공유

บทที่ 4

ในขณะที่หลินกำลังตกอยู่ในความเงียบพวกเขาก็เดินพ้นเขตชุมชนมาพอสมควร เส้นทางก็เริ่มเปลี่ยนเป็นทางเดินดินลูกรังเล็กแคบทอดลึกเข้าไปในเขตสวน สองข้างทางขนาบไปด้วยร่องน้ำมีใบไม้กิ่งไม้ลอยประปราย

ดวงตากลมของเด็กหญิงมองเห็นต้นมะนาวที่กำลังออกลูกดก และส้มโอต้นสูงใหญ่ให้ร่มเงาสลับกับแปลงผักกวางตุ้งเขียวชอุ่มที่เคี้ยงเพิ่งรดน้ำไปเมื่อเช้า กลิ่นดินชื้น ๆ และกลิ่นใบไม้เขียวสดลอยมาปะทะจมูก ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างแม้เท้าจะยังคงเมื่อยล้า

"ม่าคะ อีกไกลไหม" หลินเงยหน้าถาม เสียงเล็ก ๆ ของเธอทำให้หญิงสูงวัยกว่าก้มลงมองหลานสาวด้วยแววตาเอ็นดู

"อีกนิดเดียวอาหมวย ทนหน่อยนะ" ม่าเคี้ยงตอบพลางกระชับมือเล็กให้แน่นขึ้น

ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากทางโค้งข้างหน้า ไม่ใช่เสียงเล่นสนุกของเด็กทั่วไป แต่เป็นน้ำเสียงที่แฝงความประสงค์ร้าย

"ไอ้ปัญญาอ่อน! ฮ่า ๆ ๆ กล้าดียังไงมาเดินแถวนี้วะ" "แม่มึงไม่ห้ามเหรอไงไอ้ยุ่ง!" "ไปไกล ๆ เลยไป๊! เหม็นขี้หน้าโว้ย!"

หลินชะเง้อมองผ่านต้นไม้ เห็นเด็กชายร่างท้วมคนหนึ่งกำลังยืนตัวสั่นใบหน้าจ๋อยสนิทกำลังถูกเด็กวัยไล่เลี่ยกันสามสี่คนผลักอกและชี้หน้าล้อเลียนไม่หยุด เด็กชายคนนั้นดูคุ้นตา...แต่เธอดูเหมือนจะนึกไม่ออกจนกระทั่งความทรงจำบางส่วนได้ฉายเข้ามา

(นั่นจะใช่เจ๊กยุ่งไหมนะ ไอ้เรารึก็เห็นแต่ในภาพถ่ายขาวดำซะด้วยไม่เคยเห็นตัวจริงเพราะเท่าที่จำความได้ดูเหมือนว่าเขาจะจมน้ำตายตอนอายุยังไม่เยอะจากปากคำของป๊าในตอนนั้น...ที่เธอเพิ่งจะอายุแปดขวบ) เธอครุ่นคิด

หลินรู้ดีว่าถึงแม้เถ้าแก่จะไม่ค่อยชอบลูกชายคนนี้ แต่เจ้กิมลั้งผู้เป็นแม่ก็รักและสงสารคอยดูแลไม่ให้อดอยาก แม้พัฒนาการจะช้าไปบ้างแต่ยุ่งก็ไม่เคยทำร้ายใครตามคำบอกเล่าของป๊าที่ดูเหมือนว่าจะระลึกและชมชอบต่อคนผู้นี้ที่มีหัวใจบริสุทธิ์

ยิ่งหลินครุ่นคิดหัวใจดวงน้อยของเธอพลันกระตุกวูบ ความสงสารและอยากปกป้องพุ่งขึ้นมาทันที เธอกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี จะตะโกนห้ามหรือจะวิ่งเข้าไปช่วย

แต่ยังไม่ทันที่หลินจะได้ขยับตัว ร่างผอมสูงของคนที่เดินเยื้องอยู่ด้านหลังของม่าซึ่งเงียบมาตลอดทางก็พุ่งพรวดไปข้างหน้าราวกับลูกธนู

