LOGINRome Game #10
ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร
: ROME TALK :
เด็กคนนั้นเป็นอะไร ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้สนิทสนมกันและไม่เคยนอนกับผม ทำไมเธอถึงมองผมด้วยสายตาและท่าทางที่แสนจะรังเกียจผมด้วยนะ ผมมั่นใจและแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรให้เธอแน่นอน ทว่า... พอยิ่งคิดมันก็ยิ่งชวนให้น่าสงสัย เอ่ยปากถามออกไปคำตอบที่ได้ก็ช่างกวนประสาทเสียจริง
จนรู้ว่าเธอคือนินิว รุ่นน้องคณะวิศวะสาขาคอมฯ ปี 2 เป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ มีดวงหน้าคมและมีผมสีดำยาวสลวย ดวงตากลมโต คิ้วโก่งสวยได้รูป จมูกเรียวเล็กและขนตาหนายาวเป็นธรรมาชาติ ริมฝีปากอวบอิ่ม แถมมีผิวที่ขาวอมชมพูเหมือนคนสุขภาพดีไปหมด รูปร่างสูงโปร่ง แม้จะดูเหมือนผอมหากแต่ว่าบางมุมหรือบางส่วนก็ไม่ได้ผอมตามไปด้วย ง่ายๆ เธอมีลุคที่ดูเป็นสาวหวานและลุคคล้ายกับสาวเกาหลีด้วยซ้ำ เพราะด้วยใบหน้าสวยที่เก๋แลดูเห็นครั้งแรกก็สะกดใจใครต่อใคร
ยกเว้นผม... ที่หมั่นไส้มากกว่าความสวย ทั้งที่ผมจะมองผู้หญิงอันดับแรกเลยก็คือความสวย สำหรับนินิวเธอน่าหมั่นไส้มากด้วยสายตาที่ใช้มองผมนั่นแหละ ใครจะไปคิดว่าเราจะเจอกันในสถานการณ์ที่มันแปลกประหลาดไปหมด จากที่ผมไม่ชอบใจเธอกับการมองคนอื่นด้วยสายตาเหยียดๆ กลับกลายเป็นว่าผมได้รู้ความเป็นไปในชีวิตของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ
นินิวแลดูมีปัญหากับชีวิตมาก อาจจะเพราะตัวเธอเองหรือในครอบครัวผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน จนเหมือนเราค่อยๆ ใกล้ชิดสนิทกันมากขึ้น เพียงเพราะเธอเหมือนต้องการที่พึ่งพิงและใช่ ผมเป็นให้เธอได้ ทั้งที่ตอนแรกคิดแค่อยากจะแกล้งเธอด้วยความอยากเอาคืน อยากรู้เหตุผลว่าเธอมองผมแบบนั้นทำไม
กลับกลายเป็นว่าผมได้รับรู้ความรู้สึกของเธอมากกว่าเดิมเสียอีก ผมแค่รู้สึกว่าอยากพนันกับตัวเอง อยากลองดูสิว่าเธอจะง่ายเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่ผมสนใจเข้าหาหรือเปล่า ปรากฏว่าเธอไม่ง่าย ไม่ได้สนใจเรื่องอย่างว่ากับผม เธอสนแค่ว่ามีที่ให้พึ่งพิงเป็นพอ ในที่สุดผมก็รู้เหตุผลที่เธอมองผมด้วยสายตารังเกียจ เธอไม่ชอบนักพนันและการพนันทุกชนิด เพราะมันทำให้พ่อของเธอต้องตายไปและเหตุผลของเธอจึงทำให้ผมอยากทำความเข้าใจกับเธอเสียใหม่
สุดท้ายดูเหมือนจะดีดันแย่ลงซะงั้น ผมไม่ได้เป็นผู้ชายที่ดีขนาดนั้น ผมเจ้าชู้และผมเฟรนลี่อยากลองของและอยากพนันกับตัวเอง ใครจะรู้ว่านินิวมองออกและขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับผมอีก ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ แค่ปล่อยผ่านไปมันควรจบได้แล้ว กระทั่งนินิวโทรมาหาผมร้องห่มร้องไห้ว่าตัวเองหลงไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทำเอาผมแทบบ้า...
