เข้าสู่ระบบดาวรุ่งทนมองเห็นผู้ชายที่หน้าด้านสองคนนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเธอจึงพูดตอบขึ้นมาแทนเพื่อนสาวของตัวเอง
" ไม่สะดวกค่ะ วันนี้อยากนั่งกันแค่เรา " ดาวรุ่งเอ่ยปากไล่ทางอ้อมทันที เธอรู้ดีว่าอานนท์คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เพื่อนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ในเวลางานแต่ในอนาคตก็ยังต้องเจอกันอีกอยู่ดีเพื่อนของเธอจึงได้แต่มองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเป็นคำตอบแทนแต่ดูเหมือนว่าคนหน้าด้านทั้งสองคนจะไม่ฟังเอาเสียเลย " เอาน่า คนกันเองครับไม่ต้องเกรงใจหรอกวันนี้พี่เลี้ยงเองเต็มที่ เฮ้ย! ไอ้ไตรไปเรียกไอ้วิคกับไอ้แมนมาดิ๊ " ไตรภพอมยิ้มมุมปากในความหน้าด้านของไอ้นนท์พร้อมกับเลี่ยงออกไปบอกเพื่อนของตัวเองโดยเขาให้เหตุผลว่าสาวๆ ชวนไปนั่งด้วยซึ่งหนุ่มๆ ก็ตามมาอย่างไว ส่วนอานนท์ถือวิสาสะนั่งข้างแป้งร่ำทันที " นี่คุณ พวกเรายังไม่ได้ชวนเลยนะคะก็บอกอยู่ว่าอยากนั่งกันแค่นี้ " ดาวรุ่งบอกออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเป็นห่วงความรู้สึกของมิรินมากกว่า ถ้าไม่ติดว่าเขาคือลูกค้ากระเป๋าหนักของบริษัทเธอไล่ตะเพิดเขาไปนานแล้ว " ก็แค่นี้ไงครับแค่พวกเรา ก็พวกเรารู้จักกันผมถือคติรู้จักแล้วไม่ทักมันเสียมารยาทนะคุณ " " นี่!!! " " พอเถอะดาว ฉันไม่ใช่มาลิตาคนเดิมแล้วนะ แค่นี้เอง " มิรินบอกดาวรุ่งออกไปตั้งแต่วันนั้นเธอก็รักตัวเองมากขึ้นจริงๆ แค่บังเอิญโลกกลมมาเจอกันแล้วเธอปฏิเสธไม่ได้เธอก็ต้องปั้นหน้านั่งต่อไป วิคเตอร์ อานนท์ แมน และไตรภพย้ายโต๊ะมานั่งตรงนี้ทันทีที่ไตรภพบอกว่าสาวๆ ชวนมา เมื่อมาถึงแล้ววิคเตอร์กลับไม่คิดจะทักทายใดๆ เขาทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆ แล้วดื่มวิสกี้ราคาแพงเท่านั้น สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องที่มิรินแต่มันเป็นสายตาของความแข็งกร้าวน่ากลัวมันเย็นยะเยือกจนเธอรู้สึกขนลุก " เอ่อ....ไหนๆ วันนี้โต๊ะเราก็คึกคักขนาดนี้แล้วงั้นเรามาเล่นเกมกันดีไหมครับ " ไตรภพนั่งข้างดาวรุ่งที่ตอนนี้ทำหน้าราวกับกินรังแตนที่ไหนมาถ้าเป็นแฟนนะพ่อจะจับตีก้สนเสียให้เข็ด เขาพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศเพราะตอนนี้ต่างคนต่างเงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ " เกมอะไรคะ " แป้งร่ำพูดขึ้นมาทันทีอย่างสนใจทำให้ไตรภพยิ้มออก ดีที่ยังมีคนตอบรับทำให้เขาไม่เก้อกับบรรยากาศคุกรุ่นมากนัก " เกมถามตอบเป็นไงครับ เดี๋ยวพี่จะหมุนขวดก่อนถ้าปากขวดไปหยุดอยู่ที่ใครคนนั้นเป็นคนถามใครก็ได้ที่อยู่ในกลุ่มแล้วถ้าคนที่ต้องตอบไม่สามารถตอบได้ก็ต้องดื่มวิสกี้แบบเพียวๆ ทีละครึ่งแก้วเป็นไงครับ " " แบบถ้าตอบความจริงก็รอดตัวไปแต่ถ้าไม่ตอบก็ต้องดื่มจนหมดใช่ไหมคะ " แป้งร่ำสนใจขึ้นมาทันทีเธอชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วยจึงหันหน้าไปถามมาลิตาและดาวรุ่งทั้งสองก็พยักหน้าตอบตกลงไปงั้นรวมไปถึงบรรดาหนุ่มๆ ด้วย " โอเค งั้นพี่เริ่มหมุนแล้วนะ " ไตรภพเริ่มหมุนปากขวดเป็นคนแรกแล้วขวดก็ไปตกอยู่ที่อานนท์ " อ่า ไอ้นนท์มึงจะเลือกถามใครในนี้วะ " อานนท์มองไปรอบๆ แต่แล้วก็สายตาก็หยุดอยู่ที่หญิงสาวข้างกายอยู่ดี " น้องแป้งมีแฟนหรือยังครับ " " โห่.....โห่....โห่.... " ทันทีที่อานนท์ถามคำถามนี้ขึ้นมาทำให้เพื่อนถึงกับโห่แซวอย่างไม่ได้นัดหมาย เสือก็คือเสือเจอเหยื่อก็จ้องจะงับอย่างเดียว " เอ่อ....ยังค่ะ งั้นต่อไปแป้งหมุนขวดนะ " แป้งร่ำเลือกที่จะตอบออกไปพร้อมกับทำท่าทางเขินอายเล็กน้อย ไม่ได้เขินอานนท์นะแต่เขินตัวเองที่โตป่านนี้แล้วยังไม่มีใครมาจีบเลยสักคนต่างหาก เธอหมุนขวดเบาๆ แล้วปากขวดก็ไปอยู่ที่วิคเตอร์ " อ่า ไอ้วิคตามึงแล้ว " ไตรภพบอกพร้อมกับเหลือบสายตาไปมองมิรินเล็กน้อยแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจเพื่อนของเขาเลย เธอยังคงมองไปรอบๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้ผู้ชายหลายคนที่มองมาที่เธอ " ฉันถามเธอดาวรุ่ง เธอเคยมีแฟนไหม " วิคเตอร์ทำเป็นไม่สนใจมิรินซึ่งนั่นก็เหนือความคาดหมายสำหรับทุกคนอยู่ไม่น้อยเพราะคิดว่าเขาคงต้องถามมาลิตาแน่ๆ แต่มันกลับไม่ใช่ ส่วนดาวรุ่งเบะปากมองบนเพราะเธอไม่อยากคุยกับผู้ชายคนนี้แม้แต่คำเดียวเพื่อนเธอเกลียดใครเธอก็เกลียดด้วยเพื่อนเธอรักใครเธอก็รักด้วย " ไม่เคย แล้วก็ไม่คิดที่จะมีเพราะผู้ชายมันห่วยแตกเอาไม่เลือกโดยเฉพาะผู้ชายเจ้าชู้เห็นแล้วหมั่นไส้ ไม่รู้จะหามาให้ทรมานจิตใจเล่นทำไม " ดาวรุ่งพูดความในใจออกมาแทนมิรินพร้อมกับรีบหมุนขวดอีกครั้งและครั้งนี้ปากขวดดันไปตกอยู่ที่เพื่อนสาวคนสนิทของเธออย่างมิริน " มิรินไม่รู้จะถามอะไรค่ะเปลี่ยนเป็นให้ยัยดาวถามมิรินแทนแล้วกันนะคะ " มาลิตาหันหน้าไปถามไตรภพพร้อมกับบอกออกไปแล้วไตรภพก็พยักหน้าอนุญาต " งั้นฉันจะถามแก แกเกลียดผู้ชายแบบไหน " ไตรภพเริ่มรู้สึกว่าเกมนี้ที่เขาคิดขึ้นมามันจะสนุกจริงหรือเปล่าเพราะตอนนี้เหมือนว่าสาวๆ กำลังจะลากไอ้วิคไปตบกลางสี่แยกยังไงก็ไม่รู้ มิรินเลือกที่จะไม่ตอบเธอหยิบแก้ววิสกี้ที่ตอนนี้มีอยู่ครึ่งแก้วมากระดกดื่มรวดเดียวจนหมด วิคเตอร์นั่งมองสาวน้อยที่เขาเคยรู้จักก่อนหน้านี้เธอไม่แตะแอลกอฮอล์เลยสักหยดแล้วดูตอนนี้สิดื่มเก่งชะมัดราวกับคนละคน " ใจเด็ดมาก " แมนที่พูดขึ้นมาทำลายบรรยากาศแต่มิรินกลับไม่สนใจผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเลยสักคน เธอหมุนปากขวดแล้วมันดันไปตกที่วิคเตอร์ทุกคนในวงสนทนามองหน้ากันเลิ่กลั่กส่วนวิคเตอร์เขายิ้มมุมปากเพราะรอบนี้เป็นของเขาและเขาจะถามเธอ " มิรินแฟนเธอชื่ออะไร " วิคเตอร์เลือกที่จะถามชื่อแฟนของมาลิตาเลยเพราะมันเป็นคำถามเดียวถ้าถามว่ามีไหมก็คาใจอีกเลยถามว่าชื่ออะไรไปเลย แต่มาลิตากลับเทเหล้าลงไปเกือบเต็มแก้วด้วยตัวเอง หลังจากนั้นก็กระดกมันเข้าปากรวดเดียว แต่รอบนี้ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอมันจะร้อนวูบวาบเพราะแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายแก้วใหญ่ติดๆ กัน ถ้าขืนมีแก้วที่สามแบบตามมาติดๆ เธอคงได้เมาแน่ " หึ " วิคเตอร์หงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอไม่ยอมตอบแต่ก็ช่างเถอะสำหรับเขาถ้าตราบใดที่เธอมาคนเดียวนั่นแปลว่าเธอโสด วิคเตอร์หมุนขวดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าโลกมันจะกลมเกินไปเมื่อปากขวดไปตกอยู่ที่มิรินอีกครั้ง มิรินถึงกับมองหน้าคนหมุนด้วยสายตาเอาเรื่อง หากครั้งนี้เธอไม่ตอบหรือถามเธอคงดื่มเพียวๆ แบบนี้ต่อไม่ไหวแน่ " จะถามหรือจะตอบครับ " วิคเตอร์ยักคิ้วข้างหนึ่งให้กับเธออย่างกวนๆ " ตอบ! " มิรินตอบเสียงไม่พอใจอีกอย่างเธออยากรู้ว่าเขาจะถามอะไรและไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายตอบมากกว่าเป็นฝ่ายถาม " ยังโกรธพี่อยู่หรอ " คราวนี้วิคเตอร์ถามตรงประเด็นทันทีโดยที่คำถามของเขานั้นทำเอาทุกคนถึงกับนิ่งเงียบ ส่วนมิรินในเมื่อเขากล้าถามเธอก็กล้าตอบ " ไม่ได้โกรธค่ะแต่เกลียด เกลียดคือเกลียด เกลียดยันเงา! "มิรินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ภายในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความสงบ เธอมองดูคฤหาสน์ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยไม่มีหลังไหนใหญ่ไปกว่ากันเลยราวกลับเป็นเจ้าของคนเดียวกันจนเธอนึกแปลกใจ เมื่อมาถึงเธอมองดูเลขที่บ้านพร้อมกับเปิดกุญแจเข้าไป ที่นี่ไม่มีใครอยู่สักคนจริงๆ แม้แต่รปภ.