LOGIN
บทนำ
ซวย ซวย ซวย!!!
เมื่อไอ้พี่คิว ไอ้เพื่อนพี่ชายสุดเฮงซวยที่เพิ่งร่อนแจกการ์ดแต่งงานไปไม่นานกับแฟนสาวกลับมาวอแวฉันจนน่ารำคาญฉันจึงตัดปัญหาไปด้วยการบอกว่า
“หนูมีแฟนแล้ว!!”
“…”
“นั่นไงแฟน” ฉันชี้นิ้วไปที่ผู้ชายที่กำลังจะเดินผ่านหน้าไป พร้อมกับรีบเดินเอามือไปดึงแขนอีกฝ่ายมากอดแนบไว้กับตัว
“นี่พี่ดินแฟนหนูเอง พี่คิวเลิกมายุ่งกับหนูสักที!!!
ใครอยากจะเป็นควายให้ไอ้พี่บ้านั่นหลอกกัน!!!
หลังจากที่เดินเข้ามาในลิฟท์ด้วยกันกับพี่ดินฉันก็รีบปล่อยมือออกจากแขนเขา พร้อมกับก้มหน้าก้มตาเอ่ยปากขอโทษ
“อลิซต้องขอโทษที่บอกว่าพี่ดินเป็นแฟนหนูด้วยนะคะ” พูดจบฉันก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอโทษพี่ดินซึ่งเป็นเพื่อนของพี่รักษ์แฟนของเฟย์เพื่อนฉันอีกที
“….” แต่เงียบไร้เสียงตอบกลับมา มีแต่ดวงตาที่มองสบมาดุๆพร้อมกับถอนหายใจใส่หน้ากันด้วยความหงุดหงิดนี่อีก
“อลิซไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ แต่มันไม่มีทางเลือกจริงๆ ไอ้บ้านั่นมันตามตื้อไม่หยุดเลยอ่ะ”
“เอาพี่ไปอ้างว่าเป็นแฟน ถามพี่รึยัง??”
ฉันได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยความรู้สึกผิด “อลิซขอโทษ” ฉันได้แต่พูดคำเดิมย้ำไปอีกรอบก็ไม่รู้จะพูดคำไหนแล้วนี่นะ “เวลาแบบนั้น มันไม่มีเวลาให้ถามซะหน่อย”
“แล้วไม่คิดว่าพี่จะมีแฟนอยู่หรอ?”
“อ่ะ..อลิซลืมคิดไปเลย”
“แล้วยังไง?”
ติ๊ง
เสียงลิฟท์ดังขัดจังหวะพร้อมกับเปิดประตูออกที่ชั้น 10 ซึ่งเป็นชั้นที่พักของฉัน
ต้องรีบไปแล้ว!!
ฉันกำลังจะรีบก้าวเดินหนีออกจากลิฟท์ เป็นจังหวะเดียวกันกับลิฟท์ที่ปิดลงต่อหน้าต่อตาพร้อมกับสัมผัสที่ข้อมือมีมือใหญ่จับไว้แน่ ฉันรีบหันไปมองด้วยความตกใจ
“ไปคุยกันหน่อย”
ติ้ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกรอบพร้อมกับเปิดออกที่ชั้น 12 พี่ดินเดินออกไปจากลิฟต์ส่วนฉันยังยืนขาตายที่เดิมเพราะไม่กล้าตามออกไป จะให้เข้าไปห้องผู้ชายกันสองต่อสองได้ไงอ่ะ เผื่อโดนทำมิดีมิร้ายขึ้นมาคนเสียหายนี่มันฉันนะ
“รอไร ตามมาสิ”
ฉันส่ายหน้าไปมา “ค่อยคุยกันได้มั้ยคะ พอดีอลิซไม่ว่าง” ฉันรีบบอกพี่ดินออกไป หาข้ออ้างมั่วๆไปก่อนละกัน เขาไม่รู้ด้วยหรอกว่าเรามีธุระจริงมั้ย
“…” พี่ดินไม่พูดจาให้มากความแต่กลับเดินกลับมามาจับต้นแขนฉันพร้อมกับลากติดมือออกมาจากลิฟต์
“กลัวอะไร”
***********
ยัยน้องจะโดนพี่กินหัวมั้ยน้อ
แอบอ้างชื่อโดนที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม
ฝากติดตามพี่ดินกับหนูอลิสด้วยนะคะ นิยายแนวหวานๆอ่านสบายไม่เครียดแน่นอนค่า
