LOGINการพบพานที่ไม่คาดคิด
หลังจากรถบัสจอดส่งผู้ชราตามบ้านเป็นหลังที่ห้า รถที่ไล่ล่าเวอร์โกก็ตามมาทัน รถเอสยูวีสีดำใช้ความได้เปรียบด้านเครื่องยนต์เร่งความเร็วขึ้นมาแซงตัดหน้าจนคนขับรถบัสเบรกแทบไม่ทัน เวอร์โกสบถ เขาไม่ได้อยากสร้างความเดือดร้อนให้คนพวกนี้ หากไม่มัวแต่จอดส่งคนแก่ก็จะสลัดจนพ้นอยู่แล้ว เจ้าโอเมก้านั่นอ่านสถานการณ์ไม่เป็นหรืออย่างไร
เวอร์โกปลดสายเข็มขัดนิรภัย “จอดรถ ฉันจะลง”
“ยังไม่ถึงป้ายหน้า อย่าเพิ่งลุกจากที่นั่งดิ ไอ้กร๊วก”
คำตอบที่ได้รับทำเอาเวอร์โกถึงกับผงะ เขาผู้ถูกมารดาพร่ำสอนให้พูดจาสุภาพอยู่เสมอ กับสมาชิกในแฟมิลีก็ได้รับความยำเกรงจนไม่มีใครกล้าพูดจาไม่ดีใส่เขา เวอร์โกเพิ่งเคยเจอคนที่กล้าเรียกเขาว่า ‘ไอ้กร๊วก’ เป็นครั้งแรก ทั้งยังมาจากคนแปลกหน้าอีกต่างหาก
หลังคารถเอสยูวีเลื่อนเปิด ชายคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาพร้อมกับปืนไรเฟิล เวอร์โกสบถอย่างหัวเสีย เขาสลัดเข็มขัดทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน อันเดอร์บอสหนุ่มคว้าจับข้อเท้าที่ยกขึ้นถีบของคนขับรถโอเมก้า เขาไม่มีทางพลาดท่าโดนโจมตีแบบเดิมซ้ำสอง
“เปิดประตู” เวอร์โกแค่นเสียงเย็น
แรงคุกคามของอัลฟ่าสร้างความกดดันให้โอเมก้าจนต้องกำพวงมาลัยแน่น เท้าข้างที่ถีบออกไปก็ถูกยึดไว้อย่างแน่นหนาจนดึงกลับมาไม่ได้ สร้างความลำบากในการควบคุมรถบัส
ปัง!
เสียงปืนลั่นออกจากไก ผู้ไล่ล่ายิงนัดแรกเพื่อข่มขู่ อีกฝ่ายก็รู้ดีว่าภายในรถบัสคันนี้มีคนของเอฟฟรังเป็นจำนวนมากจึงไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องด้วย แต่หากเวอร์โกไม่ลงไป พวกมันต้องยิงมาอีกแน่
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เวอร์โกสั่งเสียงแข็ง
ปัง!
รถบัสไร้ร่องรอยความเสียหาย กลับเป็นชายผู้โผล่ขึ้นมาจากหลังคารถเอสยูวีที่เลือดกระเซ็นออกมาจากศีรษะร่วงหล่นกลับลงไปในตัวรถ เวอร์โกได้แต่เบิกตามองด้วยความตกตะลึง
“อย่ามายิงกันแถวหน้าบ้านฉันนะยะ” หญิงชราคนที่ดันเวอร์โกขึ้นรถบัสเก็บไม้เท้ากลับเข้าหน้าต่าง ปลายไม้เท้ายังมีควันโขมงลอยโชยออกมาอยู่
“ยังแม่นเหมือนสมัยสาว ๆ เลยนี่ ยายเฒ่ามาเรีย” ชายชราที่นั่งแถวหลังผิวปาก
“พูดอะไร ยายแก่อย่างฉันมีแต่ไม้เท้าให้ใช้พยุงตัวเท่านั้นแหละ” รถบัสจอดลงอีกครั้ง ยายเฒ่ามาเรียยันไม้เท้าพยุงร่างเดินงันงกลงจากรถบัสไป “ขอบใจที่มาส่งนะจ๊ะ หนูเชร์”
รถเอสยูวีสีดำไม่ได้จอดตาม มันขับล่วงหน้าไปไกลแล้ว ทั้งยังเร่งความเร็วเหมือนหนีเสียมากกว่า เวอร์โกได้แต่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความมึนงง เท้าในมือพลันออกแรงสะบัด
“ปล่อยนะเฟ้ย ไอ้ชุดดำ ฉันจะออกรถ”
เวอร์โกได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันข่มกลั้นความหงุดหงิดต่อท่าทีหยาบคายของโอเมก้าก่อนจะกลับไปนั่งคาดเข็มขัดตามเดิม
“เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ หนูเชร์”
ผู้ชราคนสุดท้ายเดินลงจากรถบัส เชร์จึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้
“ไอ้ชุดดำ”
เวอร์โกหรี่ตาจ้องอีกฝ่ายเขม็งด้วยความรำคาญใจ “ชื่อของฉันคือเวอร์โก ไม่ใช่ไอ้กร๊วก และก็ไม่ใช่ชุดดำ”
“ไอ้กร๊วกชุดดำ ให้ส่งไหน?”
