LOGIN
11:45 PM
บ้านน้ำมนต์.. “พี่ธูป! กลับมาแล้วเหรอ” ฉันรีบลุกจากเก้าอี้แล้วตรงไปหาพี่ธูป พี่ชายของฉัน ส่วนฉัน น้ำมนต์ นะ เรียนการท่องเที่ยวและการโรงแรมอยู่ปี 1 เทอม 2 ม.เจบราวน์ (Faculty of Tourism and Hotel Management,J Brown University) แล้วที่ฉันมานั่งรอพี่ธูป ก็เพราะเป็นห่วง เห็นดึกแล้ว แต่ก็ยังไม่กลับบ้านสักที “แกไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลยน้ำมนต์” ขณะที่ฉันเดินไปหา พี่ธูปก็เดินเข้าหาฉันเหมือนกัน สีหน้าท่าทางดูลุกลี้ลุกลนและรีบร้อนมาก ก่อนจะคว้าข้อมือฉันให้เดินตามออกไป “ไปไหนพี่ธูป หนูไม่ไป” ฉันขืนตัวไว้ ก่อนดึงมือกลับมา เลยไม่ทันได้พ้นออกจากประตูบ้าน ก็มันสงสัยนี่นา ที่จู่ๆพี่ธูปก็ทำท่าจะฉุดกระชากลากถูฉัน ฉันเลยกะว่าจะถามให้รู้เรื่องรู้ราวก่อน “ถ้าแกไม่ไป ไอ้เหี้ยคชามันเอาฉันตายแน่!” “คชา” ?? “พี่หมายถึงพี่คชาลูกเจ้าของมหาลัย หนึ่งในกลุ่มหนุ่มฮอตคณะวิศวะปี 3 ที่เป็นหัวหน้าชมรมดนตรีอะเหรอ” ที่ฉันรู้จัก เพราะรุ่นพี่กลุ่มนี้เขาฮอตมาก ฮอตมาก หล่อมาก แล้วก็รวยมาก เหมือนจะมีอยู่ 5 คน พี่คชา พี่เกียร์ พี่เกรย์ พี่เจได แล้วก็พี่สายฟ้า “ใช่ ไอ้เหี้ยนั่นนั่นแหละ” “แล้วทำไมเขาต้องเอาพี่ตายด้วย พี่ไปทำอะไรเขา แล้วอีกอย่าง เขาก็ออกจะดูเป็นคนดี ชมรมเขาก็จัดทั้งคอนเสิร์ตการกุศล จัดทั้งกิจกรรมจิตอาสา” สั้นๆคือทั้งหล่อทั้งเป็นคนดี เพอร์เฟคทุกอย่าง ฉันยังแอบชื่นชมเขาเลย “แกไม่รู้อะไร ว่านั่นอะมันเฟค ไอ้ที่ดูเหมือนเป็นคนดีอะ แม่งสร้างภาพทั้งเพ ความจริงไอ้เหี้ยนั่นมันทั้งโหดทั้งเหี้ยม ยิ่งเรื่องแข่งรถด้วยแล้ว ไอ้เหี้ยคชามันไม่เคยยอมลงให้ใคร ถ้าซิ่งแพ้มันแล้วกะจะชิ่ง มันตามไปเอาเลือดหัวออกทุกราย เกือบถึงตายกันทุกคน นี่ไอ้เหี้ยแมนมันก็เพิ่งสะบักสะบอมเพราะตีนของไอ้สัสนั่นไป แล้วฉันก็คงจะเป็นรายต่อไป ถ้าเกิดภายในคืนนี้ไม่ได้เอาของเดิมพันไปให้มัน” ที่พี่ธูปอธิบายมา(ด้วยท่าทางแค้นเคืองและเกลียดแสนเกลียด)มันหลายประเด็นมาก แต่ฉันขอประเด็นแรกก่อนแล้วกัน “พี่คชาแข่งรถด้วยเหรอพี่ธูป” “ยิ่งกว่าแข่ง แต่เครื่องมันแรงอย่างกะม้าคึก ไม่งั้นมันคงไม่ได้ฉายาคชาม้าคึกหรอก” “คชาม้าคึก?” ทำไมฟังดูแปลกๆ ทะแม่งๆ นั่นหมายถึงเรื่องฝีมือแข่งรถอย่างเดียวแน่เหรอ ฉันชักไม่แน่ใจ “เออ! ไปคึกที่ไหน