ผมบ้าโทรหาเธอเป็นร้อยๆ สาย เพื่อให้เธอบอกผมว่าตัวเองไปหลงอยู่ที่ไหน เพียงเพราะใจมันพะว้าพะวงเป็นห่วงเธอเสียจนเอากับผู้หญิงไม่ลง ผมโทรหาไอ้เกียร์หวังให้เพื่อนช่วย ปรากฏว่าผมเจอนินิวอยู่ที่ห้องของตัวเองพร้อมกับไอ้เจค ความโล่งใจและโล่งอกมันเป็นแบบไหนผมเพิ่งจะสัมผัสมันได้ก็อีตอนเห็นว่าเธอปลอดภัยนั่นแหละ ผมไม่รู้ปัญหาที่นินิวพบเจอ ไม่รู้ว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับอะไร ผมรู้แค่ว่าผมต้องให้กำลังใจเธอ สอนเธอว่าอย่าหนีปัญหา นินิวฟังผมและเลือกที่จะไม่โกรธกันด้วยเรื่องนั้นอีก
และมันทำให้ผมเข้าใจ... คำถามของเธอที่ถามว่า ‘เข้าหาผู้หญิงที่ตัวเองสนใจ เพียงเพราะสนองความต้องการทางเพศของตัวเองใช่ไหม’ คำตอบของผมมันคือใช่อยู่แล้ว อย่างที่บอกผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากขนาดนั้น แต่มันเปลี่ยนไปจริงๆ ตอนที่รู้ว่าผมเข้าหานินิวมันไม่ใช่เพราะต้องการมีเซ็กซ์กับเธอ ถึงจะแอบคิดบ้างก็คนมันเคยชินก็เถอะ แน่นอนผมสงสัยในตัวของนินิวหลายเรื่องกระทั่งตอนที่เธอนอนหลับ ผมแอบดูเม็ดยาที่เธอต้องกิน ทำให้รู้ว่าเม็ดยาที่เหลือหนึ่งเม็ดมันเป็นยานอนหลับ
ถึงขนาดต้องพึ่งพามันทำให้ผมตระหนักได้ว่าเธอต้องเจอกับปัญหาที่มันหนักหนามากๆ จนทำให้เธอต้องกินยา ในเมื่อเธอไม่เล่าผมก็ไม่เซ้าซี้ถาม ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเอาตัวเข้าไปวุ่นวายกับเด็กคนนั้นด้วย ทั้งที่ควรจะหมั่นไส้เธอ ไม่ชอบหน้าเธอหรือเปล่า
สงสารเหรอ? ใช่ มันอาจจะเป็นอีกเหตุผลที่คนอย่างผมเอาตัวเข้าไปพัวพันกับนินิว เพียงเพราะคำว่า ‘สงสาร’
จนกระทั่งวันนี้มาถึง...
“พี่อย่าเกลียดหนูเลยนะ ที่จะต้องไปเป็นเมียเก็บของท่าน”
“ไม่...” ผมส่ายหน้าไปมาเพราะคำตอบมีอยู่ในใจ ผมจะเกลียดเธอได้ยังไงกันในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด
“หนูไม่อยากโดนเกลียด” ใบหน้าสวยแลดูหม่นหมอง ต่างจากตอนที่เธออยู่กับผม ปัญหาที่เธอพบเจอตอนนี้ผมเข้าใจมันดีแล้ว ถ้าหากเธอบอกผมสักนิด ถ้าหากเธออธิบายมัน ทุกอย่างที่เธอพบเจอผมจะทำให้มันมลายหายไป โดยที่เธอไม่ต้องแก้ไขมันอยู่คนเดียว “ด้วยสายตาหรือท่าทางของพี่”
แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผมกลับรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักกับนินิว แม้จะได้ไม่รู้จักถึงตัวตนเธอลึกมากขนาดนั้น ทว่าผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสับสนและงุนงงไปหมด ผมควรห้ามเธอใช่หรือเปล่า? ผมควรรั้งเธอสิ แต่คำถามก็ถูกตั้งขึ้นมา
ห้ามด้วยฐานะอะไรโฬม... มึงไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ แค่สนิทกัน แค่รู้จักกันในวันที่เธอต้องการที่พักพิง แต่ตอนนี้เธอกำลังบอกลาผมเพื่อไปหมั้นกับชายแก่วัย 55 ปี เพื่อขัดดอกหนี้ที่พ่อตัวเองก่อเอาไว้จากการพนัน
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ พี่ลาภิศ”
ร่างบอบบางเดินถอยหลังและค่อยๆ หมุนตัวเดินจากผมไป สัมผัสบนมือยังคงอุ่นไม่จางหายไป ผมได้แต่ยืนนิ่งมองเส้นผมสีดำสลวยปลิวไสวตามแรงลม กระทั่งนินิวเดินหายลับตาผมก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ที่ที่เธอมายืนบอกลาผมเพื่อไปหมั้นขัดดอก เราจะต้องไม่เจอกันครึ่งปีเลยเหรอ ระหว่างนั้นเธอจะต้องโดนอะไรบ้างล่ะ
“แม่งเอ๋ย!”
