LOGIN“หนึ่งคนรัก…อีกคนแค่ใช้กันเป็นสะพาน” พนากร 💔 อคิรา ❌ไม่มีนอกใจ นอกกาย❌
View Moreตอนที่ 5 ความจริงใจที่เจ็บปวด#ปารีสเสียงแจ้งเตือนสั้น ๆ ดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ อคิราที่นั่งอยู่ในร้านอาหารอิตาเลียนใกล้สตูดิโอ เธอกำลังม้วนเส้นพาสตาเข้าปากอยู่ เงยหน้าขึ้นชั่วครู่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาดู [ทำไมโทร. หาแกไม่ติดเลย ยุ่งมากเหรอ?] [แซนด้าเป็นอะไรหรือเปล่า จะต้องให้ไปหาไหม] เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง อคิราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยหัวใจที่ยังเต้นแผ่วจากข้อความก่อนหน้า [เมื่อคืนยาดากับครอบครัวอยู่ในงานด้วย ทุกคนดูสนิทกันมากเหมือนที่พวกเราคิดกันไว้ก่อนหน้านี้] ชยาเพื่อนสนิทจากประเทศไทยเป็นผู้ส่งข้อความบอกอคิราคนแรก เธอคือผู้รายงานสถานการณ์ทุกอย่างจากเมืองไทยสู่ปารีสอย่างไม่ตกหล่นปลายนิ้วของอคิราแข็งค้างอยู่เหนือหน้าจอครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะค่อย ๆ เปิดรูปถ่ายที่แนบมาด้วยภาพนั้นจับช่วงจังหวะที่ปรียาดา สาวร่างบางผมดำขลับในเดรสค็อกเทลสีสันสดใสกำลังยื่นแก้วให้พนากรพร้อมรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนเกินกว่าจะเป็นแค่คนรู้จักทั่วไป [งั้นแสดงว่าที่เจอที่สปาก็คือฉันตาไม่ฝาด] พรรณลำพูไฮโซสาวยืนยันข้อเท็จจริงให้ชัดเจนจากเรื่องเมื่อเดือนก่อนที่เห็นพนากรมารับปรียาดาที่สปาหรูในแถวทองหล่อ [ขอบ
ตอนที่ 4 ระยะห่างที่สร้างเองผ้าซาตินเนื้อเงาเลื่อนผ่านมือของอคิราอย่างระมัดระวัง วันนี้เธอใช้เวลาทั้งวันเพื่อปักลูกปัดแถวสุดท้ายของชายกระโปรง ภายในห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงเข็มที่ทิ่มลงบนผ้าทีละจุด“อะไรที่ทำให้เธอเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนี้…” วิเวียนเปิดประตูห้องเข้ามาและเดินผ่านโต๊ะทำงานที่อคิราใช้งานเป็นประจำ ก่อนจะไปผลักหน้าต่างจนแสงแดดด้านนอกสาดเข้ามาทำให้ดวงตากลมของอคิราต้องหยีมันเพราะทนแสงไม่ไหวอคิราหมกมุ่นพาตัวเองอยู่แต่ในห้องนี้มาสามวันแล้ว เธอทานข้าว อาบน้ำ นอน แต่ไม่ได้ออกไปจากสตูดิโอก็เพื่อต้องการพาตัวเองออกมาจากเรื่องวุ่นวายใจ “เพื่อพิสูจน์ตัวเองงั้นเหรอ?” ฝ่ามือเหี่ยวย่นของวิเวียนยื่นมาจับปลายผ้าที่อคิรากำลังปัก“ฉันชอบงานปักค่ะ เลยอยู่กับมันนานไปหน่อยค่ะ” อคิราวางเข็มแล้วจับชายกระโปรงที่อยู่ในหุ่นขยับขึ้นให้แสงไฟส่องผ่านลูกปัดแก้วสะท้อนแสงระยิบระยับอย่างมีชีวิต เส้นด้ายที่เธอเลือกใช้เป็นไหมบางเฉดเดียวกับผ้าจนเกือบมองไม่เห็นรอยเย็บเลย และนั่นก็ทำให้อคิรายิ้มออกมา“ซิสเตอร์คิดว่ามันเป็นยังไงบ้างคะ” วิเวียนชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงแบบที่อคิราไม่เคยได้ยินมาก
