เข้าสู่ระบบวันนี้ฉันมีเรียนบ่ายแค่คาบเดียวก็ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ฉันขับรถเข้ามาจอดในมหาลัย เมื่อจอดรถเสร็จก็เดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะนั่งข้างตึกคณะอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆก็จะสอบปิดเทอมแล้ว เดินมาใกล้จะถึงคณะฉันก็ต้องเดินผ่านคณะวิศวะก่อน เป็นอะไรที่น่าอายมากผู้ชายคณะนี้มันยังไงกันเดินผ่านทุกวันแซวมันทุกวันจริงๆเลย
ขณะที่กำลังจะเดินพ้นมุมตึกคณะวิศวะก็มีเสียงเรียกดังขึ้น “น้องครับ!”
ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า ‘มีธุระอันใด’
“คะ?”
“เอ่อ พอดีเพื่อนพี่อยากจะขอเบอร์น่ะ”
“อ้อ คนไหนคะ?” ฉันถามพี่คนที่มาขอเบอร์ฉันไปให้เพื่อนพร้อมกับมองหาไปทางด้านหลังเขา
“อยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามน่ะ” ฉันหันมองตามมือที่เขาชี้นำไป
“ไม่สะดวกให้ค่ะ” ฉันตอบออกไปนิ่งๆ “แค่ให้เพื่อนมาขอเบอร์ให้ก็ไม่ผ่านมาตรฐานแฟนแล้วค่ะ ไปนะคะ” หลังพูดจบฉันก็เดินออกมาเลยไม่อยู่รอให้ได้ทักท้วงอะไรอีก เฮ้อ! อารมณ์เสียไปหาชาเขียวกินให้อารมณ์ดีดีกว่า
เมื่อเดินมาถึงคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ข้างคณะฉันจึงเดินเข้าไปพร้อมกับก้มหน้ากดโทรศัพท์ตอบแชทให้เพื่อนมาเจอกันที่คาเฟ่ไปด้วย
ตุบ!
อ่ะ เจ็บ! ฉันเดินชนกำแพงไม่ใช่กำแพงอย่างที่เข้าใจแต่เป็นกำแพงมนุษย์
“ขอโทษค่ะ” ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ
“เดินดูทางด้วย” พูดจบร่างสูงก็เปิดประตูเดินออกจากร้านไปเลย
หลังจากมองหน้าคนพูดฉันก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้ คนขี้เก๊ก ขอโทษไปแล้วยังมาดุกันอีก
‘พี่ดิน’ คนที่ฉันเพิ่งเจอมาเมื่อคืนและเอาเขาไปอ้างว่าเป็นแฟนนั่นล่ะ สงสัยจะยังเคืองที่เราเอาไปอ้างพ่อคุณตึงไม่หายเลย ฉันส่ายหัวกับตัวเองเบาๆแล้วก็เดินเข้าไปสั่งน้ำเมืื่อถึงคิวตัวเอง
“มัจฉะลาเต้หวาน25 ค่ะ”
หลังสั่งเสร็จจ่ายเงินแล้วฉันก็ไปนั่งเล่นโทรศัพท์รอที่เก้าอี้ภายในร้านระหว่างรอเพื่อนมา
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนไลน์เข้ามาฉันจึงหยิบมาเปิดอ่าน เป็นข้อความแชทจากพี่ชายฉันเอง
AhziC : คืนนี้เข้ามาหาเฮียที่ผับหน่อยนะขึ้นมาชั้น 3 เลย มาก่อนห้าทุ่มเพราะเที่ยงคืนเฮียจะออกไปหาเพื่อนที่สนามแข่งของเฮียอู๋
Alis : ฉันส่งสติ๊กเกอร์หมีน้อยรับทราบไป
รับรู้ได้โดนสัญชาตญาณคืนนี้พี่น่าจะให้ไปเฝ้าให้ช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 แน่เลย คงกะให้ฉันนอนนั่นเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ วางแผนมาแล้วอ่ะสิพี่ชายฉัน