ผมหลับตาลงพลางกัดผนังในปากจนเจ็บหนึบ หันไปเตะยางรถของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีวี่แววว่ามันจะเจ็บเลยสักนิด ทำไมนินิว... ทำไมเธอถึงไม่บอกพี่ เพราะถ้าเธอบอก พี่จะไม่ปล่อยให้เธอตัดสินใจแก้ปัญหาบ้าๆ นี่คนเดียวแน่ มันเป็นเพราะคำพูดของผมเอง ผมพูดให้เธอยืนหยัดกับการไม่หนีปัญหา
ผมผิดเองที่ไม่ได้รู้ว่าปัญหาที่เธอเจอมันหนักหนา ผมผิดเองที่เป็นฝ่ายผลักไสนินิวให้ทำเรื่องนั้นด้วยตัวคนเดียว ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน แม้มันจะสั้นผมกลับรู้สึกว่าเธอไม่ได้เข้มแข็งมากขนาดนั้น เธอแค่อดทนมันมาได้ตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเก่งและก้าวข้ามมันไปได้
“แล้วยังไง”
“...”
“ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร”
“ไม่รู้”
“ก็ไม่เห็นต้องเครียด” ผมหลับตาลงขณะยกมือเสยเส้นผมสีดำสนิท ห้องวีไอพีผับ LC หลังจากเมื่อคืนที่นินิวมาลา ผมก็โทรหาเธอเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความไปเธอก็ไม่อ่าน จนล่าสุดผมติดต่อไปก็พบว่าเธอปิดเครื่อง จึงมานั่งซดเหล้าไปหลายแก้วมีไอ้เกียร์นั่งตวัดขาไขว่ห้างสูบบุหรี่เป็นเพื่อน “ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“แต่กูอยากช่วยน้อง”
“เพราะ” คนประหยัดคำพูดถามแบบชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าผมเบือนหน้าหนีมัน “ไม่เคยเป็นแบบนี้”
“...” ถ้าหากคนที่หมั้นหมายเป็นผู้ชายรุ่นเดียวกัน ไม่แก่เกินไปผมคงไม่เครียดหรอก นี่รุ่นพ่อเชียวนะแล้วต้องไปอยู่กับเขาครึ่งปี ผมแค่ไม่อยากจะคิดว่านินิวจะต้องทรมานแค่ไหนกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ
“อยากได้น้อง”
“ไม่ใช่” ปฏิเสธตามความรู้สึก “สงสารน้องเฉยๆ”
“ถ้าไม่อยากได้ก็ปล่อยไป ไม่ใช่ธุระ” ไอ้เกียร์สูบเอานิโคตินเข้าปอดอึกใหญ่ “จะทำอะไรต้องใช้ความรู้สึก มึงเคยบอกกู”
“อันนั้นกูรู้ ตอนนั้นมึงอยากได้น้องปั้นหยา”
“ใช่ กูไม่ได้สงสารเมีย” มันตอบพลางยักไหล่ “อยากได้ก็คืออยากได้ ถึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา”
ผมเงียบไม่ตอบไอ้เกียร์ กลับเทวิสกี้ลงแก้วและกระดกดื่มหลายต่อหลายอึก จนรู้สึกร่างกายร้อนผ่าวไปทั้งตัว
“แต่มึงไม่อยากได้น้อง แล้วจะช่วยไปทำไม แค่คนอื่น”
“สงสารไง”
“ทำอะไรได้ล่ะ” ย้อนคำถามเดิมๆ ใส่ผม ราวกับต้องการให้ผมพูดความจริง ใช่ นี่ไงความจริง “ใส่ใจให้ได้อะไร”
“...”
