เข้าสู่ระบบเบาะแสที่ขาดหาย
เพลงเฮฟวีเมทัลดังระงมจนแก้วหูสั่นคลอน เวอร์โกกดปิดเครื่องเล่นเพลงในรถซีดานสีขาวสะอาด
“เฮ้ย ปิดไมฟะ?” เชร์สบถก่อนจะกดเปิดเพลงใหม่
เวอร์โกกดปิดมันอีกครั้ง “เปิดเสียงดังขนาดนี้ มันขับรถอันตราย ปิดไปซะ”
แน่นอนว่าเชร์กดเปิดทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ “ตลกล่ะ ขับรถกระจอกเองแล้วไปโทษเพลงล่ะสิ ฉันไม่เหมือนเอ็งหรอกเฟ้ย ไอ้น้อง”
เวอร์โกกดปุ่มปิดเครื่องเล่นเสียงพร้อมกับคว้ามือที่เอื้อมมาจะเปิดมันใหม่ไว้แน่น “หัดพูดจาให้มันดี ๆ บ้างไม่เป็นหรือไง? อีกอย่าง ฉันอายุมากกว่านายหนึ่งปี นายต่างหากที่เป็นไอ้น้อง”
“อะไรของเอ็งฟะ? ฉันจะพูดยังไงมันก็เรื่องของฉัน จะขับรถไงมันก็เรื่องของฉัน ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!”
เชร์หันขวับมาค้อนใส่เวอร์โกไปหนึ่งยกก่อนจะละสายตากลับไปมองถนนต่อ ครั้งนี้เจ้าโอเมก้าหยาบคายไม่ได้สวมแว่นกันแดดแล้ว แต่เสียบห้อยไว้กับคอเสื้อแทนด้วยกลัวว่าจะโดนบรานโดยึด
เวอร์โกถอนหายใจอย่างปลดปลง ยอมปล่อยมือให้เชร์กดเปิดเครื่องเล่นเพลงต่อ หากเป็นตามปกติ อันเดอร์บอสผู้สั่งได้ทุกอย่างตามต้องการเช่นเขาไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้แน่ นี่เขาจะใจอ่อนกับโอเมก้าเกินไปหรือเปล่า…
นัยน์ตาสีเขียวแกมน้ำเงินแห่งท้องทะเลเหลือบมองคนขับรถด้านข้าง จะว่าไปก็นึกไม่ถึงว่าโอเมก้าที่หยาบกระด้างขนาดนี้จะมีหน้าตาที่น่ารักชวนมองไม่ใช่น้อย แพขนตางอนงามล้อมกรอบยิ่งขับให้ดวงตากลมโตสีฟ้ากระจ่างใสดูโดดเด่น เข้าคู่กันกับผมสีเบจตกระใบหน้า ปากอิ่มที่คาบก้านอมยิ้มอยู่ตลอดเวลาราวกับคนแก่คาบบุหรี่มีสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งชวนให้ดวงหน้าน่ารักน่าเอ็นดู
“ถึงแล้ว”
เวอร์โกหยุดคิดเรื่อยเปื่อย เขากุมปืนพกที่ยืมมาจากบรานโดแน่นแล้วลงจากรถ เดินตรงไปยังบ้านของมาร์สพร้อมกับเชร์
“เละตุ้มเป๊ะเลยนี่หว่า”
เชร์อ้าปากค้างจนอมยิ้มแทบร่วง ลูกบิดประตูหน้าบ้านถูกทำลายด้วยของมีคมจนทิ้งรอยบากขนาดใหญ่ เมื่อผลักบานประตูเข้าไป ก็พบว่าทั่วบ้านก็เต็มไปด้วยเศษซากเครื่องเรือนระเกะระกะ รอยกระสุนและของมีคมฝากไว้ตามผนังจนเป็นรูแหว่งเต็มไปหมด เรียกได้ว่าอยู่ในสภาพพังพินาศ เวอร์โกเดินตรงไปที่คราบเลือดแห้งกรัง