ก็ไม่มีมาเฝ้า " นี่บ้านคนรวยจริงหรือเปล่าเนี่ยทำไมถึงได้วังเวงขนาดนี้ งกหรือไงไม่จ้างคนมาดูแลบ้านสักคน " มิรินได้แต่บ่นออกไปงั้นพร้อมกับมองสำรวจเธอเดินเข้าออกมุมนั้นมุมนี้จนครบแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าแบบบ้านมันตรงกับบ้านในฝันของเธอเลยนี่่น่า ตอนที่เธอคบกันกับเขาเธอเคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากมีบ้านสักหลังที่เป็นธีมเหมือนเจ้าหญิง ภายในตัวบ้านมีหลายห้องเอาไว้สำหรับลูกๆ ในอนาคตพอเธอมองสำรวจดูก็อดยิ้มออกมาไม่ได้แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่มันไม่ใช่บ้านของเธอแต่มันเป็นบ้านของเขากับแฟนของเขาต่างหากจึงหยุดยิ้มแทบไม่ทัน " หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว คิดอะไรของเธอเนี่ยยัยมิรินบ๊อง เธอกำลังรับหน้าที่ตกแต่งบ้านให้ว่าที่เจ้าบ่าวของคนอื่นนะ " มิรินพยายามเตือนตัวเองพร้อมกับรวบรวมสติไม่คิดเกินเลยไปมากกว่านี้ แม้ว่าทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้จะเป็นบ้าน
มิรินมาถึงหน้าบริษัทก็ต้องตกใจก่อนหน้านี้เธอไม่คิดเลยว่าจะเป็นบริษัทของเขา ยิ่งเมื่ออ่านชื่อป้ายบริษัทแล้วเธอภาวนาขอให้คนที่จ้างเธอไม่ใช่เขาด้วยเถอะ เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตสักคนที่ทำงานอยู่ในนี้ก็ได้ เพราะ 5 ปีที่แล้วเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งเลยจำได้ว่านี่คือบริษัทของเขา เธอทำใจอยู่ในรถของตัวเองพักใหญ่จากนั้นจึงนำรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ของตัวเองเข้าไปจอดแล้วโทรหาคุณแตงโมทันทีไม่นานเลขานุการสาวก็ลงมารับด้วยตัวเอง " อรุณสวัสดิ์นะคะคุณมาลิตา "แตงโมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส" อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะคุณแตงโม มิรินซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋และผลไม้มาฝากค่ะ " เพราะก่อนหน้านี้เธอแวะร้านริมทางซื้ออาหารเช้าง่ายๆ มากินพร้อมกับซื้อมาฝากคุณแตงโมเพื่อนใหม่ของเธอด้วย" ขอบคุณนะคะคุณมาลิตาที่อุตส่าห์นึกถึงกัน "" เรียกมิรินก็ได้ค่ะเรียกชื่อเต็มมันดูห่างเหินเกินไป " เพราะก่อนหน้านี้คนที่เรียกชื่อเต็มของเธอก็มีแค่อาจารย์ในชั้นเรียนและหัวหน้างานเธอเท่านั้น " ค่ะ คุณมิรินวันนี้ท่านประธานมาถึงตั้งแต่เช้าเดี๋ยวเราเข้าไปข้างในกันเลยนะคะ "แตงโมเอ่ยชวนทันทีมิรินจึงพยักหน้ารับตอบ