หลังจากเข้ามาในห้องพี่ดินได้พี่ดินก็อุ้มตัวฉันไปวางลงเตียงในห้องนอนสีเข้ม ร่างหนาตามมาคล่อมทับกดจูบตามตัว แล้วเสียบตัวตนเข้ามาในช่องรักอย่างดุดัน“อา..อ๊าส์” เสียงของฉันที่ทนกับความเสียวไม่ไหวหลุดออกมาจากปาก พี่ดินก้มลงมามอบจูบที่ดุดันจนเสียงครางที่หลุดออกมาเป็นเสียงน้ำลายที่เกิดจากการดูดลิ้นกันอย่างเมามันส์ส่วนล่างมันยังรู้สึกร้อนตุบๆตลอดเวลาเหมือนกับว่ายิ่งมีเซ็กซ์กับเขามากเท่าไหร่ มันยิ่งกระหายอยากให้เขามาเติมเต็มมากกว่าเดิม“ไม่..พอ”“พอแล้ว?”ปึก! ฉันยกมือขึ้นทุบบ่าเขา เสียบมันเข้ามาแล้วยังมาถามว่าพอแล้ว“มันไม่พอ”“ขอร้องพี่สิ”คนที่คุมเกมตอนนี้คือเขา ฉันส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ มือก็ลูบไปที่แผ่นท้องที่มีมัดกล้ามตึงแน่น“เธอแม่ง!”“เอาหนูแรงๆที อื้อ..” “อ้าขากว้างๆ”“อื้อ”“อย่ามาขอร้องให้หยุดล่ะ”ตับ!ตับ!ตับ!เสียงสะโพกสอบที่อัดเข้าใส่อย่างแรงตามคำขอนั้นทำฉันหัวสั่นหัวคลอน ตาปรือมองร่างกำยำที่กำลังควบขยับตัวอย่างดุดัน ที่กลางหน้าอกมีรอยสักรูปมังกรสีสันสวยงามตัวใหญ่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูมีชีวิตชีวาเวลาที่เขาขยับตัวเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันยกมือขึ้นไปแตะตรงหน้าอกของเข้าลูบมัน
“พี่ดิน!”ฉันมองพี่ดินอย่างต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันสร้างปัญหาให้จึงตัดสินใจบอกปัดไป“ไม่เป็นไรค่ะ”“จะกลับแล้ว?”“ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ฉันรีบเดินมาที่รถก่อนที่พี่ดินจะถามไปมากกว่านี้ ตอนนี้อาการที่ควบคุมไม่ได้มันรุนแรงจนไม่รู้ว่าตัวเองจะขับรถถึงห้องได้ยังไง รีบล้วงกุญแจรถออกมาจากกระเป๋าตุบ!“ไอ้กุญแจไม่รักดี จะมาตกอะไรตอนนี้” ฉันบ่นพร้อมกับพยายามทรงตัวไม่ให้ตัวเองทรุดลงไปกับพื้นเพื่อจะหยิบเอากุญแจรถ มือสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวใจเต้นแรงมากเลย หมับ!ฉันรีบหันไปมองมือที่จับเอื้อมมาหยิบกุญแจรถจากมือฉันไปอย่างรวดเร็ว“พี่ดิน”“เป็นไร”“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง”“เป็นก็บอกว่าเป็นดิวะ จะทำอวดเก่งไปเพื่อ!?” พี่ดินว่าฉันพร้อมกับดึงฉันไปขึ้นรถฝั่งนั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเองก็เดินมาเปิดประตูขึ้นฝั่งคนขับเมื่อขึ้นรถมาได้อาการร้อนตามตัวจนทนไม่ได้ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม ตอนนี้พี่ดินขับรถออกมาจากผับแล้ว หันมองอาการฉันเป็นระยะ ฉันรีบหันตัวเองเข้ามุมประตูรถอีกฝั่งพยายามควบคุมอารมณ์ต้องการของตัวเอง“โดนยางั้นหรอ?”“อือ”“ไปทำยังไงให้โดนได้ล่ะเนี่ย” สัมผัสที่เอื้อมมาจับตัวฉันให้หันไปหาทำฉันส
