Home / วัยรุ่น / Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน / ตอนที่ 17 ระเบิดลงกลางโรงอาหาร 2

Share

ตอนที่ 17 ระเบิดลงกลางโรงอาหาร 2

last update Last Updated: 2025-12-19 08:34:18

หลังจากที่แลกคูปองเสร็จ ก็รีบเดินเข้าในโรงอาหาร ที่นั่งแถวยาวเต็มไปด้วยผู้คนชุดนักเรียนราวกับดอกแก้ว ที่บานสะพรั่งพร้อม ๆ กัน หนุ่มน้อยเดินก้าวไปทีละช่วงโต๊ะยาว พลางชะเง้อมองหาสาวน้อย

“กานต์ ป๊อบอยู่นี่” สาวน้อยกวักมือเรียกตะโกนดัง ถ้าเป็นสถานที่ต่าง ๆ คงเป็นเสียงตะโกนที่ดังจนคนอื่นหันมอง แต่เมื่อเป็นโรงอาหาร เสียงตะโกนย่อมเป็นเสียงปกติ ที่คนทั่วไปในที่นี้ใช้กัน

หนุ่มน้อยหันมองตามเสียงที่คุ้นเคย พร้อมโบกมือรับ แล้วเดินมุ่งไปที่โต๊ะเด่นตรงกลางในทันที

“กานต์นั่งนี่สิ” สาวน้อยยกกระเป๋าข้างตัวออก

“กานต์สั่งไรยัง”

“ยังเลย ---”

“เอาไร เดี๋ยวป๊อบไปสั่งให้”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวกานต์ไปเอง”

“ไม่ ๆ ป๊อบจะไปซื้อน้ำพอดี เอาไร”

“เอ่อ … งั้น … ขอเป็นข้าวราดกะเพราก็ได้ ง่าย ๆ”

“เอาไข่ดาวไหม ... เอาแหละเนอะ” พูดเสร็จสาวน้อยก็วางช้อน ลุกเร่งมุ่งหน้าไปร้านข้าวราดแกงทันที

“เดี๋ยวป๊อบ คูปอง ?” กานต์กวักมือตามพร้อมตะโกน แต่ก็ไม่ทันความเร็วของเธอ

“ไง--- ” เจสทักทายกานต์

“ดีครับ” กานต์พยักหน้าตอบกลับ

“เราเจสซี่นะ”

“เรากานต์ ... เอิ่ม...ไม่ใช่ว่าเราเคยเจอกันแล้วเหรอ”

“ใช่ แต่นี่น่าจะเป็นทางการที่สุดน่ะ” เจสหัวเราะเชิงเขินนิด ๆ กานต์หัวเราะขบเบาตอบ

หนุ่มน้อยตอบกลับบทสนทนาสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ

สาวน้อยเดินรุดมาพร้อมกับมือข้างหนึ่งถือจานข้าว อีกข้างถือแก้วน้ำสีส้มนม วางลงต่อหน้า ยกขาพาดเก้าอี้ยาวมุดตัวเข้านั่ง

“นี่ของกานต์” ป๊อบเลื่อนจานข้าวไว้หน้ากานต์

“ขอบคุณนะป๊อบ --- อ่า แล้วทั้งสองไม่กินเหรอ”

“อ่อ กินเสร็จก่อนกานต์มาพอดีน่ะ”

“เดี๋ยวก่อน” กานต์อุทานพร้อมทำหน้าสงสัย ปกติป๊อบไม่น่าจะกินเร็วขนาดที่ว่านี่เพิ่งเที่ยงนิด ๆ แต่กินเสร็จแล้ว

“ป๊อบมาก่อนเวลาน่ะ แหะ ๆ” สาวน้อยรีบตอบกลับ เหมือนรู้ว่าหนุ่มน้อยกำลังคิดคำถามนี้ในหัว ผ่านคำอุทานที่พลั้งเอ่ยออกมา

เสียงหัวเราะเจื่อนดังออกมาเบา ๆ พร้อมกัน จากวงสนทนาทั้งสามคน

เคล้าเสียงหัวเราะเจื่อนมีเสียงเจื้อยแจ้วดูตื่นเต้นสุดขีด แว่วดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ

“มึง ! พี่กล้า พี่กล้า” เด็กสาวตัวเล็กสองจุดตรงปกเสื้อ กรี๊ดเสียงหลงเขย่าตัวเพื่อนข้างกาย ที่ร่วมกรี๊ดอยู่ด้วย

“แก --- ฉันรักเขา” สาวน้อยร่างอวบที่เพื่อนตัวเล็กเขย่า จับไหล่สองข้างของเพื่อนสาว เขย่ากันไปมา

“แก พี่เขาเดินมาทางนี้ กรี๊ดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดในลำคอสั่นตื่น ผู้คนหลายสายตาจับจ้องมาที่หนุ่มรูปงามดีกรีนักกีฬาทีมโรงเรียน