ถ้าไปถึงสนามแข่งเฮียอู๋คงลากยาวกันเกือบเช้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฮียเรียกให้มาเฝ้าร้านกระทันหัน สนามแข่งรถของเฮียอู๋เป็นสนามแข่งที่นิยมกันมากเลยล่ะ พี่เคยพาฉันไปครั้งเดียวหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ไปอีกผ่านมาจะ 1 ปีแล้ว
“มัจฉะลาเต้หวาน25 ได้แล้วค่ะ”
หลังจากได้ยินเสียงเรียกฉันก็เดินไปรับเครื่องดื่มมานั่งรอเพื่อน มองออกไปผ่านกระจกหน้าร้านก็เห็นตาต้ากำลังเดินเคียงคู่มากับจีน ส่วนเฟย์กับเพลงพิณน่าจะยังมาไม่ถึง
“อลิซแกเห็นข่าวอิพี่นิวป่ะ”
“พี่นิวทำไมอ่ะ”
เมื่อเดินมาถึงตาต้าก็เดินมานั่งด้านข้างพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้ดูตรงหน้าจอที่มีการโพสต์เกี่ยวกับเพจซุบซิบของมหาลัยที่มีผู้ติดตามอยู่หลายหมื่นคน
ปีญ่าซุบซิบริมรั้ว
“ข่าวล่ามาแรงเมื่อคืนที่ผับแห่งหนึ่ง สาวงามแห่งนิเทศมหาลัยA ตามหึงหวงผู้ชายจนไปมีเรื่องกับเพื่อนสาวต่างคณะของฝ่ายชายจนเกิดศึกชิงผู้กันขึ้น ไม่รู้ว่าสาวงามแห่งนิเทศต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าที่โดนฝ่ายชายทิ้งไปอย่างไม่ใยดีหรือเปล่า
เรื่องจริงหรือเท็จเพียงใดแต่วงในที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าฝ่ายชายสะบัดนางทิ้งแบบไม่มีเยื่อใยเลยจ้า”
“จะอะไรซะอีกก็ไปตบกันในผับแย่งผู้ชายกันไง”
“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าเป็นพี่นิวอ่ะ” ฉันล่ะสงสัยจริงๆข่าวอะไรก็ตาม จะเป็นตัวอักษรย่อหรืออะไรตาต้านี่ข่าวเร็วกว่าเพื่อนตลอดจนอดจะสงสัยไม่ได้ว่าตาต้ามันเป็นแอดมินเพจหรือเปล่า แต่มันเคยบอกเพื่อนว่า ไม่ใช่!
“เออ กูก็สงสัยเหมือนกับกับอลิซ มึงไปเอาข่าวมากจากไหนตาต้า”
“นี่ใคร! ตาต้าผู้รู้ทุกเรื่องในมหาลัยA เชียวนะ”
“หรือมึงคือแอดมินเพจปีญ่า มึงสารภาพกับกูมาเดี๋ยวนี้นะ” ฉันเอามือล็อกคอเพื่อนเพื่อแกล้งกันเล่น
“อ๊ายๆๆหยุดนะ ผมกูเพิ่งเข้าร้านจัดทรงมาตั้งแพง ปล่อยยยย”
“ฮ่าฮ่า” จีนนั่งขำที่เห็นพวกเราเล่นกัน หลังจากที่ฉันปล่อยแขนออกจากคอตาต้ามันก็เอามือมาจัดผมให้เข้าที่เข้าทางอย่างดัดจริต อดจะหมั่นไส้ไม่ได้ฉันเลยกรอกตาใส่มันอีกรอบ
“แล้วผู้ชายคือใคร?” ฉันถามเพื่อนอย่างอยากรู้
“ไม่รู้ชื่อ แต่รู้ว่าอยู่วิศวะไม่มีใครกล้าพูดถึงผู้ชายเลยว่ะ”
“ข่าววงในอะไร! แค่ชื่อผู้ชายยังไม่รู้” จีนหันไปว่าตาต้าที่ข้อมูลมาไม่ครบ
“ไอ้เฟย์กับเพลงยังมาไม่ถึงอีกหรอ” ฉันเลยหันไปพูดเรื่องอื่นเมื่อหมดความสนใจกับเรื่องนี้
“ยังอ่ะเพลงบอกว่ารถติด ส่วนเฟย์มันก็รอพี่รักษ์มาส่ง” จีนเป็นคนบอก
“กูละเบื่อชะนี พอมีแฟนล่ะขับรถมาเรียนเองไม่ได้”
“มึงอิจฉาเฟย์ล่ะสิ เดี๋ยวกูจะฟ้องไอ้เฟย์มัน”
“ชิ!”