“เลือดแห้งขนาดนี้ คงจะผ่านมานานแล้ว ไม่มีใครมาดูคุณตามาร์สเลยหรือไง?” เวอร์โกถามเสียงเย็น แม้จะไม่ได้สนิทสนมดั่งครอบครัวปกติ แต่ก็มีศักดิ์เป็นถึงพ่อบุญธรรมตามกฎหมายของแม่ การที่มาร์สโดนโจมตีอย่างเอิกเกริกโดยไม่คิดจะทำลายหลักฐานเลยแม้แต่น้อย เป็นการหยามศักดิ์ศรีกันเห็น ๆ
เชร์ยักไหล่ “ตาแก่มาร์สทำตัวลึกลับจะตายชัก ไม่สุงสิงกับเพื่อนบ้าน ไม่ขึ้นรถบัสฉันไปพร้อมกับคนแก่คนอื่น ทั้งยังไม่ค่อยจะอยู่บ้านสักเท่าไร และอีกอย่าง หากไม่ไปรบกวนความสงบสุขของคนอื่น จะก่ออาชญากรรมแบบไหนก็ได้ในเอฟฟรัง เป็นมาเฟียก็น่าจะรู้อยู่นี่”
ความโกรธพวยพุ่งขึ้นมาในใจของเวอร์โกจนแผ่กลิ่นอายกดข่มโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาแสนเย็นชาสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าสั่นระริกของเชร์ เขาจึงรีบข่มกลั้นความขุ่นแค้นกลับลงไป
นอกจากร่องรอยการต่อสู้กับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่พังเสียหาย เวอร์โกก็ไม่พบอะไรในบ้านอีก อันเดอร์บอสหนุ่มได้แต่ยอมกลับไปมือเปล่า
เพลงเฮฟวีเมทัลถูกขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้า เป็นบรานโดที่โทรมาหาลูกบุญธรรม
“มีไร?” เชร์ถามเสียงห้วน
“เจ้าหนู ปลอดภัยดีใช่ไหม?”
“ไม่ปลอดภัยจะรับสายได้เรอะ ขัดอารมณ์จริง คนกำลังฟังเพลงมัน ๆ”
“เฮ้อ เธอนี่ไม่น่ารักเอาเสียเลย ช่างเถอะ เมื่อกี้เกร็กส์โทรมาน่ะ บอกว่าคนขาด กลับมาแล้วไปช่วยเขาหน่อยสิ”
“ได้”
“แล้วก็…”
สายถูกตัดก่อนที่บรานโดจะทันได้พูดจบประโยค เสียงเพลงหนวกหูดังขึ้นมาอีกครั้งจนเวอร์โกยกมือปิดหูแทบไม่ทัน
“ทำไมนายไม่รอฟังคุณลุงบรานโดพูดให้จบก่อน?” เวอร์โกขมวดคิ้วมุ่น เขาขัดใจต่อทุกการกระทำของเจ้าโอเมก้าคนนี้นัก
“ตาแก่จะพูดอะไรฉันรู้อยู่แล้ว เอ็งก็น่าจะรู้นี่”
เวอร์โกเหลือบมองกระจกมองหลัง หลังจากพวกเขาออกมาจากบ้านของมาร์สสักพักก็มีรถคันหนึ่งขับตามมา เวอร์โกเองก็จับตาดูไว้อยู่ตลอด หากว่ามีอะไรผิดสังเกตเขาก็พร้อมจะเปิดฉากยิงได้ทุกเมื่อ
“ขับวนเข้าในตัวเมืองแล้วสลัดทิ้งซะ ฉันไม่อยากนำความเดือดร้อนไปให้คุณลุงบรานโด”
“หนวกหู อย่ามาสั่งกันนะเฟ้ย!”
เชร์เหยียบคันเร่งจนจมมิด เขาปาดแซงรถที่ขวางหน้าทุกคัน ถนนสองเลนที่มีรถไม่หนาแน่นเปิดให้เชร์เห็นช่องว่างในการแทรกตัวตลอดเส้นทาง แม้ส่วนใหญ่จะเฉียดฉิวมากก็ตาม
เวอร์โกจับราวยึดเหนือหน้าต่างไว้แน่น รถสะบัดไปมารวดเร็วจนเขาเริ่มจะตาลาย เจ้านี่คิดว่ากำลังขับรถสปอร์ตอยู่หรืออย่างไร?!