"เฮ้ย!!" ใช้ตะโกนลั่น

ผลัวะ! ร่างเด็กหัวโจกคนหนึ่งในกลุ่มนั้นกระเด็นเซไปตามแรงผลักเต็มแรงของใช้ เด็กที่เหลืออีกสามคนหันขวับมาด้วยความตกใจระคนโมโห

"ไอ้ใช้! มึงเสือกอะไรด้วยวะ!" เด็กหัวโจกที่โดนผลักล้มลงไปตั้งหลักได้ก็ตะคอกกลับ

"พวกมึงนั่นแหละเสือกมายุ่งกับยุ่งทำไม! มันไปทำอะไรให้พวกมึง!" ใช้ตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ดวงตาฉายแววกรุ่นโกรธ ยืนกางแขนปกป้องยุ่งที่รีบวิ่งมาหลบอยู่ด้านหลังทันทีที่เห็นเขา

ม่าเคี้ยงรีบเดินตามมาสมทบมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเป็นห่วง ส่วนหลินที่ยืนอยู่ด้านข้างของม่ามองแผ่นหลังของพ่อตัวเองในวัยสิบสี่ที่กำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กเกเรเพื่อปกป้องเด็กพิเศษคนหนึ่ง... แม้จะรู้ว่าเขาคือพ่อไม่ได้เรื่องในอนาคต แต่ภาพตรงหน้านี้ก็ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างประหลาด

ไอ้เด็กหัวโจกที่โดนผลักล้มลงไปยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโมโหตวัดสายตาอาฆาตมองใช้ เตรียมจะปรี่เข้ามาจะเอาคืน

"มึงกล้าผลักกูเหรอ ไอ้ใช้!"

"พวกลื้อ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" น้ำเสียงฟังไม่ชัดของเคี้ยงตวาดกร้าว ก้าวเท้าเข้ามายืนขวางหน้าใช้กับยุ่งทันที น้ำเสียงเด็ดขาดของหญิงสูงวัยทำให้เด็กหัวโจกชะงักไปเล็กน้อยแต่มันไม่ได้กลัวกลับแสยะยิ้มอย่างดูแคลน

อ๋อ... มีแม่มาปกป้องเหรอ นึกว่าใครที่แท้ก็เจ๊กอพยพ!" มันหันไปพูดกับเพื่อนอีกสามคน "พวกไม่มีแผ่นดินอยู่ละสิ ถึงต้องซุกหัวอยู่กับคนอื่นเขา! มายุ่งไม่เข้าเรื่อง!"

คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟในใจหลิน ความเจ็บปวดระคนโกรธแค้นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในร่างนี้พลุ่งพล่านขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ

ภาพความลำบากของครอบครัว ภาพม่าเคี้ยงที่ต้องทำงานหนัก ภาพอากงกับแปะที่ต้องเป็นจับกังแบกข้าว... ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาเป็นคนจีนอพยพอย่างนั้นหรือ

เธอลืมสิ้นซึ่งความกลัว ลืมสิ้นซึ่งความเป็นเด็กห้าขวบในตอนนี้ สองเท้าเล็ก ๆ ออกวิ่งสุดแรง!

"บังอาจมาว่าม่าของฉันเหรอ!" หลินตะโกนก้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพุ่งตัวเข้าใส่เด็กหัวโจกที่กำลังหันมาหัวเราะเยาะม่าเคี้ยงอย่างไม่ทันระวังตัว

ตุ้บ! โครม!

