เข้าสู่ระบบมิรินวิ่งออกมาจากร้านนั้นพร้อมกับเค้กที่อยู่ในมือ เธอไม่ยอมทิ้งมันไปหรอกนะซื้อมาแพงขนาดนี้ยังไงวันนี้เธอต้องได้เป่าเค้กวันเกิดแน่นอนแม้ไม่มีเขา ในขณะที่น้ำตาก็ยังไหลอาบแก้มไม่หยุดเธอก็รีบต่อสายหาเพื่อนสนิทอย่างดาวรุ่งทันที
" ยัยดาว แกอยู่ไหนออกมาหาที่คอนโดหน่อยได้ไหม อึก... " เสียงสะอื้นปนเข้าไปในปลายสายทำเอาดาวรุ่งเพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวของมิรินตกใจจนต้องรีบถาม " แกเป็นอะไรร้องไห้หรอ " ดาวรุ่งเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของมิรินรีบถามทันทีเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจากเพื่อน ปกติแล้วมิรินเป็นคนเข้มแข็งมากถ้าไม่หนักหนาจริงๆ เธอแทบไม่ร้องไห้ออกมาให้ได้เห็นเลย " อือ....ฮือ....แกฉันอกหัก " ดาวรุ่งเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนสาวคนสนิทของเธอคงเลิกกันกับผู้ชายที่ชื่อวิคเตอร์ไปแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งใจมากกว่าผู้ชายคนนั้นไม่เหมาะกับเพื่อนเธอเลยสักนิดดูเจ้าชู้ส่วนเพื่อนเธอดูใสซื่อเกินกว่าจะไปคบกับผู้ชายแบบนั้น อีกทั้งเขาทำงานแล้วสังคมของเขาและของพวกเราก็ต่างกันมาก " แกใจเย็นๆ นะ ฉันจะรีบไปตอนนี้เลย " มิรินและดาวรุ่งใช้เวลาไม่นานต่างคนต่างมาถึงคอนโดของมิริน ภายในห้องมีแต่เสียงร้องไห้ของมิรินไม่หยุด ดาวรุ่งเองก็พยายามปลอบใจไม่อยากให้เพื่อนต้องคิดมาก เธอรู้ดีว่ามิรินชอบวิคเตอร์ขนาดไหนเพราะเขาคือคนที่ช่วยเธอจากแก๊งอันธพาลเมื่อ 3 ปีก่อนที่ต้องการขโมยกระเป๋าเธอ เธอยกให้เขาเป็นฮีโร่เพราะในกระเป๋าใบนั้นมีค่าเทอมที่พ่อแม่ของเธอส่งมาให้จากต่างจังหวัด มิรินไม่ได้มีฐานะยากจนอะไรแต่สิ่งที่ทำให้เขาชนะใจเธอได้นั่นเป็นเพราะว่าเขากล้าที่จะปกป้องเธอ เธอแพ้อะไรแบบนี้ถึงได้รักเขาเข้าเต็มๆ แล้วก็ต้องมาเสียใจแบบเต็มๆ อย่างตอนนี้เช่นกัน " แกหยุดร้องไห้ได้แล้วมิรินผู้ชายแค่คนเดียวไม่ได้ดีอะไรด้วย " ดาวรุ่งปลอบเพื่อนสาวคนสนิทออกไป ก่อนหน้านี้เธอบังเอิญไปเจอเขาที่หน้าโรงหนังแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเขามากับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนเธอแต่เธอเลือกที่จะไม่บอกมิรินเพราะเพื่อนของเธอเชื่อใจวิคเตอร์มาก จากนั้นมาเธอก็คิดว่าวิคเตอร์ไม่ได้เป็นคนดีไม่ได้เหมาะสมกับเพื่อนสาวของเธอเลยสักนิดหากเป็นพี่ชายเธอที่แอบชอบมิรินมาโดยตลอดก็ว่าไปอย่าง " แต่เขาคือรักแรกของฉันนะเขาทำให้ฉันรู้จักความรักและเขาก็ทำให้ฉันเจ็บมากด้วย