“เออ คืนนี้พวกมึงว่างกันมั้ยไปเที่ยวป่ะ” ฉันถามเพื่อนเพื่อหาคนไปนั่งเฝ้าร้านเป็นเพื่อน เลยอ้างว่าไปเที่ยวอย่างนั้นเอง
“เที่ยวไหนอีก คืนนี้กูนัดยิ้มกับผู้ชายมึงมาบอกช้าไป”
“มึงก็ไปยกเลิกสิตาต้า เห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนหรอ”
“เออสิ! คนนี้งานดี”
“แล้วจีนล่ะว่างมั้ย”
“แม่เลี้ยงตะวันมาแน่ะ กูกับพี่อินต้องไปรับที่สนามบิน”
สรุปว่าเพื่อนไม่ว่างแพคคู่ หลังจากที่เราเดินออกมาจากคาเฟ่ก็มาเจอเฟย์กับเพลงที่หน้าคณะพอดีจึงเดินเข้าไปเรียนพร้อมกัน และถามเพื่อนอีกสองคนก็ไม่มีใครว่าง
สรุปคืนนี้ก็นั่งเหงาเฝ้าร้านให้พี่อาชิคนเดียวอีก
วันจันทร์ถัดมาสายแล้ว!ฉันรีบเดินด้วยความเร็วหลังจากวนรถหาที่จอดอยู่นาน อีกแค่ 15 นาทีก็จะเข้าห้องสอบอยู่แล้วเพิ่งจะมาถึงแล้วยังไม่ได้ติวข้อสอบก่อนเข้าห้องสอบกับเพื่อนเลย จะไปทันเพื่อนๆมั้ยเนี่ยฉันรีบเดินมาตามทางด้วยความเร่งรีบ เสียงสั่นในโทรศัพท์ก็ยังไม่หยุด พวกเพื่อนๆต้องโทรตามแน่เลยครืด ครืดฉันทั้งเดินทั้งล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าไปด้วย อยู่ไหนนะ“ฮัลโหล กำลังไปๆ” ฉันรีบบอกปลายสายไปกำลังจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเชียวตุ้บ!“โอ๊ย! อู้ยยย คนยิ่งรีบๆอยู่” เจ็บเป็นบ้าเลยจะมาสะดุดล้มอะไรตอนนี้ยิ่งรีบยิ่งช้า เงยหน้าขึ้นอีกทีก็เจอกับสายตาที่มองมาจากรอบข้างไม่ต่ำกว่า 50 คู่!กรี๊ดดด น่าอายเป็นบ้า!“เจ็บมากมั้ยครับน้อง” มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาพยายามจะช่วยประคองให้ลุก“นิดนึงค่ะ ไม่เป็นไร” ฉันทรงตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะมองหาโทรศัพท์ที่ตกหล่นตอนที่สะดุดล้มหลังเจอแล้วจึงก้มไปเก็บขึ้นมา หน้าจอแตกยับ! เออ! ซวยเข้าไปอะไรนักชีวิต ต้องไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาให้หายซวยแล้ว“เข่าน้องเป็นแผล” ฉันหันไปมองตามที่พี่คนนั้นบอกก็เห็นเป็นแผลถลอกเลือดซิบอยู่“อ้อ ขอบคุณค่ะ”ฉันรีบเดินออกมาโดนที่ไม่มองไ
ฉันมองพี่ดินนิ่งๆ เขาก็สบตาไม่ยอมหลบเช่นกัน มันก็จริงที่เขามาช่วยฉันจากยานรกนั่นไม่งั้นฉันก็อาจจะเจอพี่คิวแทนพี่ดินก็ได้ มองดูสภาพร่ายกายของเขาที่ตามตัวมีรอยจ้ำแดง รอยเล็บ และรอยกัดก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ จะโทษเขาก็ไม่ได้ว่าไม่รู้จักควบคุมตัวเองในเมื่อตัวเองจะปล้ำเอาเขาให้ได้ขนาดนั้นต่อให้ไม่ใช่พี่ดินก็คงไม่มีใครทนได้ คนนี่เนาะไม่ใช่พระอิฐพระปูน!