เลือดร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นในสมอง เวอร์โกหลับตาข่มอารมณ์เดือดพล่าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขานั้นมักจะอ่อนโยนต่อโอเมก้าเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะแม่ของเขาก็เป็นโอเมก้า หากแต่เจ้าโอเมก้าคนนี้ทำตัวได้ไม่น่าอ่อนโยนด้วยเลยสักนิด
พอใจเย็นลง เวอร์โกก็พบว่าเขาประสบปัญหาใหญ่หลวงเข้าให้แล้ว เขาออกมาปฏิบัติภารกิจไกลถึงประเทศที่ไร้ฐานของเซเทอร์ แฟมิลีหรือแก๊งมาเฟียพันธมิตรเป็นครั้งแรก ภารกิจของเขาคือการตามหา ‘มาร์ส’ พ่อบุญธรรมในนามของแม่ซึ่งหายตัวไป โดยมีเบาะแสล่าสุดอยู่ในประเทศเอฟฟรังแห่งนี้ หรือก็คือเขามาเพื่อเริ่มสืบใหม่หมดตั้งแต่ต้น ยังไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน และดูท่าว่าศัตรูที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครจะจับตามองเขาไว้แล้ว รถบัสคันนี้เด่นเกินไป หากให้ไปส่งที่โรงแรมสักแห่งต้องโดนโจมตีตั้งแต่ยังไม่เข้าพักแน่ รถเช่าเขาก็ได้ทิ้งไว้ในตัวเมืองไปแล้ว เวอร์โกผู้สับสนได้แต่ตอบไปตามจริง
“ฉันไม่รู้”
คนขับรถไม่ได้ถามต่อ เขาเพียงแค่คาบอมยิ้มและเข้าเกียร์ออกรถไป
รถบัสขับมาตามทางเปลี่ยวไร้บ้านเรือนอยู่นานจึงเลี้ยวเข้าโกดังแห่งหนึ่งก่อนจะจอดลงในที่สุด เชร์กระโดดลงจากรถแล้วกวักมือเรียกผู้โดยสารคนสุดท้าย
“ไอ้ชุดดำ ตามพี่มา”
เวอร์โกพรั่งพรูลมหายใจ อย่างน้อย ‘ไอ้ชุดดำ’ ก็ยังดีกว่า ‘ไอ้กร๊วกชุดดำ’ ล่ะนะ อันเดอร์บอสหนุ่มลงจากรถบัสเดินตามโอเมก้าไร้มารยาทไปอย่างไม่มีทางเลือก ทั่วร่างก็เกร็งกล้ามเนื้อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
โกดังแห่งนี้เต็มไปด้วยรถมากมายหลายรูปแบบจอดเรียงราย ในนั้นมีทั้งรถโดยสาร รถดับเพลิง รถพยาบาล รถยนต์ส่วนตัว ไปจนถึงรถออฟโรด เห็นทีคงจะเป็นอู่ไม่ก็โกดังเก็บรถอะไรเทือกนั้น
โอเมก้าคาบอมยิ้ม สอดมือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตตัวหลวมโพรกเดินนำเวอร์โกออกประตูเหล็กบานโตซึ่งควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรล นอกโกดังคือพื้นที่โล่งกว้างลาดยาวไปถึงหาดขนาดเล็กด้านหลังอันเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ในพื้นที่อันใหญ่โตกลับมีสิ่งปลูกสร้างเพียงน้อยนิด ซึ่งก็คือบ้านขนาดกลางหลังหนึ่งตรงกลางกับบ้านขนาดเล็กอีกหลังไกล ๆ ที่ล้อมรั้วและวางระบบรักษาความปลอดภัยไว้อย่างแน่นหนา
คนไร้มารยาทตะโกนเข้าไปในบ้านตรงกลาง “ตาแก่! มีที่ให้คนร้ายหลบหนีซุกหัวนอนมะ?”