แกก็รู้เขาคือฮีโร่ของฉันเลยนะ ถ้าวันนั้นไม่มีเขาโจรพวกนั่นอาจทำร้ายฉันจนไม่มีชิ้นดีไปแล้วก็ได้ " มิรินที่คิดว่าตัวเองเป็นแฟนเพียงคนเดียวของเขามาโดยตลอดจึงเอาแต่ร้องห่มร้องไห้รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เล็กจนโตเธอเอาแต่ตั้งใจเรียนเขาจึงเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงคิดเอาเองว่าเขาก็คิดเหมือนกันกับเธอเช่นกันทั้งที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลย " งั้นแกก็ร้องไห้เสียให้พอ เขาช่วยแกไม่ได้แปลว่านิสัยเขาต้องดีนะและก็ไม่ได้แปลว่าเขาต้องชอบแกตอบด้วย วันนี้แกร้องไห้ได้แต่พรุ่งนี้แกต้องเลิกร้องแล้วนะถึงเขาจะไม่รักแกแต่แกก็ต้องรักตัวเอง ยิ่งถูกทิ้งยิ่งต้องสวยเอาให้มองกลับมาแล้วนึกเสียดายไปเลย " มิรินไม่ได้มีอารมณ์ฮึกเหิมตามที่เพื่อนบอกเลยสักนิด ตอนนี้เธอมีแต่อารมณ์ดิ่งดาวน์อยากจะร้องไห้ตลอดเวลา เธอยอมรับว่าสภาพของตัวเองเมื่อเปรียบเทียบกับนางแบบสาวคนนั้นเธอช่างดูเฉิ่มเบ๊อะมากจริงๆ " ช่างมันก่อน วันนี้วันเกิดแกงั้นเรามาฉลองวันเกิดให้แกกันดีไหมไหนๆ ก็มีเค้กแล้วนี่ ดูสิน่ารักขนาดนี้ถ้าไม่กินเสียดายแย่ " ดาวรุ่งพูดขึ้นมาปกติแล้ววันเกิดของมิรินถ้าเธอไม่จัดก่อนก็จะจัดหลังเสมอเพราะ 3 ปีมานี้มิรินเอาแต่ไปฉลองกับผู้ชายคนนั้น " อือ วันนี้ฉันจะกินเค้กให้เมาไปเลย " มิรินผู้ที่ไม่แตะแอลกอฮอล์เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้แต่เธอแค่ไม่ชอบ เธอเป็นเด็กเรียนดีกิจกรรมเด่นไม่เน้นแอลกอฮอล์อีกทั้งยังอยู่ในวัยเรียนดาวรุ่งก็เช่นกัน " ดี ฉันจะกินเป็นเพื่อนแกเอง แอลกอฮอล์ไม่ต้อง ย้อมใจด้วยเค้กพอ เอาไว้เราเรียนจบเมื่อไหร่ฉันจะพาแกไปตะลอนตามผับเอาให้หายเสี้ยน " ดาวรุ่งบอกออกไปแบบนั้นเพราะเธอและเพื่อนเห็นพ้องต้องกันว่าในวัยเรียนจะไม่แตะแอลกอฮอล์เด็ดขาด แม้จะอยากลองแค่ไหนก็ตามเพราะอยากมีผลการเรียนดีจะได้มีงานทำดีๆ หลังเรียนจบเมื่อไหร่เจอกันแน่ชีวิตวัยผู้ใหญ่ เธอเทน้ำอัดลมซ่าๆลงในแก้วพร้อมกับหยิบเทียนออกมาแล้วจุดเทียนร้องเพลงวันเกิดกันสองคนหลังจากนั้นก็กินเค้กกันไปทั้งน้ำตา " โลกไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยฉันตั้งใจรักขนาดนี้ทำไมเจอผู้ชายเฮงซวยเสียได้ " มิรินพูดออกมาทั้งน้ำตา ส่วนดาวรุ่งถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีประสบการณ์ในด้านความรักแต่เรื่องการปลอบใจเพื่อนขอให้บอกเธอเถอะ " แกก็แค่บังเอิญโชคร้ายจังหวะไม่ดี แล้วแกก็ยังมีสิทธิ์เลือกอีกตั้งเยอะ ดีนะที่แกเชื่อฉันไม่เสียตัวให้เขาไป เขาไม่มีค่าพอได้แอ้มเพื่อนฉันหรอก ฉันเชื่อว่าแกต้องเจอคนที่ดีกับแกจริงๆ แน่ฉันมีตัวเลือกให้แกนะ " ดาวรุ่งรีบพุ่งตรงเข้าประเด็นทันทีที่มีโอกาส " อะไรของแก " มิรินถามออกไปอย่างสงสัย " พี่เดือนไง พี่ชายฉันแอบชอบแกมานานแล้วแกก็รู้เมื่อไหร่แกจะเปิดใจให้พี่ชายฉันสักที ถ้าแกคบเขาแกไม่มีทางเสียใจแน่ " " แกก็รู้ว่าฉันเห็นพี่เดือนเป็นแค่พี่ชายเท่านั้น จะคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง " มิรินยังคงปฏิเสธหัวชนฝาแม้ว่าพี่เดือนจะหน้าตาหล่อเหลามากแค่ไหนก็ตามแต่ไม่ใช่สเปคเธอสักนิด " ไม่ลองดูหน่อยหรอ " " พอเลยนะแกเพื่อนแกเพิ่งอกหักมาเนี่ย " ดาวรุ่งไม่ได้รบเร้าอีกเพราะเห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากมายให้พี่ชายของเธอได้ทำคะแนน หลังจากที่ไม่มีผู้ชายคนนั้นอยู่ในชีวิตของมิรินแล้วผู้ชายคนที่เข้าใกล้เธอได้มากที่สุดก็เป็นพี่เดือนเธอเชื่อว่าพี่เดือนจะสามารถเอาชนะใจมิรินได้ในสักวัน " แล้วแกจะย้ายออกจากที่นี่หรือเปล่าฉันกลัวว่าเขาจะตามมาง้อแกแล้วแกจะต้องใจอ่อนแน่ๆ " มิรินฟังที่เพื่อนสนิทพูดก็อาจเป็นไปได้หากเธออยากตัดเขาอย่างจริงจังเธอก็ควรทำอะไรให้ชัดเจน " ย้าย ย้ายพรุ่งนี้เลยด้วย " ดาวรุ่งพยักหน้าเห็นด้วยในเมื่อจะตัดความสัมพันธ์แล้วก็ควรตัดให้ขาด ชีวิตของเพื่อนเธอไม่ได้จบลงแค่นี้เสียหน่อยนี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก นับจากวันนั้นวิคเตอร์และมิรินก็ไม่ได้มาเจอหน้ากันอีกเลย วันเกิดของเธอในปีนี้คือวันสุดท้ายที่เราได้เจอกันและจบกันไปแบบไม่สวย ต้องยอมรับว่ามันไม่สวยเลยจริงๆ ในทุกๆ วันมิรินพยายามไม่คิดเรื่องของเขาและตั้งใจเรียนหนังสือพัฒนาตัวเองในทุกด้านจนท้ายที่สุดวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่เธอจบการศึกษา เขาเคยสัญญากับเธอว่าถ้าเธอเรียนจบแล้วเขาจะมีของขวัญชิ้นใหญ่ให้แต่วันนี้คงไม่จำเป็นแล้วสินะมิรินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ภายในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความสงบ เธอมองดูคฤหาสน์ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยไม่มีหลังไหนใหญ่ไปกว่ากันเลยราวกลับเป็นเจ้าของคนเดียวกันจนเธอนึกแปลกใจ เมื่อมาถึงเธอมองดูเลขที่บ้านพร้อมกับเปิดกุญแจเข้าไป ที่นี่ไม่มีใครอยู่สักคนจริงๆ แม้แต่รปภ.