1 เดือนต่อมา หลังจากวันนั้นมิรินและวิคเตอร์ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย คืนนั้นเธอเมามากด้วยว่าดื่มไปหลายแก้วแล้วก็เป็นเขาที่ขับรถมาส่งเธอที่คอนโดพร้อมกับดาวรุ่งและแป้งร่ำ เธอเองไม่ได้สติแล้วเห็นแป้งร่ำบอกว่าเขามาส่งที่หน้าคอนโดแล้วก็กลับ ไม่ได้แบกเธอขึ้นมาส่งที่ห้องเพราะดาวรุ่งไม่ยอม เธอจึงเบาใจไปหน่อยที่เขาไม่รู้จักห้องของเธอ ในคืนนั้นดาวรุ่งบอกกับเธอว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่ให้เขาได้รู้จักที่อยู่ของเธอแน่ มิรินจึงตอบไปว่าไม่เป็นไรเพราะเขาคงไม่รู้จักห้องของเธอหรอก ตัวเธอเองก็ไม่ได้สนิทกับใครในคอนโดนั้นด้วย อีกทั้งไม่นานหลังจากนี้เธอเองก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วอยากรู้ก็รู้ไปสิเธอคงไม่ได้อยู่ที่นั่นอีก " ทุกคนเข้ามาประชุมกับผมหน่อยเข้ามาทั้งทีมเลย "เกรียงศักดิ์หัวหน้าแผนกออกคำสั่งทันทีที่ได้รับงานสำคัญมา ทุกคนในทีมต่างละงานที่อยู่ในมือเอาไว้พร้อมกับเดินเข้าห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ไม่บ่อยนักที่เจ้านายจะเรียกประชุมด่วนแบบนี้ส่วนมากมักจะเกิดจากงานที่มีปัญหา ครั้งนี้ทีมของเธอก็คงโดนบ่นหูชาอีกเช่นเดิม " ที่พี่เรียกทุกคนมาก็เพราะทีมของเราได้รับงานใหญ่มา คราวนี้ลูกค้าอยากให้เราไปตกแ
มิรินรีบเอ่ยห้ามทันทีที่เขาเลื่อนมือมาแตะที่ปลายกระโปรงยีนส์ที่สั้นแสนสั้นสีอ่อนของเธอ รู้งี้ไม่ใส่ชุดแบบนี้มาก็ดี" อยากให้หยุดหรอ ขอร้องฉันสิ " ตอนนี้เขากวนประสาทเธอในรอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นถึงความสุขจนตาหยีเป็นขีดแล้ว " ไม่ "" อืม งั้นสินะถ้าอย่างนั้นเราก็มาสนุกกันหน่อยเป็นไง " วิคเตอร์ลูบไล้มือหนาเลื่อนขึ้นมาจากต้นขาเนียนสวยจนถึงขอบแพนตี้สีครีมที่เธอสวมใส่มาในวันนี้ มิรินตกใจที่เขากล้าทำรุ่มร่ามกับเธอถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเธอเลยสักครั้งแม้ว่าสถานการณ์จะเป็นใจแค่ไหนก็ตาม แต่ดูตอนนี้สิทั้งที่เธอไม่ยอมเขาก็ยังหน้าด้าน " อื้อ....ปะ..ปล่อยนะ "" ฉันไม่ชอบคนออกคำสั่งด้วยสิแต่ถ้าอ้อนหน่อยก็ไม่แน่ " ริมฝีปากอวบอิ่มของมิรินสั่นระริกด้วยความกลัวและตกใจการกระทำของเขาในตอนนี้บ่งบอกว่าเขาเอาจริง เธอจึงจำเป็นต้องแสดงความพ่ายแพ้ออกมา " คุณวิคเตอร์....ยะ...หยุดเถอะค่ะ ฉันขอร้อง " มิรินกลั้นเสียงครางหวานเอาไว้เมื่อปลายนิ้วของเขามันถูไถใจกลางความเป็นสาวของเธอเบาๆ โดยไม่ตั้งใจผ่านแพนตี้ตัวบาง " ฉันว่าเธอเคยพูดได้น่ารักกว่านี้นะ แล้วแต่นะจะไม่พูดก็ได้แต่ฉั