เวอร์โกขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่ใช่คนร้ายหลบหนี”
“ไปเก็บใครมาอีกล่ะ? เจ้าหนู” ชายวัยกลางคนผู้มีผมสีบลอนด์ซีดจางตามกาลเวลา สีเดียวกันกับเคราตัดสั้นชะเง้อหน้าขึ้นมาจากเก้าอี้โยกหลังระเบียงบ้านฝั่งที่หันเข้าหาทะเล เมื่อเห็นเวอร์โกเขาก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “โอ้”
ไม่ใช่แค่เขาที่ตกใจ เวอร์โกเห็นเสี้ยวหน้าของชายผู้นั้นก็รู้สึกคุ้นเคยอยู่ในใจ เมื่อเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นลมทะเลที่ไม่ได้มาจากหาดด้านหลังเขาก็จำได้ทันที
เวอร์โกพูดขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ “คุณลุง…บรานโด?”
บรานโดยกยิ้ม “ยังจำฉันได้ด้วยรึ? หนุ่มน้อย”
“ใครได้เห็นคุณต่อสู้ก็ลืมไม่ลงกันทั้งนั้นแหละครับ ที่สำคัญ คุณเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของคุณแม่”
‘บรานโด’ อดีตนักฆ่ามือหนึ่งตลอดกาล ผู้วางมือจากวงการเพียงเพราะความเบื่อหน่าย ไม่มีใครรู้แหล่งกบดานที่แน่ชัดของเขาหลังวางมือ ทว่าการที่เขาจะมาพำนักในประเทศเอฟฟรังอันมีชื่อเล่นว่าบ้านหลังสุดท้ายของเหล่าอาชญากรนั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพียงแต่เวอร์โกไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญได้พบในสถานการณ์เช่นนี้
ได้รับคำตอบเช่นนั้นบรานโดก็หัวเราะร่าอย่างชอบใจ “เป็นเด็กดีอย่างที่แม่เธอว่าจริงด้วย”
เวอร์โกมีความจำและประสาทรับกลิ่นอันดีเลิศ เขาจะจำตำนานผู้นี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกับบรานโดตอนนั้นเขาเพิ่งจะมีอายุห้าปีก็เท่านั้น “คุณจำผมได้ยังไงครับ?”
บรานโดคลี่ยิ้ม “เธอหน้าเหมือนแม่”
คำตอบที่ได้รับทำให้เวอร์โกแอบภูมิใจไม่ใช่น้อย แม้เขาจะเป็นอัลฟ่า แต่กลับรักเคารพมารดาโอเมก้าเสียยิ่งกว่าบิดาผู้ดำรงตำแหน่งบอสแห่งเซเทอร์ แฟมิลีเสียอีก จนพวกลูกน้องในแก๊งแอบตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า ‘คุณชายติดแม่’ ซึ่งแน่นอนว่าเวอร์โกไม่สนใจที่จะไปโกรธเสียงนกเสียงกาพวกนั้น อีกอย่างเขาก็ติดแม่จริง ๆ
บรานโดหลุดขำพรืด “ความจริงคือแม่เธอส่งรูปพวกเธอสามพี่น้องมาให้ดูบ่อย ๆ น่ะ”
เวอร์โกกุมขมับ “โตป่านนี้คุณแม่ยังแอบถ่ายรูปพวกผมเก็บไว้อีกเหรอนี่ แถมยังส่งให้คุณอีกต่างหาก”
บรานโดหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ “ถ้าเธอยังฟังเสียงฝีเท้าของแม่เธอไม่ได้ ก็ต้องถูกแอบถ่ายไปเรื่อย ๆ ล่ะนะ”
เชร์มองอัลฟ่าทั้งสองคุยกันอยู่นานจนอมยิ้มละลายหมด ก็โยนก้านเปล่าลงถังขยะแล้วล้วงลูกอมในกระเป๋ามาฉีกซองเข้าปากต่อ “ตาแก่ คนรู้จักอ่อ?”
