว่าเดิม วายุเห็นดังนั้นก็เป็นอัน
“เจ้าลูกตัวดีของฉันมันเป็นยังไงบ้างล่ะภูวดล” คุณนายเกียวเอ่ยถาม พร้อมกับยกกาแฟขึ้นมาดื่ม “ดีขึ้นว่าเดือนแรกครับท่านประธาน” “อืม แล้วมีปัญหากับคนอื่นรึเปล่า ไอ้นี่ยิ่งกวนๆอยู่ด้วย” “วายุเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยได้เท่าไหร่ พูดตามตรง...คนอื่นออกจะหมั่นไส้อยู่เหมือนกัน” “เฮ้อ ก็ว่าอย่างนั้นแหละ ลูกฉันมันมั่นหน้ามั่นโหนก ปากก็เสีย ทำตัวไม่น่าเอ็นดู ฉันล่ะกลุ้มใจ” “แต่ผมคิดว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นนะครับ เห็นว่าได้รับมอบหมายให้ทำงานอยู่หลายอย่าง ยังไงก็ต้องมีเรื่องให้ประสานงานกับฝ่ายอื่น หลีกเลี่ยงยาก ตอนนี้ผมยังไม่ได้
ตอนบ่ายบุรินทร์ทนง่วงไม่ไหว พักสายตาไปงีบครู่หนึ่ง ตื่นมาคนน้องก็อ้อนหนัก ให้พาไปดูหนังกินข้าวข้างนอก “เรื่องนี้สนุกดีนะ ไม่ได้ดูหนังจอใหญ่เสียงจัดเต็มแบบนี้นานแล้ว” ตอนแรกก็บ่นว่าขี้เกียจมา แต่พอเห็นบุรินทร์เอ็นจอย วายุก็ดีใจ ออกจากโรงหนังก็หิวพอดี มื้อเย็นจึงหาอะไรอร่อยๆในห้างกินก่อนกลับบ้าน นอกจากคอนโด ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านข้าว และที่ทำงาน พวกเขาสองคนแทบจะไม่มีกิจกรรมที่นับได้เป็นการเที่ยวด้วยกันเลย นี่จึงเป็นเดตครั้งแรกที่วายุตั้งใจมาก แต่ขัดใจตรงที่จนแล้วจนรอดบุรินทร์ไม่ยอมให้วายุออกเงินสักบาทเดียว “เดือนนี้ค่าใช้จ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ เก็บเงินไว้ใช้เหอะ เดี๋ยวกลางเด



![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