ก็ไม่มีมาเฝ้า " นี่บ้านคนรวยจริงหรือเปล่าเนี่ยทำไมถึงได้วังเวงขนาดนี้ งกหรือไงไม่จ้างคนมาดูแลบ้านสักคน " มิรินได้แต่บ่นออกไปงั้นพร้อมกับมองสำรวจเธอเดินเข้าออกมุมนั้นมุมนี้จนครบแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าแบบบ้านมันตรงกับบ้านในฝันของเธอเลยนี่่น่า ตอนที่เธอคบกันกับเขาเธอเคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากมีบ้านสักหลังที่เป็นธีมเหมือนเจ้าหญิง ภายในตัวบ้านมีหลายห้องเอาไว้สำหรับลูกๆ ในอนาคตพอเธอมองสำรวจดูก็อดยิ้มออกมาไม่ได้แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่มันไม่ใช่บ้านของเธอแต่มันเป็นบ้านของเขากับแฟนของเขาต่างหากจึงหยุดยิ้มแทบไม่ทัน " หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว คิดอะไรของเธอเนี่ยยัยมิรินบ๊อง เธอกำลังรับหน้าที่ตกแต่งบ้านให้ว่าที่เจ้าบ่าวของคนอื่นนะ " มิรินพยายามเตือนตัวเองพร้อมกับรวบรวมสติไม่คิดเกินเลยไปมากกว่านี้ แม้ว่าทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้จะเป็นบ้าน
มิรินมาถึงหน้าบริษัทก็ต้องตกใจก่อนหน้านี้เธอไม่คิดเลยว่าจะเป็นบริษัทของเขา ยิ่งเมื่ออ่านชื่อป้ายบริษัทแล้วเธอภาวนาขอให้คนที่จ้างเธอไม่ใช่เขาด้วยเถอะ เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตสักคนที่ทำงานอยู่ในนี้ก็ได้ เพราะ 5 ปีที่แล้วเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งเลยจำได้ว่านี่คือบริษัทของเขา เธอทำใจอยู่ในรถของตัวเองพักใหญ่จากนั้นจึงนำรถเก๋งกลางเก่ากลางใหม่ของตัวเองเข้าไปจอดแล้วโทรหาคุณแตงโมทันทีไม่นานเลขานุการสาวก็ลงมารับด้วยตัวเอง " อรุณสวัสดิ์นะคะคุณมาลิตา "แตงโมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส" อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะคุณแตงโม มิรินซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋และผลไม้มาฝากค่ะ " เพราะก่อนหน้านี้เธอแวะร้านริมทางซื้ออาหารเช้าง่ายๆ มากินพร้อมกับซื้อมาฝากคุณแตงโมเพื่อนใหม่ของเธอด้วย" ขอบคุณนะคะคุณมาลิตาที่อุตส่าห์นึกถึงกัน "" เรียกมิรินก็ได้ค่ะเรียกชื่อเต็มมันดูห่างเหินเกินไป " เพราะก่อนหน้านี้คนที่เรียกชื่อเต็มของเธอก็มีแค่อาจารย์ในชั้นเรียนและหัวหน้างานเธอเท่านั้น " ค่ะ คุณมิรินวันนี้ท่านประธานมาถึงตั้งแต่เช้าเดี๋ยวเราเข้าไปข้างในกันเลยนะคะ "แตงโมเอ่ยชวนทันทีมิรินจึงพยักหน้ารับตอบ