ไม่เห็นฝุ่นที่นั่น” “หมายถึงทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นเหรอ” “เออ” “แล้วพี่เป็นรายต่อไปคือยังไง อย่าบอกนะว่า” “ฉันแข่งแพ้มัน” “พี่ธูป!” ฉันอุทานเสียงหลง ก็มันตกใจมากถึงมากที่สุด “ทำไมพี่ยังไม่เลิกอีก พี่ก็รู้ว่าแข่งรถมันอันตราย พ่อกับแม่ก็ต้องทิ้งเราไปเพราะอุบัติเหตุ แล้วทำไมพี่ถึงไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้อีก ทำไมพี่..” “โว้ย! พอก่อนได้มั้ย ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาด่าฉันนะ แต่แกต้องไปกับฉัน” หมับ! “ไปไหน” ฉันขืนตัวไว้อีกครั้ง พี่ธูปเลยต้องหันกลับมาหา “ไปหาไอ้คชาไง ก็บอกไปแล้วว่าถ้าแกไม่ไป ไอ้คชามันเอาฉันตายแน่!” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนู ทำไมถ้าหนูไปแล้วพี่ธูปถึงแน่ใจว่าพี่คชาเขาจะไม่ทำอะไร” “ก็ฉะ..เอ่อ ก็ ฉันจะให้แกไปช่วยพูดต่อรองให้หน่อยไง คือฉันคิดว่าถ้าเป็นผู้หญิง มันคงไม่ทำอะไรรุนแรง” “จริงเหรอคะ แต่หนูว่า” “หรือแกอยากให้พี่ตัวเองโดนไอ้คชามันกระทืบตายคาตีนก่อน แกถึงจะยอมไป” “ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งพี่ธูป” “จะไม่ขนาดนั้นได้ไง ก็ฉันบอกไปแล้วไง ว่าไอ้เหี้ยนั่นมันทั้งโหดทั้งเหี้ยม ปีศาจในร่างคนชัดๆ ไม่ใช่เทพบุตรแสนดีอย่างที่พวกแกเข้าใจหรอก!” “แต่หนูไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลยนะ ที่เคยได้ยินก็มีแค่เรื่องผู้หญิงอะไรแบบนั้น ซึ่งพี่ก็เคยบอกว่าเรื่องผู้หญิง เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่” ถึงฉันจะบอกไปแบบนั้น แต่ถ้าให้พูดกันจริงๆ ฉันก็ไม่โอเคหรอก สำหรับทัศนคติของผู้ชาย(ส่วนใหญ่)สมัยนี้ เพราะฉันเหมือนยังเป็นผู้หญิงโลกแคบจอมเพ้อฝัน ที่อยากให้ผู้ชายรักเดียวใจเดียว ไม่ใช่มั่วไปเรื่อย กินทิ้งกินขว้าง เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เป็นวัตถุทางเพศ “นั่นเพราะแกไม่อยู่ในวงการอย่างฉันไง แกถึงไม่รู้ เพราะด้านมืดของมัน ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทมัน หรือพวกฉันที่อยู่ในวงการ ก็น้อยคนจะรู้ ว่าไอ้เหี้ยนั่นมันตีนผี สันดานก็ปีศาจดีๆนี่เอง” “จริงเหรอ” ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ เพราะที่มหาลัย ดูยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่แสนดี “จริง!” “แล้วถ้าพี่รู้แบบนั้น แล้วพี่ไปแข่งกับเขาทำไม” “โธ่! ฉันก็อยากจะพิสูจน์ฝีมือตัวเองบ้างดิ แถมของที่มันใช้เดิมพัน ก็รถโคตรแพงแถมเครื่องโคตรแรงของมันเลยนะ ใครจะไม่อยากได้วะ แต่แม่งก็เสือกแพ้มันจนได้ ทั้งๆที่เกือบชนะอยู่แล้วเชียว อีกนิดเดียวแท้ๆ ไม่น่าเลยแม่ง โชคชะตาแม่งไม่เข้าข้างกูเลยสัส..เห้ย! ชิบหาย จะถึงเวลานัดแล้ว ช้าไม่ได้แล้วน้ำมนต์ ไป ไปกับฉัน” พี่ธูปพูดๆๆ แล้วจู่ๆก็เหมือนจะเหลือบไปเห็นนาฬิกาตรงฝาผนัง ก่อนจะตาเหลือกตาลาน รีบร้อนกว่าเก่า แล้วฉุดข้อมือฉันให้เดินไปที่รถจนได้ “เดี๋ยวก่อนพี่ธูป แล้วพี่มีของไปให้เขาแล้วเหรอ พี่เดิมพันอะไรกับเขาไว้” ฉันก็ยังไม่หมดคำถาม เลยยังไม่ยอมขึ้นรถ ทั้งๆที่พี่ธูปเปิดประตูแล้วทำท่าจะยัดฉันเข้าไปแล้ว “ก็ผุ..เอ่อ ก็เงินไง” “เงิน!? แล้วพี่มีเหรอ” “ไม่มี แต่ก็นึกว่าจะชนะไง เลยพูดๆไปงั้น แต่สุดท้ายก็เสือกแพ้ ฉันเลยต่อรองกับมัน ขอยืดเวลาหาเงิน แล้วมันก็แม่งโคตรเหี้ย ให้เวลาฉันแค่สองชั่วโมง ก่อนเที่ยงคืนต้องหาไปให้มันให้ได้” “แล้วพี่หาได้แล้วเหรอ” “ยัง” “อ้าว” “คือหมายถึง ยังหาได้ไม่ครบ ก็เลยจะเอาแกไปช่วยพูดให้ไง เพราะแกเป็นผู้หญิง เผื่อมันจะยอมอ่อนให้บ้าง ไปเหอะ” ปึก! สุดท้ายก็โดนยัดใส่รถแล้วปิดประตูจนได้ X﹏Xจุดนัดพบ..
K.CH CIRCUIT (11:58 PM) “นัดกันที่สนามแข่งนี่อะเหรอพี่ธูป” “อืม” “แล้วจะให้หนูพูดกับเขายังไง” “ไม่ต้องพูดไรมาก แค่ตามใจมันก็พอ” “ห้ะ?” “เอ่อ ก็ ก็หมายถึงพูดโน้มน้าวใจมันให้ดูเหมือนตามใจมันไง มันจะได้ยอม” “แล้วมันจะได้ผลเหรอคะ” “ได้ดิ” “แต่หนูว่า..” “พอ! ไม่ต้องพูดแล้ว สรุปคือแกแค่ทำตามที่ฉันบอก จบ ลงจากรถได้แล้ว” แล้วพี่ธูปก็เปิดประตูลงไป ฉันเลยต้องลงตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเดินตามหลังพี่ธูปไป ในใจก็นึกหวั่น เมื่อข้างหน้านั่น ฉันเห็นพี่คชาจริงๆ พี่คชากับพี่สายฟ้า เขายืนกันอยู่ 2 คน แล้วท่าทางพี่คชาตอนนี้ มันต่างกับพี่คชาที่ฉันเคยเห็นที่มหาลัยราวกับเป็นคนละคน จนฉันเริ่มกลัว ไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขาเลย ขนาดตอนนี้ที่ฉันเดินตามหลังพี่ธูปมา จนมายืนอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนๆกับพี่ธูปแล้ว(แต่เยื้องมาด้านหลังพี่ธูปหน่อย) ฉันก็ยังไม่กล้ามองหน้าพี่คชาตรงๆเลย