Mag-log inความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องพักทันทีที่น่านน้ำยื่นคำขาด ขุนเขาจ้องหน้าน่านน้ำเขม็ง นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ไปด้วยรังสีความไม่พอใจอย่างรุนแรง กรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน บรรยากาศรอบตัวเริ่มลดต่ำลงจนน่าอึดอัด
ให้เขาไปช่วยไอ้ลูกแมวตัวนี้จีบคนอื่นเนี่ยนะ?
ฝันไปเถอะ!
แค่ได้ยินชื่อไอ้เด็กพาสเทลอะไรนั่น
เขาก็อยากจะเดินไปหักคอทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด!
“ไม่-มี-ทาง เรื่องไร้สาระ กูไม่ทำ” ขุนเขากดเสียงต่ำ เน้นทีละคำอย่างชัดเจนและเด็ดขาด
“แต่มึงต้องทำ! มึงเป็นต้นเหตุนะโว้ย! มึงเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราหน่อยดิวะ กูขอร้องล่ะ ช่วยกูจีบน้องพาสเทลหน่อย นะ ๆ ๆ ๆ ไอ้ขุนเพื่อนรัก” น่านน้ำไม่ยอมแพ้ กระชากแขนเสื้อของขุนเขาอย่างแรง
“กูบอกว่าไม่ อย่ามางี่เง่า น่านน้ำ เลิกมโนว่าตัวเองเป็นรุกแล้วอยู่เงียบ ๆ ไปซะ” ขุนเขาสะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนน่านน้ำต้องเผลอก้าวถอยหลัง คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยบวกกับคำด่าที่แทงใจดำ ทำเอาน่านน้ำปรี๊ดแตกขั้นสุด ความน้อยใจและความโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ชอบ ใช้ไม้แข็งก็ไม่สะเทือน มันก็ต้องเจอกับไพ่ตายที่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้!
“เออ! ไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย! กูไม่ง้อมึงก็ได้วะ! ในเมื่อมึงมันแล้งน้ำใจขนาดนี้ กูก็จะไปขอให้พี่ท็อปช่วยแทน!” น่านน้ำกระแทกเสียง หันหลังขวับเตรียมเดินหนี
กึก
ราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา ร่างสูงใหญ่ของขุนเขาที่กำลังจะหันกลับไปนั่งที่โต๊ะชะงักค้างอยู่กับที่ อุณหภูมิภายในห้องที่เย็นอยู่แล้ว ทรุดฮวบลงไปติดลบในชั่วพริบตาเดียว
น่านน้ำไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นด้านหลัง เขายังคงพูดพล่ามต่อไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด หวังจะยั่วโมโหเพื่อนให้รู้สึกผิด
“พี่ท็อปเขาเป็นถึงเดือนคณะเลยนะเว้ย! รุกตัวจริง เสียงจริง ประสบการณ์โชกโชน! ไม่เหมือนมึงหรอกไอ้ภูเขาน้ำแข็งตายด้าน! พี่ท็อปเขาใจดี คุยเก่ง แถมคราวก่อนยังทักแชทมาถามกูด้วยว่าอยากไปกินปิ้งย่างไหม ถ้ากูไปขอร้องให้พี่เขาช่วยเป็นพ่อสื่อให้ พี่เขาต้องยอมช่วยกูแน่ ๆ เผลอ ๆ พี่ท็อปอาจจะสอนเทคนิคการอ่อย เอ๊ย เทคนิคการจีบแบบผู้ชายแมน ๆ ให้กูด้วย! ดีกว่ามาง้อคนใจดำแบบมึงตั้งเยอะ”
“มึงลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ไปหาไอ้เวรนั่นดูสิ”
เสียงแหบพร่าที่กดต่ำจนแทบจะกลายเป็นเสียงคำราม ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตของจริง รังสีของการฆ่าฟันที่รุนแรงจนน่านน้ำขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างที่กำลังจะก้าวเดินสั่นสะท้านจนก้าวไม่ออก
น่านน้ำค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปมองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำเอาลมหายใจแทบสะดุด
ขุนเขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบตึง บัดนี้มืดทะมึนและน่ากลัวยิ่งกว่าพญามัจจุราช นัยน์ตาคมกริบสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นแววตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และความบ้าคลั่งที่ถูกกักเก็บเอาไว้จนแทบจะระเบิดออกมา เส้นเลือดที่ขมับและลำคอปูดโปนขึ้นอย่างชัดเจน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อขาว ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อยากฆ่าคนอย่างสุดความสามารถ
“ขะ ขุน” น่านน้ำเรียกชื่อเพื่อนเสียงตะกุกตะกัก ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ เขาไม่เคยเห็นขุนเขาโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน โกรธจนเหมือนพร้อมจะฉีกร่างใครสักคนให้ขาดเป็นชิ้น ๆ
ขุนเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกดข่มอสุรกายในใจที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะได้ยินชื่อของผู้ชายคนอื่นหลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า ไอ้รุ่นพี่เวรนั่น ไอ้คนที่มันกล้ามาส่งสายตาแพรวพราวใส่น่านน้ำตั้งแต่วันรับน้องไอ้คนที่มันบังอาจทักแชทมาชวนของของเขา ไปกินข้าว!