“น้องตัดสินใจอยากหมั้น” ไอ้เกียร์คีบบุหรี่ออกจากริมฝีปากและเอากรองบุหรี่จิ้มลงที่เขี่ย “คงอาจจะชอบชายแก่รุ่นพ่อก็ได้”
เพล้ง!
ทุกคนในห้องวีไอพีต่างตกใจที่ผมเขวี้ยงแก้วไปยังฝั่งตรงข้ามจนกระทบกับกำแพง เศษแก้วกระจัดกระจายแตกละเอียดเพราะตอนนี้ในใจของผมกำลังฉุนกึกกับคำพูดของไอ้เกียร์
“หึ” จ้องหน้าผมพลางยกยิ้มมุมปาก เป็นครั้งแรกที่มันทำให้ผมโกรธได้มากถึงเพียงนี้
“มึงอย่าดูถูกนินิวต่อหน้ากู” ลุกขึ้นชี้หน้าไอ้เกียร์ “ถ้ามึงยังไม่รู้จักน้องดีพอ!”
“เหรอ” ลากเสียงยาวก่อนที่มันจะยืนเผชิญหน้ากับผม โน้มใบหน้ามากระซิบที่ข้างใบหู “แล้วจะทำยังไง”
“...” ผมกัดสันกรามจนรู้สึกเหมือนกับว่ามันจะแตกหักในปากให้ได้
“พนันกันไหม ลาภิศ” คิ้วของผมขมวดเข้าหากันทันทีขณะสบตากับไอ้เกียร์ “ถ้ามึงรู้สึก มึงแพ้กู”
“รู้สึกอะไรของมึง” ถามย้ำด้วยความไม่เข้าใจถึงการพนันที่มันพูดถึง
“เอาเป็นว่าตามนี้” ตบมือลงบนบ่าผมสามครั้ง “ถึงตอนนั้นกูจะชนะมึง เป็นครั้งแรก”
ไม่เข้าใจถึงความหมายของไอ้เกียร์ แน่นอนว่าต่อให้ผมไม่ตอบตกลง การถูกท้ายทายมันเป็นเหมือนการเหยียบหน้าเซียนพนันอย่างผมมาก แค่เพียงใช้สายตาเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าถ้าหากผมรู้สึกห่าอะไรก็ไม่รู้ ผมจะแพ้
“คนอย่างกูไม่เคยแพ้ใคร”
[30%]
*-------------------------------------------------*
หนูเองก็ดีใจที่คนๆ นั้นคือพี่โฬม ฉันเลือกที่จะตอบคำถามนี้เอาไว้ในใจและหันมาจัดแจงข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองต่อ โดยมีเขานั่งกอดอยู่แบบนั้น“ปล่อยหนูได้ไหม หนูทำไม่ถนัด”“ไม่ปล่อยจนกว่าหนูจะเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังทั้งหมด”“ก็ได้ค่ะ หนูจะเล่า แต่พี่โฬมต้องปล่อยหนูก่อน” บอกเขาน้ำเสียงเด็ดขาด แน่นอนว่าดูเหมือนจะไม่อยากทำตาม เขากลัวตัวเองจะไม่ได้ฟังเรื่องของฉันจำยอมขยับออกไปนั่งพิงขอบประตูชันเข่าข้างหนึ่งขึ้น มือทั้งสองกำชายกระโปรงชุดเดรสแน่น สบตากับพี่โฬมที่จ้องหน้าฉันเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวทั้งหมดยกเว้นที่ไม่เล่าและไม่มีวันเล่าก็คือเรื่องอาการป่วยของฉัน แค่ไม่อยากให้พี่โฬมต้องมองฉันเป็นผู้หญิงที่เอาแต่คิดมากกับเรื่องในอดีตจนกลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาครึ่งปีหลังจากนี้ แค่อยากให้พี่โฬมมองว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องกินยาวิตกกังวลหรือยานอนหลับเพื่อช่วยให้อาการเครียดเหล่านั้นถูกขจัดมลายหายไป“ผู้หญิงคนนั้น ตอนผับ LC มายั่วพี่”“จริงเหรอคะ!”“ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงหนู ถึงว่าทำไมให้แม่หนูเปลี่ยนตัวหมั้น” ร้ายนักนะยัยเดือน!“พี่โฬมจะนอนกับใครก็ไ
