Se connecter
ณ ผับหรูของเวกัส
" คุณวิคขาคืนนี้ให้โยอยู่เป็นเพื่อนนะคะ " โยษิตานางแบบสาวดาวรุ่งอายุ 25 ปีเท่ากันกับวิคเตอร์ในตอนนี้เธอได้รับแรงผลักดันจากเขาเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เขาจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณของเธอและเป็นคนที่เธอแอบหลงรักมาโดยตลอดด้วย " อืม ได้สิคนสวยถ้าเป็นคุณผมยอมอยู่แล้ว " วชิรวิทย์หรือวิคเตอร์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ในวัยเพียง 25 ปีพูดออกมา ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่แล้ว ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และยังไม่คิดที่จะหยุดอยู่ที่ใคร วิคเตอร์พูดคุยกับนางแบบสาวอยู่เพียงแค่สองคนบนโซฟากว้างโดยที่เพื่อนอีกสามคนของเขาอย่างแมน อานนท์และไตรภพพวกเขาเป็นเหมือนสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าธาตุอากาศอยู่ในตอนนี้ " เบาๆ หน่อยสิวะตรงนี้ยังมีพวกกูอยู่นะเว้ย " ไตรภพเอ่ยออกมาทันทีเมื่อนางแบบสาวคนนี้แทบจะกลืนกินเพื่อนของเขาเข้าไปอยู่แล้ว " เออจริง เดี๋ยวค่อยไปมีความสุขกันก็ได้นี่หว่า มาๆ ชนแก้วกันก่อน ไม่เมาไม่มันส์นะเว้ย " แมนรีบเอ่ยปากชวนทันทีก่อนที่พวกเขาจะได้กินเหล้ากันแค่ 3 คนเพราะสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่กำลังจะไปกินกันเองเสียแล้ว ทั้งหมดจึงกระดกแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในแก้วจนหมดเพียงรวดเดียวราวกับว่าเครื่องดื่มนี้ไม่มีรสขมอยู่เลย " ว่าแต่คืนนี้วันเกิดน้องมิรินไม่ใช่หรอวะ " อานนท์ที่จำได้เพราะวันนี้ของปีที่แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือมิรินนักศึกษาสาวสวยที่ตอนนี้เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเธอก็จะจบการศึกษาแล้ว " มิรินไหนคะ " โยษิตาทำท่าทางใสซื่อไม่รู้เรื่องทั้งที่เธอสืบเรื่องนี้มาจนกระจ่างแล้วอีกทั้งวันนี้เธอยังตั้งใจนัดวิคเตอร์พร้อมกับจงใจนัดนังเด็กนั่นมาที่นี่ด้วย วิคเตอร์ช่วงนี้เขางานยุ่งมากจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มิรินคือสาวน้อยในสต๊อกของเขาอีกคนแต่เธอเป็นเด็กน่ารักเขาจึงคบกับเธอเอาไว้อย่างนั้นแต่ไม่ได้มีความเร่าร้อนในชีวิตเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น มิรินก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นในสต๊อกของเขาที่เขาไม่คิดจะสนใจเพราะเขาได้คบกับเธอแบบฟลุ๊คๆ หากเธอไม่ได้ชอบเขาเขาก็พร้อมที่จะปล่อยไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่เหมาะกับการมีครอบครัวหรอกนะเขายังไม่พร้อม " กูลืมว่ะ เอาเถอะเดี๋ยวไว้วันหลังค่อยพาเธอไปฉลองก็ได้ " วิคเตอร์ตอบอานนท์ออกไปแบบไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่ในนั้นเลยสักนิด " แฟนหรอคะวิค " โยษิตาเมื่อมองออกไปนอกประตูเธอเห็นเงาตะคุ่มของคนที่ยืนแอบฟังอยู่เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าคนนั้นต้องเป็นมิรินแน่นอน ถึงแม้ว่าวิคเตอร์จะไม่ได้ชอบมันแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาให้ความสำคัญกับมันอยู่ไม่น้อยและในวันนี้แหละเธอจะเขี่ยมันให้พ้นทาง " เปล่าครับ เด็กในสต๊อกน่ะไม่มีอะไรหรอก ไม่ได้จริงจังอะไร " วิคเตอร์พูดออกมาแบบนั้นด้วยความที่เธอยังเป็นเด็กนักศึกษาและเขากับเธอก็ทำเพียงแค่คุยกันเท่านั้นแม้จะเป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปีแล้วก็ตาม เขาคุยกับเธอตั้งแต่เธออยู่ปี 1 จนตอนนี้เธอจะจบปี 4 แล้วความสัมพันธ์ของเขาและเธอยังเป็นแค่คนคุยกันอยู่เลยเพียงแต่ว่าเขาคุยกับเธอทุกวันแบบไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง โยษิตาทำหน้าเศร้าแบบไม่จริงจังนักทั้งที่ในแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกายด้วยความสุข คำตอบนี้ของเขามันต้องทำให้ยัยเด็กนั่นในวัยแค่ 22 ปีคิดได้แน่นอน " อ่าว กูก็นึกว่านั่นคือตัวจริงของมึงเห็นคบมาตั้งนาน ผู้หญิงคนไหนของมึงก็ไม่เกิน 2-3 เดือนสักคน กูเห็นมีแค่คนนี้ที่คุยกันมาได้ถึง 3 ปีกูกำลังจะเรียกพี่สะใภ้เบรกไว้เกือบไม่ทัน " คราวนี้แมนพูดขึ้นมาด้วยความงงเล็กน้อยเขาก็เห็นทั้งวิคเตอร์และมิรินไปไหนมาไหนด้วยกันก็ดูน่ารักดีเขายังแอบคิดว่ามันชอบเธอมากอยู่เลย " กูไม่มีแฟนพวกมึงก็รู้ อายุแค่นี้จะจริงจังไปทำไมคุยได้ก็คุยคบไม่ได้ก็เลิก ดูสิวันนี้กูอยู่กับโยษิตาพรุ่งนี้กูอาจอยู่กับใครก็ได้ " วิคเตอร์บอกเพื่อนออกไปพร้อมกับยกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือกระดกจนหมดแก้วอีกครั้ง " ขนาดนั้นเลยหรอวะ " ไตรภพที่ถามออกไปพร้อมกับมองไปที่ประตูแล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นเงาเล็กๆ นั้นอยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยออกมาวิคเตอร์ก็พูดออกมาเสียก่อน " ขนาดนั้นแหละ กูยังไม่พร้อมที่จะมีใครเป็นตัวเป็นตน นิสัยของกูตอนนี้ดูแลใครไม่ได้หรอก แล้วเด็กนั่นก็เด็กเกินไปสำหรับกู อีกทั้งใสซื่อจนกูไม่กล้าทำอะไรด้วยซ้ำ " วิคเตอร์ถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่อยู่กับเธอแม้ว่าเขาอยากจะทำอะไรไปมากกว่าการจับมือถือแขนแต่ก็ไม่อาจหักหาญน้ำใจของเธอนั่นเพราะเธอดีเกินไปจริงๆ " เอ่อ...มึงดูนั่น " ไตรภพชี้ไปที่เงาหน้าประตูวิคเตอร์จึงมองตามไปเเขาเห็นแค่เงาก็พอรู้แล้วว่าคนนั้นเป็นใคร " มิริน " วิคเตอร์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงคำพูดของตัวเองเธอจะได้ยินมันหรือเปล่านะ ส่วนมิรินเธอเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับเค้กปอนด์เล็กๆ ที่ถือมาด้วย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของเธอแต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครต้องซื้อให้หรือให้ความสำคัญเพียงแต่ว่าวันนี้เธออยากเป่าเค้กร่วมกันกับเขาเธอเห็นเขาส่งข้อความมาบอกให้เธอมาที่นี่ แต่พอมาถึงไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากปากเขาจริงๆ ความรักที่เธอมีให้เขาเต็มร้อยตอนนี้มันลดลงไปเหลือศูนย์แบบอัตโนมัติ ที่ผ่านมาเธอจริงจังกับเขาแค่ฝ่ายเดียวสินะ " จริงๆ ถ้าคุณมีคนสำคัญนั่งด้วยอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องส่งข้อความไปบอกให้มิรินมาที่นี่เลยหนิคะ ทำแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่า " เมื่อมิรินเดินมาเผชิญหน้าวิคเตอร์ขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ เขาไปส่งข้อความหาเธอตอนไหนกัน เขาจึงได้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทแต่ทุกคนก็ส่ายหน้าเหมือนกันหมดเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน " พี่ไม่ได้ส่ง " วิคเตอร์ตอบออกไปเพียงสั้นๆ เป็นการแก้ตัวกับคำพูดที่ดูห่างเหินจากที่เธอเคยเรียกพี่กลายเป็นคุณไปเสียแล้วแต่มิรินเธอกลับคิดว่าเขาทำเพียงแค่ต้องการให้เธอมาเห็นภาพนี้และต้องการไล่เธอออกไปให้พ้นจากชีวิตเขาโดยที่ไม่ต้องพูดสินะ " แหม ช่างไร้เดียงสาจังเลยนะจ๊ะน้องมิริน ไม่เอาสิคะโตแล้วไม่ร้องนะ น้องยังเด็กจะจริงจังอะไรกับความสัมพันธ์แค่ฉาบฉวยแบบนี้ล่ะคะ " โยษิตารีบยุยงให้มิรินคิดแบบนั้นเพราะวิคเตอร์เธอจองเอาไว้แล้วและจะไม่มีใครมาแย่งได้ และตอนนี้นังเด็กนั่นกำลังจะเรียกคะแนนความสงสารด้วยการร้องไห้เธอไม่ยอมหรอกนะ มิรินพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความโง่งมของตัวเองพร้อมกับตัดสินใจขั้นเด็ดขาด " เราเลิกกัน จากนี้ต่อไปเจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องทักนะคะ รังเกียจ! "มิรินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ภายในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความสงบ เธอมองดูคฤหาสน์ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยไม่มีหลังไหนใหญ่ไปกว่ากันเลยราวกลับเป็นเจ้าของคนเดียวกันจนเธอนึกแปลกใจ เมื่อมาถึงเธอมองดูเลขที่บ้านพร้อมกับเปิดกุญแจเข้าไป ที่นี่ไม่มีใครอยู่สักคนจริงๆ แม้แต่รปภ.ก็ไม่มีมาเฝ้า " นี่บ้านคนรวยจริงหรือเปล่าเนี่ยทำไมถึงได้วังเวงขนาดนี้ งกหรือไงไม่จ้างคนมาดูแลบ้านสักคน " มิรินได้แต่บ่นออกไปงั้นพร้อมกับมองสำรวจเธอเดินเข้าออกมุมนั้นมุมนี้จนครบแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าแบบบ้านมันตรงกับบ้านในฝันของเธอเลยนี่่น่า ตอนที่เธอคบกันกับเขาเธอเคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากมีบ้านสักหลังที่เป็นธีมเหมือนเจ้าหญิง ภายในตัวบ้านมีหลายห้องเอาไว้สำหรับลูกๆ ในอนาคตพอเธอมองสำรวจดูก็อดยิ้มออกมาไม่ได้แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่มันไม่ใช่บ้านของเธอแต่มันเป็นบ้านของเขากับแฟนของเขาต่างหากจึงหยุดยิ้มแทบไม่ทัน " หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว คิดอะไรของเธอเนี่ยยัยมิรินบ๊อง เธอกำลังรับหน้าที่ตกแต่งบ้านให้ว่าที่เจ้าบ่าวของคนอื่นนะ " มิรินพยายามเตือนตัวเองพร้อมกับรวบรวมสติไม่คิดเกินเลยไปมากกว่านี้ แม้ว่าทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้จะเป็นบ้าน
มิรินมาถึงหน้าบริษัทก็ต้องตกใจก่อนหน้านี้เธอไม่คิดเลยว่าจะเป็นบริษัทของเขา ยิ่งเมื่ออ่านชื่อป้ายบริษัทแล้วเธอภาวนาขอให้คนที่จ้างเธอไม่ใช่เขาด้วยเถอะ เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตสักคนที่ทำงานอยู่ในนี้ก็ได้ เพราะ 5 ปีที่แล้วเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งเลยจำได้ว่านี่คือบริษัทของเขา เธอทำใจอยู่ในรถของตัวเองพักใหญ่จากนั้นจึงนำรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ของตัวเองเข้าไปจอดแล้วโทรหาคุณแตงโมทันทีไม่นานเลขานุการสาวก็ลงมารับด้วยตัวเอง " อรุณสวัสดิ์นะคะคุณมาลิตา "แตงโมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส" อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะคุณแตงโม มิรินซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋และผลไม้มาฝากค่ะ " เพราะก่อนหน้านี้เธอแวะร้านริมทางซื้ออาหารเช้าง่ายๆ มากินพร้อมกับซื้อมาฝากคุณแตงโมเพื่อนใหม่ของเธอด้วย" ขอบคุณนะคะคุณมาลิตาที่อุตส่าห์นึกถึงกัน "" เรียกมิรินก็ได้ค่ะเรียกชื่อเต็มมันดูห่างเหินเกินไป " เพราะก่อนหน้านี้คนที่เรียกชื่อเต็มของเธอก็มีแค่อาจารย์ในชั้นเรียนและหัวหน้างานเธอเท่านั้น " ค่ะ คุณมิรินวันนี้ท่านประธานมาถึงตั้งแต่เช้าเดี๋ยวเราเข้าไปข้างในกันเลยนะคะ "แตงโมเอ่ยชวนทันทีมิรินจึงพยักหน้ารับตอบ
1 เดือนต่อมา หลังจากวันนั้นมิรินและวิคเตอร์ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย คืนนั้นเธอเมามากด้วยว่าดื่มไปหลายแก้วแล้วก็เป็นเขาที่ขับรถมาส่งเธอที่คอนโดพร้อมกับดาวรุ่งและแป้งร่ำ เธอเองไม่ได้สติแล้วเห็นแป้งร่ำบอกว่าเขามาส่งที่หน้าคอนโดแล้วก็กลับ ไม่ได้แบกเธอขึ้นมาส่งที่ห้องเพราะดาวรุ่งไม่ยอม เธอจึงเบาใจไปหน่อยที่เขาไม่รู้จักห้องของเธอ ในคืนนั้นดาวรุ่งบอกกับเธอว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่ให้เขาได้รู้จักที่อยู่ของเธอแน่ มิรินจึงตอบไปว่าไม่เป็นไรเพราะเขาคงไม่รู้จักห้องของเธอหรอก ตัวเธอเองก็ไม่ได้สนิทกับใครในคอนโดนั้นด้วย อีกทั้งไม่นานหลังจากนี้เธอเองก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วอยากรู้ก็รู้ไปสิเธอคงไม่ได้อยู่ที่นั่นอีก " ทุกคนเข้ามาประชุมกับผมหน่อยเข้ามาทั้งทีมเลย "เกรียงศักดิ์หัวหน้าแผนกออกคำสั่งทันทีที่ได้รับงานสำคัญมา ทุกคนในทีมต่างละงานที่อยู่ในมือเอาไว้พร้อมกับเดินเข้าห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ไม่บ่อยนักที่เจ้านายจะเรียกประชุมด่วนแบบนี้ส่วนมากมักจะเกิดจากงานที่มีปัญหา ครั้งนี้ทีมของเธอก็คงโดนบ่นหูชาอีกเช่นเดิม " ที่พี่เรียกทุกคนมาก็เพราะทีมของเราได้รับงานใหญ่มา คราวนี้ลูกค้าอยากให้เราไปตกแ
มิรินรีบเอ่ยห้ามทันทีที่เขาเลื่อนมือมาแตะที่ปลายกระโปรงยีนส์ที่สั้นแสนสั้นสีอ่อนของเธอ รู้งี้ไม่ใส่ชุดแบบนี้มาก็ดี" อยากให้หยุดหรอ ขอร้องฉันสิ " ตอนนี้เขากวนประสาทเธอในรอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นถึงความสุขจนตาหยีเป็นขีดแล้ว " ไม่ "" อืม งั้นสินะถ้าอย่างนั้นเราก็มาสนุกกันหน่อยเป็นไง " วิคเตอร์ลูบไล้มือหนาเลื่อนขึ้นมาจากต้นขาเนียนสวยจนถึงขอบแพนตี้สีครีมที่เธอสวมใส่มาในวันนี้ มิรินตกใจที่เขากล้าทำรุ่มร่ามกับเธอถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเธอเลยสักครั้งแม้ว่าสถานการณ์จะเป็นใจแค่ไหนก็ตาม แต่ดูตอนนี้สิทั้งที่เธอไม่ยอมเขาก็ยังหน้าด้าน " อื้อ....ปะ..ปล่อยนะ "" ฉันไม่ชอบคนออกคำสั่งด้วยสิแต่ถ้าอ้อนหน่อยก็ไม่แน่ " ริมฝีปากอวบอิ่มของมิรินสั่นระริกด้วยความกลัวและตกใจการกระทำของเขาในตอนนี้บ่งบอกว่าเขาเอาจริง เธอจึงจำเป็นต้องแสดงความพ่ายแพ้ออกมา " คุณวิคเตอร์....ยะ...หยุดเถอะค่ะ ฉันขอร้อง " มิรินกลั้นเสียงครางหวานเอาไว้เมื่อปลายนิ้วของเขามันถูไถใจกลางความเป็นสาวของเธอเบาๆ โดยไม่ตั้งใจผ่านแพนตี้ตัวบาง " ฉันว่าเธอเคยพูดได้น่ารักกว่านี้นะ แล้วแต่นะจะไม่พูดก็ได้แต่ฉั
วิคเตอร์ถึงกับช็อคไปกับคำตอบของเธอ เขาไม่คิดว่าเธอจะตอบตรงขนาดนี้ อีกอย่างมิรินที่เขารู้จักถนอมน้ำใจเขามากเรียบร้อยอ่อนหวานคำพูดแบบนี้ไม่เคยออกมาจากปากเธอเลยสักครั้ง แต่ดูมิรินในตอนนี้สิกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำไปซะหมด แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ... แมนปรบมืออย่างชอบใจไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดแบบนี้กับวิคเตอร์ได้เลยสักคน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะไม่ได้มีท่าทีโกรธเธอเลยด้วยดูเหมือนมันจะตกใจเสียมากกว่าจนพวกเขาอดขำไม่ได้" สุดยอดเลยครับน้องมิริน เจอของจริงเข้าแล้วนะเพื่อน " มิรินไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาแต่เธอรีบหมุนขวดทันทีแล้วมันก็ไปตกอยู่ที่ไตรภพ " พี่เลือกตอบครับน้องมิรินถามมาได้เลย "ไตรภพบอกออกไปเขาคิดว่าเขาตอบเธอได้อยู่แล้ว " อยากให้คุณเล่าประสบการณ์ความรักที่ห่วยแตกที่สุดให้ฟังหน่อยค่ะ " มิรินใช้คำว่าคุณถามออกไปอย่างห่างเหินในขณะที่แต่ก่อนเธอเรียกพวกเขาว่าพี่ทั้งนั้น ในตอนนี้เธอมองหน้าไตรภพเริ่มจะเป็นภาพซ้อนแล้วเพราะวิสกี้ตัวแรงที่เธอดื่มไปสองแก้วติดมันเริ่มออกฤทธิ์แล้วสิ " จริงๆ มันก็ไม่ได้ห่วยแตกซะทีเดียวหรอกพี่ว่าสิ่งที่ห่วยแตกที่สุดในความสัมพันธ์น่าจะเป็นพี่เองมากกว่า
ดาวรุ่งทนมองเห็นผู้ชายที่หน้าด้านสองคนนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเธอจึงพูดตอบขึ้นมาแทนเพื่อนสาวของตัวเอง " ไม่สะดวกค่ะ วันนี้อยากนั่งกันแค่เรา " ดาวรุ่งเอ่ยปากไล่ทางอ้อมทันที เธอรู้ดีว่าอานนท์คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เพื่อนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ในเวลางานแต่ในอนาคตก็ยังต้องเจอกันอีกอยู่ดีเพื่อนของเธอจึงได้แต่มองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเป็นคำตอบแทนแต่ดูเหมือนว่าคนหน้าด้านทั้งสองคนจะไม่ฟังเอาเสียเลย " เอาน่า คนกันเองครับไม่ต้องเกรงใจหรอกวันนี้พี่เลี้ยงเองเต็มที่ เฮ้ย! ไอ้ไตรไปเรียกไอ้วิคกับไอ้แมนมาดิ๊ " ไตรภพอมยิ้มมุมปากในความหน้าด้านของไอ้นนท์พร้อมกับเลี่ยงออกไปบอกเพื่อนของตัวเองโดยเขาให้เหตุผลว่าสาวๆ ชวนไปนั่งด้วยซึ่งหนุ่มๆ ก็ตามมาอย่างไว ส่วนอานนท์ถือวิสาสะนั่งข้างแป้งร่ำทันที " นี่คุณ พวกเรายังไม่ได้ชวนเลยนะคะก็บอกอยู่ว่าอยากนั่งกันแค่นี้ " ดาวรุ่งบอกออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเป็นห่วงความรู้สึกของมิรินมากกว่า ถ้าไม่ติดว่าเขาคือลูกค้ากระเป๋าหนักของบริษัทเธอไล่ตะเพิดเขาไปนานแล้ว " ก็แค่นี้ไงครับแค่พวกเรา ก็พวกเรารู้จักกันผมถือคติรู้จักแล้วไม่ทักมันเสียม