รถซีดานขับเข้าสู่ถนนเส้นเปลี่ยวอีกครั้ง เชร์เลี้ยวเข้าไปจอดในโกดังเก็บรถโดยไร้รอยขีดข่วนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เวอร์โกกุมหัวใจที่เต้นรัวแรงหลังผ่านประสบการณ์เฉียดตายมานับสิบครั้งในเวลาไม่ถึงสิบนาที
“แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้ว? อ่อนว่ะ” เชร์ยิ้มหยันก่อนจะเปิดประตูรถลงไป
เวอร์โกสบถก่อนซวนเซลงจากรถตามไป
บรานโดยืนรอพวกเขาที่หน้าประตูอยู่แล้ว อดีตนักฆ่าผิวปากอย่างอารมร์ดี “เป็นไงบ้าง หนุ่มน้อย ยินดีด้วยที่ผ่านประตูผีมาได้โดยสวัสดิภาพ”
“นึกว่าจะไม่ได้บอกลาคุณแม่แล้วครับ” ก่อนหน้านี้ เวอร์โกไม่เข้าใจว่าทำไมบรานโดต้องให้เชร์เป็นคนขับรถพาเขาไปส่ง แค่ให้เขายืมรถแล้วบอกเส้นทางก็พอ ในตอนแรกเวอร์โกคิดว่าบรานโดคงกลัวว่าเขาจะหลงทาง แต่หลังจากผ่านทัวร์นรกมาได้ เขาก็คิดว่าบรานโดคงคิดเผื่อไว้แล้วว่าอาจจะเกิดเหตุถูกสะกดรอยตาม
เวอร์โกชำเลืองมองโอเมก้าจอมหยาบคาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีมือขับรถของเจ้านี่เป็นของจริง เป็นเขาคงจะสลัดมาอย่างราบคาบโดยไม่ต้องปะทะกันเช่นนี้ไม่ได้แน่
บรานโดได้ยินคำตอบของเวอร์โกก็หัวเราะชอบใจแล้วหันไปหาเชร์ “กี่นาที?”
“สิบสองได้มั้ง” เชร์ตอบแล้วเดินจากไป
เวอร์โกได้แต่ถามด้วยความสงสัย “สิบสองนาที?”
“อ้อ เวลาที่เจ้าพวกนั้นจะตามมาถึงน่ะ แต่สบายใจได้ ต่อจากนี้เป็นงานของฉันเอง หน้าที่รักษาอาณาเขตเป็นของเจ้าของบ้าน เธอไปกับเชร์เถอะ”
เวอร์โกมองตามโอเมก้าที่บรานโดบอกให้เขาไปด้วย เชร์เดินไปหยิบเสื้อแจ็กเกตแขนยาวตัวหนึ่งกับป้ายห้อยคอที่แขวนอยู่บนผนังด้านหนึ่งอันเรียงรายไปด้วยชุดเครื่องแบบและป้ายพนักงานหลากหลายหน่วยงานแขวนไว้เป็นแถวยาว
อย่าบอกนะว่า…
เวอร์โกมองรถกับเสื้อพนักงานสิบกว่าแบบในโกดังก็ตกตะลึงในทันที
“เขาทำงานกี่อย่างกันแน่?”
บรานโดได้ยินดังนั้นก็หัวเราะด้วยความขบขัน “ไม่ใช่งานหรอก เป็นงานอดิเรกน่ะ”
“หา?” เวอร์มองดูรถดับเพลิงขนาดเล็ก รถพยาบาล และรถอื่น ๆ ที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่งานซึ่งทำเป็นงานอดิเรกได้ “นี่มันงานอดิเรกประเภทไหนกัน?”