“ขอบคุณที่ช่วยค่ะ”“…”“…”“พี่ถามได้มั้ยว่าใครวางยา แล้วเพื่อนไปไหนทำไมอยู่คนเดียว”เขาคงสงสัยมากถึงได้ถามออกมา ปกติที่รู้จากที่เฟย์เล่าให้ฟังพี่ดินไม่ชอบยุ่งกับใคร เป็นคนดุหรืออาจจะดุ กว่าพี่รักษ์อีกส่วนเรื่องผู้หญิงนี่กลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีใครน้อยหน้าใครเรื่องอย่างว่าไม่เคยขาด“คนที่พี่เจอหน้าลิฟต์นั่นล่ะ”“แล้วไหนบอกไม่ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว ทำไมไปให้มันวางยาได้”“โอ๊ยยย แล้วใครจะอยากไปให้มันวางยาเล่า”“…” มาทำหน้าตึงมองฉันอีกแล้ว กวนประสาท “อลิซไปดูร้านให้พี่ชาย แต่มันขอให้ดื่มด้วยกันแล้วจะไม่มายุ่งอีกก็เลยดื่มไง”ที่เจ็บใจคือมันวางยาฉันได้ยังไงฉันต้องไปตามดูกล้องที่ร้านอีก กลัวแต่พี่อาชิจะรู้ว่าจะโดนวางยางั้นก็ต้องรอให้พี่อาชิไปเชียงใหม่
หลังจากเข้ามาในห้องพี่ดินได้พี่ดินก็อุ้มตัวฉันไปวางลงเตียงในห้องนอนสีเข้ม ร่างหนาตามมาคล่อมทับกดจูบตามตัว แล้วเสียบตัวตนเข้ามาในช่องรักอย่างดุดัน“อา..อ๊าส์” เสียงของฉันที่ทนกับความเสียวไม่ไหวหลุดออกมาจากปาก พี่ดินก้มลงมามอบจูบที่ดุดันจนเสียงครางที่หลุดออกมาเป็นเสียงน้ำลายที่เกิดจากการดูดลิ้นกันอย่างเมามันส์ส่วนล่างมันยังรู้สึกร้อนตุบๆตลอดเวลาเหมือนกับว่ายิ่งมีเซ็กซ์กับเขามากเท่าไหร่ มันยิ่งกระหายอยากให้เขามาเติมเต็มมากกว่าเดิม“ไม่..พอ”“พอแล้ว?”ปึก! ฉันยกมือขึ้นทุบบ่าเขา เสียบมันเข้ามาแล้วยังมาถามว่าพอแล้ว“มันไม่พอ”“ขอร้องพี่สิ”คนที่คุมเกมตอนนี้คือเขา ฉันส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ มือก็ลูบไปที่แผ่นท้องที่มีมัดกล้ามตึงแน่น“เธอแม่ง!”“เอาหนูแรงๆที อื้อ..” “อ้าขากว้างๆ”“อื้อ”“อย่ามาขอร้องให้หยุดล่ะ”ตับ!ตับ!ตับ!เสียงสะโพกสอบที่อัดเข้าใส่อย่างแรงตามคำขอนั้นทำฉันหัวสั่นหัวคลอน ตาปรือมองร่างกำยำที่กำลังควบขยับตัวอย่างดุดัน ที่กลางหน้าอกมีรอยสักรูปมังกรสีสันสวยงามตัวใหญ่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูมีชีวิตชีวาเวลาที่เขาขยับตัวเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันยกมือขึ้นไปแตะตรงหน้าอกของเข้าลูบมัน
“พี่ดิน!”ฉันมองพี่ดินอย่างต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันสร้างปัญหาให้จึงตัดสินใจบอกปัดไป“ไม่เป็นไรค่ะ”“จะกลับแล้ว?”“ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ฉันรีบเดินมาที่รถก่อนที่พี่ดินจะถามไปมากกว่านี้ ตอนนี้อาการที่ควบคุมไม่ได้มันรุนแรงจนไม่รู้ว่าตัวเองจะขับรถถึงห้องได้ยังไง รีบล้วงกุญแจรถออกมาจากกระเป๋าตุบ!“ไอ้กุญแจไม่รักดี จะมาตกอะไรตอนนี้” ฉันบ่นพร้อมกับพยายามทรงตัวไม่ให้ตัวเองทรุดลงไปกับพื้นเพื่อจะหยิบเอากุญแจรถ มือสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวใจเต้นแรงมากเลย หมับ!