วิคเตอร์ถึงกับช็อคไปกับคำตอบของเธอ เขาไม่คิดว่าเธอจะตอบตรงขนาดนี้ อีกอย่างมิรินที่เขารู้จักถนอมน้ำใจเขามากเรียบร้อยอ่อนหวานคำพูดแบบนี้ไม่เคยออกมาจากปากเธอเลยสักครั้ง แต่ดูมิรินในตอนนี้สิกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำไปซะหมด แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ... แมนปรบมืออย่างชอบใจไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดแบบนี้กับวิคเตอร์ได้เลยสักคน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะไม่ได้มีท่าทีโกรธเธอเลยด้วยดูเหมือนมันจะตกใจเสียมากกว่าจนพวกเขาอดขำไม่ได้" สุดยอดเลยครับน้องมิริน เจอของจริงเข้าแล้วนะเพื่อน " มิรินไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาแต่เธอรีบหมุนขวดทันทีแล้วมันก็ไปตกอยู่ที่ไตรภพ " พี่เลือกตอบครับน้องมิรินถามมาได้เลย "ไตรภพบอกออกไปเขาคิดว่าเขาตอบเธอได้อยู่แล้ว " อยากให้คุณเล่าประสบการณ์ความรักที่ห่วยแตกที่สุดให้ฟังหน่อยค่ะ " มิรินใช้คำว่าคุณถามออกไปอย่างห่างเหินในขณะที่แต่ก่อนเธอเรียกพวกเขาว่าพี่ทั้งนั้น ในตอนนี้เธอมองหน้าไตรภพเริ่มจะเป็นภาพซ้อนแล้วเพราะวิสกี้ตัวแรงที่เธอดื่มไปสองแก้วติดมันเริ่มออกฤทธิ์แล้วสิ " จริงๆ มันก็ไม่ได้ห่วยแตกซะทีเดียวหรอกพี่ว่าสิ่งที่ห่วยแตกที่สุดในความสัมพันธ์น่าจะเป็นพี่เองมากกว่า
ดาวรุ่งทนมองเห็นผู้ชายที่หน้าด้านสองคนนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเธอจึงพูดตอบขึ้นมาแทนเพื่อนสาวของตัวเอง " ไม่สะดวกค่ะ วันนี้อยากนั่งกันแค่เรา " ดาวรุ่งเอ่ยปากไล่ทางอ้อมทันที เธอรู้ดีว่าอานนท์คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เพื่อนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ในเวลางานแต่ในอนาคตก็ยังต้องเจอกันอีกอยู่ดีเพื่อนของเธอจึงได้แต่มองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเป็นคำตอบแทนแต่ดูเหมือนว่าคนหน้าด้านทั้งสองคนจะไม่ฟังเอาเสียเลย " เอาน่า คนกันเองครับไม่ต้องเกรงใจหรอกวันนี้พี่เลี้ยงเองเต็มที่ เฮ้ย! ไอ้ไตรไปเรียกไอ้วิคกับไอ้แมนมาดิ๊ " ไตรภพอมยิ้มมุมปากในความหน้าด้านของไอ้นนท์พร้อมกับเลี่ยงออกไปบอกเพื่อนของตัวเองโดยเขาให้เหตุผลว่าสาวๆ ชวนไปนั่งด้วยซึ่งหนุ่มๆ ก็ตามมาอย่างไว ส่วนอานนท์ถือวิสาสะนั่งข้างแป้งร่ำทันที " นี่คุณ พวกเรายังไม่ได้ชวนเลยนะคะก็บอกอยู่ว่าอยากนั่งกันแค่นี้ " ดาวรุ่งบอกออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเป็นห่วงความรู้สึกของมิรินมากกว่า ถ้าไม่ติดว่าเขาคือลูกค้ากระเป๋าหนักของบริษัทเธอไล่ตะเพิดเขาไปนานแล้ว " ก็แค่นี้ไงครับแค่พวกเรา ก็พวกเรารู้จักกันผมถือคติรู้จักแล้วไม่ทักมันเสียม







![ความลับของมาเฟีย [มาร์ติน×วีนัส]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)