AhziClub23:40 น.ฉันมาถึงที่คลับก็ดึกมากแล้ว เมื่อเดินตัดผ่านขึ้นมาบนชั้นสามซึ่งเป็นห้องทำงานของเฮีย ก็เปิดประตูเข้าไปเลยโดยไม่ได้เคาะประตูก่อนเหมือนทุกครั้ง“อุ๊ย!”“ว้าย!”เสียงอุทานอย่างตกใจของฉันกับสาวที่นั่งบนตักพี่ชายร่างกายส่วนบนแทบจะเปลือยหมดอยู่แล้ว ทั้งคู่นั่งที่โซฟากลางห้องทำฉันหน้าเลิ่กลักหันไปมองพี่ชาย“ออกไปก่อน” เสียงดุเอ่ยบอกออกมาฉันกำลังจะเดินถอยหลังออกจากห้อง“หมวย! จะไปไหนเข้ามา”“อะ อ้าว ก็เฮียบอกให้ออกไปก่อน”“เธอน่ะ ออกไปก่อน” พี่ชายฉันหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งเกยบนตักอยู่ หลังจากที่เธอจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนให้ฉันสงสัยมาขัดจังหวะเข้าพระเข้านางของเธอเข้าล่ะมั้งเอ้านี่ฉันผิดหรอ!? (เออผิด!)“เข้าห้องทีหลังเคาะด้วย ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้ามา”“ค่าาา เกือบได้ดูหนังสดซะละ” “หึ!”ฉันเดินตามเฮียที่เดินไปตรงกระจกใสที่มองออกไปเห็นผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่ด้านนอก ส่วนคนข้างนอกจะมองไม่เห็นด้านใน“หมวยดูตรงนั้นเป็นพิเศษนะ” เฮียชี้นิ้วให้มองไปดูที่ตรงบาร์เครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์หรือเมด กำลังส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้าอยู่“ทำไมอ่ะ”“เ
วันนี้ฉันมีเรียนบ่ายแค่คาบเดียวก็ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ฉันขับรถเข้ามาจอดในมหาลัย เมื่อจอดรถเสร็จก็เดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะนั่งข้างตึกคณะอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆก็จะสอบปิดเทอมแล้ว เดินมาใกล้จะถึงคณะฉันก็ต้องเดินผ่านคณะวิศวะก่อน เป็นอะไรที่น่าอายมากผู้ชายคณะนี้มันยังไงกันเดินผ่านทุกวันแซวมันทุกวันจริงๆเลยขณะที่กำลังจะเดินพ้นมุมตึกคณะวิศวะก็มีเสียงเรียกดังขึ้น “น้องครับ!”ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า ‘มีธุระอันใด’“คะ?”“เอ่อ พอดีเพื่อนพี่อยากจะขอเบอร์น่ะ”“อ้อ คนไหนคะ?” ฉันถามพี่คนที่มาขอเบอร์ฉันไปให้เพื่อนพร้อมกับมองหาไปทางด้านหลังเขา“อยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามน่ะ” ฉันหันมองตามมือที่เขาชี้นำไป“ไม่สะดวกให้ค่ะ” ฉันตอบออกไปนิ่งๆ “แค่ให้เพื่อนมาขอเบอร์ให้ก็ไม่ผ่านมาตรฐานแฟนแล้วค่ะ ไปนะคะ” หลังพูดจบฉันก็เดินออกมาเลยไม่อยู่รอให้ได้ทักท้วงอะไรอีก เฮ้อ! อารมณ์เสียไปหาชาเขียวกินให้อารมณ์ดีดีกว่าเมื่อเดินมาถึงคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ข้างคณะฉันจึงเดินเข้าไปพร้อมกับก้มหน้ากดโทรศัพท์ตอบแชทให้เพื่อนมาเจอกันที่คาเฟ่ไปด้วยตุบ!อ่ะ เจ็บ! ฉันเดินชนกำแพงไม่ใช่กำแพงอย่างที่เข้าใจแต