บรานโดยักไหล่ “ช่วยไม่ได้ เจ้าเด็กนี่ชอบขับรถมากเลยน่ะสิ ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมให้ทำนู่นทำนี่ไม่ยอมทำ มีแต่ขับรถนี่แหละที่พุ่งเข้าไปทำเอง ฉันฝากให้เข้าไปขับให้ที่ไหนได้ก็ฝากไปหมด”
“พิลึกคน” เวอร์โกได้แต่พึมพำเสียงเบา
“ตาแก่ เอากุญแจฉันไปไว้ไหน?!” เชร์ตะโกนมาจากอีกด้านของโกดัง
กุญแจถูกโยนมาใส่ลำตัว เวอร์โกรับไว้โดยสัญชาตญาณ
“เธอเองก็ไปด้วยสิ ถูกตามล่าอยู่ไม่ใช่รึไง ออกไปสำรวจดูลาดเลาเสียหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ”
กล่าวจบ บรานโดก็ควงมีดคู่ใจเดินออกจากโกดังไป เพื่อรอดักรถคันที่ไล่ตามเวอร์โกกับเชร์มา
เวอร์โกจึงได้แต่ตามเชร์ไปตามที่บรานโดบอก เชร์คาบอมยิ้มยืนรออยู่หน้ารถคันหนึ่งในบรรดารถนับสิบชนิดจอดเรียงรายเป็นแถวยาว รถคันนั้นเป็นรถบรรทุกที่ติดสติกเกอร์เป็นคำว่า ‘เอฟฟรัง เอกซ์เพรส’
เมื่อเชร์เห็นว่าคนที่เอากุญแจมาให้เขาไม่ใช่บรานโดแต่เป็นเจ้าคนแปลกหน้า เชร์ก็ขยับก้านอมยิ้มในปากขึ้นลงไปมาไล่คน
“ตามมาทำไมฟะ อยากมีเรื่อง?”
เวอร์โกขมวดคิ้วมุ่น “คุณลุงบรานโดบอกให้ฉันมากับนาย”
“ชิ ตาแก่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
แม้จะแสดงท่าทีก้าวร้าวดังเดิม แต่สายตาของเชร์ที่มองไปทางประตูที่บรานโดเดินจากไปนั้น ไม่สามารถปกปิดความประหลาดใจอันแฝงไว้ซึ่ง…ความหวาดกลัว
โอเมก้าสบถอีกครั้งก่อนจะคว้ากุญแจไปจากมือของเวอร์โกแล้วขึ้นรถฝั่งที่นั่งคนขับนำไปก่อน เวอร์โกจึงเดินไปขึ้นที่นั่งข้างคนขับที่เหลืออยู่ ทันทีที่เขาปิดประตู เสื้อแจ็กเกตสีแดงก็ถูกปาใส่เต็มหน้า
“ทำอะไรของนาย?!” เวอร์โกผู้เยือกเย็นว่าจะไม่หงุดหงิดเจ้าคนไร้มารยาทนี่แล้วตะโกนลั่น
“ใส่ซะ ได้เวลาทำงานแล้ว ไอ้ลูกคุณหนู”
“ฉันชื่อเวอร์โก!” เวอร์โกคำรามลอดไรฟันด้วยความโมโห เขาตัดสินใจจะไม่สนใจเจ้าโอเมก้าผู้หยาบกระด้างอีก มิเช่นนั้นเขาคงเดือดดาลจนสมองสุกก่อนได้เจอตัวมาร์สแน่ เวอร์โกหยิบเสื้อขึ้นมาดู เป็นเสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีแดง เครื่องแบบพนักงานขนส่งของเอฟฟรัง เอกซ์เพรส เชร์เองก็ใส่แล้วตัวหนึ่ง แถมยังห้อยป้ายพนักงานเสร็จสรรพ เพียงแต่...
