Mag-log inAhziClub
23:40 น.
ฉันมาถึงที่คลับก็ดึกมากแล้ว เมื่อเดินตัดผ่านขึ้นมาบนชั้นสามซึ่งเป็นห้องทำงานของเฮีย ก็เปิดประตูเข้าไปเลยโดยไม่ได้เคาะประตูก่อนเหมือนทุกครั้ง
“อุ๊ย!”
“ว้าย!”
เสียงอุทานอย่างตกใจของฉันกับสาวที่นั่งบนตักพี่ชายร่างกายส่วนบนแทบจะเปลือยหมดอยู่แล้ว ทั้งคู่นั่งที่โซฟากลางห้องทำฉันหน้าเลิ่กลักหันไปมองพี่ชาย
“ออกไปก่อน” เสียงดุเอ่ยบอกออกมาฉันกำลังจะเดินถอยหลังออกจากห้อง
“หมวย! จะไปไหนเข้ามา”
“อะ อ้าว ก็เฮียบอกให้ออกไปก่อน”
“เธอน่ะ ออกไปก่อน” พี่ชายฉันหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งเกยบนตักอยู่ หลังจากที่เธอจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนให้ฉันสงสัยมาขัดจังหวะเข้าพระเข้านางของเธอเข้าล่ะมั้ง
เอ้านี่ฉันผิดหรอ!? (เออผิด!)
“เข้าห้องทีหลังเคาะด้วย ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้ามา”
“ค่าาา เกือบได้ดูหนังสดซะละ”
“หึ!”
ฉันเดินตามเฮียที่เดินไปตรงกระจกใสที่มองออกไปเห็นผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่ด้านนอก ส่วนคนข้างนอกจะมองไม่เห็นด้านใน
“หมวยดูตรงนั้นเป็นพิเศษนะ” เฮียชี้นิ้วให้มองไปดูที่ตรงบาร์เครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์หรือเมด กำลังส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้าอยู่
“ทำไมอ่ะ”
“เพื่อนเฮียที่เป็นตำรวจมันบอกว่ามีคนโดนวางยาจากผับเรา เฮียกำลังจับตาดูอยู่ ไม่รู้ว่าโดนคู่แข่งกุเรื่องขึ้นมาหรือเป็นเรื่องจริงเพราะยังไม่มีหลักฐาน แต่เราต้องตามดูทางเราไปก่อน”
“หรือให้อลิซไปนั่งเล่นด้านในบาร์มั้ย?” ฉันเสนอตัว
“ไม่ต้อง ดูในนี้ก็เห็น เข้าใจมั้ย?”
“รับทราบค่า”
“ไอ้ต้อออกไปทำธุระให้เฮียจะเข้ามาก่อนร้านปิด ยังไงก็ฝากด้วย”
“ขอค่าขนมให้เค้าเยอะๆนะ เดือนนี้ต้องไปทำหน้า” ฉันแบมือไปตรงหน้าพี่ชายอย่างอ้อนๆจะเอาเงิน เฮียน่ะธนาคารชั้นดีเลยแหละ แฮร่!
“เออๆ เฮียไปล่ะเดี๋ยวเฮียอู๋รอ”
จบคำพี่ชายฉันก็เดินออกไปพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนฉันเลยเดินไปลากเก้าอี้มานั่งเล่นตรงข้างกระจก พร้อมกับสังเกตบรรยากาศด้านนอกเป็นระยะๆ
00.50 น.