แล้วแบบนี้ เอ่อ แบบนี้พี่ธูปจะให้ฉันคุยกับเขาเหรอ ฉันจะทำได้ไงกัน ก็พี่คชาน่ากลัวซะจนแค่เห็นฉันก็ขนลุกไปทั้งตัว หายใจหายคอก็ไม่ทั่วท้อง อาการหนักยิ่งกว่าตอนเห็นผีซะอีก “นี่อะเหรอ ผู้หญิงที่มึงจะเอามาให้กู” ห้ะ นี่พี่คชาว่าอะไรนะ หรือฉันหูฝาดเหรอ? “เออ” แถมพี่ธูปก็ตอบรับด้วย ก่อนฉันจะเห็นพี่คชากระตุกมุมปากนิดๆ แล้วปรายสายตาแปลกๆมามองฉัน สีหน้าเขาดูไม่เป็นคนดีเลยตอนนี้ “หึ กูนึกว่ามึงไปขโมยแม่ชีจากวัดไหนมาให้กูซะอีก ถามจริงเหอะ มึงไม่มีปัญญาหาผู้หญิงที่ดีกว่านี้มาให้กูแล้วเหรอ” หยาบคาย! แต่เอ๊ะ เมื่อกี้พี่คชาพูดว่าพี่ธูปเอาผู้หญิงมาให้เขาอีกแล้ว สงสัยเขาคงเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ ก็พี่ธูปบอกว่าให้ฉันมาช่วยคุย ไม่ได้เอาฉันมาให้เขา “กูหาได้แค่นี้แหละ มึงจะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอา กูจะได้พากลับ และมึงก็ไม่มีสิทธิ์มาเอาเรื่องเชี่ยไรกับกู เพราะถือว่ากูเอาของมาให้แล้วตามที่เดิมพันไว้ แต่มึงปฏิเสธของเอง ไปน้ำมนต์” หมับ! พี่ธูปพูดรัวๆ ก่อนคว้าข้อมือฉันแล้วหันหลังทำท่าจะเดินกลับไปที่รถ แล้วคำพูดเมื่อกี้นี้ของพี่ธูป ทำไม ทำไมมันเหมือนพี่คชาไม่ได้เข้าใจผิด แต่คนที่เข้าใจผิด ไม่สิ ต้องบอกว่าคนที่ถูกทำให้เข้าใจผิด มันคือฉันเอง “เดี๋ยว” พี่ธูปชะงักกับเสียงเรียกนั้นของพี่คชา “กูยังไม่ได้บอกว่าไม่เอา” มาถึงตอนนี้ เหมือนพี่ธูปถอนหายใจแรงๆแล้วพาฉันให้หันกลับไปหาพี่คชาคล้ายจำใจ ก่อนฉันจะเห็นพี่คชามองพี่ธูป แล้วกระตุกมุมปากอย่างร้ายๆมองมาที่ฉัน “ถึงของจะไม่ค่อยถูกใจกู แต่ถ้ากูไม่เอา กูก็คงขาดทุน..” สายตาร้ายกาจของพี่คชายังคงมองฉัน “ส่งของมึงมา”“ถ้าง่วงแล้ว เธอนอนก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วฉันปลุกเอง” ผมหันไปบอกน้ำมนต์แป๊บนึง ก่อนหันมามองทางต่อ ทั้งๆที่ความจริงผมอยากจะมองหน้าผู้หญิงที่เมื่อเย็นผมเพิ่งจะพาเธอไปขอเป็นแฟนมาสดๆร้อนๆให้มากกว่านี้ แต่คงไม่ได้ เพราะผมขับรถอยู่ แถมตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วย เลยต้องขับระมัดระวังกว่าเดิม ถามว่าทำไมกลับดึกเหรอครับ คือผมพาน้ำมนต์ไปเลี้ยงฉลองการเป็นแฟนของเรามาน่ะ แต่ไม่ได้ไปแค่ผมกับน้ำมนต์หรอก ไปกันยกแก็งค์ จะได้มีพยานหลายๆคน ว่าผมกับน้ำมนต์ เราเป็นแฟนกันแล้ว“หนูยังไม่ได้ง่วงซะหน่อย” แฟนผมยังดื้อไม่เคยเปลี่ยน แต่ผมก็(โคตร)รัก“แล้วที่ตาปรือๆคืออะไร” “หนังตามันเกเรเฉยๆ”“เหรอ”“ค่ะ”“เค เชื่อก็ได้” ผมตอบพร้อมยิ้มนิดๆ ก่อนจะปรายตาไปมองน้ำมนต์อีกที เห็นน้ำมนต์ก็ยิ้มอยู่ ยิ้มแบบยอมรับอย่างไม่ปิดบัง ว่าเมื่อกี้อะ.. แถ“หืม?” ขณะที่จะหันกลับมามองทาง หางตาผมเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ตรงริมฟุตบาทข้างหน้า แล้วดูไปดูมา ผมก็รู้สึกว่าคุ้นๆหน้าเธอนะ“มีอะไรเหรอคะ”“เห็นผู้หญิงคนนึงตรงริมฟุตบาท หน้าคุ้นๆ”“เหรอคะ” น้ำมนต์ถามแล้วหันไปมองบ้าง“จริงด้วยค่ะ หน้าคุ้น แต่หนูจำไม่ได้เหมือนกันว่าใคร”
เช้าวันต่อมา..ฟึ่บ!ฟอดด..“พี่คชา” ฉันอุทานพร้อมกับเอี้ยวหน้าไปหาพี่คชาด้วยความตกใจ เพราะจู่ๆพี่คชาก็เข้ามากอดมาหอมฉันจากด้านหลังโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว อีกอย่างคือฉันคิดไม่ถึงด้วย ว่าพี่คชาจะตามฉันมา เพราะเมื่อกี้ตอนฉันตื่นแล้วนุ่งผ้าขนหนูเดินออกมายืนริมระเบียง พี่คชายังหลับอยู่เลย“ทีนี้เชื่อรึยัง ว่าฉันจริงใจ” พี่คชาถามฉันเสียงเรียบ แต่ก็มีรอยยิ้มบางๆกับสายตาอะไรไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่า“ไม่เชื่อ”“ไม่เชื่อ?” พี่คชาเอียงหน้างง แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากหน้าท้องฉัน เขายังไม่ยอมคลายกอด“คือยังไง ฉันนึกว่าที่เธอเต็มใจร่วมมือกับฉัน เพราะเธอเชื่อฉันแล้วซะอีก”“หนูไม่ได้เชื่อซะหน่อย แต่หนูยอมมีอะไรกับพี่ เพราะพี่หว่านล้อมหนูต่างหาก พี่ทำให้หนูเคลิ้ม พี่มันเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ปากบอกว่าจริงใจกับหนู เลิกเห็นหนูเป็นของเล่น ที่ผ่านมาพี่ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ ไม่คิดโกหกหลอกลวง เห็นหนูสำคัญ แต่สิ่งที่ทำเมื่อคืนมันไม่ใช่เลย ในเมื่อสุดท้ายพี่ก็ยังเห็นหนูเป็นของเล่นเอาไว้ใช้ระบายความใคร่ เอาแต่ใจกับหนู เห็นร่างกายหนูเป็นแค่ของเล่นบนเตียง” ฉันร่ายไปซะยาว ก็มาคิดๆดูแล้วมันเจ็บนี่นา เพราะทุกๆอย่างที่พี่คช
