LOGINประมาณตีสองกว่ากวินตารู้สึกตัวเมื่อมีคนมายุ่งกับร่างกาย กลิ่นเหล้าคลุ้งทั่วห้องเหมือนอาบเหล้าหรือไม่ก็ทำเหล้าหกทั่วห้อง รวยนักหรือไงถึงได้ขยันกินนัก
เขาเริ่มจับที่หน้าอก ใบหน้าเขาแนบบริเวณลำคอเธอ ลมหายใจที่มีแต่กลิ่นเหล้าทำให้เธอรู้สึกเวียนหัว
“ออกไป” กวินตาเอ่ยเสียงเรียบเป็นน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก
“แต่งงานก็แต่งแล้วจะขาดก็แต่เข้าหอ ไหน ๆ ก็มาขนาดนี้แล้วทำให้ครบพิธีสิ ทำเหมือนไม่เคยไปได้ เอากันจนมีลูกด้วยกันแล้วนะจะเขินทำไม” คนเมาพูดเสียงยืดยาน จากนั้นก็เริ่มจูบไซ้ลำคอ
เขินเหรอ สิ่งที่เธอทำอยู่เรียกอาการเขินงั้นเหรอ เขามันบ้า
กวินตารวบแรงผลักคนตัวใหญ่กว่า “ออกไป”
คงเพราะความเมาถึงได้ทำให้เขาทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ อย่างง่ายดาย แต่ก็ยังพูดจาหาเรื่อง “พูดกับผัวก็พูดให้มันดี ๆ หน่อย นี่ผัว นี่พ่อของลูกเลยนะ ให้เกียรติกันหน่อย”
“หึ” หันมองสามีด้วยความเหนื่อยหน่าย ลุกออกจากที่นอนที่ควรเป็นห้องหอก่อนที่เขาจะมีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรที่มันไม่เข้าท่า ในเมื่อเขาจะนอนที่นี่เธอก็จะไปนอนที่อื่น เป็นห้องหอแล้วยังไง เธอกับเขาไม่ได้เป็นคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กันสักหน่อย ใครบ้างไม่รู้ว่าเธอเป็นเจ้าสาวที่เขาไม่รัก
อดทนหน่อยนะกิ๊บเดี๋ยวคืนนี้ก็ผ่านไป พรุ่งนี้เช้าก็จะไปรับลูกมาอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับเขาแค่สองคน มีลูกอยู่ด้วยทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น
กิ๊บหรือกวินตาเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน เธออายุ 20 ปี เรียนจบแค่ม.3 เนื่องจากพ่อบอกว่าอย่าได้เรียนต่อถ้าคิดว่าทนต่อสิ่งยั่วยุไม่ไหว พ่อไม่อยากให้ลูกสาวเสียคน เพราะพี่สาวเคยทำไว้ไม่ดีทำให้พ่อหวาดระแวงกลัวลูกสาวคนเล็กจะเสียคนเหมือนลูกสาวคนโตที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับสามีฝรั่งที่ต่างประเทศพร้อมหลานสาว
สุดท้ายแล้วกวินตาจึงไม่ได้เรียนต่อ พ่อเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวทำให้กวินตาไม่คิดจะขัดพ่อ พ่อว่ายังไงก็ตามนั้น ในตอนนั้นคิดไว้ว่าโตขึ้นอีกหน่อยค่อยตัดสินใจด้วยตัวเอง
กวินตาเริ่มทำงานบัญชีและงานจิปาถะที่ร้านขายอุปกรณ์การเรียนทั้งที่มีความรู้น้อยนิด แต่ที่ได้ทำงานร้านนี้ก็เพราะเป็นร้านของเพื่อนพ่อ ทำอยู่สามปีก็เปลี่ยนไปทำงานโรงงานและตัดสินใจเรียนกศน.เพื่ออนาคตวันข้างหน้า เวลาสมัครงานจะได้ง่ายกว่านี้ ไม่ต้องใช้เส้นจากพ่อที่รู้จักคนเยอะ การเข้าทำงานเพราะพ่อช่วยไม่ได้ทำให้กวินตารู้สึกดี แต่เธอที่ตอนนั้นยังทำอะไรไม่ได้จึงต้องทำงานโรงงานที่พ่อฝากให้แล้วก็เรียนกศน.ไปพลาง ๆ
เธอทำงานโรงงานกระทั่งท้องแล้วคิดจากไปพร้อมลูกในท้องทำให้ไม่ได้ไปทำงานอีก
พ่อของกวินตาชื่อกุ้ง เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 เริ่มดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเมื่อปีก่อน ทว่าผู้ใหญ่กุ้งน่าเกรงขามก็เพราะเป็นนักเลงเก่า รู้จักคนเยอะมีอิทธิพลพอสมควร ฐานะทางบ้านกวินตาไม่ได้ยากจน ก่อนลงสมัครผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่กุ้งทำธุรกิจขุดบ่อดิน ที่บ้านมีรถสิบล้อหลายสิบคัน จ้างลูกน้องไว้มากมาย แต่สาเหตุที่กวินตาไปทำงานที่อื่นก็เพราะอยากออกจากสายตาพ่อบ้าง อย่างน้อยหนีไม่ได้ตลอดก็หนีได้ชั่วคราว
ใครจะคิดว่าการอยากออกจากกรอบจะทำให้ชีวิตต้องเจออะไรเรื่องเลวร้ายมากมาย
สุดท้ายแล้วเธอจึงกลับมาคุมธุรกิจให้พ่อ อย่างที่พ่ออยากให้เป็น
กวินตาเคยเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เคยหลงรักใครคนหนึ่งจนไม่ลืมหูลืมตา เคยมอบทุกอย่างให้เขาเพราะหลงคารมคำว่ารักจากลมปากผู้ชายที่เธอคิดว่าเขารักเธอ
แล้วในที่สุดเธอก็ค้นพบว่าคำพูดผู้ชายเชื่อถือไม่ได้
“มาที่นี่ทำไม” คนที่รักเปิดประตูบ้านมาเห็นหน้ากวินตาก็เอ่ยคำไม่น่าฟัง สายตาของเขาช่างไร้เยื่อใย เขาช่างต่างจากคนที่เธอเคยรัก เขาเหมือนไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นของเธอ
“กิ๊บอยากรู้ว่าระหว่างเราที่ผ่านมามันยังไง ทุกอย่างที่เฮียทำให้กิ๊บเคยมีความจริงใจบ้างไหม” เธอแค่อยากได้ความชัดเจน เธอไม่เชื่อว่าสิ่งที่เขาทำให้จะไม่มีคำว่ารัก คนไม่รักกันจะดูแลกันดีขนาดนั้นเหรอ
เธอไม่เชื่อ เธอมั่นใจว่าอย่างน้อย ๆ เขาก็ต้องรู้สึกกับเธอบ้าง เขาต้องรักเธอบ้างสิ วันนี้ถึงได้มาหาเขาเพียงลำพัง
บ่ายสองโมงครึ่งกิ๊บออกไปรับลูกสาวพร้อมกับซื้อข้าวเที่ยงให้เฮียฌอห์ณ ตั้งแต่เช้าเขากินแค่ข้าวต้มหนึ่งถ้วย ไม่ได้กินเยอะก็เพราะค่อนข้างมึนหัว แวะซื้อข้าวแล้วก็ซื้อขนมให้ลูกสาว รายนี้ได้ของกินก็ถูกใจใหญ่เลย มาถึงออฟฟิศตาก็นั่งแกะขนมและของเล่น“เฮียกินข้าวก่อน”“ยังไม่เสร็จเลย”“ไม่หิวข้าวเหรอ”“ขี้เกียจล้างมือ ค่อยกินรอบเดียว”“แปลว่าหิว”“หิว เมื่อเช้ากินข้าวมาหน่อยเดียว”“…”“ซื้อข้าวปั้นในเว่นมากินรองท้องก่อนไหม”“มือเลอะ”“แค่อ้าปาก”“เอาครับ” รีบเอาอย่างไวเลยสิ นี่มันโอกาสที่ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ“รอก่อนนะคะ เดินกลับไปที่ออฟฟิศก่อน”“ครับ” หันมายิ้มให้แม่ของลูกหนึ่งที แต่ว่าเธอไม่ยิ้มตอบนี่สิ เดินหน้านิ่งกลับไปทางออฟฟิศซะงั้น ก็น่าจะยิ้มให้กันบ้าง หน้าบึ้งไปจะได้อะไรเล่าสองนาทีต่อมากิ๊บเดินกลับมาพร้อมข้าวห่อสาหร่ายแล้วก็น้ำอัดลมเย็น ๆ หนึ่งขวด เฮียฌอห์ณเขาชอบกินน้ำอัดลม“มาค่ะ อ้าปาก” นั่งยองข้าง ๆ แล้วก็ยื่นข้าวห่อสาหร่ายไข่กุ้งที่ปากเฮียฌอห์ณ เฮียแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากกัดข้าวปั้นครึ่งอัน “แล้วดูหน้าเลอะอีกแล้ว เดี๋ยวลูกเจอก็หอมแก้มกันอีก”“เหงื่อไหล เช็ดไปเช็ดมาก็เลยดำ ” พู
“ถ้าอยากก็ไปหาที่ปลดปล่อย อย่ามายุ่งกับกิ๊บกิ๊บไม่ใช่ตัวแทนของใคร”“ตัวแทนอะไร” เขาพลิกตัวขึ้นคร่อม“ปล่อยกิ๊บ อย่ายุ่ง…อื้อ” ริมฝีปากเล็กถูกประกบด้วยกลีบปากของคนเมา เขาพยายามดันลิ้นเข้ามาในปากเล็กจนสำเร็จสองมือกดแขนคนตัวเล็กไม่ให้ขยับ ลิ้นก็พยายามเกี่ยวลิ้นเล็กไปมาเมื่อรู้ตัวว่าไร้แรงสู้ไหวกิ๊บจึงปล่อยตัวไร้เรี่ยวแรง จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ สู้ไม่ได้จะทำอะไรได้นอกจากร้องไห้ให้อีกคนรู้สึกตัว ทว่าคนเมามีเหรอจะรู้ตัว ยิ่งเธอนิ่งยิ่งดีเพราะเขาจะได้ไม่ต้องออกแรงต่อจากนั้นไม่ถึงห้านาทีเขาก็สอดใส่ตัวตนเข้ามาในร่องคับแคบของอีกฝ่าย พยายามป้อนจูบแต่เธอไม่จูบตอบเขาจึงเปลี่ยนมาจูบไซ้ที่ลำคอแทน เขาเริ่มขยับสะโพกดันแท่งเอ็นเข้า ออก เข้า ออกด้วยความเนิบนาบเพื่อกระตุ้นให้อีกคนมีอารมณ์ร่วม แล้วไม่นานเธอที่ไม่ได้ตายด้านก็เกิดอารมณ์จากการเล้าโลมด้วยความใจเย็นมือเล็กยกขึ้นกดที่หัวเพื่อให้เขาดูดที่หน้าอกอยู่อย่างนั้นอย่าเพิ่งผงกหัวขึ้น ขณะเดียวกันเอวก็ขยับถี่ ๆเห็นว่าเธอมีอารมณ์ร่วมเขาก็ดูดอกอวบอิ่มจนเธอพอใจแล้วจึงขยับขึ้นมาป้อนจูบเร่าร้อนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจูบที่คุ้นเคย ภายในห้องนอนเกิดเสียงเนื้อก
“ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะ หน้าเหมือนคนขี้ไม่ออก” เฮียไฟมองเพื่อนรักที่มานั่งดื่มหน้าบ้านเขา ตั้งแต่กลับมาจากฮันนีมูนก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ้าอยากปาร์ตี้กับเพื่อนก็ให้เพื่อนมากินเหล้าที่บ้านเพราะไม่อยากให้ดาวเหนือออกจากบ้านดึกดื่น กลัวพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอันตรายกับลูกในท้อง คนเห่อลูกเห่อเมียก็อาการประมาณนี้“มันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่เดี๋ยวนี้มีคนมาเกาะแกะแม่ของลูกมัน” เฮียทูผู้ชายที่รักความโสดเป็นชีวิตจิตใจเอ่ยด้วยใบหน้ามีความสุข