LOGINบรรยากาศในร้านอาหารสุดหรูในเมืองซอนดริโอตอนนี้เหมือนจะไม่สดใสเหมือนที่เคย โต๊ะอาหารขนาดยาวที่มีผู้หญิงสองนั่งหัวโต๊ะคนละมุม ไม่มีเสียงพูดคุยเหมือนกับโต๊ะอื่นทุกอย่างเงียบจนได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านมาจากหน้าต่าง “ไปสั่งน้ำส้มให้ฉันหน่อยสิร้านฝั่งนั้นนะ” เอวาลินคือผู้ที่ทำลายความเงียบนั้นโดยการเอ่ยสั่งโจอี้ที่ยืนข้างเธอให้เขาไปสั่งน้ำส้มมาให้เธอดื่ม โจอี้โค้งตัวแล้วเดินออกไป “จอร์ชสั่งน้ำแตงโมให้ฉันเพิ่มหน่อยค่ะไปร้านเดียวกับโจอี้นะ” เรเน่เอ่ยบอกจอร์ชที่ยืนข้างเธอเช่นกัน เรเน่รู้ว่าเอวาลินมีอะไรจะพูดกับเธออย่างแน่นอนจากท่าทางที่เธอส่งสัญญาณทางสายตามา เธอเลยให้จอร์ชออกไปเช่นกัน “รับทราบครับ” จอร์ชรับคำสั่งแล้วเดินออก “เธออายุเท่าไหร่”เอวาลินเปิดประโยคคำถามด้วยการถามอายุของเรเน่ “ฉันอายุ20ค่ะ” “งั้นเธอก็เป็นน้องฉันสองปีเลยน่ะสิ” “แล้วเธอยังเรียนอยู่ไหม”เอวาลินยังคงตั้งคำถามต่อไปเรื่อยๆ “ฉันยังเรียนอยู่ค่ะ แล้วคุณยังเรียนอยู่ไหม” “ฉันไม่ได้เรียนแล้ว…เธอเจอกับเอริคได้ยังไง” “ไม่ได้ตั้งใจจะเจอค่ะ คุณจะถามไปทำไมคะ” “แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เอริคทำงานเกี
เอริคอุ้มเรเน่มานั่งพักที่ห้องนั่งเล่นวางเธอลงนอนไปบนโซฟา เขาไม่ได้พยายามตามให้ใครไปหายาหรือตามหมอให้มาดูอาการ เพราะเขารู้ว่าเธอแค่แกล้งทำไม่ได้ป่วยอะไรแต่เธอก็ไม่วายที่จะทำให้เขาตกใจ ตอนที่เขาเห็นเธอล้มลงไปที่พื้นหัวใจเขามันกระตุกวูบไปชั่วขณะ ยังคงแปลกใจที่เขาเข้าไปหาตัวเธออย่างรวดเร็วเรเน่ทำตาปริบๆใส่เอริคที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เรเน่เม้มปากเมื่อรู้ว่าเอริคดูออกแล้วว่าเธอแกล้งแต่มาขนาดนี้ไปให้สุดเลยละกัน เธอเลยแกล้งจับๆหัวแต่ก็แอบมองพอรู้แล้วว่าเขาไม่สนใจแน่แล้ว“ไม่เวียนหัวแล้วหรือ”เอริคเอ่ยถามเธอแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่เป็นอะไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดหยอกล้อเธอ เรเน่จากที่คิดว่าจะแกล้งต่อ แต่เมื่อนึกถึงตอนที่เอริคเห็นที่เธอยิ้มใส่เอวาลินเธอเลยนั่งขึ้นแล้วหันไปมองเอริคที่เพิ่งจะแกล้งถามด้วยใบหน้านิ่งๆนั้นอีกครั้ง“ยังจะถามอีก ก็เพราะว่าพอเจอหน้าคุณก็ไม่รู้สึกเวียนหัวแล้วค่ะ” เรเน่ยิ้มหวานให้เอริค หัวใจที่ว่าแข็งยิ่งกว่าก้อนหินดูเหมือนว่าตอนนี้รอยยิ้มที่สดใสจะเข้าไปกระแทกจนหัวใจที่แกร่งดั่งหินเกิดรอยร้าวแล้วสิ…หมับ“ทะทำอะไรคะ”“ตัวก็ไม่ร้อน หรือว่าป่วยเป็นโร
“ฉันกับคุณไม่มีอะไรที่เหมือนกันทั้งนั้นค่ะ ตั้งแต่นิสัยกิริยามารยาทก็ไม่เหมือนกันแล้วค่ะคุณเอวาลิน”“เฮอะ เรเน่เธอจะมั่นใจเกินไปแล้ว” เอวาลินหันหลังกลับไปที่โต๊ะน้ำชา เธอหยิบแก้วชาแล้วเดินกลับมาหาเรเน่พร้อมสาดน้ำชาในแก้วใส่เรเน่ซ่า~!!!“คุณเอวาลินมันจะเกินไปแล้วนะคะ!”“ฉันทำได้มากกว่าที่ทำในตอนนี้อีก”“ถึงคุณจะมั่นใจว่าตัวเองจะมาเป็นในหญิงของที่นี่ แต่กิริยาแบบนี้คุณเหมาะกับตำแหน่งที่ตัวเองพร่ำเพ้อพูดอยู่เหรอคะ”เรเน่ถามกลับไป เธอจะไม่ใช้ความรุนแรงกับคนแบบนี้เพราะใช้ไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงแต่ถ้าเอวาลินทำอะไรเกินกว่านี้เธอคงจะไม่ยอมทนยืนนิ่งแบบนี้จอร์ชตกใจกับการกระทำของเอวาลินอย่างมากทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนเขาเอาตัวไปบังให้เรเน่ไม่ทัน ทำให้ตอนนี้ใบหน้าไล่ลงมาจนถึงคอและชุดด้านบนของเรเน่เปื้อนไปด้วยน้ำชาผั๊วะ เพล๊งก่อนที่เอวาลินจะขว้างแก้วชาที่ทำมาจากเซรามิกอย่างดีพร้อมแกะสลักเป็นลวดลายของมังกรมาที่เรเน่จอร์ชได้ใช้มือปัดมันออกได้ทันท่วงทีก่อนที่แก้วจะกระเด็นไปกระแทกพื้นแตก เสียงแก้วที่แตกทำให้บุคคลที่ไม่คิดว่าจะได้เจอปรากฎตัวขึ้นจากทางข้างหลัง“มันเกิดอะไรขึ้น”เ
เรเน่สะดุ้งตื่นมาในตอนสายของวัน นั่งมองไปรอบห้องก็ไม่พบว่ามีเอริคอยู่ในห้อง หรือเมื่อวานจะเป็นเพียงแค่ความฝันกันนะ เธอจึงดึงผ้าห่มออกพบว่าที่หัวเข่ามีพลาสเตอร์ยาแปะอยู่ทั้งสองข้าง แปลว่าเมื่อวานไม่ใช่ความฝันสินะเธอได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ แล้วเขาหายไปไหนแต่เช้ากัน“หายไปแต่เช้าเลยนะ”เรเน่รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ชุดที่เธอเลือกใส่วันนี้คือเดรสกระโปรงยาวสีดำมีสายผูกที่คอ ลวดลายตกแต่งด้วยลายของดอกไม้สีชมพูออกแดงตามกระโปรง เรเน่ที่ไม่ค่อยแต่งหน้าวันเธอแต่งหน้าด้วยโทนอมส้มน่ารักสดใสเข้ากับหน้าตาของเธอเรเน่เปิดประตูห้องออกมาก็พบกับโจอี้และจอร์ชที่มายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องนอนของเธอเลย ไม่แปลกใจหรอกเอริค อาจจะกลัวว่าเธอจะเดินไปที่นั่นที่นี่แล้วไปเจอเขากับผู้หญิงคนนั้นก็ได้เลยให้โจอี้และจอร์ชมาเฝ้าเธออย่างนี้“ให้มาเฝ้าที่หน้าประตูเลยเหรอคะ”“นายท่านสั่งไว้ว่าถ้าวันนี้คุณเรเน่อยากไปไหนให้บอกได้เลยครับพวกผมสองคนจะพาไปและคอยดูแลคุณเรเน่ครับ”โจอี้เลี่ยงไม่ตอบคำถามของเรเน่ แต่เลือกที่จะบอกสิ่งที่ถูกสั่งมาแทน“แล้วฉันจะอยากไปไหนได้คะ เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก…ทิ้งฉันไว้คนเดียวอีกแล้ว” ใ