ฉันรีบหันไปมองมือที่จับเอื้อมมาหยิบกุญแจรถจากมือฉันไปอย่างรวดเร็ว“พี่ดิน”“เป็นไร”“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง”“เป็นก็บอกว่าเป็นดิวะ จะทำอวดเก่งไปเพื่อ!?” พี่ดินว่าฉันพร้อมกับดึงฉันไปขึ้นรถฝั่งนั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเองก็เดินมาเปิดประตูขึ้นฝั่งคนขับเมื่อขึ้นรถมาได้อาการร้อนตามตัวจนทนไม่ได้ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม ตอนนี้พี่ดินขับรถออกมาจากผับแล้ว หันมองอาการฉันเป็นระยะ ฉันรีบหันตัวเองเข้ามุมประตูรถอีกฝั่งพยายามควบคุมอารมณ์ต้องการของตัวเอง“โดนยางั้นหรอ?”“อือ”“ไปทำยังไงให้โดนได้ล่ะเนี่ย” สัมผัสที่เอื้อมมาจับตัวฉันให้หันไปหาทำฉันส
AhziClub23:40 น.ฉันมาถึงที่คลับก็ดึกมากแล้ว เมื่อเดินตัดผ่านขึ้นมาบนชั้นสามซึ่งเป็นห้องทำงานของเฮีย ก็เปิดประตูเข้าไปเลยโดยไม่ได้เคาะประตูก่อนเหมือนทุกครั้ง“อุ๊ย!”“ว้าย!”เสียงอุทานอย่างตกใจของฉันกับสาวที่นั่งบนตักพี่ชายร่างกายส่วนบนแทบจะเปลือยหมดอยู่แล้ว ทั้งคู่นั่งที่โซฟากลางห้องทำฉันหน้าเลิ่กลักหันไปมองพี่ชาย“ออกไปก่อน” เสียงดุเอ่ยบอกออกมาฉันกำลังจะเดินถอยหลังออกจากห้อง“หมวย! จะไปไหนเข้ามา”“อะ อ้าว ก็เฮียบอกให้ออกไปก่อน”“เธอน่ะ ออกไปก่อน” พี่ชายฉันหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งเกยบนตักอยู่ หลังจากที่เธอจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนให้ฉันสงสัยมาขัดจังหวะเข้าพระเข้านางของเธอเข้าล่ะมั้งเอ้านี่ฉันผิดหรอ!? (เออผิด!)“เข้าห้องทีหลังเคาะด้วย ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้ามา”“ค่าาา เกือบได้ดูหนังสดซะละ” “หึ!”ฉันเดินตามเฮียที่เดินไปตรงกระจกใสที่มองออกไปเห็นผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่ด้านนอก ส่วนคนข้างนอกจะมองไม่เห็นด้านใน“หมวยดูตรงนั้นเป็นพิเศษนะ” เฮียชี้นิ้วให้มองไปดูที่ตรงบาร์เครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์หรือเมด กำลังส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้าอยู่“ทำไมอ่ะ”“เ
วันนี้ฉันมีเรียนบ่ายแค่คาบเดียวก็ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ฉันขับรถเข้ามาจอดในมหาลัย เมื่อจอดรถเสร็จก็เดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะนั่งข้างตึกคณะอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆก็จะสอบปิดเทอมแล้ว เดินมาใกล้จะถึงคณะฉันก็ต้องเดินผ่านคณะวิศวะก่อน เป็นอะไรที่น่าอายมากผู้ชายคณะนี้มันยังไงกันเดินผ่านทุกวันแซวมันทุกวันจริงๆเลยขณะที่กำลังจะเดินพ้นมุมตึกคณะวิศวะก็มีเสียงเรียกดังขึ้น “น้องครับ!”ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า ‘มีธุระอันใด’“คะ?”“เอ่อ พอดีเพื่อนพี่อยากจะขอเบอร์น่ะ”“อ้อ คนไหนคะ?” ฉันถามพี่คนที่มาขอเบอร์ฉันไปให้เพื่อนพร้อมกับมองหาไปทางด้านหลังเขา“อยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามน่ะ” ฉันหันมองตามมือที่เขาชี้นำไป“ไม่สะดวกให้ค่ะ” ฉันตอบออกไปนิ่งๆ “แค่ให้เพื่อนมาขอเบอร์ให้ก็ไม่ผ่านมาตรฐานแฟนแล้วค่ะ ไปนะคะ” หลังพูดจบฉันก็เดินออกมาเลยไม่อยู่รอให้ได้ทักท้วงอะไรอีก เฮ้อ! อารมณ์เสียไปหาชาเขียวกินให้อารมณ์ดีดีกว่าเมื่อเดินมาถึงคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ข้างคณะฉันจึงเดินเข้าไปพร้อมกับก้มหน้ากดโทรศัพท์ตอบแชทให้เพื่อนมาเจอกันที่คาเฟ่ไปด้วยตุบ!อ่ะ เจ็บ! ฉันเดินชนกำแพงไม่ใช่กำแพงอย่างที่เข้าใจแต
ติ้ง!เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกรอบพร้อมกับเปิดออกที่ชั้น 12 พี่ดินเดินออกไปจากลิฟต์ส่วนฉันยังยืนขาตายที่เดิมเพราะไม่กล้าตามออกไป จะให้เข้าไปห้องผู้ชายกันสองต่อสองได้ไงอ่ะ เผื่อโดนทำมิดีมิร้ายขึ้นมาคนเสียหายนี่มันฉันนะ“รอไร ตามมาสิ” ฉันส่ายหน้าไปมา “ค่อยคุยกันได้มั้ยคะ พอดีอลิซไม่ว่าง” ฉันรีบบอกพี่ดินอ
หลังจากกลับมาจากมหาลัยฉันก็แวะเข้าห้างไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต พวกของใช้ส่วนตัวและพวกของสดไว้ทำกินติ้ง!เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเฟสบุ๊คดังขึ้นระหว่างที่ฉันเดินเลือกซื้อของอยู่เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแชทจากคนที่ไม่อยากคุยด้วยที่สุด(ห้องแชทส่วนตัว P’Qคิว)P’Qคิว : พี่ไม่ได้รักอ้
Ridin’ ’ round, foreign cars (Yeah) กำลังขับรถยนต์ระดับหรูไปเรื่อย (ใช่) Top down, starin’ at the stars (Yeah) นั่งรถเปิดประทุนและมองดูดวงดาว (ใช่) Attitude, so don’ t start shit (Yeah) กับทัศนคติที่มั่นใจ พวกคุณอย่ามากวนให้รำคาญ (ใช่) Big moves, only extra large, yeahทำแต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และ
บทนำ ซวย ซวย ซวย!!! เมื่อไอ้พี่คิว ไอ้เพื่อนพี่ชายสุดเฮงซวยที่เพิ่งร่อนแจกการ์ดแต่งงานไปไม่นานกับแฟนสาวกลับมาวอแวฉันจนน่ารำคาญฉันจึงตัดปัญหาไปด้วยการบอกว่า “หนูมีแฟนแล้ว!!” “…” “นั่นไงแฟน” ฉันชี้นิ้วไปที่ผู้ชายที่กำลังจะเดินผ่านหน้าไป พร้อมกับรีบเดินเอามือไปดึงแขนอีกฝ่ายมากอดแนบไว้กับตัว “นี