แค่คิดว่าน่านน้ำจะเดินไปหาไอ้สวะนั่น จะไปยิ้มให้มัน จะไปอ้อนขอให้มันช่วย ขุนเขาก็แทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่ เขาอยากจะจับคนตรงหน้ามากระแทกจูบให้ปากช้ำ กักขังไว้ในห้องนี้ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นอีกตลอดชีวิต!
แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้
ยังไม่ใช่ตอนนี้
ถ้าเขาผลีผลามทำอะไรลงไป
ไอ้ลูกแมวหัวดื้อนี่คงได้เตลิดหนีไปจริง ๆ แน่
ขุนเขาหลับตาลงข่มอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับแววตาที่กลับมาเย็นชาและล้ำลึกเหมือนเดิม รังสีความกดดันกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาสาวเท้าเข้าประชิดตัวน่านน้ำอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าคุกคามทุกฝีก้าว จนกระทั่งร่างโปร่งต้องถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง
แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นยันผนัง กักขังน่านน้ำไว้ตรงกลาง ขุนเขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดใบหน้าหวานทำเอาน่านน้ำหัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“มึงไม่ต้องไปหาไอ้สวะที่ไหนทั้งนั้น มึงอยากได้กุนซือนักใช่ไหม?” ขุนเขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากน่านน้ำ สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของอีกฝ่าย น่านน้ำกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก พยักหน้าหงึกหงักอย่างลืมตัว
มุมปากหยักลึกของขุนเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของซาตานที่กำลังร่ายมนตร์ดำใส่เหยื่อผู้โง่เขลา
“ได้ เดี๋ยวกูเป็นกุนซือให้มึงเอง” คำตอบตกลงที่มาพร้อมกับน้ำเสียงเย็นเยียบ ทำเอาน่านน้ำถึงกับชะงัก เขาควรจะดีใจที่บังคับเพื่อนหน้าตายให้ยอมช่วยได้สำเร็จ แต่ทำไมสัญชาตญาณลึก ๆ ถึงได้ร้องเตือนภัยดังลั่นขนาดนี้วะ!
“จะ จริงนะ! มึงพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด! มึงต้องช่วยกูวางแผนจีบน้องพาสเทลจริง ๆ นะเว้ย ห้ามมาทำแผนกูพังด้วย!” น่านน้ำพยายามดึงสติกลับมา ทำเป็นใจดีสู้เสือ ผลักอกแกร่งของเพื่อนออกเบา ๆ เพื่อทวงพื้นที่หายใจคืน ขุนเขายอมผละออกมายืนตัวตรง ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ออร่าความน่ากลัวเมื่อครู่จางหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทิ้งไว้เพียงใบหน้าเรียบเฉยตามปกติ
“เออ กูรับปาก” ขุนเขาตอบเสียงเรียบ
“เยส! สุดยอด! ขอบใจมากเพื่อนรัก! ถ้ากูได้น้องพาสเทลมาควงเมื่อไหร่นะ กูจะเลี้ยงปิ้งย่างมึงชุดใหญ่เลย! เตรียมตัวรับตำแหน่งกุนซือระดับเทพได้เลยไอ้ขุนเอ๊ย!” น่านน้ำกระโดดชูหมัดขึ้นฟ้าอย่างดีใจ ลืมความกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น น่านน้ำหัวเราะร่าเริง หมุนตัวเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเตรียมจะไปอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันได้หันกลับมามองแววตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือเลยสักนิด ขุนเขามองตามร่างโปร่งบางที่กำลังเดินฮัมเพลงเข้าไปในห้องน้ำ แววตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความอำมหิตปรากฏขึ้นอีกครั้ง
อยากจีบเด็กนั่นมากใช่ไหม
ได้สิ
ขุนเขาคิดในใจอย่างเย็นชา
กูจะช่วยมึงจีบ
กูจะไปนั่งเฝ้า
กูจะไปคุมเชิง และกูจะใช้ความนิ่งของกู
ใช้สายตาของกูไซโค
ไอ้เด็กหน้าอ่อนนั่นให้มันกลัวจนขี้หดตดหาย
วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปเลย!
กูจะทำให้มันรู้ว่า
ใครก็ตามที่คิดจะมาแย่งของของกู
จุดจบมันไม่สวยสักราย!
กุนซือหน้ายักษ์คนนี้ ไม่ได้มาเพื่อสานฝันให้ใครเป็นรุก แต่มารับตำแหน่งเพื่อสกัดดาวรุ่ง และทำลายล้างคู่แข่งทุกคนให้พินาศต่างหาก! น่านน้ำเอ๋ย มึงคิดผิดมหันต์แล้ว ที่ดึงเอาหมาป่าหวงก้างอย่างเขา เข้ามาอยู่ในแผนการปั้นรุกของมึง!
“ขะ ขอโทษครับพี่! ผมไม่ได้ตั้งใจมองทาง ขอโทษจริง ๆ ครับ!” นักศึกษาคนนั้นรีบหันมาผงกหัวขอโทษขอโพยหน้าตาตื่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งพญามัจจุราชของขุนเขาที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง เด็กหนุ่มก็หน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ปลก ๆ แล้ววิ่งหนีตามกลุ่มเพื่อนไปอย่างรวดเร็วเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที แต่วินาทีที่ยาวนานที่สุด กลับเป็นวินาทีที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น น่านน้ำเบิกตากว้างค้างอยู่ท่าเดิม ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนสนิท อะดรีนาลีนที่สูบฉีดพลุ่งพล่านจากความตกใจเมื่อครู่ กำลังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอกแผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้างของขุนเขา สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อยืดบาง ๆ และที่สำคัญที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอของคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังกลิ่นหอมสปอร์ตราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และฟีโรโมนดิบ ๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของขุนเขา ลอยกรุ่นเตะจมูกเข้าอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่อวลอยู่ในอากาศรอบตัวเขา กลิ่นที่ทำให