อีกสิบนาทีก็จะตีหนึ่งแล้ว ฉันมองนาฬิกาอย่างเบื่อๆ ลงไปหาอะไรทำข้างล่างด้วยดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างสมส่วนก็ลุกเดินออกจากห้องจุดมุ่งหมายคือบาร์เครื่องดื่มด้านล่าง ไปนั่งเป็นลูกค้าจิบเครื่องดื่มสักแก้วดีกว่า ปกติฉันไม่ค่อยไปนั่งที่บาร์เท่าไหร่ พนักงานในร้านบางคนก็ไม่ได้รู้จักน้องสาวของเจ้าของผับทุกคน มีแค่พี่ต้อผู้จัดการร้านที่เจอกันกับฉันบ่อยๆ
“รับอะไรดีครับ”
“จินโทนิก”
จบคำบาร์เทนเเดอร์ก็กลับไปทำเครื่องดื่มให้ ฉันนั่งมองบรรยากาศภายในร้านที่เก้าอี้ตรงบาร์เครื่องดื่ม มองสำรวจมุมนั้นมุมนี้จนพอใจจึงหันกลับมารับเครื่องดื่มที่ถูกส่งมาให้
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันนั่งจิบเครื่องดื่มไปพลางๆ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์หอมอ่อนๆของผลจูนิเปอร์เบอร์รี่ที่กลั่นออกมาทำให้เครื่องดื่มสีใสนี้ยิ่งหอมหวานถูกใจคนช่างดื่มอย่างฉันเป็นอย่างมาก
“อลิซ! พี่นึกว่าตาฝาด” เสียงที่เรียกขัดจังหวะความสุขที่ได้ดื่มของฉันมาพร้อมกับที่มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินมาทรุดตัวลงนั่งด้านข้างโดยไม่ได้เชื้อเชิญ
“พี่คิว”
“ใช่ พี่เองทำไมมานั่งคนเดียวแล้วไอ้อาชิไปไหนพี่โทรหามันไม่ติด”
“ไม่อยู่ รู้แล้วพี่ก็กลับไปเถอะค่ะ”
“เดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อนอลิซก่อน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ อลิซอยู่คนเดียวน่าจะดีกว่ามีพี่นั่งด้วย”
“ทำไมพูดกับพี่แบบนี้ล่ะ หนูยังโกรธพี่อยู่หรอคะ”
“ไม่ได้โกรธ แค่ไม่อยากนั่งคุยกับคนที่มีเมียแล้วชัดมั้ยคะ!?”
“ไอ้คนนั้นไม่ใช่แฟนหนูจริงๆใช่มั้ย”
“ยุ่งอะไรด้วย บอกว่าแฟนก็แฟนดิ”
พี่คิวมองสบตาฉันด้วยแววตาชนิดหนึ่ง ฉันก็มองไม่หลบที่บอกว่าไม่อยากคุย ไม่อยากเจอ ไม่อยากคบ นั่นคือเรื่องจริงทั้งนั้น เจ็บครั้งเดียวก็เกินพอไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาทำให้ฉันวุ่นวายอีก
“งั้นดื่มกับพี่สักแก้วแล้วพี่จะไม่มายุ่งด้วยอีก” พี่คิวหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ ฉันเลยหันหน้าหนีไม่อยากมองหน้าเขาให้รู้สึกเกลียดไปมากกว่านี้
ถ้ามันจะทำให้ไม่ต้องพบเจอกันอีกดื่มแค่แก้วเดียวก็ได้ จะได้เลิกแล้วต่อกัน
ฉันหันกลับมาหยิบเครื่องดื่มจากมือของพี่คิวไปยกดื่มหมดครั้งเดียวแล้ววางแก้วลงตรงหน้า
“จบนะคะ”
“…”
“ไม่ต้องมาเจอกันอีก เลยยุ่งกับหนูได้แล้ว”
พี่คิวเดินออกไปหาเพื่อนที่โต๊ะอีกมุม มีผู้ชายนั่งกันอยู่สี่ถึงห้าคนน่าจะไม่ใช่กลุ่มเดียวกันกับพี่อาชิเพราะฉันไม่คุ้นหน้า
ฉันลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปชั้นสามอีกครั้ง แต่คิดได้ว่าต้องเดินไปดูครัวด้วยจึงเดินตัดเข้าด้านหลัง หลังคุยกับเชพไม่ถึงนาทีฉันก็รู้สึกเหมือนภาพมันเบลอๆ ทีแรกคิดว่าตัวเองคิดไปเอง รีบสะบัดหัวตัวเองเบาๆทำไมมันมึนๆกว่าเดิมอีกล่ะ ไหนอาการร้อนๆกระวนกระวายนี่อีก
ฉันรีบเดินเปิดประตูด้านหลังครัวออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วหวังให้ตัวเองไปถึงรถยนต์ตัวเองให้เร็วที่สุด ฉันคิดว่ารู้ว่าอาการตัวเองเกิดจากอะไร
ฉันโดนวางยาปลุกเซ็กซ์!!!
และมันน่าเจ็บใจที่มาโดนวางยาในผับของพี่ชายตัวเอง ทั้งที่พี่บอกให้ระวังแท้ๆ สุดท้ายตัวเองที่เป็นคนโดน เองกับตัว! เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบว่าคนที่วางยาเป็นพี่คิวเองหรือบาร์เทนเดอร์ที่ฉันไม่คุ้นหน้าเป็นคนรับงานมาอีกที
ต้องรีบกลับห้องหรือไม่ก็ขับรถเข้าโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด! อยู่ที่ผับเป็นพื้นที่ของพี่ก็จริงแต่ถ้าไอ้คนที่ทำคือพี่คิวฉันไม่รอดแน่
ไอ้เลว!