หมับ!เรเน่คว้าแขนไม่ให้เอริคเดินออกไปและเอ่ยพูดให้เขาอยู่กับเธอต่อ“อย่าเพิ่งไปได้ไหมคะ”เอริคมองเรเน่ด้วยสายตาที่จะคาดเดาก่อนจะลูบหัวเธอแล้วพูดขึ้นว่า“อาบน้ำก่อน”เอริคพูดแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาเข้าไปอาบน้ำ เขาเดินก็ออกมาจจากห้องน้ำโดยที่มีผ้าขนหนูพันไว้รอบเอว ร่างกายกำยำเดินตรงเข้ามาที่เตียงนอน ที่ยังมีเธอนั่งจ้องเขาไม่วางตา เอริคได้แต่สงสัยทำไมถึงยังไม่ยอมนอน“ทำไมยังไม่นอน”“รอคุณอาบน้ำเสร็จค่ะ ฉันอยากจะนอนหลับไปพร้อมกับคุณ”“ทำไมถึงทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ”ทั้งสองจ้องมองกันไม่วางตา หัวใจทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกันในเวลาที่สบตา“เพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำค่ะ”ที่เขาพูดมาคือเรื่องจริงเธอไม่เคยขออะไรจากเขา ไม่เคยอ้อนหรือขอให้เขาอยู่กับเธอมาก่อนจนวันนี้ความคิดเธอเปลี่ยนไปแล้ว เธอยอมไม่ได้ที่เขาจะไปสนใจคนอื่นมากกว่าเธอเมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะยอมลดทิฐิเพื่อเขาคนนั้นได้ ต่อให้ต้องเสียใจแต่เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปฟึ่บเอริคไม่ได้พูดอะไรแต่เขาถอดผ้าขนหนูออกจากนั้นล้มตัวนอนลงบนเตียง คว้าตัวเรเน่ลงนอนข้างๆห่มผ้าให้เธออย่างเรียบร้อย เรเน่สอดแขนเข้าไปกอดเ
เอริคที่กำลังจะโดนเอวาลินจูบแต่เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูแล้วเขาหันมาเห็นเรเน่เขาก็รีบผลักเอวาลินออกทันทีแบบไม่ได้สนใจว่าเธอจะล้มลงไปก้นกระแทกพื้นแรงแค่ไหนหมับ“จะไปไหนคะเอริค!”เอวาลินคว้าแขนไม่ให้เอริคไป“ปล่อย!”เอริคสะบัดแขนออกจากเอวาลินอย่างแรง“พาเธอไปพักที่ห้องฝั่งซ้าย”เอริคสั่งลูกให้จัดการที่พักให้เอวาบินเสร็จสับเขาก็รีบเดินไปหาเรเน่ทันที เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นหรือได้ยินอะไรไปบ้าง เพียงแค่เขาไม่อยากทำให้เธอต้องคิดมากเรเน่เมื่อทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ต้องยืนต่อหรือเดินเข้าไป เธอจึงเลือกที่จะวิ่งออกมาตามทางเดิม น้ำตาเริ่มปริ่มออกมาอยู่ขอบตาใจดวงน้อยเจ็บจี๊ดๆคำพูดของเขาและผู้หญิงคนนั้นยังติดอยู่ในหูของเธออยู่เลย ขาของเธอแทบจะไม่มีแรงวิ่งต่อ เธอไม่น่ามันเห็นหรือได้ยินอะไรเลย เป็นแบบนี้แล้วเขาก็คงจะทิ้งเธอใช่ไหม คนรักเขากลับมาแล้วของเล่นอย่างเธอก็คงไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปตุบเรเน่สะดุดไม้บนทางเดินล้มลงหัวเข่ากระแทกกับหินกรวดอย่างแรงจนเข่าแตกเลือดไหลออกมาเรเน่กอดเข่าแล้วนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น ยังไงแล้วก็ไม่มีใครสนใจเธอก็ร้องไห้อยู่ตรงนี้จนกว่าจะเลิกร้องไปเลยเรเน่คิดในใจแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา







