Masuk
ณ ผับหรูของเวกัส
" คุณวิคขาคืนนี้ให้โยอยู่เป็นเพื่อนนะคะ " โยษิตานางแบบสาวดาวรุ่งอายุ 25 ปีเท่ากันกับวิคเตอร์ในตอนนี้เธอได้รับแรงผลักดันจากเขาเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เขาจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณของเธอและเป็นคนที่เธอแอบหลงรักมาโดยตลอดด้วย " อืม ได้สิคนสวยถ้าเป็นคุณผมยอมอยู่แล้ว " วชิรวิทย์หรือวิคเตอร์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ในวัยเพียง 25 ปีพูดออกมา ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่แล้ว ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และยังไม่คิดที่จะหยุดอยู่ที่ใคร วิคเตอร์พูดคุยกับนางแบบสาวอยู่เพียงแค่สองคนบนโซฟากว้างโดยที่เพื่อนอีกสามคนของเขาอย่างแมน อานนท์และไตรภพพวกเขาเป็นเหมือนสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าธาตุอากาศอยู่ในตอนนี้ " เบาๆ หน่อยสิวะตรงนี้ยังมีพวกกูอยู่นะเว้ย " ไตรภพเอ่ยออกมาทันทีเมื่อนางแบบสาวคนนี้แทบจะกลืนกินเพื่อนของเขาเข้าไปอยู่แล้ว " เออจริง เดี๋ยวค่อยไปมีความสุขกันก็ได้นี่หว่า มาๆ ชนแก้วกันก่อน ไม่เมาไม่มันส์นะเว้ย " แมนรีบเอ่ยปากชวนทันทีก่อนที่พวกเขาจะได้กินเหล้ากันแค่ 3 คนเพราะสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่กำลังจะไปกินกันเองเสียแล้ว ทั้งหมดจึงกระดกแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในแก้วจนหมดเพียงรวดเดียวราวกับว่าเครื่องดื่มนี้ไม่มีรสขมอยู่เลย " ว่าแต่คืนนี้วันเกิดน้องมิรินไม่ใช่หรอวะ " อานนท์ที่จำได้เพราะวันนี้ของปีที่แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือมิรินนักศึกษาสาวสวยที่ตอนนี้เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเธอก็จะจบการศึกษาแล้ว " มิรินไหนคะ " โยษิตาทำท่าทางใสซื่อไม่รู้เรื่องทั้งที่เธอสืบเรื่องนี้มาจนกระจ่างแล้วอีกทั้งวันนี้เธอยังตั้งใจนัดวิคเตอร์พร้อมกับจงใจนัดนังเด็กนั่นมาที่นี่ด้วย วิคเตอร์ช่วงนี้เขางานยุ่งมากจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มิรินคือสาวน้อยในสต๊อกของเขาอีกคนแต่เธอเป็นเด็กน่ารักเขาจึงคบกับเธอเอาไว้อย่างนั้นแต่ไม่ได้มีความเร่าร้อนในชีวิตเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น มิรินก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นในสต๊อกของเขาที่เขาไม่คิดจะสนใจเพราะเขาได้คบกับเธอแบบฟลุ๊คๆ หากเธอไม่ได้ชอบเขาเขาก็พร้อมที่จะปล่อยไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่เหมาะกับการมีครอบครัวหรอกนะเขายังไม่พร้อม " กูลืมว่ะ เอาเถอะเดี๋ยวไว้วันหลังค่อยพาเธอไปฉลองก็ได้ " วิคเตอร์ตอบอานนท์ออกไปแบบไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่ในนั้นเลยสักนิด " แฟนหรอคะวิค " โยษิตาเมื่อมองออกไปนอกประตูเธอเห็นเงาตะคุ่มของคนที่ยืนแอบฟังอยู่เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าคนนั้นต้องเป็นมิรินแน่นอน ถึงแม้ว่าวิคเตอร์จะไม่ได้ชอบมันแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาให้ความสำคัญกับมันอยู่ไม่น้อยและในวันนี้แหละเธอจะเขี่ยมันให้พ้นทาง " เปล่าครับ เด็กในสต๊อกน่ะไม่มีอะไรหรอก ไม่ได้จริงจังอะไร " วิคเตอร์พูดออกมาแบบนั้นด้วยความที่เธอยังเป็นเด็กนักศึกษาและเขากับเธอก็ทำเพียงแค่คุยกันเท่านั้นแม้จะเป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปีแล้วก็ตาม เขาคุยกับเธอตั้งแต่เธออยู่ปี 1 จนตอนนี้เธอจะจบปี 4 แล้วความสัมพันธ์ของเขาและเธอยังเป็นแค่คนคุยกันอยู่เลยเพียงแต่ว่าเขาคุยกับเธอทุกวันแบบไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง โยษิตาทำหน้าเศร้าแบบไม่จริงจังนักทั้งที่ในแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกายด้วยความสุข คำตอบนี้ของเขามันต้องทำให้ยัยเด็กนั่นในวัยแค่ 22 ปีคิดได้แน่นอน " อ่าว กูก็นึกว่านั่นคือตัวจริงของมึงเห็นคบมาตั้งนาน ผู้หญิงคนไหนของมึงก็ไม่เกิน 2-3 เดือนสักคน กูเห็นมีแค่คนนี้ที่คุยกันมาได้ถึง 3 ปีกูกำลังจะเรียกพี่สะใภ้เบรกไว้เกือบไม่ทัน " คราวนี้แมนพูดขึ้นมาด้วยความงงเล็กน้อยเขาก็เห็นทั้งวิคเตอร์และมิรินไปไหนมาไหนด้วยกันก็ดูน่ารักดีเขายังแอบคิดว่ามันชอบเธอมากอยู่เลย " กูไม่มีแฟนพวกมึงก็รู้ อายุแค่นี้จะจริงจังไปทำไมคุยได้ก็คุยคบไม่ได้ก็เลิก ดูสิวันนี้กูอยู่กับโยษิตาพรุ่งนี้กูอาจอยู่กับใครก็ได้ " วิคเตอร์บอกเพื่อนออกไปพร้อมกับยกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือกระดกจนหมดแก้วอีกครั้ง " ขนาดนั้นเลยหรอวะ " ไตรภพที่ถามออกไปพร้อมกับมองไปที่ประตูแล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นเงาเล็กๆ นั้นอยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยออกมาวิคเตอร์ก็พูดออกมาเสียก่อน " ขนาดนั้นแหละ กูยังไม่พร้อมที่จะมีใครเป็นตัวเป็นตน นิสัยของกูตอนนี้ดูแลใครไม่ได้หรอก แล้วเด็กนั่นก็เด็กเกินไปสำหรับกู อีกทั้งใสซื่อจนกูไม่กล้าทำอะไรด้วยซ้ำ " วิคเตอร์ถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่อยู่กับเธอแม้ว่าเขาอยากจะทำอะไรไปมากกว่าการจับมือถือแขนแต่ก็ไม่อาจหักหาญน้ำใจของเธอนั่นเพราะเธอดีเกินไปจริงๆ " เอ่อ...มึงดูนั่น " ไตรภพชี้ไปที่เงาหน้าประตูวิคเตอร์จึงมองตามไปเเขาเห็นแค่เงาก็พอรู้แล้วว่าคนนั้นเป็นใคร " มิริน " วิคเตอร์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงคำพูดของตัวเองเธอจะได้ยินมันหรือเปล่านะ ส่วนมิรินเธอเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับเค้กปอนด์เล็กๆ ที่ถือมาด้วย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของเธอแต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครต้องซื้อให้หรือให้ความสำคัญเพียงแต่ว่าวันนี้เธออยากเป่าเค้กร่วมกันกับเขาเธอเห็นเขาส่งข้อความมาบอกให้เธอมาที่นี่ แต่พอมาถึงไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากปากเขาจริงๆ ความรักที่เธอมีให้เขาเต็มร้อยตอนนี้มันลดลงไปเหลือศูนย์แบบอัตโนมัติ ที่ผ่านมาเธอจริงจังกับเขาแค่ฝ่ายเดียวสินะ " จริงๆ ถ้าคุณมีคนสำคัญนั่งด้วยอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องส่งข้อความไปบอกให้มิรินมาที่นี่เลยหนิคะ ทำแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่า " เมื่อมิรินเดินมาเผชิญหน้าวิคเตอร์ขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ เขาไปส่งข้อความหาเธอตอนไหนกัน เขาจึงได้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทแต่ทุกคนก็ส่ายหน้าเหมือนกันหมดเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน " พี่ไม่ได้ส่ง " วิคเตอร์ตอบออกไปเพียงสั้นๆ เป็นการแก้ตัวกับคำพูดที่ดูห่างเหินจากที่เธอเคยเรียกพี่กลายเป็นคุณไปเสียแล้วแต่มิรินเธอกลับคิดว่าเขาทำเพียงแค่ต้องการให้เธอมาเห็นภาพนี้และต้องการไล่เธอออกไปให้พ้นจากชีวิตเขาโดยที่ไม่ต้องพูดสินะ " แหม ช่างไร้เดียงสาจังเลยนะจ๊ะน้องมิริน ไม่เอาสิคะโตแล้วไม่ร้องนะ น้องยังเด็กจะจริงจังอะไรกับความสัมพันธ์แค่ฉาบฉวยแบบนี้ล่ะคะ " โยษิตารีบยุยงให้มิรินคิดแบบนั้นเพราะวิคเตอร์เธอจองเอาไว้แล้วและจะไม่มีใครมาแย่งได้ และตอนนี้นังเด็กนั่นกำลังจะเรียกคะแนนความสงสารด้วยการร้องไห้เธอไม่ยอมหรอกนะ มิรินพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความโง่งมของตัวเองพร้อมกับตัดสินใจขั้นเด็ดขาด " เราเลิกกัน จากนี้ต่อไปเจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องทักนะคะ รังเกียจ! "ในตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากมิรินเลยสักคำ วิคเตอร์จึงคุกเข่าลงตรงหน้าเธอพร้อมกับมอบช่อดอกไม้ให้แต่มิรินยังไม่ยอมรับไว้เธอยังยืนนิ่งมองเขาที่ส่งสายตาละห้อยมาให้ " คนดีพี่รู้นะว่าที่ผ่านมาพี่ทำไม่ดีกับเธอเอาไว้มาก พี่อยากจะขอโทษและขอโอกาสจากเธออีกสักครั้งให้เราได้เริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมครับ พี่สัญญาว่าต่อจากนี้พี่จะตั้งใจรักเธอให้ดีไม่ให้เธอต้องเสียใจอีก แต่งงานกับพี่นะ " มิรินน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อได้ฟังคำนั้นจากปากเขา คำที่เธอเคยเฝ้ารอที่จะได้ยินมันมาตลอดแต่เขากลับมาพูดในตอนที่เธอไม่มีความหวังกับเรื่องนี้แล้วหรือเขาตั้งใจจะเอาคืนเธอถ้าหากเป็นแบบนั้นรอบนี้เธอคงต้องตายจริงๆ แน่นอน " แล้วคุณพาไลคู่หมั้นของพี่ล่ะคะ พี่ทำแบบนี้แล้วเธอจะรู้สึกยังไง มิรินไม่อยากเป็นมือที่สามของใครหรอกนะคะ " ด้วยความที่เป็นผู้หญิงด้วยกันเธอเองไม่ได้อยากแย่งแฟนของใครหรอกนะลูกคนเดียวเธอก็สามารถเลี้ยงให้เติบโตอย่างมีคุณภาพได้ " พี่กับพาไลเราไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ พี่รู้จักเธอแค่วันนั้นวันเดียวมัมพาเธอมาที่บ้านแล้วหลังจากคืนนั้นพี่ก็ปฏิเสธเธอกับแม่ของเธอไปแล้วเรื่องของเราก็ไม่ได้สานต่อ พี่มีแค่
วันนี้คือวันสิ้นปีที่ใครหลายคนมีความสุขกันแตกต่างจากมิรินที่ไม่ได้รู้สึกถึงความสุขนั่นเลย เธอลูบท้องน้อยๆ ของตัวเองเบาๆ เพื่อทักทายลูกของเธอที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นทุกวัน เธอเจ็บจากพ่อของลูกแต่ก็ยังยิ้มได้ทุกวันนี้เพราะลูกที่อยู่ในท้องนี่แหละ" ลูกจ๋าแม่รอวันที่เราสองคนจะได้เจอกันอยู่นะ " มิรินบอกพร้อมกับมองออกไปรอบๆ สวนสาธารณะที่เธอมานั่งเล่นเป็นประจำ ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองมีเด็กอยู่ในร่างกายเธอก็พยายามดูแลตัวเองเป็นอย่างดีพร้อมกับเงินเก็บก้อนโตที่ตัวเองเก็บมาทั้งชีวิตเธอกะว่าจะหยุดงานสักปีสองปีเพื่อดูแลเขาให้ได้เต็มที่ ตอนนี้โปรเจคตกแต่งภายในของคฤหาสน์วชิรวิทย์ก็ได้จบลงไปแล้ว ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ว่างงานเพราะตัดสินใจลาออกจากบริษัทเธอไม่อยากเครียดไม่อยากกดดันจากอะไรทั้งนั้นอยากตั้งใจดูแลเจ้าตัวเล็กเป็นอย่างดี ในระหว่างที่เธอกำลังคิดอะไรเพลินๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น" พี่มิรินคืนนี้เรามาฉลองคืนข้ามปีด้วยกันนะคะ แป้งจองร้านอาหารเอาไว้แล้วบรรยากาศดีมากเลยค่ะเราออกมาดูพลุข้ามปีด้วยกันนะ จะได้พาหลานออกมาเปิดหูเปิดตาไงคะพี่ดาวก็จะมาด้วยกันเดี๋ยวแป้งกับพี่ดาวไปรับ " แป้งร่
เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์เต็มๆ ที่มิรินไม่มาหาเขาที่บริษัทเลยจนตอนนี้เขาหงุดหงิดและพาลทุกคนไปหมดแม้แต่เลขาหน้าห้องก็ยังเข้าหน้าเขาแทบไม่ติดไม่ว่าใครจะส่งงานแบบไหนมาทั้งที่มันดีอยู่แล้วเขาก็สั่งแกยับอย่างคนเอาแต่ใจจนพนักงานในบริษัทเริ่มกลัวเขาไปหมด " ทำอะไรของเธออยู่นะหายไปเลย " เขาต่อสายหาเลขาหน้าห้องทันทีและแตงโมก็รีบรับสายเพราะช่วงหลังมานี้เธอทำอะไรก็ไม่ถูกใจผู้เป็นเจ้านายเอาเสียเลยหงุดหงิดเหมือนกับคนท้องไม่มีผิด " คุณแตงโมเช็คให้ผมหน่อยว่าวันนี้คุณมิรินได้เข้าไปทำงานที่บ้านของผมหรือเปล่า "" ได้ค่ะสักครู่นะคะ " เวลาผ่านไปไม่นานแตงโมจึงเข้ามารายงานเจ้านายว่าวันนี้คุณมิรินไม่ได้เข้าไปที่นั่น นั่นยิ่งทำให้วิคเตอร์กระวนกระวายใจจนไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ได้อีกต่อไป " พวกมึงว่างไหมวะออกมาดื่มเป็นเพื่อนกูหน่อย " วิคเตอร์ตัดสินใจพิมพ์เข้าไปในแชทกลุ่มแล้วทุกคนก็เปิดอ่านพร้อมกัน นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เขาตัดสินใจออกไปเที่ยวกลางคืนอีกครั้งเพราะตลอดมาเขาเอาแต่ทำงานอย่างบ้าคลั่งแต่ตอนนี้เขาเอาแต่คิดเรื่องมิรินจนจะเป็นบ้าจริงๆ อยู่แล้ว " ได้ เย็นนี้เจอกันร้านประจำของเราเดี๋ยวกูขอ
มิรินมายืนอยู่หน้าบริษัทของวิคเตอร์อีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอมาด้วยอาการประหม่าเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าคำตอบที่ได้รับมันจะออกมายังไง เธอเดินมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้องของเขาก็เจอกับคุณแตงโมเลขาหน้าห้องที่เธอคุ้นเคย " อ้าว คุณมิรินมาหาคุณวิคหรอคะ เอ๊ะเหมือนจะไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าเลยใช่ไหมคะ " แตงโมถามพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้เธอเองก็ลำบากใจที่จะปฏิเสธเพราะก่อนหน้านี้คุณวิคเตอร์ได้กำชับเอาไว้ว่าถ้าหากคุณมิรินมาและไม่ได้นัดล่วงหน้าจะไม่ให้เข้าพบ " ค่ะ มิรินไม่ได้นัดไว้เลยค่ะรบกวนคุณแตงโมถามคุณวิคเตอร์ให้หน่อยได้ไหมคะว่าพอจะมีเวลาว่างสักครู่ไหม " แตงโมมองหน้าของมาลิตาที่ตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นักจึงตัดสินใจต่อสายหาเจ้านายของตัวเองทันทีทั้งที่ท่านสั่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมกับกดเปิดลำโพงเพื่อให้มาลิตาได้ฟังไปพร้อมกัน " คุณวิคคะคุณมิรินมาขอพบค่ะ "" ได้นัดไว้หรือเปล่าครับ " วิคเตอร์ถามออกไปเขาจำได้ว่าไม่ได้นัดเธอเอาไว้แต่ก็ดีใจที่เธอมาหาเพราะเขาก็คิดถึงเธอแทบขาดใจแล้วเหมือนกันไม่ได้เจอกับเธอแค่วันเดียวรู้สึกคิดถึงบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องทำเป็นเข้มสงวนท่าทีเอาไว้ " ไม่
เช้าวันต่อมาที่มิรินตื่นมาอย่างงัวเงีย เธอรู้สึกไม่สดชื่นเอาเสียเลยมันพะอืดพะอมไปหมดหรือเป็นเพราะเมื่อคืนเธอดื่มมากเกินไป เธอพยายามพาร่างกายที่แทบไม่ไหวของตัวเองเข้าไปอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยจากนั้นจึงเรียกดาวรุ่งให้มารับเพราะเธอไม่สามารถไปเองได้ด้วยความที่ปวดหัวมากเกินไปอีกทั้งยังรู้สึกจะอ้วกอยู่ตลอดเวลา เมื่อดาวรุ่งมาถึงทันทีที่เธอเปิดประตูโลกทั้งใบก็ดับมืดลงไปเลย " เฮ้ย! มิริน!!! " ดาวรุ่งรีบขอความช่วยเหลือจากนิติของคอนโดให้มาช่วยพยุงตัวของมิรินขึ้นรถเก๋งของเธอเพื่อพาเพื่อนสาวไปยังโรงพยาบาลจากนั้นจึงส่งข้อความหาแป้งร่ำในขณะที่รอมิรินในห้องฉุกเฉิน แป้งร่ำที่เห็นข้อความแล้วจึงรีบมาที่นี่ทันทีพร้อมกับอานนท์เพราะทุกเช้าอานนท์ต้องแวะไปส่งเธอที่ทำงานก่อนที่เขาจะไปทำงานของตัวเองเสมอ " พี่ดาวพี่มิรินเป็นยังไงบ้างคะแป้งตกใจหมดเลย " แป้งร่ำที่วิ่งมาอย่างหน้าตาตื่นรีบถามทันทีปกติพี่มิรินแข็งแรงจะตายตั้งแต่เธอทำงานด้วยมาตั้งหลายปียังไม่เคยเห็นเป็นลมแบบนี้เลยสักครั้งแล้วตอนนี้ดาวรุ่งก็ใบหน้าไม่สู้ดีนัก" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันหมอยังไม่ออกมาเลย ตอนพี่เปิดประตูเข้าไปยัยมิรินก็สลบพอดีหน้
อยู่ๆ ไฟในงานก็ดับมืดลงพร้อมกันกับที่เสียงเพลงอวยพรวันเกิดได้ดังขึ้น วิคเตอร์หันไปตามแสงเทียนที่เขาคิดว่าคนที่ถือมาอาจจะเป็นคนที่เขาคิดเอาไว้แต่กลับไม่ใช่เลย เมื่อคนที่ถือเค้กมคือพาไล เมื่อเพลงอวยพรวันเกิดจบลงแสงไฟจึงสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง " สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่วิค พาไลขอให้พี่มีความสุขมากๆ นะคะ อธิษฐานแล้วเป่าเค้กนะ " วิคเตอร์ยิ้มรับเพราะคนในงานนั้นมีมากมายหากเขาทำหน้าบูดบึ้งก็ใช่เรื่อง เขาจึงหลับตาลงแล้วอธิษฐานในสิ่งที่อยากได้ซึ่งก็มีอยู่แค่เรื่องเดียวที่ใจของเขาจดจ่ออยู่ในตอนนี้นั่นก็คือเรื่องของมิริน หลังจากนั้นจึงลืมตาแล้วเป่าเทียนจนไฟที่สว่างไสวบนเค้กดับมอดไปหมด " เย้!!!! " เสียงเฮฮาดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างครึกครื้นพร้อมกันกับที่แต่ละคนมอบของขวัญวันเกิดให้กับเขา เขารับของขวัญอย่างไม่หวาดไม่ไหวโดยมีพาไลที่เป็นคนรับหน้าที่เอาของขวัญที่เขาได้จนล้นมือไปวางไว้ให้ มิรินที่ลงมาถึงหน้างานเป็นจังหวะเดียวกันที่ไฟดับลงมืดสนิทพอดีเธอยืนดูอยู่ห่างๆ จึงได้เห็นว่าคนสำคัญของเขาอย่างคุณพาไลกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาจริงๆ และการที่เธอมองอยู่ไกลๆ แบบนี้เลยได้เห็นว่าเขาสองคนเห
มิรินวิ่งออกมาจากร้านนั้นพร้อมกับเค้กที่อยู่ในมือ เธอไม่ยอมทิ้งมันไปหรอกนะซื้อมาแพงขนาดนี้ยังไงวันนี้เธอต้องได้เป่าเค้กวันเกิดแน่นอนแม้ไม่มีเขา ในขณะที่น้ำตาก็ยังไหลอาบแก้มไม่หยุดเธอก็รีบต่อสายหาเพื่อนสนิทอย่างดาวรุ่งทันที " ยัยดาว แกอยู่ไหนออกมาหาที่คอนโดหน่อยได้ไหม อึก... " เสียงสะอื้นปน
ดาวรุ่งทนมองเห็นผู้ชายที่หน้าด้านสองคนนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเธอจึงพูดตอบขึ้นมาแทนเพื่อนสาวของตัวเอง " ไม่สะดวกค่ะ วันนี้อยากนั่งกันแค่เรา " ดาวรุ่งเอ่ยปากไล่ทางอ้อมทันที เธอรู้ดีว่าอานนท์คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เพื่อนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ในเวลางานแต่ในอนาคตก็ยังต้องเจอกัน
" ไอ้วิคมึงรู้ไหมว่าวันนี้กูไปเจอใครมา " อานนท์รีบถามเข้าประเด็นทันทีที่วิคเตอร์มาถึงผับที่นัดกันไว้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกล่ำแล้วถลกแขนเสื้อขึ้นมาครึ่งหนึ่งเพื่อความสบายพร้อมกับกางเกงสแล็คผ้าเนื้อดีเพราะเขาเพิ่งออกมาจากออฟฟิศแล้วดิ่งตรงมาเลย วิคเตอร์ในตอนน
5 ปีต่อมา บริษัท ที่นี่ปังมากทรัพย์สิน จำกัด บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในตามโครงการใหญ่ๆ และทุกบ้านที่ต้องการความสวยงาม" พี่มิรินแป้งตื่นเต้นจังเลยค่ะวันนี้เป็นวันแรกที่ได้ออกมานอกสถานที่แบบนี้ " แป้งร่ำสาวน้อยนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่อายุ 23 ปีก่อนหน้านี้เธอมาฝึกงานที่นี่แล้วก็เป็นลูกน้องของส