“โอ๊ยยยยยยย! ทำไมชีวิตของไอ้น่านน้ำคนนี้มันถึงได้รันทดบัดซบขนาดนี้วะ! ฟ้าไม่ยุติธรรม! สวรรค์กลั่นแกล้ง! โลกใบนี้มันช่างโหดร้ายกับรุกตัวพ่ออย่างกูเกินไปแล้ว!”เสียงโวยวายโอดครวญดังก้องไปตลอดทางเดินฟุตบาทริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ร่างโปร่งบางของน่านน้ำในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ลายทางที่อุตส่าห์ตั้งใจแต่งมาหล่อเต็มพิกัด บัดนี้กำลังเดินเตะฝุ่นเตะก้อนหินริมทางอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผยลู่ตกลงจนดูคล้ายกับลูกหมาเปียกฝนที่เพิ่งโดนเจ้าของทิ้ง ใบหน้าหวานที่เคยมั่นใจนักมั่นใจหนาหงิกงอเป็นม้าหมากรุก ริมฝีปากบางขมุบขมิบบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดหย่อนมาตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากร้านคาเฟ่บิงซูภาพความฝันที่จะได้มีแฟนน้องปีหนึ่งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มควงแขนเดินเล่นในมหาวิทยาลัย พังทลายแหลกละเอียดเป็นผุยผง ลอยหายไปกับสายลมพร้อมกับแผ่นหลังของน้องพาสเทล ที่ใส่เกียร์หมาสับขาวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงข้ออ้างระดับตำนานเรื่องปวดท้องกะทันหันและหมาที่บ้านป่วยหนัก หมาป่วยบ้าบออะไรกัน! เด็กปีหนึ่งอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยเขาห้ามเลี้ยงสัตว์โว้ย! ข้ออ้างห่วยแตกแบบนี้เด็กอนุบาลยั
แกรกเสียงขูดช้อนโลหะกับก้นถ้วยกระเบื้องดังลากยาวบาดแก้วหู ดังมาจากฝั่งของขุนเขา มันเป็นเสียงที่ฟังดูน่าขนลุกและเต็มไปด้วยการคุกคาม พาสเทลสะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าช็อก ตวัดสายตาไปมองก็พบว่าขุนเขากำลังกดปลายช้อนลงกับถ้วยเปล่าอย่างแรงจนข้อนิ้วขาวซีด นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองที่ช้อน แต่มันจ้องเขม็งทะลุทะลวงมาที่ดวงตาของพาสเทลโดยตรง!ดวงตาของขุนเขามืดมิดราวกับหลุมดำ แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าฟัน มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งสารเตือนภัยระดับสูงสุด ถ้ามึงยอมให้มันจับหน้ามึงมือมึงขาดแน่“ไม่เป็นไรครับพี่น่าน! พาสเทลเช็ดเองได้ครับ!” พาสเทลรีบผงะถอยหลังหนีมือของน่านน้ำอย่างรวดเร็วจนหลังกระแทกพนักเก้าอี้ คว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดปากตัวเองอย่างลนลาน มือไม้สั่นไปหมดจนเช็ดเปรอะเปื้อนยิ่งกว่าเดิม น่านน้ำชะงักมือค้างกลางอากาศ กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงทำไมจู่ ๆ น้องพาสเทลถึงปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้นวะ?หรือว่าเขาจะรุกหนักเกินไปจนน้องตั้งรับไม่ทัน?สงสัยต้องค่อยเป็นค่อยไปซะแล้วสิไอ้น่านน้ำเอ๊ย“อ่า โอเคครับ ๆ เช็ดเองก็ได้ เอ่อ น้องพาสเทลนั่งทานไปก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเ
ร้านคาเฟ่บิงซูสไตล์เกาหลีชื่อดังหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งปกติแล้วมักจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศสดใสของวัยรุ่น เสียงเพลง K-pop จังหวะสนุกสนาน และกลิ่นหอมหวานของนมข้นหวานผสมสตรอว์เบอร์รี บัดนี้กลับมีมวลอากาศบางอย่างที่หนักอึ้งและเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมอยู่บริเวณโต๊ะมุมสุดของร้าน คล้ายกับมีเมฆฝนทึบแสงลอยตัวอยู่เฉพาะจุด ท่ามกลางการตกแต่งร้านด้วยโทนสีชมพูพาสเทลและตุ๊กตาหมีขนฟู“พี่น่านน้ำ เอ่อ พี่คนนี้เขา”เสียงหวาน ๆ ของ “น้องพาสเทล” เฟรชชี่ปีหนึ่งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่สุกใสราวกับลูกกวางน้อย บัดนี้กำลังเบิกกว้างและสั่นระริกขณะช้อนสายตาขึ้นมองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ที่นั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่ฝั่งตรงข้าม น่านน้ำผู้ซึ่งวันนี้จัดเต็มด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ลายทางที่เขาคิดเอาเองว่าใส่แล้วดูเป็นโอปป้าสายรุกยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะผายมือไปทางเพื่อนสนิทหน้าตายที่นั่งกอดอกอยู่ข้าง ๆ“อ๋อ ไม่ต้องตกใจไปครับน้องพาสเทล นี่ไอ้ขุนเขาเพื่อนสนิทพี่เอง วันนี้มันว่างจัดไม่มีอะไรทำ พี่เลยลากมันมาเป็น เอ่อ เป็นเพื่อนช่วยคุมเชิงน่ะครับ ถือซะว่าม