Rome Game #12คู่หมั้นขัดดอก“ทีนี้หนูก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่นอนร่วมเตียงกับพี่”“เรื่องนั้นหนูรู้ แต่สัญญาของเราก่อนหน้านั้นพี่โฬมห้ามลืมด้วย”“หึ”ยังจะมายืนขำอีกนะ ฉันมองค้อนร่างสูงที่ขนกระเป๋าของฉันเข้ามาในห้องนอน แน่นอนว่าถ้าหากพี่เจคไม่ได้อยู่อีกห้องฉันจะขอนอนแยกทันทีอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะสับสนและมึนงงอยู่กับเรื่องที่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉันจับพลัดจับผลูมาหมั้นกับพี่โฬมเป็นที่เรียบร้อย“หนูไม่รู้เหรอว่าหน้าที่ของคู่หมั้น มันมีอะไรบ้าง” พี่โฬมเดินต้อนฉันเข้ามาเรื่อยๆ จนขาสะดุดเข้ากับปลายเตียงจนเซล้มลงนั่ง พี่โฬมไม่รีรอที่จะโน้มตัวลงมาเอาแขนทั้งสองกักกันร่างฉันไม่ให้ขยับหนีไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนมีกลิ่นหอมเย็นจากบุหรี่ที่เขาสูบรดรินอยู่บนกลีบปาก ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ นี่นา “เอาไว้หลังดินเนอร์กับพ่อแม่พี่เสร็จ พี่จะบอก”“พี่โฬมสัญญากับหนูแล้วนะ” ยังไงก็ขอทวงสัญญาเรื่องนั้นก่อน ไม่ไว้ใจพี่โฬมสุดๆ พี่โฬมหื่นอะ!“พี่ไม่ได้ลืม พี่ทำตามสัญญา”“ขอบคุณค่ะ”“ตอนที่เราสัญญา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ถูกไหม”“!”“ตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว พี่ลืมมันได้ใช่หรือเปล่า” ดวงตาของฉันเบิกกว้า
“ลาภิศเป็นลูกชายของเราเองค่ะ” แนะนำตัวพี่โฬมให้พวกเราทั้งหมดรู้จัก ท่านทั้งสองนอกจากจะรักกันมากแล้วยังมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายหน้าตาดีและเป็นคนเดียวที่ฉันพึ่งพาเขาได้เสมอ “ลาภิศเป็นลูกชายคนเล็กค่ะ คนโตชื่อรชต เขาปฏิเสธจะหมั้นหมายกับนินิว ลูกชายคนเล็กของเราก็เลยตกลงแทน”นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย! ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ต่างจากพี่โฬมพอรู้ว่าฉันไม่ต้องไปหมั้นกับชายรุ่นพ่อและรู้ว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของฉัน เขากลับอมยิ้มพลางจ้องมองฉันที่แต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รู้สึกอายเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ“หนูสวยมากเลยนะวันนี้” คำชมของพี่โฬมทำให้คุณท่านทั้งสองลอบมองหน้ากันพลางยิ้มกริ่ม“คุณแม่คะ หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิคะ” จู่ๆ เดือนก็สะกิดแม่ของฉันให้ลุกขึ้นตามออกไปจากห้องรับแขก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนมีแผนอะไรอีก ก็ช่างเถอะตอนนี้ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับพี่โฬม มันโล่งใจยังไงบอกไม่ถูกเลย“พี่ลาภิศจะหมั้นกับหนูนะ นินิว” คุณหญิงภริตาลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันเอาไว้หลวมๆ “แม่รู้ว่าหนูคงลำบากใจ พ่อเขาก็เลยมาปรึกษาแม่น่ะ จริงๆ พ่อเขาไม่ได้คิดจะหมั้นกับหนูเลยนะ แค่หาทางออกให้กับตัวเองแล้วก็หนู”“อีแ