1 เดือนต่อมา หลังจากวันนั้นมิรินและวิคเตอร์ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย คืนนั้นเธอเมามากด้วยว่าดื่มไปหลายแก้วแล้วก็เป็นเขาที่ขับรถมาส่งเธอที่คอนโดพร้อมกับดาวรุ่งและแป้งร่ำ เธอเองไม่ได้สติแล้วเห็นแป้งร่ำบอกว่าเขามาส่งที่หน้าคอนโดแล้วก็กลับ ไม่ได้แบกเธอขึ้นมาส่งที่ห้องเพราะดาวรุ่งไม่ยอม เธอจึงเบาใจไปหน่อยที่เขาไม่รู้จักห้องของเธอ ในคืนนั้นดาวรุ่งบอกกับเธอว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่ให้เขาได้รู้จักที่อยู่ของเธอแน่ มิรินจึงตอบไปว่าไม่เป็นไรเพราะเขาคงไม่รู้จักห้องของเธอหรอก ตัวเธอเองก็ไม่ได้สนิทกับใครในคอนโดนั้นด้วย อีกทั้งไม่นานหลังจากนี้เธอเองก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วอยากรู้ก็รู้ไปสิเธอคงไม่ได้อยู่ที่นั่นอีก " ทุกคนเข้ามาประชุมกับผมหน่อยเข้ามาทั้งทีมเลย "เกรียงศักดิ์หัวหน้าแผนกออกคำสั่งทันทีที่ได้รับงานสำคัญมา ทุกคนในทีมต่างละงานที่อยู่ในมือเอาไว้พร้อมกับเดินเข้าห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ไม่บ่อยนักที่เจ้านายจะเรียกประชุมด่วนแบบนี้ส่วนมากมักจะเกิดจากงานที่มีปัญหา ครั้งนี้ทีมของเธอก็คงโดนบ่นหูชาอีกเช่นเดิม " ที่พี่เรียกทุกคนมาก็เพราะทีมของเราได้รับงานใหญ่มา คราวนี้ลูกค้าอยากให้เราไปตกแ
มิรินรีบเอ่ยห้ามทันทีที่เขาเลื่อนมือมาแตะที่ปลายกระโปรงยีนส์ที่สั้นแสนสั้นสีอ่อนของเธอ รู้งี้ไม่ใส่ชุดแบบนี้มาก็ดี" อยากให้หยุดหรอ ขอร้องฉันสิ " ตอนนี้เขากวนประสาทเธอในรอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นถึงความสุขจนตาหยีเป็นขีดแล้ว " ไม่ "" อืม งั้นสินะถ้าอย่างนั้นเราก็มาสนุกกันหน่อยเป็นไง " วิคเตอร์ลูบไล้มือหนาเลื่อนขึ้นมาจากต้นขาเนียนสวยจนถึงขอบแพนตี้สีครีมที่เธอสวมใส่มาในวันนี้ มิรินตกใจที่เขากล้าทำรุ่มร่ามกับเธอถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเธอเลยสักครั้งแม้ว่าสถานการณ์จะเป็นใจแค่ไหนก็ตาม แต่ดูตอนนี้สิทั้งที่เธอไม่ยอมเขาก็ยังหน้าด้าน " อื้อ....ปะ..ปล่อยนะ "" ฉันไม่ชอบคนออกคำสั่งด้วยสิแต่ถ้าอ้อนหน่อยก็ไม่แน่ " ริมฝีปากอวบอิ่มของมิรินสั่นระริกด้วยความกลัวและตกใจการกระทำของเขาในตอนนี้บ่งบอกว่าเขาเอาจริง เธอจึงจำเป็นต้องแสดงความพ่ายแพ้ออกมา " คุณวิคเตอร์....ยะ...หยุดเถอะค่ะ ฉันขอร้อง " มิรินกลั้นเสียงครางหวานเอาไว้เมื่อปลายนิ้วของเขามันถูไถใจกลางความเป็นสาวของเธอเบาๆ โดยไม่ตั้งใจผ่านแพนตี้ตัวบาง " ฉันว่าเธอเคยพูดได้น่ารักกว่านี้นะ แล้วแต่นะจะไม่พูดก็ได้แต่ฉั