ไอ้คนที่พูดตลอดว่าไม่รักทีตอนนี้จะเป็นจะตายเพราะมีคนมาสนใจเมีย“ใครวะ”“น้องชายไอ้โฟมอะ”“อ้อ เฟิร์สอะเหรอ มันก็เป็นคนดีนะ หล่อด้วย ดูเหมาะสมกับกิ๊บ”“เหมาะสมอะไร กูที่เป็นผัวนั่งอยู่ตรงนี้คนอื่นจะมาเหมาะสมได้ยังไง”“มึงหวงหรือมึงหึง”“มึงถามผิดแล้วไอ้ถา มึงต้องถามมันว่ามึงรักน้องกิ๊บเหรอ”“อะ งั้นกูถามใหม่ มึงรักน้องกิ๊บเหรอไอ้ฌอห์ณ”“...” ไม่มีคำตอบจากปากคนปากหนักตลอดสองอาทิตย์มานี้นับตั้งแต่เฮียฌอห์ณไปส่งกิ๊บที่วิทยาลัย พากิ๊บไปซื้อกระโปรงใหม่ ดูเหมือนว่ากิ๊บจะมีผู้ชายเข้ามาในชีวิต ดูเหมือนว่ากิ๊บจะคุยกับไอ้คนนั้นทุกวัน จับโทรศัพท์ก็บ่อย ไม่รู้จะจับท
“ทำไมกิ๊บต้องเป็นแฟนกับเฟิร์ส” เพิ่งรู้จักชื่อเขาวันนี้เอง รู้จักแบบไม่ได้อยากรู้จักด้วย ไหงถูกมองว่าเป็นแฟน“วันนั้นจะกลับบ้านกับมันนี่”“วันไหน?”เฮียฌอห์ณหันหน้ามามองแวบหนึ่ง หันไปมองถนนต่อแล้วพูดเสียงเรียบ “งานแต่งไอ้ไฟ”“แปลว่าวันนั้นเฟิร์สมาส่งกิ๊บที่บ้านเหรอคะ”“...” คำถามของเธอทำให้เฮียฌอห์ณหันมามองแล้วก็ไม่พูดอะไร แต่สายตาของเขามันแสดงชัดเจนว่าไม่พอใจ“กิ๊บจำเรื่องวันนั้นไม่ได้จริง ๆ จะเปิดดูกล้องก็ไม่มี เฮียจะมาทำเป็นโมโหกิ๊บทำไม กิ๊บทำอะไรผิด” แล้วมีสิทธิ์อะไรมาโมโห“...ช่างมันเถอะ”ทำไมวันนี้ได้ยินคำว่าช่างมันบ่อยนักล่ะ แล้วทำไมเฮียฌอห์ณต้องมาหงุดหงิดใส่เธอด้วย เขามีสิทธิ์อะไรมาไม่พอใจเธอ “ทำไมลูกไม่มาด้วยคะ”“ลูกหลับ อยู่กับปู่ย่า”“อ่อ แล้วนี่จะไปไหน” เฮียไม่ได้ยูเทิร์นรถกลับบ้าน“เข้าเมือง”“ไปทำอะไรคะ กิ๊บคิดถึงลูก อยากกอดลูกแล้ว”“ซื้อของ”“ทำไมไม่บอกก่อน กิ๊บจะได้นั่งรถกลับเอง”“นั่งรถไอ้นั่นกลับอะนะ”“นั่งรถประจำทาง แล้วนี่เฮียเป็นอะไร ทำไมมาหงุดหงิดใส่กิ๊บ ใช่เรื่องเหรอ”“…” เฮียฌอห์ณหันมาชักสีหน้าแล้วก็หันไปขับรถต่อเธอพูดอะไรผิด เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเฮียฌอห์ณขับร
“เธอนี่มันเป็นขี้เมาที่จำอะไรไม่ได้เลยเนอะ”“...” ทั้งชีวิตกิ๊บเมาแค่ครั้งเดียวคือในงานแต่งเพื่อน ถึงจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็มั่นใจว่าไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ ที่งานแต่งของดาวเหนือใบหน้าผู้ชายคนนี้ไม่มีในความทรงจำ เขาน่าจะลองเชิงเธอมากกว่า คิดว่าทรงเธอเหมือนคนชอบเที่ยวกลางคืน กินเหล้าเมาใครหิ้วไปไหนก็ไปสินะ“เธอแม่งทำฉันโดนต่อยฟรีแล้วยังมาปั้นหน้านิ่งอีก ถามจริงเพิ่งเคยกินเหล้าเหรอถึงได้จำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น”“นายพูดเรื่องอะไร” เธอนี่นะทำคนถูกต่อย บ้า จะมีเรื่องแบบนั้นที่ไหน“เฮ้อ...”