ตอนที่ 3 ความจริงในความเงียบอคิราเดินเคียงไปกับพนากรบนทางเท้าริมแม่น้ำแซน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังคงปรากฏอยู่ตลอดเวลา แต่ในใจกลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปจากคนข้างกายแม้แต่ในตอนทานอาหารพนากรผู้ที่ไม่เคยสนใจโทรศัพท์กลับจับมันไว้แทบจะตลอดเวลาเธออยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เต็มที่ เพราะรู้ดีว่าเวลาของเราเหลือน้อยเหลือเกินแต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า พนากรในวันนี้...ตัวอยู่ตรงหน้า ทว่าใจกลับลอยไปที่อื่น“พี่เพลิง งานยุ่งเหรอคะ?” เสียงถามของเธอนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้า“นิดหน่อย...” เขาตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ถ้างานมีปัญหา เรากลับกันเลยไหมคะ ด้าไปทานที่ห้องก็ได้ จะได้นั่งดูพี่เพลิงทำงานไปด้วย” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ อย่างพยายามเอาใจยังไม่ทันให้พนากรตอบ อคิราก็ยกมือเรียกบริกรให้มาช่วยห่ออาหารกลับบ้านเสียก่อนพนากรขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ และไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมยื่นบัตรแบล็กการ์ดให้บริกร“ด้าจัดการแล้วค่ะ” เธอบอกพลางยิ้ม “เมื่อกี้ด้าสั่งเนื้อเพิ่มไว้ให้พี่ด้วย เผื่อคืนนี้เราหิวตอนดึก” พนากรชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที เท่านั้นอคิราก็รู้ทันทีว่าคืนนี้คงจะมีเพียงเธอที่กินอาหารพวก
ตอนที่ 2 เหมือนฝันสนามหญ้าหลังคฤหาสน์ยังชุ่มด้วยกลิ่นฝนแรก เสียงนกร้องประสานกับเสียงหัวเราะใสของเด็กสาวในชุดเดรสเรียบหรูนั่งเคียงข้างชายหนุ่มตรงโต๊ะที่ถูกจัดไว้ ใบหน้าของอคิรายังคงสดใสไร้เดียงสา ทว่าประกายในดวงตากลับเปลี่ยนไปจากวันแรกที่ได้พบกันตลอดเวลาที่ได้รู้จักพนากร อคิรารู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ที่พบกันวันแรกจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ทุกช่วงชีวิตของเธอไม่ว่าสุขหรือทุกข์ก็มีเขาเสมอ“พี่เพลิง ทำไมไม่ยิ้มเลยคะ” เสียงใสเอ่ยถามพลางเอียงคอมองเขาอย่างคาดคั้น“พี่ยิ้มแล้วไง” พนากรละสายตาจากเอกสารในมือ และไปจดจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อหลบเลี่ยงดวงตาจับผิด“โกหก...ถ้ายิ้มจริง พี่เพลิงต้องมีรอยตรงนี้สิ” เธอชี้ไปที่มุมปากของเขา ก่อนหัวเราะเบา ๆพนากรส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ก็อดยิ้มตามเธอไม่ได้จริง ๆอคิรามีบางอย่างที่เขาไม่เคยควบคุมได้ ความสดใสที่ไม่ต้องเสแสร้ง ความจริงใจที่ไม่ได้แลกมาด้วยผลประโยชน์ และความไร้เดียงสาที่ทำให้เขาลืมโลกโหดร้ายภายนอกได้ทุกครั้งที่มองเธอ“พี่เพลิงรู้ไหม ด้าชอบเวลาพี่มองด้าแบบนี้ที่สุดเลย”“แบบไหน”“แบบที่เหมือนพี่ไม่ใช่พี่เพลิงของท