ปึก!
ก่อนที่จะล้มลงคลุกฝุ่นก็มีอ้อมแขนที่เอื้อมมากอดเอวไว้ไม่ให้ล้มลงไปกระแทกกับพื้น ยิ่งมีสัมผัสที่เอวยิ่งเหมือนมีประกายไฟช็อตไปทั่วตัว
ฉันพยายามผลักคนที่กอดตัวเองไว้ออกพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเบาๆ “ขอบคุณค่ะ” รีบผลักอกแกร่งออกก่อนที่ตัวเองจะรู้สึกไปมากกว่านี้ ยิ่งกลิ่นน้ำหอมที่ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ที่ตัวเขาทำให้ฉันรุ่มร้อนหนักกว่าเดิม
“อลิซ?” เสียงคุ้นหูที่เรียกชื่อขึ้นมาฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง
“พี่ดิน!”
หลังจากเข้ามาในห้องพี่ดินได้พี่ดินก็อุ้มตัวฉันไปวางลงเตียงในห้องนอนสีเข้ม ร่างหนาตามมาคล่อมทับกดจูบตามตัว แล้วเสียบตัวตนเข้ามาในช่องรักอย่างดุดัน“อา..อ๊าส์” เสียงของฉันที่ทนกับความเสียวไม่ไหวหลุดออกมาจากปาก พี่ดินก้มลงมามอบจูบที่ดุดันจนเสียงครางที่หลุดออกมาเป็นเสียงน้ำลายที่เกิดจากการดูดลิ้นกันอย่างเมามันส์ส่วนล่างมันยังรู้สึกร้อนตุบๆตลอดเวลาเหมือนกับว่ายิ่งมีเซ็กซ์กับเขามากเท่าไหร่ มันยิ่งกระหายอยากให้เขามาเติมเต็มมากกว่าเดิม“ไม่..พอ”“พอแล้ว?”ปึก! ฉันยกมือขึ้นทุบบ่าเขา เสียบมันเข้ามาแล้วยังมาถามว่าพอแล้ว“มันไม่พอ”“ขอร้องพี่สิ”คนที่คุมเกมตอนนี้คือเขา ฉันส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ มือก็ลูบไปที่แผ่นท้องที่มีมัดกล้ามตึงแน่น“เธอแม่ง!”“เอาหนูแรงๆที อื้อ..” “อ้าขากว้างๆ”“อื้อ”“อย่ามาขอร้องให้หยุดล่ะ”ตับ!ตับ!ตับ!เสียงสะโพกสอบที่อัดเข้าใส่อย่างแรงตามคำขอนั้นทำฉันหัวสั่นหัวคลอน ตาปรือมองร่างกำยำที่กำลังควบขยับตัวอย่างดุดัน ที่กลางหน้าอกมีรอยสักรูปมังกรสีสันสวยงามตัวใหญ่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูมีชีวิตชีวาเวลาที่เขาขยับตัวเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง ฉันยกมือขึ้นไปแตะตรงหน้าอกของเข้าลูบมัน
“พี่ดิน!”ฉันมองพี่ดินอย่างต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็กลัวว่าเขาจะว่าฉันสร้างปัญหาให้จึงตัดสินใจบอกปัดไป“ไม่เป็นไรค่ะ”“จะกลับแล้ว?”“ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ฉันรีบเดินมาที่รถก่อนที่พี่ดินจะถามไปมากกว่านี้ ตอนนี้อาการที่ควบคุมไม่ได้มันรุนแรงจนไม่รู้ว่าตัวเองจะขับรถถึงห้องได้ยังไง รีบล้วงกุญแจรถออกมาจากกระเป๋าตุบ!“ไอ้กุญแจไม่รักดี จะมาตกอะไรตอนนี้” ฉันบ่นพร้อมกับพยายามทรงตัวไม่ให้ตัวเองทรุดลงไปกับพื้นเพื่อจะหยิบเอากุญแจรถ มือสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวใจเต้นแรงมากเลย หมับ!ฉันรีบหันไปมองมือที่จับเอื้อมมาหยิบกุญแจรถจากมือฉันไปอย่างรวดเร็ว“พี่ดิน”“เป็นไร”“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง”“เป็นก็บอกว่าเป็นดิวะ จะทำอวดเก่งไปเพื่อ!?” พี่ดินว่าฉันพร้อมกับดึงฉันไปขึ้นรถฝั่งนั่งข้างคนขับ ส่วนตัวเองก็เดินมาเปิดประตูขึ้นฝั่งคนขับเมื่อขึ้นรถมาได้อาการร้อนตามตัวจนทนไม่ได้ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม ตอนนี้พี่ดินขับรถออกมาจากผับแล้ว หันมองอาการฉันเป็นระยะ ฉันรีบหันตัวเองเข้ามุมประตูรถอีกฝั่งพยายามควบคุมอารมณ์ต้องการของตัวเอง“โดนยางั้นหรอ?”“อือ”“ไปทำยังไงให้โดนได้ล่ะเนี่ย” สัมผัสที่เอื้อมมาจับตัวฉันให้หันไปหาทำฉันส
AhziClub23:40 น.ฉันมาถึงที่คลับก็ดึกมากแล้ว เมื่อเดินตัดผ่านขึ้นมาบนชั้นสามซึ่งเป็นห้องทำงานของเฮีย ก็เปิดประตูเข้าไปเลยโดยไม่ได้เคาะประตูก่อนเหมือนทุกครั้ง“อุ๊ย!”“ว้าย!”เสียงอุทานอย่างตกใจของฉันกับสาวที่นั่งบนตักพี่ชายร่างกายส่วนบนแทบจะเปลือยหมดอยู่แล้ว ทั้งคู่นั่งที่โซฟากลางห้องทำฉันหน้าเลิ่กลักหันไปมองพี่ชาย“ออกไปก่อน” เสียงดุเอ่ยบอกออกมาฉันกำลังจะเดินถอยหลังออกจากห้อง“หมวย! จะไปไหนเข้ามา”“อะ อ้าว ก็เฮียบอกให้ออกไปก่อน”“เธอน่ะ ออกไปก่อน” พี่ชายฉันหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งเกยบนตักอยู่ หลังจากที่เธอจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมส่งสายตาเชือดเฉือนให้ฉันสงสัยมาขัดจังหวะเข้าพระเข้านางของเธอเข้าล่ะมั้งเอ้านี่ฉันผิดหรอ!? (เออผิด!)“เข้าห้องทีหลังเคาะด้วย ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้ามา”“ค่าาา เกือบได้ดูหนังสดซะละ” “หึ!”ฉันเดินตามเฮียที่เดินไปตรงกระจกใสที่มองออกไปเห็นผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่ด้านนอก ส่วนคนข้างนอกจะมองไม่เห็นด้านใน“หมวยดูตรงนั้นเป็นพิเศษนะ” เฮียชี้นิ้วให้มองไปดูที่ตรงบาร์เครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์หรือเมด กำลังส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้าอยู่“ทำไมอ่ะ”“เ
วันนี้ฉันมีเรียนบ่ายแค่คาบเดียวก็ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ฉันขับรถเข้ามาจอดในมหาลัย เมื่อจอดรถเสร็จก็เดินไปหาเพื่อนที่โต๊ะนั่งข้างตึกคณะอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆก็จะสอบปิดเทอมแล้ว เดินมาใกล้จะถึงคณะฉันก็ต้องเดินผ่านคณะวิศวะก่อน เป็นอะไรที่น่าอายมากผู้ชายคณะนี้มันยังไงกันเดินผ่านทุกวันแซวมันทุกวันจริงๆเลยขณะที่กำลังจะเดินพ้นมุมตึกคณะวิศวะก็มีเสียงเรียกดังขึ้น “น้องครับ!”ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า ‘มีธุระอันใด’“คะ?”“เอ่อ พอดีเพื่อนพี่อยากจะขอเบอร์น่ะ”“อ้อ คนไหนคะ?” ฉันถามพี่คนที่มาขอเบอร์ฉันไปให้เพื่อนพร้อมกับมองหาไปทางด้านหลังเขา“อยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามน่ะ” ฉันหันมองตามมือที่เขาชี้นำไป“ไม่สะดวกให้ค่ะ” ฉันตอบออกไปนิ่งๆ “แค่ให้เพื่อนมาขอเบอร์ให้ก็ไม่ผ่านมาตรฐานแฟนแล้วค่ะ ไปนะคะ” หลังพูดจบฉันก็เดินออกมาเลยไม่อยู่รอให้ได้ทักท้วงอะไรอีก เฮ้อ! อารมณ์เสียไปหาชาเขียวกินให้อารมณ์ดีดีกว่าเมื่อเดินมาถึงคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ข้างคณะฉันจึงเดินเข้าไปพร้อมกับก้มหน้ากดโทรศัพท์ตอบแชทให้เพื่อนมาเจอกันที่คาเฟ่ไปด้วยตุบ!อ่ะ เจ็บ! ฉันเดินชนกำแพงไม่ใช่กำแพงอย่างที่เข้าใจแต