“เสื้อนายมันตัวเล็กไป”
“เรื่องมากจริง” เชร์บุ้ยปากอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อสตาร์ตเครื่องติดเขาก็ยกยิ้ม “คาดเข็มขัดให้ดีล่ะ”
ตอนพิเศษตอนจบของจุดเริ่มต้นเชร์ไม่ได้ขับรถมาหลายสัปดาห์แล้วถึงเขาจะอยากขับรถใจจะขาด ก็ไม่สามารถทำตามความต้องการได้ เพราะเขาคลื่นไส้เวียนศีรษะจนได้แต่นอนมึนอยู่บนเตียง แค่ลุกเดินไปมาในห้องก็เต็มกลืนแล้วใช่แล้ว เชร์กำลังแพ้ท้องและเขาก็แพ้ท้องหนักมากจนได้กลิ่นอะไรนิดหน่อยก็อาเจียน แม้จะหิวจนท้องร้องแต่แค่เห็นอาหารก็อาเจียน จะอมลูกอมยังอมได้แต่รสชาติที่เปรี้ยวจี๊ดจนแสบเพดานปากหรือไม่ก็รสแปลกประหลาดจนเวียนนาเห็นเขาเอาเข้าปากแล้วทำหน้าขยะแขยง เวอร์โกถึงกับสั่งเคลวินให้ไปศึกษาวิธีรักษาคนแพ้ท้องจากแพทย์เฉพาะทางโดยด่วน ทั้งยังจ้างสูตินรีแพทย์มาดูแลครรภ์ถึงในฐานแต่ท้ายที่สุดก็มีเพียงสองสิ่งที่พอจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้บ้างนั่นก็คือกลิ่นของเวอร์โกและกลิ่นของโอเมก้าคนอื่นในตอนนี้ ห้องนั่งเล่นรวมของครอบครัวที่ชั้นล่างของคฤหาสน์เซเทอร์จึงมีเวนิสและเวียนนามานั่งให้กำลังใจคนแพ้ท้องจนหมดฤทธิ์จะจับพวงมาลัย รวมถึงยังมีแลงก์ที่ทำใจกล้าถ่อมาดูแลน้องชายถึงฐานของแก๊งมาเฟียที่เขาหวาดกลัว เคราะห์ดีที่เขาเป็นเบต้า จึงไม่มีกลิ่นกายที่จะทำให้น้องชายคลื่นไส้ เจ้าของร้านขนมหวานชื่อดังยังทำพายเลมอนรสเปรี้ยว
ตอนพิเศษงานวิวาห์ของขาซิ่งลานน้ำพุกว้างขวางลามไปจนถึงสวนสไตล์ยุโรปถูกรังสรรค์ตกแต่งด้วยผืนผ้าและดอกไม้สีขาว ฟ้า และน้ำเงินทะเล ดั่งล่องลอยอยู่ในสรวงสวรรค์ใต้ท้องสมุทร โต๊ะนับร้อยคลุมผ้าสีขาวสะอาดจัดวางเป็นระเบียบเท่ากันทุกองศา อาหารเลิศรสถูกยกมาบริการแขกเหรื่อที่เดินทางมาถึง เสียงเพลงบรรเลงแสดงสดคอยเสริมสร้างบรรยากาศ ตามทางประดับประดาไปด้วยดอกมะลิแต่งกลิ่นวานิลลาผสานกับโกโก้และกาแฟ หากจะกล่าวว่างานเลี้ยงวันเกิดของอันเดอร์บอสเป็นงานภาคราตรีครั้งใหญ่ งานครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงภาคกลางวันขนาดมโหฬารเพราะนี่คืองานที่เจ้าของงานทั้งคู่สัญญาไว้ว่าชั่วชีวิตนี้จะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวงานวิวาห์ของพวกเขาโต๊ะด้านหน้าสุดคือโต๊ะครอบครัวเซเทอร์ บอสใหญ่กับภรรยาโน้มตัวพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม ผลัดกับหันไปหัวเราะกับลูกชายคนเล็กผู้อยู่ในชุดสูทขาวผุดผ่อง แลดูหล่อเหลาจนคนที่ไม่รู้นึกว่าเป็นเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าตุ๊กตาในชุดสีขาวสะอาดตาขับให้เขาดูสดใสบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าตัวน้อยควงคู่พันธะผู้พันผ้าปิดตาทักทายแขกผู้ร่วมงานไปทั่วงาน แม้จะไม่ชอบใจนัก แต่ทั้งแฟมิลีก็ดูจะชินชากับทาสรักของนายน้อยผู้นี้ไปเสีย