ก็คงไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่แม้แต่เด็กมอสอง ที่เพิ่งจะอยู่ในโรงเรียนนี้เพียงไม่กี่ปี จะกรี๊ดวี๊ดว้ายชายหนุ่มผู้นี้ ด้วยรูปร่างหน้าตา ฐานะ โปรไฟล์ทางบ้านที่เพียบพร้อมอย่างเหนือขั้น รวมไปถึงผู้ติดตามในโซเชียลออนไลน์เข้าหลักหมื่นในทุกแพลตฟอร์ม

“เจอกันอีกแล้วนะครับน้อง” พี่กล้าเดินมาหยุดต่อหน้าสาวน้อย

“ค... คะ ?” สาวน้อยที่กำลังหัวเราะร่ากับเพื่อน ๆ มองตรงมาที่ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ต่อหน้า

“ว๊ายยยยย พี่กล้า” เจสหันหลังเงยหน้ามอง ที่แผ่นหลังของเธอแทบจะแนบชิดกับส่วนล่างของพี่กล้า

“พี่ซื้อขนมมาฝากน้องปานใจน่ะ” พี่กล้ายื่นกล่องขนมสีน้ำตาลทึบให้สาวน้อย

“ขนม ? ... ให้หนู ?” สาวน้อยทำหน้างงต่อหน้ากล่องขนม

“ตอบแทนที่หนูช่วยพี่เก็บของไงจ๊ะ” พี่กล้ายังคงยื่นให้ต่อ แม้ยังไม่ได้ถูกรับ

สาวน้อยหยุดคิด มองหน้าเจสเพื่อนสาวที่ท่าทางตื่นเต้น ส่งสัญญาณด้วยการพยักหน้ารัว บอกให้รับ

“ค่ะ --- ขอบคุณค่ะ” สาวน้อยยิ้มเจื่อนยื่นมือรับ ท่ามกลางสายตาหลายร้อยคู่จับจ้องมอง

“แล้วนี่ใคร เพื่อนน้องเหรอ” พี่กล้าก้มมองหน้าหนุ่มน้อย ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เนือง ๆ พลางทานข้าวที่อยู่ต่อหน้า

“ค่ะ เพื่อนสนิทของป๊อ...” เจสรีบตอบกลับทันควัน ก่อนที่ป๊อบจะรีบลุกยืนมืออุดปากเจส

“อะไรนะ เป๊าะ เป่าะ อะไรนะ อีกทีสิ” พี่กล้าแนบหน้าเพียงไหล่เจส

“ป๊อ ... บ”

“เจส” สาวน้อยจิกตา หยิบเนื้อชิ้นเล็ก พลันให้เพื่อนสาวหยุดพูด

“ป๊อบสินะ” พี่กล้ายืดตัวเหลือกตามองบนพร้อมเม้มปาก

“โอเค พี่ว่าพี่ได้สิ่งที่อยากได้ละ พี่ไม่กวนพวกน้องแล้ว พี่ไปล่ะ” พูดเสร็จพี่กล้าก็เดินลัดไปอีกฝั่ง พร้อมกับสายตาที่ถูกแบ่งครึ่ง ๆ โดยมองพี่กล้าและมองมาที่เธอ

“น้องเขาเป็นเด็กดี ช่วยผมเก็บของครับ” พี่กล้าหันมาที่เธอจากมุมสุดปลายแถวโต๊ะหน้าร้านขายอาหาร หลังจากพูดเสร็จผู้คนก็หันมามองที่เธอ จนเธอเริ่มสับสนกับสายตาเหล่านั้น

“กานต์อิ่มแล้ว กานต์ไปเรียนละนะ” หนุ่มน้อยรวบช้อนส้อมเคียงกัน

“กานต์เพิ่งกินไปไม่กี่คำเองนะ” สาวน้อยมองข้าวในจานที่หนุ่มน้อยเพิ่งกินไปแค่คำสองคำ

“กานต์ไม่ค่อยหิวน่ะ แล้วเจอกันนะ” หนุ่มน้อยตอบกลับ ก่อนจะเดินเอาจานไปเก็บแล้วเดินออกจากโรงอาหารไป ด้วยสีหน้าที่เดาอารมณ์ไม่ถูก

“ฉันรู้สึกถึงความตึงเครียดเมื่อสักครู่” เจสทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ฉันก็ด้วย --- คนมองฉันเต็มเลย”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงกานต์น่ะ”

“กานต์ ... ทำไม ?”

“เหมือนกานต์จะหึงแกเลยว่ะ”

“บ้า...” สาวน้อยเอ่ยยาว

“แก ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ และความรู้สึกฉัน ส่วนมากไม่พลาด”

“หึงเหิงอะไร ไร้สาระ --- ปะ ไปกันเถอะ” สาวน้อยหน้าแดงก่ำ พลางหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายแก้เขิน ก้าวขาออกจากเก้าอี้ยาว รีบเดินเคียงเพื่อนสาวจ้ำเท้าผ่าฝูงสายตา ที่ยังคงมองเธออยู่อย่างหลายรูปแบบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status