ผมบอกก่อนจัดการเสื้อผ้าตัวเองจนหมดทุกชิ้นเหมือนกับน้ำมนต์ ตามด้วยโถมกายลงไปจูบน้ำมนต์อีกที น้ำมนต์ก็รับจูบผมทันทีพร้อมกับกอดผม“อือ อืมม..” เราแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม ก่อนผมจะถอนจูบออกมาเพื่อให้น้ำมนต์พักหายใจ และระหว่างที่ให้เธอพักหายใจ ผมขอปรนเปรออย่างอื่นให้เธอพลางๆแล้วกัน“อ้ะ พี่คชา” ผมกัดติ่งหูเธอเบาๆ “หนูเสียวนะ คนบ้า”“เสียวก็ถูกแล้ว ในเมื่อที่ทำก็เพราะอยากให้เสียวไง” ผมกระซิบบอกน้ำมนต์ข้างหู ก่อนดูดเลียติ่งหูเธออีกทีแล้วเปลี่ยนเป็นดูดเลียซอกคอหอม เลื่อนลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินอก ผมดูดเนินอกเธอจนเป็นรอยจ้ำแดง “อื้อ พี่คชา”“เสียวกว่าเดิมมั้ย”“อื้อ” “นั่นฉันถือว่าเป็นคำตอบ” แต่เสียวแค่นี้มันไม่พอหรอกผมว่าแผล็บๆ“อ้ะ พี่คชา อื๊ออ..”ผมเลียหัวนมน้ำมนต์สลับกันทั้งสองข้าง น้ำมนต์ถึงครางถี่กว่าเก่า และเธอเริ่มบิดเร้าบวกกับแอ่นหน้าอกให้ผมอย่างร่วมมือ สองมือก็คลำขยุ้มกลุ่มผมของผมอย่างเสียวซ่าน และรู้ใช่มั้ย ว่ายิ่งเธอเสียวมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากปรนเปรอเธอมากเท่านั้น และอยากปรนเปรอให้หนักหน่วงกว่าเดิมงั่บ! จุ๊บ จ๊วบบจากเลียผมก็เปลี่ยนเป็นดูดงับสลับกับเลียหัวนมเธอทั้งสองข้างหมับ!บว
KACHA | CONDO ในที่สุดผมก็แข่งเสร็จสักที และผลของการแข่ง ผมคงไม่ต้องบอกใช่มั้ย เพราะถ้าผมไม่ชนะ ผมคงไม่ได้น้ำมนต์กลับมาคอนโดพร้อมกันกับผมอย่างตอนนี้“พี่คชา ปล่อยหนูนะ พี่พาหนูมานี่ทำไม”“พามาเคลียร์” ผมบอกนิ่งๆ ก่อนปล่อยมือน้ำมนต์แล้วหันไปปิดประตู ลืมบอกไปว่าผมพาน้ำมนต์ขึ้นมาถึงห้องแล้ว“เคลียร์อะไร หนูไม่มีอะไรจะเคลียร์กับพี่”“แน่ใจนะ ว่าไม่มี” ผมหันกลับมาถามน้ำมนต์แล้วเดินเข้าหา พร้อมกับจ้องเธอตาไม่กะพริบ เพราะผมปิดประตูเสร็จพอดี“แน่ใจ” น้ำมนต์ตอบพร้อมก้าวถอยหลัง เธอกลัวผม ผมดูออก แต่เธอกำลังทำใจดีสู้เสือ และในเมื่อเธออยากสู้กับเสือ งั้นผมจะใจดีเป็นเสือให้“แล้วที่ไปกับไอ้ธูปล่ะ เธอคิดอะไรอยู่ เธออยากให้มันพาไปหาผัวใหม่หรือไง ถึงได้ยอมไปกับมัน”“หนูไปเพราะพี่ธูปขอให้ช่วยต่างหาก”“ขอให้ช่วย?”“ใช่ พี่ธูปแค่จะไปแข่งรถกับเพื่อนสนุกๆ ไม่ได้เดิมพันอะไร แต่การแข่งมีข้อแม้ว่าถ้าจะแข่งก็ต้องมีผู้หญิงของตัวเองไปด้วย ไม่งั้นห้ามแข่ง พี่ธูปเลยขอให้หนูช่วยไปนั่งข้างๆ พี่ธูปจะได้แข่งกับเพื่อนได้ก็แค่นั้น”“งั้นเหรอ มันบอกแบบนั้น แล้วเธอก็เชื่อ?”“ใช่ หนูเชื่อ เพราะตอนนี้พี่ธูปกลับตัวแล้ว พี่