ติ้ง!เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกรอบพร้อมกับเปิดออกที่ชั้น 12 พี่ดินเดินออกไปจากลิฟต์ส่วนฉันยังยืนขาตายที่เดิมเพราะไม่กล้าตามออกไป จะให้เข้าไปห้องผู้ชายกันสองต่อสองได้ไงอ่ะ เผื่อโดนทำมิดีมิร้ายขึ้นมาคนเสียหายนี่มันฉันนะ“รอไร ตามมาสิ” ฉันส่ายหน้าไปมา “ค่อยคุยกันได้มั้ยคะ พอดีอลิซไม่ว่าง” ฉันรีบบอกพี่ดินออกไป หาข้ออ้างมั่วๆไปก่อนละกัน เขาไม่รู้ด้วยหรอกว่าเรามีธุระจริงมั้ย“…” พี่ดินไม่พูดจาให้มากความแต่กลับเดินกลับมามาจับต้นแขนฉันพร้อมกับลากติดมือออกมาจากลิฟต์“กลัวอะไร”“ง่ะ…ก็ต้องกลัวมั้ยอ่ะพี่เป็นผู้ชาย”“ทีเมื่อกี้ตอนกอดแขนบอกว่าพี่เป็นแฟน ไม่เห็นกลัว?” เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพี่ดินก็เปิดประตูเข้าห้องไป พร้อมกับจับแขนฉันลากเข้าห้องไปด้วย ฉันขืนตัวเองอยู่ที่กรอบประตูไม่ยอมเข้าไปง่ายๆ“คุยตรงนี้ก็ได้ ไม่เข้าไปนะเมี้ยวววหืม…แมวหรอ!?ฉันรีบสอดส่ายสายตามองหาเจ้าของเสียงร้องจนไปเจอกับตาดำโตของเจ้าของห้องที่มองกันอยู่ก่อนแล้ว พี่ดินนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีบนตักมีเจ้าตัวขนสีขาวสลับน้ำตาล ตาสีฟ้า ลุคดูเย่อหยิ่งอย่างกับคุณชายนั่งตักมองมาที่ฉันด้วยความระแวง น่าจะเพราะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วย หยิ่
หลังจากกลับมาจากมหาลัยฉันก็แวะเข้าห้างไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต พวกของใช้ส่วนตัวและพวกของสดไว้ทำกินติ้ง!เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเฟสบุ๊คดังขึ้นระหว่างที่ฉันเดินเลือกซื้อของอยู่เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแชทจากคนที่ไม่อยากคุยด้วยที่สุด(ห้องแชทส่วนตัว P’Qคิว)P’Qคิว : พี่ไม่ได้รักอ้อนนะน้องอลิซ แต่ป๊ากับม๊าจัดการทุกอย่าง อลิซเชื่อพี่นะครับรำคาญจริง!วันนี้รอบที่ 10 เดี๋ยวบล็อกแม่งเลยนี่หลังจากอ่านข้อความจบฉันก็กดปิดโทรศัพท์ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป พี่คิวคือเพื่อนพี่ชายของฉันเอง ก่อนหน้านี้สักประมาณสองอาทิตย์ก่อนฉันไปเห็นการ์ดแต่งงานของพี่คิวกับเจ้าสาวที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องของพี่ชายตัวเอง ตอนที่เห็นนั้นได้แต่ตัวชามือชาหน้าชาไปหมดฉันโดนหลอกจากเพื่อนของพี่ชาย!แม้จะยังไม่ได้ตกลงคบกันแบบจริงจังเป็นแฟนกัน แต่การที่เขามาพูดจาเหมือนชอบและจีบกัน ให้ความหวังฉันจนฉันเผลอปล่อยใจอาจจะเพราะไม่เคยมีแฟนมาก่อนด้วย พอมีผู้ชายมาคุยด้วยดีหน่อยก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของเขา ฉันไม่ได้คิดไปเองว่าพี่คิวจีบฉันเชิงชู้สาว แต่การพูดจาการคุยแชทแม้แต่การโทรคุยกันทุกคืนเกือบสามเดือนที่ผ่