“อา ลูกชายของคู่ปรับน่ะ”
“คู่ปรับ? ฆ่าทิ้งมะ?” เชร์หยิบปืนที่แขวนผนังด้านข้างโยนให้บรานโด
“แม้จะเป็นคู่ปรับ แต่ก็ยังเป็นเพื่อนสนิทด้วย ของพวกนี้ไม่จำเป็น” บรานโดโยนปืนส่งกลับไปแล้วหันไปถามผู้มาเยือน “ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่?”
“เรื่องนั้น…” เวอร์โกลังเลที่จะเล่า แท้จริงงานในครั้งนี้เป็นธุระส่วนตัวของแม่ที่เขาแอบแย่งมาทำเองโดยเก็บเป็นความลับจากแม่ หากบรานโดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและยังติดต่อกับแม่รู้เข้า บรานโดอาจจะนำไปบอกแม่เขาก็ได้
“โอ้ ความลับสินะ” บรานโดเอนพิงพนักอย่างไม่รีบร้อน “เจ้าหนู ไปชงชามารับแขกหน่อย”
“ทำเองดิ” เชร์ตอบอย่างไม่แยแส
บรานโดพรั่งพรูลมหายใจด้วยความปลดปลง “เจ้าหนูนี่… เดี๋ยวก่อน เธอใส่แว่นกันแดดขับรถอีกแล้วเหรอ? บอกแล้วไงว่ามันอันตราย ถ้ามีครั้งหน้าอีกฉันยึดแน่”
“ฝันไปเหอะ!” เชร์ถอดแว่นกันแดดมากุมไว้แนบอกแล้วแลบลิ้นใส่บรานโดก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดกลับห้องของตัวเอง
“เจ้าเด็กนี่” บรานโดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
เวอร์โกมองตามร่างของโอเมก้าจนหายลับไป หากไม่นับความหยาบกระด้างของอีกฝ่าย เชร์ก็ทำให้เขานึกถึงแม่ไม่น้อย แต่ก็เหมือนกันแค่เป็นโอเมก้าที่ชอบสวมแว่นกันแดดเท่านั้น แม่ของเขาทั้งสุภาพอ่อนโยน ดวงตาก็เรียวคมเยือกเย็นไม่เหมือนเชร์ที่มีดวงตากลมโตใสกระจ่าง “ลูกของคุณเหรอครับ?”
“ลูกบุญธรรมน่ะ ฉันฆ่าพ่อของเจ้าหนูไปเลยเก็บมาเลี้ยง ดูท่าจะติดนิสัยเสีย ๆ ที่ชอบอุปการะลูกของเหยื่อมาจากตาแก่มาร์สเข้าให้แล้ว”
ได้ยินดังนั้น เวอร์โกก็ดั่งได้รับเบาะแสแรก ใช่แล้ว ครั้งนั้นที่เขาได้เจอบรานโด มาร์สก็อยู่ด้วย
“คุณลุงบรานโดรู้ที่อยู่ของคุณตามาร์สไหมครับ?”