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องพักทันทีที่น่านน้ำยื่นคำขาด ขุนเขาจ้องหน้าน่านน้ำเขม็ง นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ไปด้วยรังสีความไม่พอใจอย่างรุนแรง กรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน บรรยากาศรอบตัวเริ่มลดต่ำลงจนน่าอึดอัดให้เขาไปช่วยไอ้ลูกแมวตัวนี้จีบคนอื่นเนี่ยนะ?ฝันไปเถอะ!แค่ได้ยินชื่อไอ้เด็กพาสเทลอะไรนั่นเขาก็อยากจะเดินไปหักคอทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด!“ไม่-มี-ทาง เรื่องไร้สาระ กูไม่ทำ” ขุนเขากดเสียงต่ำ เน้นทีละคำอย่างชัดเจนและเด็ดขาด“แต่มึงต้องทำ! มึงเป็นต้นเหตุนะโว้ย! มึงเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราหน่อยดิวะ กูขอร้องล่ะ ช่วยกูจีบน้องพาสเทลหน่อย นะ ๆ ๆ ๆ ไอ้ขุนเพื่อนรัก” น่านน้ำไม่ยอมแพ้ กระชากแขนเสื้อของขุนเขาอย่างแรง“กูบอกว่าไม่ อย่ามางี่เง่า น่านน้ำ เลิกมโนว่าตัวเองเป็นรุกแล้วอยู่เงียบ ๆ ไปซะ” ขุนเขาสะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนน่านน้ำต้องเผลอก้าวถอยหลัง คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยบวกกับคำด่าที่แทงใจดำ ทำเอาน่านน้ำปรี๊ดแตกขั้นสุด ความน้อยใจและความโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ชอบ ใช้ไม้แข็งก็ไม่สะเทือน มันก็ต้องเจอกับไพ่ตายที่เขาเพิ่งนึ
หน้าจอสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดส่องแสงสว่างวาบสะท้อนกับใบหน้าหวานที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม น่านน้ำนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนนุ่มฟู สองขากระดิกไปมากลางอากาศอย่างคนร้อนรน นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างพิมพ์ข้อความยุกยิก ๆ ลงบนแป้นพิมพ์ทัชสกรีน ก่อนจะกดลบ แล้วก็พิมพ์ใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วดวงตาเรียวรีจ้องเขม็งไปยังรูปโปรไฟล์ในแอปพลิเคชันสีเขียวของเป้าหมายหมายเลขหนึ่ง “น้องพาสเทล”น้องพาสเทลคือเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เจ้าของฉายานางฟ้าแห่งตึกศิลป์ รูปลักษณ์ของน้องเรียกได้ว่าตรงสเปกของน่านน้ำทุกกระเบียดนิ้ว ผิวขาวจัดจนแทบจะเรืองแสงได้ แก้มยุ้ย ๆ สีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมโตสุกใสเหมือนลูกกวางน้อย รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม แถมยังชอบใส่เสื้อสเวตเตอร์สีพาสเทลโอเวอร์ไซซ์ที่ดูนุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัว ในสายตาของคนที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นรุกตัวพ่ออย่างน่านน้ำ น้องพาสเทลคือสุดยอดของแรร์ไอเทมสายรับที่เขาจะต้องคว้ามาควงแขนเพื่อลบคำสบประมาทและกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนจากไอ้แฮชแท็ก #แมวของขุนเขา ให้จงได้! แต่ทว่าปฏิบัติการล่าเหยื่อครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่หมูอย่างที่คิดน่านน้ำสุดหล่อ:







![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)