Masukภวินท์พาหญิงสาวมาที่คอนโดสุดหรูของเขาที่ซื้อทิ้งไว้ และแวะมาพักบ้างเวลาที่ขึ้นมาติดต่องานหรือทำธุระที่กรุงเทพ ฯ
ร่างบางถูกผลักเบา ๆ ให้เดินนำเข้าไปก่อน เสียงปิดประตูตามหลังเสมือนอิสรภาพเธอที่ลอยหายไป
เวลานี้เป็นช่วงหัวค่ำ ก่อนที่จะเข้ามาคอนโด ชายหนุ่มพาเธอแวะทานอาหารเย็นมาเรียบร้อย คล้ายเตรียมพร้อมเพื่อให้เธอทำหน้าที่อย่างที่เขาต้องการ
“ไปอาบน้ำ อาไม่ชอบนอนกับคนตัวเหม็น”
“ไม่อาบ จะทำอะไรก็ทำ มันจะได้จบ ๆ ไป”
“มันไม่ง่ายอย่างที่คิดน่ะสิ ตลอดเวลาที่อาอยู่ที่นี่ นิ้งก็ต้องอยู่ หลังจากนั้นเราจะกลับบ้านไปพร้อมกัน”
“นิ้งเกลียดอาวิน” เธอเค้นเสียงบอก แววตาตัดพ้อกับการบังคับเอาแต่ใจของเขา
“อาทำให้นิ้งรักอาได้ก็แล้วกัน อยากรู้ไหมว่าจะทำยังไง ?” ร่างสูงของเขาก้าวเข้าประชิดพร้อมทั้งรั้งร่างบางเข้ามากอด แต่พิชชาภาเบี่ยงตัวหนี ดึงแขนแข็งแรงออก แล้วแย้งขึ้น
“ไหนจะให้ไปอาบน้ำ ปล่อยก่อนสิ” ชายหนุ่มยอมปล่อย มองร่างบางที่ลับหายไปทันทีที่เขาคลายอ้อมแขนอย่างคาดโทษ
เมื่อพิชชาภาออกจากห้องน้ำ ก็เห็นคุณอาหนุ่มอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเรียบร้อย ดวงหน้าคมคายดูสดชื่นขึ้น อีกทั้งผมดกดำได้รูปที่เปียกชื้นบ่งบอกว่าเขาคงไปอาบน้ำมาแล้วเช่นกัน คอนโดของเขามีหลายห้องและคงมีห้องน้ำมากกว่าหนึ่งห้องเช่นกัน
“นิ้งไม่มีเสื้อผ้า อาวินมีให้ยืมก่อนไหม” พิชชาภาข่มความอายเมื่อมองสบดวงตาสีเข้ม ที่ดูหยาดเยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นสภาพเธอในชุดคลุมอาบน้ำ หญิงสาวขยับแขนขึ้นกอดอก เมื่อสายตาเขาหยุดอยู่ตรงอกอวบนูนที่ดันเสื้อคลุมออกมาล่อสายตา
“ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ไง”
“จะบ้าเหรอ นิ้งไม่เคยนอนแก้ผ้านะ”
“มานี่มา จะหาเสื้อผ้าให้” หญิงสาวยอมเดินไปหา ตอนนี้คงไม่มีอะไรให้กลัว เธอผ่านจุดนั้นมาแล้ว ทั้งเรื่องบนเตียงและเรื่องทะเลาะกับเขา
ชายหนุ่มรวบร่างบางเข้าหาตัวอย่างแสนคิดถึง จมูกโด่งไซ้ซุกจากแก้มบางหอมกรุ่นไล่เรื่อยลงมาจนถึงลำคอระหง
“ไหนล่ะเสื้อผ้า ?” เธอท้วงเมื่อมือแข็งแรงเริ่มปัดป่ายสาบเสื้อคลุมให้แยกออกจากกันอย่างช้า ๆ
“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องใส่” ดวงตาคมกริบจดจ้องเนินอกอวบอิ่มวับแวมตรงหน้า ลำคอแห้งผากขึ้นมาทันที
พิชชาภาจะรู้บ้างไหม ว่าตั้งแต่ที่เขามีอะไรกับเธอในครั้งนั้น เขาก็ไม่สามารถนอนกับใครได้เลย ทุกครั้งจะเห็นแต่ดวงหน้าของหญิงสาว จนหมดอารมณ์กับคนอื่น สุดท้ายเขาก็ไม่เคยยุ่งกับใคร ทุกสิ่งเพื่อรอเวลานี้เท่านั้น และเธอต้องชดใช้ให้เขาอย่างสาสม
ชายหนุ่มรั้งร่างบางให้ค่อยทรุดลงนั่งบนเตียงกว้าง หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่าย ดูเหมือนเวลาที่พิชชาภาไม่ดื้อ เจ้าตัวช่างน่ารักจนเขาแทบคลั่ง
ภวินท์ก้มลงทาบริมฝีปากร้อนของตนบนเรียวปากอิ่มแดงอย่างอดใจไม่ไหว เรียวลิ้นสอดเข้าโพรงปากดุนดันทักทายกับปลายลิ้นเล็กที่ขยับตอบอย่างเงอะงะนั้น มือใหญ่รั้งแยกสายเสื้อคลุมเข้ากอบกุมทรวงอกอวบใหญ่เต็มไม้เต็มมืออย่างหวงแหน
หญิงสาวตัวสั่นเทาทั้งสัมผัสจากฝ่ามือแกร่งและรสจูบแสนหวานจนสมองเธอหมุนคว้างไปหมด
“นมนิ้งสวยมาก อาชอบ” ชายหนุ่มละจากริมฝีปากอิ่ม ดวงตาคมจ้องดอกบัวคู่งามที่ชูชันอวดสายตา หญิงสาวหน้าแดงเมื่อมองตามสายตาของเขา นอกจากจะมองมันอย่างชื่นชมแล้ว ริมฝีปากของเขาก็เข้าครอบครองมันในที่สุด
“หื้อ อาวิน” หญิงสาวร้องเรียกเสียงหวาน เมื่อความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมา
“หวาน” ชายหนุ่มชมเสียงพร่า ปากและลิ้นร้อนยังตวัดดูดอย่างหิวกระหายจนหญิงสาวไหววูบไปหมด มือบางพยายามดันหน้าของเขาออก ชายหนุ่มเลยจับมือมือบางทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือแกร่งเพียงข้างเดียวของเขา ทำให้หน้าอกอิ่มของหญิงสาวแอ่นเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะเข้าครอบครองมันอีกครั้งอย่างหลงไหล
ใช่ ! ตอนนี้เขาหลงร่างบางใต้ร่างจนแทบคลั่ง อยากจับกดให้แล้ว ๆ ไป ให้สมกับความอัดอั้นที่มีอยู่เป็นแรมปี ทว่าอีกใจสั่งให้ค่อยทะนุถนอมละเลียดไปอย่างเชื่องช้าเพราะเขายังมีเวลาอีกนาน
“อาวิน นิ้งไม่ไหว” พิชชาภาครางหือ เมื่อภวินท์ยังอ้อยอิ่งอยู่กับยอดอกสีชมพูของเธอ มือกร้านข้างหนึ่งสอดแทรกเข้ามาในซอกเขาด้านใน ไล้ลูบสอดแทรกนิ้วแกร่งเข้ากลางร่องดอกไม้กลางกายสาว จนเธอรู้สึกเสียวซ่านจวนขาดใจ
“อาอยากค่อย ๆ รักหนู” หญิงสาวส่ายหน้าจนผมหนานุ่มกระจายเต็มหมอน ดวงหน้าเรียวสวยเห่อแดง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงน่าเกลียดของตัวเอง
“อย่ากัดปากอย่างนั้น มันจะช้ำ” ภวินท์ใช้นิ้วโป้งของตนไล้ลูบบนปากอิ่มอย่างปลอบประโลม แล้วตามปิดด้วยริมฝีปากของตน กระซิบชิดปากที่เริ่มบวมเจ่อจากรสจูบของเขา
“ริมฝีปากนิ้งเป็นของอาคนเดียวเท่านั้น ทุกส่วนของนิ้งเป็นของอาทั้งหมด จำไว้” พิชชาภาอยากปฏิเสธ แต่เธอก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ เมื่อริมฝีปากเขายังประกบปิดชิดอยู่ที่ริมฝีปากเธอ
นับดาวกลั้นใจเมื่อความสากชื้นสัมผัสที่ปลายยอดถันสีชมพูเรื่อของเธอ ปลายเท้าเล็กจิกที่นอนเมื่อความเสียวซ่านค่อยไต่ระดับมากขึ้นมือบางสอดลูบเข้ากับศีรษะทุยระบายความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง จมูกโด่งและริมฝีปากร้อนชื้นค่อยไล่ลงจนหยุดที่หน้าท้องแบนราบของเธอ นับดาวถอนหายใจเมื่อสัมผัสนั้นถึงดอกไม้งามกลางกายสาวในที่สุด มือใหญ่จับแยกขาเรียวให้กว้างขึ้น ส่งลิ้นสากเข้าทักทายตามรอยแยกของกลีบดอก จนนับดาวแทบนอนไม่ติดที่นอน ในหัวขาวโพลนพร่างพราวเมื่อความรู้สึกสุขสมปะทุ “หื้อ คุณรัณ” หญิงสาวร้องคราง มือบางไขว่คว้าหาสิ่งยึดเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน จนร่างใหญ่เลื่อนขึ้นมาทาบทับร่างบอบบางอีกครั้ง มือสากจับประสานมือเรียวทั้งสองบีบแน่น เมื่อสอดใส่ความแข็งขึงเข้าหาความอุ่นอ่อนนุ่ม ที่บีบรัดทันทีเมื่อเข้าลึกจนสุดลำ ริมฝีปากร้อนบดประกบปากอิ่มเย้ายวนเมื่อเริ่มขยับโยก จากเชื่องช้าค่อยเร่งความถี่เร็วเป็นจังหวะที่สอดประสานลงตัว จนความสุขซ่านประทุปล่อยเป็นน้ำขุ่นขาวภายในตัวของหญิงสาวนับดาวรู้สึกถึงความอุ่นวาบภายในหลังจากร่างสูงใหญ่นอนทาบทับเธอลงมาทั้งตัวเมื่อถึงฝั่งฝันด้วยกันทั้งคู่ หญิงสาวตาโตเมื่อนึก
“คุณรัณคะ ปากเลอะหมดแล้ว พอก่อนค่ะ”ความสวยของเจ้าสาวทำให้ถูกเจ้าบ่าวแอบฉุดเข้ามาขโมยจูบภายในห้องหนึ่ง“เช็ดให้หน่อยสิครับ” ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อ ที่เปอะไปด้วยลิปสีหวานมาตรงหน้า จนนับดาวอดขำไม่ได้ ชายหนุ่มมองหน้าหวานซึ้งที่กระตือรือร้น บรรจงเช็ดคราบสีออกจากปากเขาอย่างแสนรักใคร่ อยากกกกอดไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ปล่อยไปไหนในที่สุดฝันของเขาก็เป็นจริง แม่นางในวรรณคดีที่เขาได้แต่มองตามเมื่อครั้งอดีต มาบัดนี้ได้นั่งเคียงตั่งรดน้ำสังข์ในชุดไทยแสนสวยอย่างที่เคยเพ้อฝันคนเดียวแล้ว “เสร็จแล้วค่ะ เช็ดให้นับด้วย ต้องไปเติมใหม่อีก อายพี่กบแย่เลย”“อายทำไมครับ ผัวจูบเมีย เป็นเรื่องปกติ ความจริงอยากทำอย่างอื่นด้วย เมื่อไรจะส่งตัวเข้าหอสักทีนะ ผมอยากรักนับ โดนแม่คุณสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ตั้งเป็นเดือน คิดถึงนับมาก” นับดาวหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขินภารัณเวอร์ชันคลั่งรัก ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน ความร้ายกาจก่อนหน้านั้นถูกฝังกลบตั้งแต่วันที่รู้ว่าชายหนุ่มก็แอบรักเธอ ไม่ต่างจากเธอที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันที่เดินชนกันครั้งแรกเช่นกัน ทว่าการแสดงออกของชายหนุ่มกลับตรงข้ามกับความรู้สึกภายใน จนเธอแทบจะสาปส่ง“นั