“อา รู้สิ ตาแก่นั่นเพิ่งจะซื้อบ้านอยู่ที่นี่ไม่กี่ปีมานี้เอง”
เวอร์โกตัดสินใจ เสี่ยงเล่าภารกิจของเขาให้บรานโดฟัง
“สัญญานะครับว่าจะไม่บอกคุณแม่”
“ได้สิ เพราะยังไงเดี๋ยวเธอก็กลับไปบอกแม่เธอเองอยู่แล้ว” บรานโดตะโกนขึ้นไปชั้นบน “เฮ้! เจ้าหนู มีคนต้องการคนขับรถหนึ่งอัตรา”
ตอนพิเศษตอนจบของจุดเริ่มต้นเชร์ไม่ได้ขับรถมาหลายสัปดาห์แล้วถึงเขาจะอยากขับรถใจจะขาด ก็ไม่สามารถทำตามความต้องการได้ เพราะเขาคลื่นไส้เวียนศีรษะจนได้แต่นอนมึนอยู่บนเตียง แค่ลุกเดินไปมาในห้องก็เต็มกลืนแล้วใช่แล้ว เชร์กำลังแพ้ท้องและเขาก็แพ้ท้องหนักมากจนได้กลิ่นอะไรนิดหน่อยก็อาเจียน แม้จะหิวจนท้องร้องแต่แค่เห็นอาหารก็อาเจียน จะอมลูกอมยังอมได้แต่รสชาติที่เปรี้ยวจี๊ดจนแสบเพดานปากหรือไม่ก็รสแปลกประหลาดจนเวียนนาเห็นเขาเอาเข้าปากแล้วทำหน้าขยะแขยง เวอร์โกถึงกับสั่งเคลวินให้ไปศึกษาวิธีรักษาคนแพ้ท้องจากแพทย์เฉพาะทางโดยด่วน ทั้งยังจ้างสูตินรีแพทย์มาดูแลครรภ์ถึงในฐานแต่ท้ายที่สุดก็มีเพียงสองสิ่งที่พอจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้บ้างนั่นก็คือกลิ่นของเวอร์โกและกลิ่นของโอเมก้าคนอื่นในตอนนี้ ห้องนั่งเล่นรวมของครอบครัวที่ชั้นล่างของคฤหาสน์เซเทอร์จึงมีเวนิสและเวียนนามานั่งให้กำลังใจคนแพ้ท้องจนหมดฤทธิ์จะจับพวงมาลัย รวมถึงยังมีแลงก์ที่ทำใจกล้าถ่อมาดูแลน้องชายถึงฐานของแก๊งมาเฟียที่เขาหวาดกลัว เคราะห์ดีที่เขาเป็นเบต้า จึงไม่มีกลิ่นกายที่จะทำให้น้องชายคลื่นไส้ เจ้าของร้านขนมหวานชื่อดังยังทำพายเลมอนรสเปรี้ยว
ตอนพิเศษงานวิวาห์ของขาซิ่งลานน้ำพุกว้างขวางลามไปจนถึงสวนสไตล์ยุโรปถูกรังสรรค์ตกแต่งด้วยผืนผ้าและดอกไม้สีขาว ฟ้า และน้ำเงินทะเล ดั่งล่องลอยอยู่ในสรวงสวรรค์ใต้ท้องสมุทร โต๊ะนับร้อยคลุมผ้าสีขาวสะอาดจัดวางเป็นระเบียบเท่ากันทุกองศา อาหารเลิศรสถูกยกมาบริการแขกเหรื่อที่เดินทางมาถึง เสียงเพลงบรรเลงแสดงสดคอยเสริมสร้างบรรยากาศ ตามทางประดับประดาไปด้วยดอกมะลิแต่งกลิ่นวานิลลาผสานกับโกโก้และกาแฟ หากจะกล่าวว่างานเลี้ยงวันเกิดของอันเดอร์บอสเป็นงานภาคราตรีครั้งใหญ่ งานครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงภาคกลางวันขนาดมโหฬารเพราะนี่คืองานที่เจ้าของงานทั้งคู่สัญญาไว้ว่าชั่วชีวิตนี้จะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวงานวิวาห์ของพวกเขาโต๊ะด้านหน้าสุดคือโต๊ะครอบครัวเซเทอร์ บอสใหญ่กับภรรยาโน้มตัวพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม ผลัดกับหันไปหัวเราะกับลูกชายคนเล็กผู้อยู่ในชุดสูทขาวผุดผ่อง แลดูหล่อเหลาจนคนที่ไม่รู้นึกว่าเป็นเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าตุ๊กตาในชุดสีขาวสะอาดตาขับให้เขาดูสดใสบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าตัวน้อยควงคู่พันธะผู้พันผ้าปิดตาทักทายแขกผู้ร่วมงานไปทั่วงาน แม้จะไม่ชอบใจนัก แต่ทั้งแฟมิลีก็ดูจะชินชากับทาสรักของนายน้อยผู้นี้ไปเสีย