“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด”“ที่งานแต่งเฮียไฟไง”“นายรู้จักเฮียไฟได้ไง” อ้าว เค้าลางเริ่มมาแล้วสิ“ใครบ้างไม่รู้จักเฮียไฟ”“แล้วยังไง ทำไมถึงบอกว่าฉันทำให้นายโดนต่อย”“ถ้าเธอจะจำไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ”“อืม” ช่างมันก็ช่างมัน ไม่ซักไซ้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจ ไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญอะไร“เธอรู้ชื่อฉันไหม”“ไม่อะ ทำไมต้องรู้”“ก็เป็นเพื่อนกันไง ฉันชื่อเฟิร์ส”“อื้ม” ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย ที่มาเรียนเพราะอยากได้วุฒิที่สูงขึ้นหน่อยเผื่อพ่อจะภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้บ้าง“ในเมื่อเรารู้จักกันแล้ว เลิกเรียนไ
หลังจากงานแต่งของดาวเหนือผ่านพ้นไปเฮียไฟก็พาดาวเหนือไปฮันนีมูนที่พังงาเป็นเวลาสองอาทิตย์ ตั้งแต่คืนกินเลี้ยงคืนนั้นก็ยังไม่ได้เจอเพื่อนอีกเลย นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว คิดถึงดาวเหนือนะ ถ้าดาวเหนืออยู่บ้านก็จะมาเล่นที่บ้านกิ๊บบ่อย ๆ พอเพื่อนไม่อยู่ก็รู้สึกเหงา พร้อมรักก็เริ่มถามหาอาดาววันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่กิ๊บต้องไปเรียน อาทิตย์ก่อนไม่ได้ไปเพราะติดงานแต่งดาว“อะไรคะ” กำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เฮียฌอห์ณเขายื่นมือมาขวางด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง“กุญแจรถ”“…”“เดี๋ยวเฮียไปส่ง”“หนูไปเที่ยว” ลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดพ่อเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ค่ะ ไปค่ะ” แม้จะงงกับเหตุการณ์ที่เฮียอาสาไปส่ง แต่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของลูกทำให้แม่กิ๊บไม่ปฏิเสธครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เฮียฌอห์ณไปส่ง ปกติเขาจะเป็นคนดูลูกหรือไม่ก็พาลูกไปเล่นที่ร้านขายเครื่องมือ ให้ย่าบัวช่วยดู“กระโปรงมันหดเหรอ” คือประโยคคำถามเมื่อกิ๊บเข้ามานั่งในรถที่เบาะหลัง ลูกสาวนั่งคาร์ซีทเบาะหน้า“ทำไมมันหดคะ” ผ้าชนิดนี้มันไม่ใช่ผ้าที่จะหดได้“ไม่รู้สิ ดูมันสั้นดี เหมือนคนไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้า เดี๋ยวขากลับพาแวะซื้อ” ที่เขาพูดมามันคือคำชมใช่ไหมห