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม้ เปิดไหล่อวดผิวขาวอมชมพูริ้วระบายราวกับเจ้าหญิงในนวนิยายชีวิต... มันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอก กว่าฉันจะแต่งหน้าตรงใต้ตาไม่ให้ดูหมองคล้ำก็ใช้เวลานาน เป็นเพราะตัวเองดันร้องไห้นับตั้งแต่เดินจากพี่โฬมมา เขาติดต่อหาฉันเป็นร้อยๆ สาย ส่งข้อความมาหาฉันอีกนับครั้งไม่ถ้วน ฉันแค่ไม่อยากให้เขาต้องเข้ามาวนเวียนในชีวิตจึงเลือกปิดเครื่องเพื่อยอมรับการตัดสินใจของตัวเอง เวลาผ่านไปฉันไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนขนาดเพื่อนมาที่บ้านแม่ก็ไล่กลับไป เพราะต้องการให้ฉันเก็บตัวรอวันหมั้นที่มาถึงในเร็ววันเสมองข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกแพคเก็บลงกระเป๋าประมาณสามใบและกระเป๋าเป้อีกสองใบ มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เอามันไปด้วยนั่นก็คือรูปถ่ายของฉันกับพ่อหรือรูปครอบครัว ให้มันฝังอยู่ที่นี่เถอะ เพราะครึ่งปีต่อจากนี้ฉันจะ
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่องข้อความ แน่นอนว่านินิวไม่ได้เปิดอ่านมันแม้แต่อันเดียวLaphit : พี่เป็นห่วงหนู ตอบกลับพี่หน่อยนะ นินิวLaphit : หนูคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง เราจะมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ขอแค่หนูรับสายพี่ผมรู้ว่าสุดท้ายนินิวไม่ตอบผมหรอก แค่อยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้เธอเสมอ... ไม่ยอมให้เธอหมั้นกับชายแก่คราวพ่อแน่ ครึ่งปีเชียวนะที่เธอต้องทรมานเป็นเมียเก็บเมียน้อยน่ะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด! จะด้วยฐานะเหี้ยอะไรก็ช่างแม่ง ผมสนแค่นินิว แค่เธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ เวลา 15.05 น.หลังเลิกเรียนผมก็เดินวนไปมาอยู่หน้าคณะวิศวะ เพราะรู้แค่ว่าเด็กวิศวะคอมฯ ใกล้เลิกคลาสตอนนี้ ดังนั้นมันเลยไม่ได้มีแค่ผมที่เดินวนไปมา มีไอ้เจคที่เอนตัวลงนอนบนขอบปูนทางขึ้นลงบันได เอามือสองข้างสอดใต้ท้ายทอยและ
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่อไม่ได้” ราวกับกำลังชี้ทางสว่างให้ผม “ถามเพื่อนน้องที่คณะ”จริงด้วย ผมลืมไปเสียสนิทว่านินิวมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมด้วยนี่นา อย่างน้อยๆ เธอน่าจะติดต่อเพื่อนตัวเองบ้างล่ะนะ“อย่าใช้อารมณ์” ไอ้เกียร์ทิ้งท้ายพลางเอานิ้วชี้จิ้มขมับตัวเอง “ใช้ความคิด”“อือ”“สอนคนอื่นน่ะง่าย ทีเรื่องตัวเองดันยาก”“คนมันโมโหนี่หวา” ผมยืนเท้าเอวเสมองไปยังคนอื่นที่นั่งดื่มในโซนวีไอพี คงตกใจกับการกระทำของผมไม่มากก็น้อยละนะ ปกติโฬมคนเฟรนลี่ไม่เคยอารมณ์ร้อน ไม่เคยร้อนอกร้อนใจหรือกระวนกระวายแบบนี้มาก่อนในชีวิต ให้หลังไอ้เกียร์เดินไปผมก็ยืนระงับสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลงกว่านี้ ไม่เป็นไรโฬม พรุ่งนี้มึงไปถามเพื่อนน้องก็ได้นี่หวา“พี่โฬมคะ”กดล็อกรถเรียบร้อยเตรียมจะกลับห้อง เพราะวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น หากแต่



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