ตอนพิเศษคนเดียวที่อยากเล่นสนุกด้วย“อือ ไม่ชอบ อะ มันอึดอัด”“มันออกจะเข้ากับนาย”“เข้าก็แย่แล้ว แค่น้องชายนายยังใหญ่ไม่พอไง๊?! อ๊ะ!”“อ้อนกันแบบนี้ต้องให้รางวัลหน่อยแล้ว”กระต่ายหางแมวไม่สามารถบ่นทักท้วงอะไรได้อีก ช่องทางด้านหลังถูกกระหน่ำแทงรัวเร็วจนเสียววาบ บั้นท้ายกลมตึงยกแอ่นขึ้นสูงเขมือบตอดตามจังหวะกระแทกกระทั้นแสนรัญจวน หางแมวที่ยัดในอีกช่องทางโบกสะบัดไปมาตามแรงกระเทือน ขนฟูนุ่มนิ่มปัดป่ายระกล้ามหน้าท้องแน่นตึงของผู้รังแกจนเขายิ่งมันเขี้ยว อัดกระแทกตัวตนเข้าไปในแมวยั่วสวาทแรงกว่าเดิม“อ๊า! ลึกมาก อึดอัดอ่ะ เอาออกไป”เชร์แหงนคอกรีดร้องเสียงหลง สองมือกำขอบอ่างล้างมือแน่น แค่ท่อนเนื้อใหญ่โตในโพรงรักก็กินพื้นที่จนเต็มท้องเขาแล้ว ยังจะมีแท่งเสียบหางแมวยัดเข้ามาในรูอื่นอีก เขาอึดอัดจนช่วงล่างแทบจะระเบิดอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด“ไม่เอาน่า นายชอบมันจะตายไป ดูหน้านายตอนนี้สิ มีความสุขมากเลยใช่ไหมล่ะ”เชร์อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกระจกเบื้องหน้าตามที่เวอร์โกบอก ใบหน้าของเขาตอนนี้ทั้งเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความต้องการ เชร์ทนดูไม่ได้จริง ๆ จริงเลื่อนสายตาไปมองภ
บทที่ 57ผูกพันธะงานเลี้ยงวันเกิดกลายเป็นงานเลี้ยงสละโสดหลังผู้ถูกขอแต่งงานตอบเพียงสั้น ๆ ด้วยรู้สึกตื้นตันจนมิอาจพูดอะไรออกมาได้อีก“อื้ม”ข่าวดีพาให้สมาชิกแฟมิลีทุกคนต่างก็ร้องเฮดีใจ และร่วมแสดงความยินดี เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงจนเวลาล่วงเลยจึงค่อยทยอยกลับ เวนิสเป็นคนแรกที่ขอตัวเพื่อลากสามีผู้เมาแอ๋จนไม่เหลือคราบบอสผู้เคร่งขรึมกลับห้อง ตามมาด้วยคู่แฝดที่ยังจัดว่าเด็กอยู่จึงไม่ควรรั้งอยู่นาน เวียนนาควงแขนคู่พันธะข้างควงแขนคู่แฝดข้าง เพื่อกันไม่ให้เวกัสไปหาเรื่องออสติน สุดท้ายจึงเป็นตาของเจ้าของงานเวอร์โกโอบเอวคอดบางภายใต้ชุดทักซิโดสีน้ำเงินพาเชร์เดินตากลมเย็นภายใต้ธารดาราบนฟ้าไปด้วยกัน กลิ่นของดอกไม้ในสวนยิ่งขับให้มะลิและวานิลลาโดดเด่น แสงจันทร์อาบย้อมผมสีเบจจนดูนุ่มนวลน่าสัมผัส แม้จะอิดโรยจากการสังสรรค์ แต่ดวงหน้าน่ารักก็แต่งแต้มไปด้วยความสุขจนคนมองอดไม่ได้ที่จะสุขใจตามไปด้วย“จะไปดูโรงจอดรถใหม่ที่ฉันสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเก็บของขวัญแต่งงานให้นายไหม?”เชร์เพียงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ล่ะ กลับห้องดีกว่า”เวอร์โกเลิกคิ้ว “หืม แปลกแฮะ นายไม่สนใจรถเหรอ?”เชร์ช้อนสายตามองคนเซ้าซี้ เวอร์โกไ