ตอนพิเศษคนเดียวที่อยากเล่นสนุกด้วย“อือ ไม่ชอบ อะ มันอึดอัด”“มันออกจะเข้ากับนาย”“เข้าก็แย่แล้ว แค่น้องชายนายยังใหญ่ไม่พอไง๊?! อ๊ะ!”“อ้อนกันแบบนี้ต้องให้รางวัลหน่อยแล้ว”กระต่ายหางแมวไม่สามารถบ่นทักท้วงอะไรได้อีก ช่องทางด้านหลังถูกกระหน่ำแทงรัวเร็วจนเสียววาบ บั้นท้ายกลมตึงยกแอ่นขึ้นสูงเขมือบตอดตามจังหวะกระแทกกระทั้นแสนรัญจวน หางแมวที่ยัดในอีกช่องทางโบกสะบัดไปมาตามแรงกระเทือน ขนฟูนุ่มนิ่มปัดป่ายระกล้ามหน้าท้องแน่นตึงของผู้รังแกจนเขายิ่งมันเขี้ยว อัดกระแทกตัวตนเข้าไปในแมวยั่วสวาทแรงกว่าเดิม“อ๊า! ลึกมาก อึดอัดอ่ะ เอาออกไป”เชร์แหงนคอกรีดร้องเสียงหลง สองมือกำขอบอ่างล้างมือแน่น แค่ท่อนเนื้อใหญ่โตในโพรงรักก็กินพื้นที่จนเต็มท้องเขาแล้ว ยังจะมีแท่งเสียบหางแมวยัดเข้ามาในรูอื่นอีก เขาอึดอัดจนช่วงล่างแทบจะระเบิดอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด“ไม่เอาน่า นายชอบมันจะตายไป ดูหน้านายตอนนี้สิ มีความสุขมากเลยใช่ไหมล่ะ”เชร์อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกระจกเบื้องหน้าตามที่เวอร์โกบอก ใบหน้าของเขาตอนนี้ทั้งเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความต้องการ เชร์ทนดูไม่ได้จริง ๆ จริงเลื่อนสายตาไปมองภ
บทที่ 57ผูกพันธะงานเลี้ยงวันเกิดกลายเป็นงานเลี้ยงสละโสดหลังผู้ถูกขอแต่งงานตอบเพียงสั้น ๆ ด้วยรู้สึกตื้นตันจนมิอาจพูดอะไรออกมาได้อีก“อื้ม”ข่าวดีพาให้สมาชิกแฟมิลีทุกคนต่างก็ร้องเฮดีใจ และร่วมแสดงความยินดี เฉลิมฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงจนเวลาล่วงเลยจึงค่อยทยอยกลับ เวนิสเป็นคนแรกที่ขอตัวเพื่อลากสามีผู้เมาแอ๋จนไม่เหลือคราบบอสผู้เคร่งขรึมกลับห้อง ตามมาด้วยคู่แฝดที่ยังจัดว่าเด็กอยู่จึงไม่ควรรั้งอยู่นาน เวียนนาควงแขนคู่พันธะข้างควงแขนคู่แฝดข้าง เพื่อกันไม่ให้เวกัสไปหาเรื่องออสติน สุดท้ายจึงเป็นตาของเจ้าของงานเวอร์โกโอบเอวคอดบางภายใต้ชุดทักซิโดสีน้ำเงินพาเชร์เดินตากลมเย็นภายใต้ธารดาราบนฟ้าไปด้วยกัน กลิ่นของดอกไม้ในสวนยิ่งขับให้มะลิและวานิลลาโดดเด่น แสงจันทร์อาบย้อมผมสีเบจจนดูนุ่มนวลน่าสัมผัส แม้จะอิดโรยจากการสังสรรค์ แต่ดวงหน้าน่ารักก็แต่งแต้มไปด้วยความสุขจนคนมองอดไม่ได้ที่จะสุขใจตามไปด้วย“จะไปดูโรงจอดรถใหม่ที่ฉันสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเก็บของขวัญแต่งงานให้นายไหม?”เชร์เพียงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ล่ะ กลับห้องดีกว่า”เวอร์โกเลิกคิ้ว “หืม แปลกแฮะ นายไม่สนใจรถเหรอ?”เชร์ช้อนสายตามองคนเซ้าซี้ เวอร์โกไ