วิคเตอร์ถึงกับช็อคไปกับคำตอบของเธอ เขาไม่คิดว่าเธอจะตอบตรงขนาดนี้ อีกอย่างมิรินที่เขารู้จักถนอมน้ำใจเขามากเรียบร้อยอ่อนหวานคำพูดแบบนี้ไม่เคยออกมาจากปากเธอเลยสักครั้ง แต่ดูมิรินในตอนนี้สิกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำไปซะหมด แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ... แมนปรบมืออย่างชอบใจไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดแบบนี้กับวิคเตอร์ได้เลยสักคน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะไม่ได้มีท่าทีโกรธเธอเลยด้วยดูเหมือนมันจะตกใจเสียมากกว่าจนพวกเขาอดขำไม่ได้" สุดยอดเลยครับน้องมิริน เจอของจริงเข้าแล้วนะเพื่อน " มิรินไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาแต่เธอรีบหมุนขวดทันทีแล้วมันก็ไปตกอยู่ที่ไตรภพ " พี่เลือกตอบครับน้องมิรินถามมาได้เลย "ไตรภพบอกออกไปเขาคิดว่าเขาตอบเธอได้อยู่แล้ว " อยากให้คุณเล่าประสบการณ์ความรักที่ห่วยแตกที่สุดให้ฟังหน่อยค่ะ " มิรินใช้คำว่าคุณถามออกไปอย่างห่างเหินในขณะที่แต่ก่อนเธอเรียกพวกเขาว่าพี่ทั้งนั้น ในตอนนี้เธอมองหน้าไตรภพเริ่มจะเป็นภาพซ้อนแล้วเพราะวิสกี้ตัวแรงที่เธอดื่มไปสองแก้วติดมันเริ่มออกฤทธิ์แล้วสิ " จริงๆ มันก็ไม่ได้ห่วยแตกซะทีเดียวหรอกพี่ว่าสิ่งที่ห่วยแตกที่สุดในความสัมพันธ์น่าจะเป็นพี่เองมากกว่า
ดาวรุ่งทนมองเห็นผู้ชายที่หน้าด้านสองคนนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเธอจึงพูดตอบขึ้นมาแทนเพื่อนสาวของตัวเอง " ไม่สะดวกค่ะ วันนี้อยากนั่งกันแค่เรา " ดาวรุ่งเอ่ยปากไล่ทางอ้อมทันที เธอรู้ดีว่าอานนท์คือลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เพื่อนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ในเวลางานแต่ในอนาคตก็ยังต้องเจอกันอีกอยู่ดีเพื่อนของเธอจึงได้แต่มองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเป็นคำตอบแทนแต่ดูเหมือนว่าคนหน้าด้านทั้งสองคนจะไม่ฟังเอาเสียเลย " เอาน่า คนกันเองครับไม่ต้องเกรงใจหรอกวันนี้พี่เลี้ยงเองเต็มที่ เฮ้ย! ไอ้ไตรไปเรียกไอ้วิคกับไอ้แมนมาดิ๊ " ไตรภพอมยิ้มมุมปากในความหน้าด้านของไอ้นนท์พร้อมกับเลี่ยงออกไปบอกเพื่อนของตัวเองโดยเขาให้เหตุผลว่าสาวๆ ชวนไปนั่งด้วยซึ่งหนุ่มๆ ก็ตามมาอย่างไว ส่วนอานนท์ถือวิสาสะนั่งข้างแป้งร่ำทันที " นี่คุณ พวกเรายังไม่ได้ชวนเลยนะคะก็บอกอยู่ว่าอยากนั่งกันแค่นี้ " ดาวรุ่งบอกออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเป็นห่วงความรู้สึกของมิรินมากกว่า ถ้าไม่ติดว่าเขาคือลูกค้ากระเป๋าหนักของบริษัทเธอไล่ตะเพิดเขาไปนานแล้ว " ก็แค่นี้ไงครับแค่พวกเรา ก็พวกเรารู้จักกันผมถือคติรู้จักแล้วไม่ทักมันเสียม