5 ปีก่อน“อุ๊ย / เฮ้ย !” “ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ” ในมุมอับของประตูที่เชื่อมต่อไปยังสวนของบ้านหลังใหญ่ เป็นจุดที่ทำให้สองร่างชนปะทะกัน หนึ่งนั้นสูงใหญ่แข็งแรง ทว่าอีกหนึ่งกลับบอบบางอ้อนแอ้น เลยทำให้คนที่ด้อยกว่าทางกายภาพ เซถลาเกือบวัดพื้น ถ้าไม่ได้มือแกร่งที่ดึงไว้ทันควัน นับดาวคงหงายหลังไม่เป็นท่าหญิงสาวช้อนสายตามองคนที่ทั้งช่วย และชนโครมเข้ากับตน ดวงตากลมโตที่ในวันนี้ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามอ่อนหวานแฝงด้วยความตื่นหนกเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่แต่คนช่วยกลับตาพร่าไปชั่วครู่ อกข้างซ้ายเต้นรัว อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ตลอดอายุ 30 ปี ที่เป็นเสือผู้หญิง และเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น กลับถูกสะกดงันราวต้องมนต์ดวงหน้าเรียวหวานซึ้ง ประกอบด้วยดวงตากลมโต จมูกนิดทว่าปลายรั้น กับริมฝีปากเต็มอิ่มที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน ศีรษะทุยสวยเกล้าเก็บผมเรียบตึงด้วยปิ่นปักผมสวยงาม เข้ากับต่างหูลายเดียวกันหญิงสาวสวมชุดไทยห่มสไบแบบไทยจักรีสีชมพูอ่อน เปิดบ่าข้างหนึ่งเผยให้เห็นบ่าไหล่ และแขนกลมกลึงบอบบาง ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทำเอาคนที่เจอแต่สาวสวยแบบแซ่บถึงกับตะลึงงัน นั่นเพราะภารัณไม่เคยมีสเป
นับดาวจ้องภาพตัวเองตาเขม็ง นี่มันรูปเธอเมื่อห้าปีก่อน เป็นรูปงานหมั้นที่มีเป็นร้อยรูป นอกจากนั้นยังมีรูปอื่น ๆ หลายสถานที่ หลายช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบางช่วงเวลาเธอยังจำไม่ได้เลยว่าไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง แต่มันกลับเป็นภาพที่อยู่ในเครื่องแล็ปท็อปของภารัณ และแปลกที่ไม่มีภาพหวาดเสียวระหว่างเขาและเธออย่างที่นึกกลัว ทุกภาพในนี้มีเพียงความสวยงาม สดใสของเธอทั้งสิ้น ขนาดตัวเธอเองยังสัมผัสได้ถึงทุกห้วงความสุขที่ผ่านมาที่ฉายชัดออกจากภาพถ่าย แล้วภารัณไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ?หญิงสาวขออนุญาตใช้แล็ปท็อปของเขา เพื่อส่งอีเมลแจ้งความคืบหน้าของงานที่ภารัณว่าจ้าง เพราะไม่ได้พกของตัวเองมา ชายหนุ่มใจดีอนุญาตให้เธอใช้งานได้ แต่กลับเป็นเธอที่เสียมารยาทเปิดดูข้อมูลของเขา แค่เห็นชื่อไฟล์ว่า 'เธอคือดวงดาว' มือบางพลันกดเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ว่าคืออะไร “แอบดูข้อมูลคนอื่นแบบนี้ นิสัยไม่ดีรู้ไหม ?” เสียงห้าวข้างหูบอบบาง พร้อมกับวงแขนกว้างที่ถือวิสาสะโอบกอดร่างเธอไว้ ไม่พอเท่านั้น ปลายจมูกโด่งยังกดลงบนแก้มนุ่ม และมีทีท่าว่าจะไถลมาที่ปากอิ่มของเธอ นับดาวรีบตะครุบมือและดันตัวออกจาก แต่ติดเก้าอี้และเรือนร่างแกร่งที่ขวาง