เชร์ผู้หมกตัวอยู่แต่ในบ้านนอกที่ประเทศเอฟฟรังมองไปรอบงานด้วยดวงตาเบิกกว้างจากที่เดิมก็ตาโตอยู่แล้ว แม้เขาจะเคยไปประเทศแห่งความรื่นเริงอย่างดีจอร์จีมาก่อน แต่ก็ได้เข้าไปแค่สนามแข่งรถกับโรงแรมที่พักเท่านั้น งานที่ระดับใกล้เคียงกันเห็นจะเป็นที่โรงแรมแพนโดรา แต่ตอนนั้นเขามุ่งมั่นจะทำภารกิจจึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก ต่างจากตอนนี้ที่เขาทั้งผ่อนคลายและปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของเวอร์โก จึงสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ครอบครัวเซเทอร์นั้น ผู้ที่มาถึงงานก่อนใคร ๆ คือผู้ที่ชื่นชอบงานสังสรรค์อย่างบอสใหญ่ของแฟมิลี ซึ่งกำลังหัวเราะพลางชนแก้วกับลูกน้องคนสนิททั้งหลาย เรโนลด์กับพี่ชายฝาแฝดของเขาเองก็อยู่ในวงนั้นด้วย ต่อมาคือผู้ที่นิสัยเหมือนพ่อมากที่สุดในสามพี่น้องอย่างเวียนนา แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังไล่ชนแก้วน้ำผลไม้ทักทายกับคนนู้นคนนี้ไปทั่ว สลับกับกลับที่นั่งสำหรับครอบครัวเซเทอร์เพื่อไปป้อนอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มอมแดดดี้ของเขาใช่แล้ว เวียนนาพาออสตินมาด้วย เจ้าตัวน้อยยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่โดยการผูกผ้าปิดตาคู่พันธะอย่างแน่นหนา มิหนำซ้ำออสตินยั
บทที่ 56ประกาศสำคัญในงานวันเกิดเวียนนาลากเชร์วิ่งออกมาจากคฤหาสน์ก่อนจะโดนฝาแฝดและผองเพื่อนรุมประชาทัณฑ์ด้วยคำพูด“ขอบใจนะ เชร์ ช่วยชีวิตฉันเลย!”เชร์ที่ช่วงขายาวกว่าอีกฝ่ายแทบจะก้าวขาไม่ทันยามเมื่อเจ้าตุ๊กตารีบร้อน กว่าจะไปถึงรถกอล์ฟที่ลานจอดเขาก็หอบแฮ่กแล้ว“ไม่สอนให้ฟรี ๆ หรอกนะเฟ้ย”“รู้อยู่แล้วน่า” เวียนนายิ้มซุกซนแล้วควักไม้ตายฉุกเฉินที่เตรียมไว้เผื่อกรณีที่เชร์ไม่ยอมคล้อยตาม “เซ็ตอมยิ้มโลลิป็อปเจ็ดรสรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันจากโอลด์ แฟกทอรี แบรนด์ลูกกวาดอันดับหนึ่งของโลก!”กล่องอมยิ้มโดนเชร์คว้าไปกอดไว้บนตักอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้ากระจ่างเปล่งประกายระยิบระยับมองเซ็ตอมยิ้มบนตักราวกับโจรมองเพชรในตู้เซฟ มือเรียวหยิบจับอมยิ้มแท่งนั้นแท่งนี้ขึ้นมาดูแล้วกอดแนบแก้มด้วยความรักใคร่อย่างเลือกไม่ถูกว่าจะกินแท่งไหนก่อน“เลือกไม่ได้โว้ย กินทีเดียวหมดเลยแล้วกัน!”“เดี๋ยวก่อน! อมยิ้มรุ่นลิมิเต็ดที่ฉันสั่งซื้อมาอย่างยากลำบาก อย่าทำเหมือนลูกอมถูก ๆ ตามร้านสะดวกซื้อสิ แล้วนายก็กินทั้งหมดทีเดียวไม่ได้ด้วย อมยิ้มแท่งหนึ่งใหญ่จะเท่าหน้านายแล้ว!”“อ๊ะ จริงสิ” เชร์ลดอมยิ้มลงเมื่อได้สติ เพราะสิ่งที่เขาต้อง

![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