ร่างเล็กปะทะเข้ากับสีข้างของเด็กชายเต็มเหนี่ยว ด้วยแรงส่งและความไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างที่ใหญ่กว่าของเด็กหัวโจกเสียหลักล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้นดินในร่องสวนอีกครั้งอย่างแรงยิ่งกว่าเก่าท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนไม่ว่าจะเป็นใช้ ม่าเคี้ยง ยุ่ง หรือแม้แต่เพื่อน ๆ ของเด็กคนนั้นเอง

ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหญิงตัวเล็กจ้อยอายุเพียงห้าขวบ จะกล้าทำอะไรแบบนี้ หลินยืนหอบหายใจจ้องมองเด็กคนนั้นที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นเขม็ง ดวงตากลมโตฉายแววกร้าวไม่มีความหวาดกลัวหรือน้ำตาเหมือนก่อนหน้านี้

ไม่ยอม! เสียงในใจของเธอกรีดร้อง อนาคตของครอบครัวนี้จะต้องไม่เป็นแบบนี้! ที่ป๊าต้องกลายเป็นคนขี้เมาสิ้นหวัง ที่ครอบครัวเราต้องลำบากอาจเป็นเพราะความรู้สึกต่ำต้อยที่โดนดูถูกเหยียดหยามแบบนี้มาตลอดใช่ไหม

ขนาดเด็กพวกนี้ยังกล้าพูดจาดูถูกม่าได้ขนาดนี้ แล้วผู้ใหญ่คนอื่นที่ปากหวานแต่ในใจคิดร้ายจะมีอีกเท่าไหร่! ไม่! ฉันจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ฉันจะแก้ไขทุกอย่าง! จะทำให้ครอบครัวของป๊ายืนอยู่บนแผ่นดินนี้ได้อย่างไม่มีใครกล้ามาดูถูก! ฉันจะเปลี่ยนมันให้ได้!

ความคิดนั้นตอกย้ำความตั้งใจของเธอให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาแก้ไขอดีตของพ่อแต่มันคือการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของครอบครัวทั้งหมด

"เจ้าเปี๊ยก ลื้อทำดีมากเดี๋ยวอั๊วเลี้ยงหนม" ใช้พูดพลางปรบมือเสียงดังโดยไม่นำพาสายตาขุ่นเขียวของมารดาที่มองมาทางตน

"อาหลิน ลื้อเจ็บตรงไหนไหม มาให้ม่าดูหน่อย" เคี้ยงพูดกับหลานสาวเสียงอ่อนก่อนจะเอ่ยคาดโทษแม้ว่าเธอจะไม่อยากทำ

"แต่ลื้อมีความผิดนะลูกที่ไปทำเขา" ประโยคต่อมาของม่าแม้ว่าหลินจะไม่อยากยอมรับแต่เมื่อเห็นว่าเด็กชายคนนั้นกำลังแบะปากร้องไห้จ้าเธอก็หน้าเจื่อนลง

"น้องสาว ...ใจนะ" ยุ่งยกมือลูบหัวของหลินโพล่งออกมาโดยไม่สนใจสถานการณ์ตรงหน้า เขารู้แค่ว่าเด็กตัวเล็กคนนี้เป็นคนกล้าหาญและเก่งมากเท่านั้นเอง
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 180

    ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ อู๋หนิงที่ตอนนี้ได้มีกิจการร้านหม้อไฟใหญ่โตในปักกิ่งก็ก้าวเข้ามาโอบกอดร่างเล็กของหลินไว้ด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างประหลาด น้ำตาไหลรินอาบแก้ม "แม่หนู...ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง" ก่อนที่ทุกคนจะหายจากความสับสน เสี่ยวหนิวก็เป็นฝ่ายอธิบาย "คุณย

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 179

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย... จากทารกน้อยที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนยิ้มแต้ในเปล บัดนี้ "อาหมวยน้อยหลิน" เติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบที่ฉลาดและน่ารักเกินวัย เธอกำลังจะเตรียมตัวเข้าโรงเรียนอนุบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเด็กหญิงได้เห็นกิจการของครอบครัวเ

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 178

    เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี...ชีวิตของทุกคนในครอบครัวตงและครอบครัวสาขาต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความสุข กิจการร้านหมูกระทะขยายสาขาไปอีกหลายแห่งภายใต้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตามที่อาทิตย์จัดการ ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของทุกคนยิ่งมั่นคง และแล้วข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาเยือนครอบ

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 177

    โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้มาเคาะประตูอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว หลังจากได้ปรึกษาหารือกันในครอบครัวอย่างละเอียด ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่านี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจจะปล่อยให้หลุดลอยไปได้ เคี้ยงจึงได้ตอบตกลงรับข้อเสนอของคุณสมชายผู้จัดการห้างซิตี้มอลล์ในที่สุด ไม่นานนักทีมงา

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 176

    เวลาผ่านไปอีกหกเดือน... หลินน้อยเติบโตขึ้นเป็นทารกที่จ้ำม่ำน่ารักน่าชัง ผิวขาวผ่องและมีดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส เป็นที่รักและเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนในครอบครัวใหญ่ ทั้งอากงตงและอาม่าเคี้ยงที่ตอนนี้มีความสุขกับการได้เลี้ยงหลานคนแรกของลูกชายคนเล็กอย่างเต็มที่ รวมถึงลุงชัยและป้าจำปีที่มักจะพ

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 175

    ในสายตาของใครหลายคน ชัยอาจจะดูเป็นลูกชายคนโตที่ทอดทิ้งครอบครัวไปในยามที่ลำบาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวของเขาก็เต็มไปด้วยความรัก ความผิดพลาด และการเรียนรู้ที่ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ย้อนกลับไปในวันที่ชัยอายุเพียงสิบแปดปี เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ร้อนรนด้วยความรักที่มีต่อ "จำปี" หญิงสาวที

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 88

    "หนึ่ง... สอง... สาม..." โฆษกเริ่มขานเลขทีละตัว..."สี่... ห้า... หก!""ทวนอีกครั้งนะครับ รางวัลที่หนึ่ง ประจำงวดวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2514 ได้แก่หมายเลข หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก!"สิ้นเสียงประกาศนั้น! หลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน! เลขนั้น! มันคือเลขที่คุณยายให้มาจริงเสียด้วย! เธอถูกรางวั

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 87

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างก็เข้านอนไปด้วยความคิดและความหวังของตัวเอง เช้าวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกรางวัลและเป็นวันที่หลินรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอดร้านข้าวแกงของเคี้ยงยังคงเปิดขายตั้งแต่เช้ามืดเหมือนเช่นทุกวัน บรรยากาศคึกคักด้วยลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร ตงก็ออกมานั่งช่วยดูแล

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 86

    "คุณประทีป... คุณประทีปคะ..." เคี้ยงเรียกเสียงเบาประทีปค่อย ๆ หันหน้ามาทางต้นเสียงเมื่อเห็นว่าเป็นเคี้ยง เขาก็พยายามจะยิ้มแต่ก็ดูฝืนเต็มที"ทานข้าวหรือยังคะ เดี๋ยวฉันป้อนข้าวต้มให้นะ" เคี้ยงพูดพลางเปิดปิ่นโตเตรียมจะดูแลคนป่วย"ไม่ต้องหรอก...คุณนาย ฉันอิ่มแล้ว" ประทีปปฏิเสธข้าวต้มที่เคี้ยงกำลังจะป้อ

  • OMG!! ฉันย้อนเวลากลับมาเจอปะป๊าตอนเขาอายุ14    บทที่ 84

    "ท่านเจ้าที่เจ้าทาง และเหล่าดวงวิญญาณทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้" เสียงของเกสรดังขึ้นในมิติที่มองไม่เห็นก้องกังวานแฝงด้วยพลังอำนาจ"ข้าคิดว่าพวกท่านคงรู้เรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวมนุษย์ที่นำอาหารมามอบให้แล้วใช่หรือไม่ และยังรวมถึงเด็กน้อยผู้วิเศษได้ให้คำมั่นว่าจะมอบที่พักอันควรให้กับพวกท่านด้วย" น

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status