ผมบอกแล้วรีบลุกขึ้น ก็จะต้องรออะไร ในเมื่อไอ้เกียร์มันอธิบายจนกระจ่างขนาดนี้“เห้ยเดี๋ยว!” ไอ้เกียร์มันจะลุกขึ้นขวางผมเพื่อ?“อะไรของมึงอีก กูจะไปหาน้ำมนต์”“รู้ แต่นั่งก่อนครับสัส พรุ่งนี้ก็ได้ ตอนนี้เมียมึงยังโกรธ บอกอะไรไป อาจจะพาลไม่เชื่อก็ได้ รอพรุ่งนี้ให้เมียมึงใจเย็นลงก่อน ถึงตอนนั้นค่อยบอก”“เอางั้นเหรอ”“เออ ตอนนี้กินเหล้าเพิ่มพลังไปก่อน แต่ไม่ใช่ซดเอาๆอย่างกะน้ำเปล่าเหมือนไอ้เชี่ยนี่นะแม่ง” ไอ้เกียร์บอกผมแล้วนั่งลงพร้อมๆกับตวัดสายตาไปหาไอ้สายฟ้าในประโยคท้าย แต่ไอ้สายฟ้าก็ยังซดต่อ มันไม่สะทกสะท้าน แถมไม่พูดอะไรสวนกลับมา อย่างที่ผมเคยบอก ว่าตอนนี้ไอ้สายฟ้ามันเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน“อ้าว ไม่นั่งอะ หรือไม่อยากกินแล้ว” ไอ้เกียร์หันกลับมาถามผม“อืม กูไม่เอาแล้วดีกว่า พอแล้ว ขอไปเหยียบแก้เซ็งหน่อยแล้วกัน”“กูไปด้วย” เสียงต่ำๆนิ่งๆแข็งๆของไอ้สายฟ้าดังต่อท้ายผมขึ้นมาซะงั้น จากที่เมื่อกี้มันนั่งซดเอาๆ“เฮ้ งั้นไปกันให้หมดนี่เลยมั้ย กูก็ไม่ได้เหยียบมานานแล้วว่ะ อยากไปลองเครื่องดูเหมือนกัน หรือพวกมึงว่าไง” ไอ้เกียร์บอกก่อนหันไปถามไอ้เกรย์กับไอ้เจได“อืม”“กูก็โอ จริงสิ งั้นเดี๋ยวขอชวนเ
ฮึก!จู่ๆเหมือนมีใครเอาอะไรแข็งๆมาจี้ฉันจากด้านหลังก็ไม่รู้ ในตอนที่ฉันกำลังจะเปิดประตูรั้ว“ส่งของมีค่ามาให้หมด ไม่งั้นตาย” เสียงขู่อย่างน่ากลัวยิ่งทำฉันตัวแข็งทื่อ ในเมื่อแบบนี้มันโจรอย่างไม่ต้องสงสัย“เอ่อ ค่ะ นะ..หนูให้แล้ว แต่พี่จี้หนูอยู่แบบนี้ หนูล้วงไม่ถนัด เอาออกได้มั้ยคะ” ฉันบอกเสียงสั่น“ก็ได้ แต่มึงอย่าตุกติกนะ”“คา..ค่ะ” ฉันตอบรับ ก่อนจะรู้สึกว่าโจรคนนั้นเอาอุปกรณ์ที่กำลังใช้จี้ฉันอยู่ออกไป ฉันเลยทำท่าจะล้วงกระเป๋า“เดี๋ยว!”ฮึก!ฉันสะดุ้งอีกรอบ “หันมาล้วงต่อหน้ากู กูไม่ไว้ใจ เกิดมึงล้วงอย่างอื่นหรือแอบกดโทรศัพท์หาใคร กูก็ซวยกันพอดี”“เอ่อ ค่ะ” เสียงฉันยังคงสั่น “ดี งั้นก็หันมา!”“คา..ค่ะ” ฉันตอบแล้วค่อยๆหันไปเผชิญหน้ากับโจร แต่มองเห็นหน้าโจรไม่ชัดหรอก เพราะมันมืด“ทีนี้ก็ล้วง!”“คา..ค่ะ” ฉันบอกแล้วค่อยๆล้วงมือไปในกระเป๋า แน่นอน ฉันกลัวมาก และกำลังคิดว่าฉันจะทำยังไงดีเพื่อให้รอด และตอนนี้เหมือนจะคิดออกแล้ว ลองเสี่ยงดูแล้วกันปึก!!“อั๊ก!”ฉันถีบโจรจนมันล้มไปพร้อมเสียงคล้ายๆกับมีดที่กระทบกับพื้น แต่เหมือนมันจะไม่เจ็บมาก แรงฉันคงน้อยเกินไป โจรมันถึงลุกขึ้นมาทันที ลุกขึ้นม