ติ้ง!เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกรอบพร้อมกับเปิดออกที่ชั้น 12 พี่ดินเดินออกไปจากลิฟต์ส่วนฉันยังยืนขาตายที่เดิมเพราะไม่กล้าตามออกไป จะให้เข้าไปห้องผู้ชายกันสองต่อสองได้ไงอ่ะ เผื่อโดนทำมิดีมิร้ายขึ้นมาคนเสียหายนี่มันฉันนะ“รอไร ตามมาสิ” ฉันส่ายหน้าไปมา “ค่อยคุยกันได้มั้ยคะ พอดีอลิซไม่ว่าง” ฉันรีบบอกพี่ดินออกไป หาข้ออ้างมั่วๆไปก่อนละกัน เขาไม่รู้ด้วยหรอกว่าเรามีธุระจริงมั้ย“…” พี่ดินไม่พูดจาให้มากความแต่กลับเดินกลับมามาจับต้นแขนฉันพร้อมกับลากติดมือออกมาจากลิฟต์“กลัวอะไร”“ง่ะ…ก็ต้องกลัวมั้ยอ่ะพี่เป็นผู้ชาย”“ทีเมื่อกี้ตอนกอดแขนบอกว่าพี่เป็นแฟน ไม่เห็นกลัว?” เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพี่ดินก็เปิดประตูเข้าห้องไป พร้อมกับจับแขนฉันลากเข้าห้องไปด้วย ฉันขืนตัวเองอยู่ที่กรอบประตูไม่ยอมเข้าไปง่ายๆ“คุยตรงนี้ก็ได้ ไม่เข้าไปนะเมี้ยวววหืม…แมวหรอ!?ฉันรีบสอดส่ายสายตามองหาเจ้าของเสียงร้องจนไปเจอกับตาดำโตของเจ้าของห้องที่มองกันอยู่ก่อนแล้ว พี่ดินนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีบนตักมีเจ้าตัวขนสีขาวสลับน้ำตาล ตาสีฟ้า ลุคดูเย่อหยิ่งอย่างกับคุณชายนั่งตักมองมาที่ฉันด้วยความระแวง น่าจะเพราะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วย หยิ่
หลังจากกลับมาจากมหาลัยฉันก็แวะเข้าห้างไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต พวกของใช้ส่วนตัวและพวกของสดไว้ทำกินติ้ง!เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเฟสบุ๊คดังขึ้นระหว่างที่ฉันเดินเลือกซื้อของอยู่เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแชทจากคนที่ไม่อยากคุยด้วยที่สุด(ห้องแชทส่วนตัว P’Qคิว)P’Qคิว : พี่ไม่ได้รักอ้อนนะน้องอลิซ แต่ป๊ากับม๊าจัดการทุกอย่าง อลิซเชื่อพี่นะครับรำคาญจริง!วันนี้รอบที่ 10 เดี๋ยวบล็อกแม่งเลยนี่หลังจากอ่านข้อความจบฉันก็กดปิดโทรศัพท์ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป พี่คิวคือเพื่อนพี่ชายของฉันเอง ก่อนหน้านี้สักประมาณสองอาทิตย์ก่อนฉันไปเห็นการ์ดแต่งงานของพี่คิวกับเจ้าสาวที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องของพี่ชายตัวเอง ตอนที่เห็นนั้นได้แต่ตัวชามือชาหน้าชาไปหมดฉันโดนหลอกจากเพื่อนของพี่ชาย!แม้จะยังไม่ได้ตกลงคบกันแบบจริงจังเป็นแฟนกัน แต่การที่เขามาพูดจาเหมือนชอบและจีบกัน ให้ความหวังฉันจนฉันเผลอปล่อยใจอาจจะเพราะไม่เคยมีแฟนมาก่อนด้วย พอมีผู้ชายมาคุยด้วยดีหน่อยก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของเขา ฉันไม่ได้คิดไปเองว่าพี่คิวจีบฉันเชิงชู้สาว แต่การพูดจาการคุยแชทแม้แต่การโทรคุยกันทุกคืนเกือบสามเดือนที่ผ่