นับดาวผินหน้าเรียวออกด้านซ้าย มองทิวทัศน์ที่รถเคลื่อนผ่าน ไม่อยากมองคนข้าง ๆ ที่ขับรถผิวปากอย่างอารมณ์ดี แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน เธอก็ร้อนวูบไปทั้งหน้า เพราะมันเลยเถิดอีกแล้ว เธอไม่น่าปล่อยตัวไปใจกับเขาเลยหลังจากที่ปล่อยกายใจไปกับสัมผัสและรสจูบไปชั่วครู่ ชายหนุ่มพาเธอออกมาจากคลับเลาจน์ทั้งที่ยังไม่ครบชั่วโมงอย่างที่ตกลงกันไว้ และเป็นเธอเองที่ยินยอมพร้อมใจเดินเข้าไปในห้องพักที่ไม่ใช่ห้องของตน ยอมตามใจให้เขาแทบทุกอย่าง จากนั้นก็มานั่งเจ็บใจตัวเองอยู่อย่างนี้กว่าชั่วโมงรถ SUV คันหรู ก็จอดนิ่งตามพิกัดที่ชายหนุ่มตั้งไว้ คิ้วเรียวของนับดาวชนกันเมื่อมองรอบตัว มือบางรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถ กวาดตามองขุนเขาตระหง่านซับซ้อนอันแสนคุ้นสายตา“ตรงนี้ที่ดินของคุณเหรอคะ ?”“ใช่ เพิ่งซื้อมาไม่นานนี่เอง เจ้าของที่ดินคนเก่าบอกว่า ตอนกลางคืนที่นี่จะเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า สวยมาก แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน คืนนี้ว่าจะเปิดที่พักใกล้ ๆ แถวนี้นอน ช่วงดึกจะขับรถออกมาดูอีกรอบ”“คุณซื้อที่ผืนนี้จากคุณพ่อฉันใช่ไหมคะ” นับดาวกลั้นใจถาม แม้พอรู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะมีช่วงหนึ่งที่ภารัณและบิดาเธอนัดเจอกันบ่อย ๆ ส่วนหน
“เชิญคุณนับดาว เข้ามาในห้องก่อนครับ ยืนตรงนั้นคุยไม่สะดวก” นับดาวที่กำลังจะโวยวายต้องชะงัก มองอีกฝ่ายอย่างกังขา ว่าเขาจะมาไม้ไหน ทว่าใบหน้าเย็นชาราบเรียบกลับไม่แสดงอะไร จนดูเหมือนไม่ใช่ภารัณคนเดิม หรือเขายุติเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับเธอแล้ว รักษาสัญญา รักษาคำพูดอย่างนั้นเหรอ ? หญิงสาวจึงยอมเดินตามร่างสูงมาหยุดบริเวณโซนของห้องรับแขกที่แยกออกมา แต่ชายหนุ่มตรงไปที่บาร์เครื่องดื่ม เพื่อรินน้ำสีเข้มลงในแก้ว“ดื่มอะไรดีครับ ไวน์มั้ย ?”“ไม่ค่ะ ขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มรินของตัวเองเรียบร้อยก็คว้าแก้ว พร้อมขวดน้ำดื่มมาวางให้ตรงโต๊ะกลางด้านหน้าเธอ “พอดีเลขาผมต้องไปติดต่องานอื่นที่เชียงใหม่ ผมเลยต้องมาที่นี่แทน”“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ด้วยยังไม่แน่ใจกับท่าทีของเขา“ที่เรียกมาก็เพราะอยากคุยงานคร่าว ๆ ก่อน” ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ พร้อมกับเอนร่างหนาพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย“ค่ะ ว่ามาเลย ไม่ทราบว่าคุณคิดออกหรือยังคะ ว่าต้องการคอนเซ็ปต์แบบไหน”“เอาจริงนะ ผมก็ยังไม่เคยเห็นพื้นที่จริงเหมือนกัน แล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน”“ถ้าอย่างนั้นเราไปดูหน้างานก่อนก็ได้ค่ะ ค่อยว่ากันอี