เชร์ผู้หมกตัวอยู่แต่ในบ้านนอกที่ประเทศเอฟฟรังมองไปรอบงานด้วยดวงตาเบิกกว้างจากที่เดิมก็ตาโตอยู่แล้ว แม้เขาจะเคยไปประเทศแห่งความรื่นเริงอย่างดีจอร์จีมาก่อน แต่ก็ได้เข้าไปแค่สนามแข่งรถกับโรงแรมที่พักเท่านั้น งานที่ระดับใกล้เคียงกันเห็นจะเป็นที่โรงแรมแพนโดรา แต่ตอนนั้นเขามุ่งมั่นจะทำภารกิจจึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก ต่างจากตอนนี้ที่เขาทั้งผ่อนคลายและปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของเวอร์โก จึงสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ครอบครัวเซเทอร์นั้น ผู้ที่มาถึงงานก่อนใคร ๆ คือผู้ที่ชื่นชอบงานสังสรรค์อย่างบอสใหญ่ของแฟมิลี ซึ่งกำลังหัวเราะพลางชนแก้วกับลูกน้องคนสนิททั้งหลาย เรโนลด์กับพี่ชายฝาแฝดของเขาเองก็อยู่ในวงนั้นด้วย ต่อมาคือผู้ที่นิสัยเหมือนพ่อมากที่สุดในสามพี่น้องอย่างเวียนนา แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังไล่ชนแก้วน้ำผลไม้ทักทายกับคนนู้นคนนี้ไปทั่ว สลับกับกลับที่นั่งสำหรับครอบครัวเซเทอร์เพื่อไปป้อนอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มอมแดดดี้ของเขาใช่แล้ว เวียนนาพาออสตินมาด้วย เจ้าตัวน้อยยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่โดยการผูกผ้าปิดตาคู่พันธะอย่างแน่นหนา มิหนำซ้ำออสตินยั
บทที่ 56ประกาศสำคัญในงานวันเกิดเวียนนาลากเชร์วิ่งออกมาจากคฤหาสน์ก่อนจะโดนฝาแฝดและผองเพื่อนรุมประชาทัณฑ์ด้วยคำพูด“ขอบใจนะ เชร์ ช่วยชีวิตฉันเลย!”เชร์ที่ช่วงขายาวกว่าอีกฝ่ายแทบจะก้าวขาไม่ทันยามเมื่อเจ้าตุ๊กตารีบร้อน กว่าจะไปถึงรถกอล์ฟที่ลานจอดเขาก็หอบแฮ่กแล้ว“ไม่สอนให้ฟรี ๆ หรอกนะเฟ้ย”“รู้อยู่แล้วน่า” เวียนนายิ้มซุกซนแล้วควักไม้ตายฉุกเฉินที่เตรียมไว้เผื่อกรณีที่เชร์ไม่ยอมคล้อยตาม “เซ็ตอมยิ้มโลลิป็อปเจ็ดรสรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันจากโอลด์ แฟกทอรี แบรนด์ลูกกวาดอันดับหนึ่งของโลก!”กล่องอมยิ้มโดนเชร์คว้าไปกอดไว้บนตักอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้ากระจ่างเปล่งประกายระยิบระยับมองเซ็ตอมยิ้มบนตักราวกับโจรมองเพชรในตู้เซฟ มือเรียวหยิบจับอมยิ้มแท่งนั้นแท่งนี้ขึ้นมาดูแล้วกอดแนบแก้มด้วยความรักใคร่อย่างเลือกไม่ถูกว่าจะกินแท่งไหนก่อน“เลือกไม่ได้โว้ย กินทีเดียวหมดเลยแล้วกัน!”“เดี๋ยวก่อน! อมยิ้มรุ่นลิมิเต็ดที่ฉันสั่งซื้อมาอย่างยากลำบาก อย่าทำเหมือนลูกอมถูก ๆ ตามร้านสะดวกซื้อสิ แล้วนายก็กินทั้งหมดทีเดียวไม่ได้ด้วย อมยิ้มแท่งหนึ่งใหญ่จะเท่าหน้านายแล้ว!”“อ๊ะ จริงสิ” เชร์ลดอมยิ้มลงเมื่อได้สติ เพราะสิ่งที่เขาต้อง







